 |
| |
 |
หนูน้อยวัยนี้...
|
Symphonies, Play and Language ดีอย่างไรกับหนูน้อยของเรานะ
การเลี้ยงดูเจ้าตัวเล็กในวัยนี้ ให้มีทั้งพัฒนาการทางร่างกายและสมองก็ต้องใช้วิธีที่ทั้งมีประโยชน์
และสนุกสนานเพลิดเพลินทั้งคุณแม่และคุณลูกกันนะคะ เริ่มต้นจาก |
|
| |
| |
|

|
|
เปียโน ดนตรีมหัศจรรย์ของหนูน้อยวัยนี้
|
 |
ถึงนิ้วเล็กๆ ของเจ้าตัวเล็กจะยังเล่นเปียโนได้ไม่เต็มที่นัก แต่ยอด
คุณแม่ขา รู้ไหมว่า ถ้าเราให้ลูกได้เล่นเปียโนตั้งแต่ 3-4 ขวบได้เนี่ย
จะช่วยให้เกิดอะไรดีๆ กับเจ้าตัวเล็กกมากมายเชียวค่ะ
|
|
อย่างที่เคยมีการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์เล่มหนึ่งที่ชื่อว่า เจอร์นัล นิวโรโลจิคอล
รีเสิร์ช (Journal Neurological Research) มีสองนักวิทยาศาสตร์พี่น้องโฮโลวิทซ์ (Holowitzes)
ได้วิจัยและค้นพบความมหัศจรรย์นี้ว่า เด็กอายุ 3-4 ขวบ สามารถคิดอย่างมีเหตุมีผลได้ก็เพราะ
เกิดจากการเรียนเปียโน ตอนนั้นทั้งคู่ใช้วิธีทำแบบทดสอบตรวจสอบความคิดอย่างเป็นเหตุเป็น
ผลของเด็กๆ ก่อนที่จะเข้าเรียนเปียโน แล้วทดสอบซ้ำอีกครั้งหลังจากที่เด็กๆ ผ่านการเรียนเปียโน
มาแล้วอย่างขะมักเขม้นทุกสัปดาห์ ผลที่ได้ก็คือ หลังเรียนเปียโนแล้ว เด็กๆ มีคะแนนสูงขึ้นถึง
34 % และเขาก็ลองให้เด็กๆที่เรียนคอมพิวเตอร์ หรือใช้คีย์บอร์ดหรือเรียนร้องเพลง ผลก็คือ
เด็กๆ ที่ว่าไม่มีการพัฒนาขึ้นเลยแสดงว่าเปียโนมีผลระบบการคิดของเด็กมากๆ เลยนะคะ
หรือแม้แต่นักฟิสิกส์อีกคนที่ชื่อ กอร์ดอน ชอว์ (Gordon Shaw) จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย
เขาก็สันนิษฐานเอาไว้เหมือนกันนะคะว่า การเรียนเปียโนจะทำให้เราเห็นภาพการทำงานในช่วง
เวลานั้นๆอย่างเช่น เวลาที่นิ้วมือขยับไปมาก หรือการที่คีย์หรือตัวโน้ตแต่ละตัวที่ทำให้เกิดเสียง
ดนตรีที่แตกต่างกันนั้น จะทำให้สมองสร้างเส้นใยประสาทขึ้นมา เพื่อคิดเชื่อมโยงกันระหว่าง
ตำแหน่งของคีย์เปียโนกับเสียงที่เกิดขึ้น และการใช้เสียงดนตรีอย่างต่อเนื่อง ก็จะทำให้เกิดการ
เปลี่ยนแปลงของเส้นใยประสาทในระยะยาวนั่นเองค่ะ ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมคะว่า เปียโนจะมี
ประโยชน์มากกว่าเป็นแค่เครื่องดนตรีที่มีเสียงเพราะๆ เท่านั้น นี่แหละค่ะคือสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิด
ขึ้นแล้ว
|
|
| เด็กวัยนี้ ชอบเสียงเพลงที่สุด |
ลองสังเกตดูสิคะว่า ลูกเรา ลูกเพื่อนเรา ลูกของพี่ข้างบ้าน หรือแม้แต่
น้องที่ออฟฟิศ ถ้าลองเปิดเพลงจังหวะสนุกๆ ให้เด็กๆ อายุ 3-6 ขวบ ฟัง
