 |
|
ยอดคุณแม่ทราบกันไหมคะว่า จริงๆ แล้ว การสร้างภูมิคุ้มกันสำหรับลูกน้อยนั้นต้องมี 3 ระบบ คือ

ภูมิคุ้มกัน 3 ระบบนี้ คุณแม่สามารถสร้างให้ลูกน้อยได้ง่ายๆ แค่เลือกอาหารที่มีสารอาหารที่มากคุณค่าและจำเป็นต่อการสร้างภูมิคุ้มกันแต่ละระบบ ดังนี้ค่ะ
|
 |
|
ดีเอชเอ (Docosahexaenoic acid: DHA) และเออาร์เอ (Arachido nic acid: ARA)
คือ กรดไขมันไม่อิ่มตัวสายโซ่ยาว ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของเซลล์สมอง จอประสาทตา และระบบภูมิคุ้มกันทางเดินหายใจค่ะ
|
 |
จากการศึกษาในกลุ่มทารกกว่า 1,400 คน พบว่า กลุ่มทารก
ที่ได้รับนมผงที่มีดีเอชเอ 17 มิลลิกรัม/100 กิโลแคลอรี และ
เออาร์เอ 34 มิลลิกรัม/100 กิโลแคลอรี ตั้งแต่แรกเกิด – 1 ปี
มีสุขภาพทางเดินหายใจดีกว่ากลุ่มที่ได้รับนมผงธรรมดา
โดยวัดจากจำนวนการเป็นโรคหลอดลมอักเสบ โรคปอดบวม
และการติดเชื้อทางเดินลมหายใจส่วนต้นในทารกช่วงวัย
ขวบปีแรกค่ะ
นอกจากนี้ คุณแม่ที่ทานดีเอชเอ และ เออาร์เอในช่วงตั้งครรภ์
จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาการระคายเคืองของระบบทางเดินหายใจ ไซนัส โรคหืด แพ้อาหารและอาการแพ้ที่ผิวหนัง
เช่น ลมพิษ และโรคผิวหนังอักเสบของลูกน้อยด้วยค่ะ
|
|
เพราะฉะนั้นคุณแม่ และลูกน้อยควรได้รับ ดีเอชเอ และเออาร์เอ อย่างเพียงพอและต่อเนื่อง
ซึ่งดีเอชเอ และเออาร์เอ สามารถพบได้จากอาหารจำพวกปลาทะเล อาทิ ปลาแซลมอน
ปลาทูน่า ปลาโอลาย หรือน้ำมันสกัดจากผลิตภัณฑ์ทางทะเล และปลาที่มีไขมันสูง เช่น
ปลาช่อน ปลาสวาย หรือปลาที่มีไขมันปานกลาง เช่น ปลาดุก ปลาอินทรี ปลาสลิด และ
ปลาตะเพียน รวมถึงผลิตภัณฑ์นมที่มีส่วนผสมของดีเอชเอ และเออาร์เอในปริมาณที่
เหมาะสม เป็นต้นค่ะ
|
 |
|
ใยอาหาร 2 ชนิดที่เรากำลังพูดถึงนี้ คือ
กาแลคโตโอลิโกแซคคาไรด์ (Galacto Oligosaccharides) และ
อินนูลิน (Inulin) เป็นใยอาหารละลายน้ำได้ ชนิดสายสั้น และ
สายยาว ซึ่งใยอาหารทั้ง 2 ชนิดนี้ต่างก็มีส่วนสำคัญในการสร้าง
สมดุลให้กับระบบทางเดินอาหาร แถมยังส่งผลดีต่อระบบลำไส้ใน
ส่วนต่างๆ อย่างทั่วถึงด้วยค่ะ เพราะเมื่อใยอาหารทั้ง 2 ชนิดผ่านลง
สู่ลำไส้ จุลินทรีย์สุขภาพจะใช้ใยอาหารเหล่านี้เพื่อการเติบโต และ
เพิ่มจำนวนของจุลินทรีย์ให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยยับยั้งการเจริญ
เติบโตของแบคทีเรีย หรือจุลินทรีย์ก่อโรคไม่ให้ทำอันตรายกับ
ร่างกายได้ จึงไม่ทำให้ลูกน้อยเกิดอาการผิดปกติในระบบทางเดิน
อาหาร ไม่มีอาการท้องผูก ท้องเสียมาขัดขวางการเรียนรู้ของ
ลูกน้อยเลยค่ะซึ่งมีผลการวิจัยทางการแพทย์มากมายที่พบว่า
ใยอาหารนั้นมีคุณสมบัติในการลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะมะเร็ง
ของลำไส้ใหญ่ (Colon Cancers) ที่อาจเกิดจากการกระตุ้นของ
สารพิษตกค้างในลำไส้ใหญ่ได้เป็นอย่างดีด้วยค่ะ
|
 |
|
