Home | Mom's Diary | Register | Login | Forgot Password | Contact Us   
Don't Miss ขอเชิญคุณแม่พบกันที่ Boots Enfa Smart Club ในงานรักลูก Festival 2010 ที่ Hall2-3 อิมแพค เมืองทองธานี เวลา 9.00-20.00 น. 12-14 มีนาคม 53 นี้เท่านั้น รับสิทธิพิเศษเมื่อสมัครสมาชิกในงาน ฟรีทันทีกระเป๋าสุดเก๋ คุณแม่สามารถส่งใบสมัครสมาชิก Enfa Smart Club ได้ที่ ตู้ปณ.216 ปณศ.คลองจั่น บางกะปิ กรุงเทพฯ 10240 อย่าลืมแนบแถบบาร์โค้ดเอนฟาและภาพลูกน้อยมาด้วยนะคะ ติดต่อ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์มี้ด จอห์นสัน โทร. 02-725-8700
 
   
Username
password

Use enhanced security

Forgot your Password
 
เรื่องเด่นประจำเดือน DHA กับพัฒนาการลูกน้อย
   
 
DHA กับพัฒนาการลูกน้อย
 
DHA มีผลต่อพัฒนาการทางสมองและสายตาของลูกน้อยเป็นอย่างมาก เพราะได้มีการศึกษาแล้วพบว่าในสมองและจอประสาทตามีกรดไขมัน DHA มากถึง 60% และ 40% ตามลำดับนั่นคือเหตุผลว่าทำไมยอดคุณแม่จึงควรให้ลูกได้รับปริมาณ DHA ที่เพียงพอต่อพัฒนาการของลูกในแต่ละช่วงวัย
 
จุดเริ่มต้นแห่งพัฒนาการอัจฉริยะกับ DHA
 

DHA (Docosahexaenoic acid) เป็นกรดไขมันที่มีหน่วยเล็กที่สุด ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาสมองโดยเฉพาะด้านความจำ การเรียนรู้ และประสาทตา ทั้งนี้เชื่อว่าสาร DHA ผ่านเข้าไปในสมองและเสริมสร้างการเจริญเติบโตของปลายประสาทที่เรียกว่าเดนไดรต์ (dendrite) ซึ่งจะทำหน้าที่ถ่ายทอดสัญญาณและส่งผ่านข้อมูลระหว่างเซลล์สมองด้วยกัน ทำให้เกิดความจำและการเรียนรู้ ซึ่งจะเป็นการดีอย่างที่สุดถ้าเด็กมีพัฒนาการทางสายตาที่ดี เพราะดวงตาเป็นหน้าต่างของสมองเด็กจะรับรู้อะไรต่างๆ ผ่านการได้เห็น ถ้าเด็กมองเห็นได้ชัดกว่าเด็กคนอื่นๆ เด็กก็จะมีโอกาสในการเรียนรู้ที่เร็วกว่า  และจากการศึกษาพบว่าพัฒนาการทางสมองของเด็กที่ได้รับ
นมแม่ หรือนมผงที่มี DHA พบว่าพัฒนาการทางสมองของเด็กเป็นไปตามวัย และดีกว่าเด็กที่ไม่ได้รับ DHA ค่อนข้างชัดเพราะฉะนั้นช่วงที่สมองกำลังเจริญเติบโตนี้ เด็กจะต้องการ DHA ที่เพียงพอเพื่อพัฒนาการที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

อย่างที่กล่าวถึงความสำคัญของ DHA ในตอนต้นว่า DHA มีผลต่อพัฒนาการทางสมอง และ
สายตาของลูกมาก ซึ่งเหตุผลที่ทำให้ DHA มีความสำคัญไม่เพียงแค่การค้นพบ DHA ในสมองและจอประสาทตาเท่านั้น แต่เรายังพบว่า  

  • สมองของเด็กมีการพัฒนารวดเร็วที่สุดในช่วงครรภ์ไตรมาสที่ 3 จนกระทั่งอายุ
    ประมาณ 30 เดือน
  • ในช่วงขวบปีแรกเด็กจะมีระดับของการเจริญเติบโตของสมองสูงที่สุด
  • การเจริญเติบโตของสมองมีความสัมพันธ์กับโครงสร้างและหน้าที่การทำงานของ
    เซลล์สมอง
  • 25% ของเนื้อเยื่อสมองจะถูกสร้างขึ้นในวัยทารก
  • ในช่วงเวลาที่สมองกำลังเจริญเติบโต สมองต้องการปริมาณ DHA มากที่สุด

