Home | Mom's Diary | Register | Login | Forgot Password | Contact Us   
Don't Miss ขอเชิญคุณแม่พบกันที่ Boots Enfa Smart Club ในงานรักลูก Festival 2010 ที่ Hall2-3 อิมแพค เมืองทองธานี เวลา 9.00-20.00 น. 12-14 มีนาคม 53 นี้เท่านั้น รับสิทธิพิเศษเมื่อสมัครสมาชิกในงาน ฟรีทันทีกระเป๋าสุดเก๋ คุณแม่สามารถส่งใบสมัครสมาชิก Enfa Smart Club ได้ที่ ตู้ปณ.216 ปณศ.คลองจั่น บางกะปิ กรุงเทพฯ 10240 อย่าลืมแนบแถบบาร์โค้ดเอนฟาและภาพลูกน้อยมาด้วยนะคะ ติดต่อ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์มี้ด จอห์นสัน โทร. 02-725-8700
 
   
Username
password

Use enhanced security

Forgot your Password
 
เรื่องเด่นประจำเดือน สารอาหารสำคัญ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน 3 ระบบ
   

ยอดคุณแม่ทราบกันไหมคะว่า จริงๆ แล้ว การสร้างภูมิคุ้มกันสำหรับลูกน้อยนั้นต้องมี 3 ระบบ คือ

ภูมิคุ้มกัน 3 ระบบนี้ คุณแม่สามารถสร้างให้ลูกน้อยได้ง่ายๆ แค่เลือกอาหารที่มีสารอาหารที่มากคุณค่าและจำเป็นต่อการสร้างภูมิคุ้มกันแต่ละระบบ ดังนี้ค่ะ

 

ดีเอชเอ (Docosahexaenoic acid: DHA) และเออาร์เอ (Arachido nic acid: ARA)
คือ กรดไขมันไม่อิ่มตัวสายโซ่ยาว ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของเซลล์สมอง จอประสาทตา และระบบภูมิคุ้มกันทางเดินหายใจค่ะ

จากการศึกษาในกลุ่มทารกกว่า 1,400 คน พบว่า กลุ่มทารก
ที่ได้รับนมผงที่มีดีเอชเอ 17 มิลลิกรัม/100 กิโลแคลอรี และ
เออาร์เอ 34 มิลลิกรัม/100 กิโลแคลอรี ตั้งแต่แรกเกิด – 1 ปี
มีสุขภาพทางเดินหายใจดีกว่ากลุ่มที่ได้รับนมผงธรรมดา
โดยวัดจากจำนวนการเป็นโรคหลอดลมอักเสบ โรคปอดบวม
และการติดเชื้อทางเดินลมหายใจส่วนต้นในทารกช่วงวัย
ขวบปีแรกค่ะ

นอกจากนี้ คุณแม่ที่ทานดีเอชเอ และ เออาร์เอในช่วงตั้งครรภ์
จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาการระคายเคืองของระบบทางเดินหายใจ ไซนัส โรคหืด แพ้อาหารและอาการแพ้ที่ผิวหนัง
เช่น ลมพิษ และโรคผิวหนังอักเสบของลูกน้อยด้วยค่ะ
 

เพราะฉะนั้นคุณแม่ และลูกน้อยควรได้รับ ดีเอชเอ และเออาร์เอ อย่างเพียงพอและต่อเนื่อง
ซึ่งดีเอชเอ และเออาร์เอ สามารถพบได้จากอาหารจำพวกปลาทะเล อาทิ ปลาแซลมอน
ปลาทูน่า ปลาโอลาย หรือน้ำมันสกัดจากผลิตภัณฑ์ทางทะเล และปลาที่มีไขมันสูง เช่น
ปลาช่อน ปลาสวาย หรือปลาที่มีไขมันปานกลาง เช่น ปลาดุก ปลาอินทรี ปลาสลิด และ
ปลาตะเพียน รวมถึงผลิตภัณฑ์นมที่มีส่วนผสมของดีเอชเอ และเออาร์เอในปริมาณที่
เหมาะสม เป็นต้นค่ะ
 