เพราะฉะนั้นคุณแม่ต้องให้ลูกน้อยได้รับใยอาหารทั้ง 2 ชนิดนี้อย่างเพียงพอในทุกๆ วันนะคะ
ซึ่งใยอาหารทั้ง 2 ชนิดนี้พบได้มากในผลไม้แทบจะทุกชนิดเลยค่ะ และก็พบได้ในธัญพืชบาง
ชนิดด้วย เช่น ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ และถั่วค่ะ นอกจากนี้ก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์นมที่มีส่วนผสม
ของใยอาหารทั้ง 2 ชนิดนี้ให้ลูกน้อยด้วยนะคะ เพื่อช่วยเสริมสร้างจุลินทรีย์สุขภาพในระบบ
ทางเดินอาหาร และช่วยป้องกันจุลินทรีย์ก่อโรค หรือเชื้อโรคต่างๆ ไม่ให้มารบกวนกระบวนการ
ทำงานของลำไส้ จึงช่วยให้ลูกน้อยห่างไกลปัญหาโรคท้องร่วง ท้องผูก และโรคติดเชื้อต่างๆ
ในลำไส้ค่ะ
|
 |
ซิงค์ (Zinc) จัดเป็นเกลือแร่ที่มีความจำเป็นต่อร่างกายมาก ทั้งในด้านระบบประสาท ภูมิคุ้มกัน
ของร่างกาย การป้องกันอนุมูลอิสระ และการแบ่งตัวในระดับเซลล์ เรียกได้ว่าถ้าขาดสังกะสีไป
ภูมิคุ้มกันของร่างกายจะมีปัญหาแน่นอนค่ะ เนื่องจากสังกะสีเป็นส่วนประกอบของเอนไซม์ใน
ร่างกายมากกว่า 300 ชนิด ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายที่เกี่ยว
ข้องกับการเจริญเติบโต การสร้างโปรตีน การสร้างภูมิคุ้มกันโรค การเจริญของระบบสืบพันธุ์
การมองเห็น การหายของบาดแผลและป้องกันเซลล์จากการทำลายโดยอนุมูลอิสระ ซึ่งจะพบ
ได้มากในกระดูก ฟัน เส้นผม ผิวหนัง ตับ กล้ามเนื้อ และอัณฑะค่ะ
กระบวนการทำงานของซิงค์
สังกะสีทำงานร่วมกับเอนไซม์ในการสร้างโปรตีน การย่อยอาหาร การเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต
โปรตีน และไขมัน จึงมีความสำคัญในกระบวนการเจริญเติบโตและการพัฒนาการในเด็ก การ
ขาดสังกะสีทำให้การเจริญเติบโตหยุดชะงัก การเจริญพันธุ์ทางเพศช้าซึ่งจะเห็นได้ชัดในเด็ก
ผู้ชายค่ะ
|
 |
จาการศึกษาพบว่า คุณแม่ที่ขาดสังกะสีในระหว่างที่ตั้งครรภ์จะส่งผล
ให้ทารกมีการเจริญเติบโตที่ช้า และยังพบว่าคุณแม่ที่ให้นมลูก
จะสูญเสียสังกะสีมากเพราะฉะนั้นต้องทานอาหารที่อุดมไปด้วย
สังกะสีมากตามไปด้วยนะคะ
|
|
| |
|
ลูกน้อยในแต่ละช่วงวัยต้องการปริมาณสังกะสีแตกต่างกันไป ตามตารางนี้ค่ะ
|
 |
|
ร่างกายของเราไม่สามารถสร้างหรือสังเคราะห์สังกะสีขึ้นเองได้ค่ะ คุณแม่ และลูกน้อยจึงจำเป็น
ต้องทานอาหารที่อุดมไปด้วยสังกะสี เช่น หอยนางรม เนื้อ ตับ ไข่ นม ไก่ และปลา เนื้อสัตว์ที่มี
ไขมันมากจะมีสังกะสีน้อย เนื่องจากในส่วนไขมันจะมีสังกะสีน้อย เนื้อสัตว์ที่มีสีแดงจะมีสังกะสี
สูงกว่าเนื้อสัตว์ที่มีสีขาว ธัญญาหารก็เป็นแหล่งของสังกะสีเช่นกันค่ะ ปริมาณสังกะสีในธัญญาหาร
ขึ้นอยู่กับการขัดสีค่ะ สังกะสีจะมีมากบริเวณเปลือกนอกของเมล็ด ดังนั้น เมล็ดพืชที่ผ่านการ
ขัดสีน้อย เช่น ข้าวซ้อมมือก็จะมีสังกะสีมากกว่าข้าวที่ขัดสีจนขาว
|
 |
 |
แหล่งอ้างอิงข้อมูล: จากเว็บไซต์
www.thaikidclinic.com, www.thaihealth.info, www.geocities.com
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|