จากข้อเท็จจริงทั้งหมดนี้ สรุปได้ว่าช่วงที่ลูกมีการเจริญเติบโตของสมอง ลูกควรได้รับ DHA
ในปริมาณที่เพียงพอต่อพัฒนาการอันรวดเร็วของสมองด้วย

 


เติมเต็ม DHA เพื่อพัฒนาการที่แตกต่างของลูกน้อย

เด็กวัยเจริญเติบโตควรได้รับ DHA ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่อย่างนั้นแล้ว เด็กอาจมีปัญหา
เกี่ยวกับพัฒนาการและการเรียนรู้ได้ และเพื่อไม่ให้ยอดคุณแม่พลาดโอกาสสำคัญนี้ เราจะพา
คุณแม่ไปรับรู้เรื่องราวของ DHA กับพัฒนาการของลูกในแต่ละช่วงวัย

 


ช่วงตั้งครรภ์

 

ในช่วงตั้งครรภ์ คุณแม่ควรให้ความสำคัญกับเรื่อง
อาหารการกินมากที่สุด เพราะเป็นโอกาสทองของการ
พัฒนาสมองของลูกน้อย เซลล์สมองของลูกน้อยจะมี
การแบ่งตัวและเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วเฉพาะช่วงที่
ลูกน้อยอยู่ในครรภ์เท่านั้น เพราะหลังคลอดแล้วเซลล์
สมองของลูกจะไม่เพิ่มจำนวนอีก คุณแม่ควรให้ความ
สำคัญกับการทานอาหารที่มี DHA ในปริมาณที่
มากพอต่อพัฒนาการทางสมองและสายตาของลูก
โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์
โดย DHA จะถูกส่งผ่านไปหล่อเลี้ยงเซลล์สมองของ
ลูกให้แตกกิ่งก้านสาขาออกไปอย่างมีประสิทธิภาพ
และจากการศึกษาพบว่าลูกน้อยในครรภ์จะมีการ
สะสม DHA ไว้ที่จอประสาทตาสูงสุดในช่วง

สัปดาห์ที่ 36 - 40 ด้วยเหตุนี้คุณแม่ตั้งครรภ์จึงควรทุ่มเทและใส่ใจในการเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณค่าต่อการพัฒนาสมองของลูกน้อยเป็นพิเศษ เพื่อเสริมสร้างมหัศจรรย์แห่งพัฒนาการของลูกตั้งแต่อยู่ในครรภ์  
 

วัย 0 – 6 เดือน

 
สมองของลูกน้อยวัย 0 – 6 เดือนจะมีเซลล์ประสาทที่ครบถ้วน
แล้ว แต่การเชื่อมโยงเส้นใยประสาทการสั่งงาน รวมไปถึง
การเรียนรู้ยังไม่สมบูรณ์พร้อม ลูกวัยแรกเกิด- 6 เดือน จึง
จำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน และมีพลังงานมากพอ
โดยเฉพาะไขมันพิเศษอย่าง DHA เพราะถ้าลูกได้รับ DHA
ไม่เพียงพอในช่วงที่สมองกำลังพัฒนาและสร้างเส้นใยเชื่อม
โยงประสาทแล้ว ดังนั้นคุณแม่ควรให้ลูกได้รับ DHA อย่างเพียงพอโดยเฉพาะในช่วง3 เดือนแรกของการให้นมลูก
 

วัย 6 เดือน – 1 ปี

 
ลูกน้อยวัย 6 เดือน – 1 ปี สมองจะมีการเติบโต
อย่างรวดเร็วมาก ลูกจึงต้องการ DHA เพื่อพัฒนาการ
ของสมองอย่างเหมาะสม และต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริม
กระบวนการคิด การแก้ปัญหาของลูก DHA จากนม
และอาหารเสริมอื่นๆจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ลูก
ได้รับเพื่อให้มั่นใจว่าลูกได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อ
การเจริญเติบโตและพัฒนาสมองอย่างเต็มศักยภาพ
นอกจากนั้นลูกในวัยนี้ควรได้รับการกระตุ้นที่เหมาะสม
ซึ่งจะส่งผลให้สมองเติบโตสูงสุดมากกว่าช่วงชีวิตใดๆ
อย่างที่นักพัฒนาการเด็กแฟรงก์ นิวแมน ผู้อำนวยการ
คณะกรรมการศึกษาแห่งสหรัฐอเมริกากล่าวไว้ว่า ช่วงจังหวะที่สำคัญที่สุดในชีวิตคือช่วงวัยขวบปีแรก เพราะ
สมองจะพัฒนาอย่างพุ่งพรวดที่สุด