ส่วนใหญ่จะต้องร้องเพลงเสียงดังๆ ตามอย่างมีความสุข หรือไม่ก็ต้อง
ลุกขึ้นมาออกลีลาเต้นท่านั้นท่านี้อย่างสนุกสนาน จนคุณแม่อย่างเรา
เหมือนได้ดูการแสดงพิเศษเสียเพลินไปเลยค่ะ แต่มานึกอีกที เอ๊ะเรา
ยังไม่เคยสอนลูกร้องหรือเต้นเพลงนั้นเลยด้วยซ้ำ ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่า
เด็กวัยนี้ชอบเสียงเพลงเป็นพิเศษนั่นเองค่ะแถมดนตรียังมีประโยชน์
มากๆ ทั้งในแง่ของการเรียนรู้ ความฉลาด เพราะจังหวะและทำนองของ
เสียงดนตรี จะช่วยให้สมองของเจ้าตัวเล็กเปิดรับการเรียนรู้ ช่วยสร้าง
สมาธิ และช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองที่เกี่ยวกับการคิดวิเคราะห์
|
 |
อย่างมีเหตุผลได้เป็นอย่างดีค่ะ ง่ายๆ เลยก็คือ เสียงดนตรีทำให้ลูกมีสมาธิเวลาเรียน เป็นเด็กที่มี
ความสุขมากขึ้น กลายเป็นเด็กสบายๆ ผ่อนคลาย และผลที่ตามมาที่ทำให้แม่ๆ อย่างเรายิ้มแก้ม
ปริก็คือ ผลการเรียนก็จะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นด้วยนะคะ รู้แล้วอย่าปล่อยให้ลูกอ่านหนังสือจน
เครียดมาหาเวลาเปิดเพลงให้ลูกฟังบ้างก็จะดีไม่น้อยเลยนะคะ |
|
Tip : ให้เจ้าตัวเล็กของเราฟังเพลงคลาสสิคบ่อยๆ นะคะ เพราะจังหวะและทำนองของเพลง
คลาสสิคจะช่วยในเรื่องพัฒนาการและความสามารถของสมองได้ค่ะ ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะ
จังหวะและทำนองที่ซับซ้อนสม่ำเสมอช่วยกระตุ้นคลื่นสมองให้ตื่นตัว ช่วยต่อยอดความคิด
สร้างสรรค์จินตนาการ ทำให้เด็กในวัยกำลังเรียนรู้อย่างนี้ได้พัฒนาสมองและความสามารถ
ทุกด้าน ง่ายๆ ก็คือทำให้เด็กฉลาดสดใส มี IQ และ EQ ดีไปพร้อมๆ กัน ดนตรีดีอย่างนี้แล้ว
จะไม่ให้ลูกเล่นดนตรีได้อย่างไรล่ะคะว่าไหม?
การฟังและเล่นดนตรี ดีอย่างไรกับหนูน้อย 3-6 ขวบ
1. ผ่อนคลาย
ก่อนนอนลองเปิดเพลงให้เจ้าตัวเล็กฟังดูสิคะ เจ้าตัวเล็กจะรู้สึกผ่อนคลายขึ้น ไม่เครียด
นอนหลับง่ายและสบายขึ้นด้วย และยังทำให้ Growth Hormone หรือฮอร์โมนเพื่อการ
เจริญเติบโตหลั่งได้ เต็มที่ ทำให้สมองลูกผ่อนคลาย และพร้อมต่อการกระตุ้นการเรียนรู้
และรับข้อมูลใหม่ๆ ได้ดีด้วยค่ะ
2. อารมณ์ดี
ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะ ร่างกายและกล้ามเนื้อของเจ้าตัวเล็ก รวมถึงระบบประสาทส่วนต่างๆ
ผ่อน คลายนั่นเอง ก็เลยทำให้อารมณ์ดี จิตใจสงบ ยิ่งถ้าเป็นเพลงที่มีจังหวะและทำนอง
ที่หลากหลายก็จะยิ่งช่วยกระตุ้นการทำงานและเสริมสร้างเส้นใยประสาทในสมองของ
ลูกรักทำให้ช่วยเพิ่ม ความสามารถในการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และวิชา