ใยอาหาร 2 ชนิดที่เรากำลังพูดถึงนี้ คือ
กาแลคโตโอลิโกแซคคาไรด์
(Galacto Oligosaccharides) และ
อินนูลิน (Inulin) เป็นใยอาหารละลายน้ำได้ ชนิดสายสั้น และ
สายยาว ซึ่งใยอาหารทั้ง 2 ชนิดนี้ต่างก็มีส่วนสำคัญในการสร้าง
สมดุลให้กับระบบทางเดินอาหาร แถมยังส่งผลดีต่อระบบลำไส้ใน
ส่วนต่างๆ อย่างทั่วถึงด้วยค่ะ เพราะเมื่อใยอาหารทั้ง 2 ชนิดผ่านลง
สู่ลำไส้ จุลินทรีย์สุขภาพจะใช้ใยอาหารเหล่านี้เพื่อการเติบโต และ
เพิ่มจำนวนของจุลินทรีย์ให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยยับยั้งการเจริญ
เติบโตของแบคทีเรีย หรือจุลินทรีย์ก่อโรคไม่ให้ทำอันตรายกับ
ร่างกายได้ จึงไม่ทำให้ลูกน้อยเกิดอาการผิดปกติในระบบทางเดิน
อาหาร ไม่มีอาการท้องผูก ท้องเสียมาขัดขวางการเรียนรู้ของ
ลูกน้อยเลยค่ะซึ่งมีผลการวิจัยทางการแพทย์มากมายที่พบว่า
ใยอาหารนั้นมีคุณสมบัติในการลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะมะเร็ง
ของลำไส้ใหญ่ (Colon Cancers) ที่อาจเกิดจากการกระตุ้นของ
สารพิษตกค้างในลำไส้ใหญ่ได้เป็นอย่างดีด้วยค่ะ


เพราะฉะนั้นคุณแม่ต้องให้ลูกน้อยได้รับใยอาหารทั้ง 2 ชนิดนี้อย่างเพียงพอในทุกๆ วันนะคะ
ซึ่งใยอาหารทั้ง 2 ชนิดนี้พบได้มากในผลไม้แทบจะทุกชนิดเลยค่ะ และก็พบได้ในธัญพืชบาง
ชนิดด้วย เช่น ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ และถั่วค่ะ นอกจากนี้ก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์นมที่มีส่วนผสม
ของใยอาหารทั้ง 2 ชนิดนี้ให้ลูกน้อยด้วยนะคะ เพื่อช่วยเสริมสร้างจุลินทรีย์สุขภาพในระบบ
ทางเดินอาหาร และช่วยป้องกันจุลินทรีย์ก่อโรค หรือเชื้อโรคต่างๆ ไม่ให้มารบกวนกระบวนการ
ทำงานของลำไส้ จึงช่วยให้ลูกน้อยห่างไกลปัญหาโรคท้องร่วง ท้องผูก และโรคติดเชื้อต่างๆ
ในลำไส้ค่ะ
 
ซิงค์ (Zinc) จัดเป็นเกลือแร่ที่มีความจำเป็นต่อร่างกายมาก ทั้งในด้านระบบประสาท ภูมิคุ้มกัน
ของร่างกาย การป้องกันอนุมูลอิสระ และการแบ่งตัวในระดับเซลล์ เรียกได้ว่าถ้าขาดสังกะสีไป
ภูมิคุ้มกันของร่างกายจะมีปัญหาแน่นอนค่ะ เนื่องจากสังกะสีเป็นส่วนประกอบของเอนไซม์ใน
ร่างกายมากกว่า 300 ชนิด ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายที่เกี่ยว
ข้องกับการเจริญเติบโต การสร้างโปรตีน การสร้างภูมิคุ้มกันโรค การเจริญของระบบสืบพันธุ์
การมองเห็น การหายของบาดแผลและป้องกันเซลล์จากการทำลายโดยอนุมูลอิสระ ซึ่งจะพบ
ได้มากในกระดูก ฟัน เส้นผม ผิวหนัง ตับ กล้ามเนื้อ และอัณฑะค่ะ