 


วัย 1 – 3 ปี

 

เด็กในวัยนี้ต้องใช้สมองและสายตามากเป็นพิเศษเพื่อ
การเรียนรู้ จดจำ ฝึกทักษะทางความคิด และแม้จะ
สามารถรับประทานอาหารจากธรรมชาติที่มี DHA
ได้แล้ว แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อกระบวนการสร้างสมอง
ฉะนั้นเด็กในวัยนี้ควรได้รับ DHA จากนมเสริมเข้าไป
ในปริมาณที่สูงและเพียงพอต่อความต้องการของ
ร่างกาย และนอกจากการได้รับ DHA จะทำให้ลูกมี
พัฒนาการทางสมองและสายตาแล้วยังพบ
ว่าระดับ DHA ในสมองที่สมดุลจะช่วยป้องกันลูกรักให้ห่างไกลอาการสมาธิสั้นได้ตั้งแต่ต้นด้วย

 


วัย 3 – 6 ปี

 
นอกจากอาหารที่มีประโยชน์และครบถ้วน ทั้ง 5 หมู่แล้วDHA
ยังเป็นสารอาหารสำคัญสำหรับลูกในวัยนี้เพราะสมองและ
สายตายังต้องการDHA เพื่อใช้ในกระบวนการสร้างเซลล์สมอง
และจอประสาทตาอยู่ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อความสามารถด้าน
สติปัญญา ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันช่วยรับส่งข้อมูลการเรียนรู้และจดจำนำสู่สมอง อย่างที่ทราบกันว่าDHA นั้นร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ ต้องอาศัยการรับประทานอาหาร เช่น
ปลาทะเล หรือผลิตภัณฑ์ทางทะเล รวมถึงผลิตภัณฑ์นมที่มีส่วน
ผสมของ DHA ในปริมาณที่เหมาะสมกับวัยของลูกน้อย เป็นต้น
 

จะเห็นได้ว่าสมองและสายตาคือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่ดีสมวัย แต่ปัจจัยที่
สำคัญไปกว่านั้นคือลูกต้องได้รับปริมาณ DHA ที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย และต่อเนื่อง เพราะเมื่อใดที่ลูกเรียนรู้ เมื่อนั้น DHA ก็ยังเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางสมองและสายตาเพื่อการเรียนรู้ที่เต็มศักยภาพที่สุดของลูกน้อยต่อไป

 

 

เิอนฟาโกร เอพลัส สูตรใหม่ เพื่ม DHA 4 เท่า คลิกที่ี่นี่

 

 

 

บทความที่่น่าสนใจ
ชวนหนูๆ มาดูนก : บทเรียนรอบตัว ต่อยอดการเรียนรู้ไม่สิ้นสุด
เชื่อหรือไม่! ผลการวิจัยล่าสุด เด็ก 9 เดือน สามารถคิดวิเคราะห์ สังเกต และเรียนรู้ได้ดี
บทเรียนต่อยอดการเรียนรู้ เริ่มต้นจากการเล่นกับลูกให้ถูกวิธี
เคล็ดลับเสริมสร้างภูมิคุ้มกันตลอด 1,365 วัน
เปิดโลกแห่งการเรียนรู้ให้ลูกวัยซนอย่างต่อเนื่อง
ด้วยสารอาหารที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางสมองและระบบภูมิคุ้มกัน
ดาวน์โหลดฟรี บทเพลง Music Box ได้ทุกอัลบั้ม ตลอดเดือนธันวาคมนี้
เคล็ดลับเสริมสร้างภูมิคุ้มกันตลอด 1,365 วัน
ส่งเสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกตั้งแต่แรกเกิด เปิดโอกาสแห่งการเรียนรู้โลกกว้างอย่างต่อเนื่อง
ไขข้อสงสัยเรื่องภูมิคุ้มกันกับผู้เชี่ยวชาญจาก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
เคล็ดลับเสริมสร้างภูมิคุ้มกันตลอด 1,365 วัน
 
 
.