อื่นๆที่ต้องใช้ทักษะทางความ คิดด้วยค่ะ
3. มีจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์
เสียงเพลงยังช่วยเพิ่มความสามารถด้านภาษาและการอ่านให้กับลูกเราด้วยนะคะ คือจะ
กระตุ้น ให้ลูกสื่อสารข้อมูลไปส่วนต่างๆ ของสมองได้ดีขึ้น ลูกจะเกิดจินตนาการ มีความ
คิดสร้างสรรค์อารมณ์เพลิดเพลิน เกิดการเรียบเรียงความคิด มีเหตุมีผล ช่วยทบทวน
ความจำและหยิบกลับมาใช้ได้ดีด้วยค่ะ ถ้าลูกไม่ชอบเล่นดนตรีคลาสสิก เราอาจหาเพลง
คลาสสิคมาเปิดให้ลูกฟังบ่อยๆ แทนก็ได้เหมือนกันนะคะ
|
|
| |
|
|
|
|
| |
|

|
 |
เด็กๆ เนี่ยยิ่งเรียน ยิ่งเล่น ก็ยิ่งรู้ ยิ่งจำได้รวดเร็ว เพราะฉะนั้นการเล่น
จำเป็นสำหรับเจ้าตัวเล็กของเราไม่แพ้การเรียนรู้อย่างอื่นเลยนะคะ
เพราะการเล่นก็ทำให้ลูกได้ของแถมเป็นความฉลาดไปพร้อมๆ กัน
ด้วย เพราะระหว่างที่ลูกเล่น เขาก็ต้องรู้จักสังเกต ทดลอง ทดสอบ
ใช้ความคิด มีสมาธิ และรู้จักเลือกตัดสินใจจัดการกับของเล่นแต่ละ
ชิ้นในแบบที่แตกต่างกันด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นการเล่นก็เท่ากับเป็นการ
บริหารทั้งสมองและร่างกายไปในตัว ทำให้เด็กๆ ได้เคลื่อนไหว ได้
หัดคิดวิเคราะห์ สมองได้พัฒนาตลอดเวลา แถมเล่นแล้วยังสนุกด้วย
จิตใจเบิกบาน ขนาดนักวิชาการต่างๆ ยังยอมรับเลยนะคะว่า การ
เล่นของลูกเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่สำคัญและมหัศจรรย์ที่ช่วยพัฒนา
ทักษะของเจ้าตัวเล็กได้อย่างสมบูรณ์พร้อมเลยค่ะ |
|
|
ชวนลูกวัยซนเล่นอะไรที่ดีกับสมอง?
แวะไปแผนกของเล่นทีไร ตาลายเลยใช่มั้ยค่ะว่าจะเลือกอะไรให้ลูกของเราเล่นดี ก็ของเล่น
มีอยู่มากมาย จะแค่หยิบๆ ซื้อๆ มาคงไม่ได้หรอกค่ะ เพราะของเล่นแต่ละชิ้นก็เหมาะกับแต่ละ
วัยด้วย เพราะฉะนั้นคนเป็นแม่อย่างเราก็ต้องรู้ว่า ของเล่นแบบไหนเหมาะกับลูกวัยนี้ของเรา
ที่สุดด้วยค่ะ
เด็กวัยนี้ชอบเล่นอะไรกัน : ของเล่นที่ประดิษฐ์ดัดแปลงด้วยตัวเอง อย่าง เลโก้ ต่อบล็อก
จิ๊กซอว์ เกมนับเลข เกมจับผิดหัดสังเกต จับคู่โยงภาพแบบง่ายๆ โดมิโน บิงโก เกมบันไดงูสอน
เจ้าหนูนับเลข หุ่นยนต์ตุ๊กตา ที่เปลี่ยนรูปร่างได้
เล่นแล้วดีอย่างไร : เพราะลูกวัย 3-6 ปี จะเริ่มคิดอย่างมีเหตุผล และมีจินตนาการสร้างสรรค์
มากมายเด็กวัยนี้ก็เลยชอบเล่นอะไรที่เน้นความคิด เขาจะได้ฝึกทักษะด้านความคิดให้เป็น
ระบบขึ้น รับรองว่าของเล่นที่เราแนะนำถูกใจเด็กวัยซนอย่างนี้ดีเลยค่ะ แล้วเราก็ต้องชวนลูกเล่น
บ่อยๆ นะคะ เพราะยิ่งเล่นก็ยิ่งได้ประสบการณ์ จะได้พัฒนาสมอง สติปัญญา และการเรียนรู้ของ
เจ้าตัวเล็กให้มากขึ้นด้วยค่ะ
Do you know?