กระบวนการทำงานของซิงค์
สังกะสีทำงานร่วมกับเอนไซม์ในการสร้างโปรตีน การย่อยอาหาร การเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต
โปรตีน และไขมัน จึงมีความสำคัญในกระบวนการเจริญเติบโตและการพัฒนาการในเด็ก การ
ขาดสังกะสีทำให้การเจริญเติบโตหยุดชะงัก การเจริญพันธุ์ทางเพศช้าซึ่งจะเห็นได้ชัดในเด็ก
ผู้ชายค่ะ

 
จาการศึกษาพบว่า คุณแม่ที่ขาดสังกะสีในระหว่างที่ตั้งครรภ์จะส่งผล
ให้ทารกมีการเจริญเติบโตที่ช้า และยังพบว่าคุณแม่ที่ให้นมลูก
จะสูญเสียสังกะสีมากเพราะฉะนั้นต้องทานอาหารที่อุดมไปด้วย
สังกะสีมากตามไปด้วยนะคะ
 
 

ลูกน้อยในแต่ละช่วงวัยต้องการปริมาณสังกะสีแตกต่างกันไป ตามตารางนี้ค่ะ

ร่างกายของเราไม่สามารถสร้างหรือสังเคราะห์สังกะสีขึ้นเองได้ค่ะ คุณแม่ และลูกน้อยจึงจำเป็น
ต้องทานอาหารที่อุดมไปด้วยสังกะสี เช่น หอยนางรม เนื้อ ตับ ไข่ นม ไก่ และปลา เนื้อสัตว์ที่มี
ไขมันมากจะมีสังกะสีน้อย เนื่องจากในส่วนไขมันจะมีสังกะสีน้อย เนื้อสัตว์ที่มีสีแดงจะมีสังกะสี
สูงกว่าเนื้อสัตว์ที่มีสีขาว ธัญญาหารก็เป็นแหล่งของสังกะสีเช่นกันค่ะ ปริมาณสังกะสีในธัญญาหาร
ขึ้นอยู่กับการขัดสีค่ะ สังกะสีจะมีมากบริเวณเปลือกนอกของเมล็ด ดังนั้น เมล็ดพืชที่ผ่านการ
ขัดสีน้อย เช่น ข้าวซ้อมมือก็จะมีสังกะสีมากกว่าข้าวที่ขัดสีจนขาว
 




 แหล่งอ้างอิงข้อมูล: จากเว็บไซต์
 www.thaikidclinic.com, www.thaihealth.info, www.geocities.com
 

 

บทความที่่น่าสนใจ
ชวนหนูๆ มาดูนก : บทเรียนรอบตัว ต่อยอดการเรียนรู้ไม่สิ้นสุด
เชื่อหรือไม่! ผลการวิจัยล่าสุด เด็ก 9 เดือน สามารถคิดวิเคราะห์ สังเกต และเรียนรู้ได้ดี
บทเรียนต่อยอดการเรียนรู้ เริ่มต้นจากการเล่นกับลูกให้ถูกวิธี
เคล็ดลับเสริมสร้างภูมิคุ้มกันตลอด 1,365 วัน
เปิดโลกแห่งการเรียนรู้ให้ลูกวัยซนอย่างต่อเนื่อง
ด้วยสารอาหารที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางสมองและระบบภูมิคุ้มกัน
ดาวน์โหลดฟรี บทเพลง Music Box ได้ทุกอัลบั้ม ตลอดเดือนธันวาคมนี้
เคล็ดลับเสริมสร้างภูมิคุ้มกันตลอด 1,365 วัน
ส่งเสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกตั้งแต่แรกเกิด เปิดโอกาสแห่งการเรียนรู้โลกกว้างอย่างต่อเนื่อง
ไขข้อสงสัยเรื่องภูมิคุ้มกันกับผู้เชี่ยวชาญจาก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
เคล็ดลับเสริมสร้างภูมิคุ้มกันตลอด 1,365 วัน
 
 
.