มีงานวิจัยล่าสุดพบว่า เด็กๆ ที่เล่นอย่างสนุกสนานเพลิดเพลิน จะมีการเปลี่ยนแปลงของคลื่น
สมองไปในทางที่ดี ก็คือกล้ามเนื้อสมองมีการพัฒนา ทำให้เด็กๆ จดจำและมีความเข้าใจเพิ่ม
ขึ้นค่ะ ถ้าเขียนเป็นสูตรก็ได้แบบนี้เลยค่ะ
เล่น = มีความสุข + ฉลาด เกิดจินตนาการ ร่างกายแข็งแรง
|
|
| |
|
|
|
|
| |
|

|
|
สมองลูกรักพัฒนาได้ ด้วยการพูดคุย
ลองสังเกตตัวเองดูสิคะว่า เราเป็นคุณแม่ช่างคุยกับลูกหรือเปล่า แต่ละวันคุยกับเจ้าตัวเล็กมาก
น้อยแค่ไหน เพราะจริงๆ แล้วการพูดคุยกันง่ายๆ ตามประแสแม่ลูก มีประโยชน์กับการเรียนรู้
ของเจ้าตัวเล็กมากๆเลย เพราะการพูดคุยจะช่วยกระตุ้นพัฒนาการทางสมองพัฒนาการด้าน
ภาษาและการเรียนรู้ ถ้าคุยกับลูกบ่อยๆ ก็เท่ากับเป็นการวางรากฐานที่มีคุณค่าให้กับลูกค่ะ
นอกจากการพูดคุยด้วยกันแล้ว การอ่านหนังสือหรือการอ่านออกเสียง ก็สำคัญพอๆ กับการคุย
กับลูกเลยนะคะ เพราะหนังสือถือเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่ดีของลูกเราอยู่แล้ว ถึงแม้ยุคไฮเทค
อย่างนี้จะมีอินเตอร์เน็ต และสื่ออื่นๆ ที่รวดเร็วแค่ไหนก็ตาม แต่หนังสือจับต้องได้ ยิ่งเล่มไหน
ที่มีรูปภาพมีสีสันสดใส เวลาหยิบมาอ่านให้ลูกฟังก็ยิ่งช่วยดึงดูดให้เจ้าตัวเล็กสนใจอยากอ่าน
หนังสือได้มากขึ้นเท่านั้นและการอ่านยังช่วยพัฒนาสมอง พัฒนาภาษาและการเรียนรู้ของ
เจ้าตัวเล็ก เด็กๆ ที่พ่อแม่ใส่ใจคุยด้วยบ่อยๆ อ่านหนังสือด้วยกันบ่อยๆ ก็จะช่วยให้เป็นเด็กที่มี
พัฒนาการทางสมองที่ดี ความจำดี และเป็นเด็กที่ใช้ภาษาได้ดีในอนาคตด้วยค่ะ รู้อย่างนี้แล้ว
ถ้าเราอยากให้ลูกอ่านออกเขียนได้อย่างดี และพูดจาดูดีด้วย ก็ต้องขยันอ่านหนังสือให้ลูกฟัง
ทุกวันนะคะ
Tip : ถ้าจะอ่านหนังสือให้ลูกรักอายุ 3-6 ปีฟังล่ะก็ อย่าลืมสอดแทรกเทคนิคการเรียนรู้และ
การจดจำรวมทั้งการตอบคำถามให้กับลูกด้วยนะคะ เพราะเจ้าตัวเล็กกำลังเริ่มอ่านเขียน เขาเริ่ม
เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ได้บ้างแล้วค่ะ เวลาอ่านหนังสือด้วยกัน เราลองแปลงร่างเป็นคุณแม่ขี้สงสัย
ตั้งคำถามถามลูกบ่อยๆ สอนวิธีจำตัวอักษรแต่ละตัวด้วยเทคนิคสนุกๆ แล้วให้เจ้าตัวเล็กลอง
อ่านตามและลงมือเขียนดูค่ะ วิธีนี้จะช่วยปูพื้นฐานการเรียนรู้ที่ดี ทำให้ลูกมีพัฒนาการการอ่าน
และเขียนได้เร็วขึ้นด้วยนะคะ
กิจกรรม : อ่านหนังสือกับลูก
เวลาว่างๆ แทนที่จะปล่อยให้ลูกอยู่กับตัวเอง ยอดคุณแม่อย่างเราลองชวนลูกมานั่งเล่นที่โซฟา
แล้วอ่านหนังสือกับลูกดูบ้างสิคะ รู้ไหมว่าจะทำให้เกิดอะไรดีๆ ขึ้นบ้าง
- พ่อแม่ลูกได้ใช้เวลาใกล้ชิดกันมากขึ้น เป็นการเพิ่มความอบอุ่นให้กับครอบครัวด้วยค่ะ
- ลูกจะได้รู้ว่าอ่านแบบไหนถึงจะถูกต้อง
- เป็นการเพิ่มสมาธิและความสนใจให้ลูกรักไปในตัว
- ช่วยให้รู้จักสังเกตสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวได้อย่างรวดเร็ว
- ช่วยพัฒนาทักษะภาษาด้านไวยากรณ์
- เป็นการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการ
- ช่วยปลูกฝังนิสัยรักการอ่านติดตัวไปกับเจ้าตัวเล็กด้วย
|
| |
|
|
|
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|