 |
| |
|
แม้ว่า “นม” จะเป็นอาหารหลักสำหรับลูกน้อยวัยแรกเกิดจนถึง 6 เดือน ที่ดูเหมือนจะไม่มีความยุ่งยากซับซ้อนอะไร แต่สำหรับคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายคงทราบดีว่า เรื่องนมของลูกนั้นแป็นเรื่องใหญ่ ที่ต้องให้ความใส่ใจในรายละเอียด จริงอยู่ว่าน้ำนมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดของเจ้าตัวน้อย แต่กระนั้น สำหรับคุณแม่หลายท่านที่ไม่อาจเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ นมผสมก็เป็นทางเลือกที่ดี และทำหน้าที่ได้ไม่แพ้น้ำนมแม่ โดยเฉพาะหากคุณแม่เลือกนมผสมที่มีสารอาหารครบถ้วน และตอบสนองลูกอย่างสม่ำเสมอ สบตาลูกขณะป้อนนม ก็จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการทั้งด้านสมอง อารมณ์ และร่างกายได้เช่นกันค่ะ
ทารกวัยแรกเกิด ถึง 4 เดือน
สำหรับทารกวัยแรกเกิดถึง 4 เดือน ระบบย่อยอาหารต่างๆ จะยังทำงานได้ไม่เต็มที่ การเลือกนมสำหรับเด็กในวัยนี้คุณพ่อคุณแม่จึงต้องคำนึงถึงประเด็นนี้มากเป็นพิเศษ ควรเลือกนมที่มีส่วนช่วยในกระบวนการย่อยอาหาร เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าตัวน้อยมีอาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องผูก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการเรียนรู้ทั้งด้านสมอง และอารมณ์ ของเจ้าตัวน้อยได้ นอกจากนี้ ในช่วง 4 เดือนแรกของชีวิต ถือเป็นช่วงเวลาที่พ่อแม่และเจ้าตัวน้อยจะค่อยๆ เรียนรู้ซึ่งกันและกัน คุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นสังเกตพฤติกรรมของลูกและจดบันทึกไว้ โดยทั่วไปทารกมักจะนอนหลับประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนจะตื่นมากินนม หากลูกของคุณมีช่วงเวลาต่างไปจากนี้ก็ไม่ต้องกังวลค่ะ ค่อยๆ ศึกษาและปรับตารางเวลาของลูกเพื่อสร้างวินัยในการกินและการนอนให้เขาตั้งแต่เล็กๆ ซึ่งจะส่งผลต่อพัฒนาการทุกด้านของเจ้าตัวน้อยต่อไปในอนาคต
วัย 4 เดือน – 6 เดือน
ในวัยนี้คุณพ่อคุณแม่อาจจะเริ่มฝึกเจ้าตัวน้อยให้กินอาหารอื่นๆ นอกจากนมบ้างแล้ว โดยอาจเริ่มจากกล้วยขูด หรือข้าวบดกับไข่แดง ซึ่งการเริ่มให้อาหารเสริมนั้นควรจะเริ่มทีละอย่าง เพราะหากลูกมีอาการแพ้อาหารคุณจะได้หยุดให้อาหารชนิดนั้นๆ ได้ทันที อย่างไรก็ตาม นมก็ยังเป็นอาหารสำคัญของเจ้าตัวน้อยที่ขาดไม่ได้ ซึ่งสารอาหารที่ควรมีในนมสำหรับลูกน้อย คงหนีไม่พ้น DHA และ ARA ซึ่งเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวชนิดสายโซ่ยาว มีความสำคัญต่อการพัฒนาสมองและสายตา ทั้งยังควบคุมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งสารอาหารทั้งสองชนิดนี่เองที่มีส่วนอย่างมากต่อพัฒนาการทางสมองของเจ้าตัวน้อย ขณะเดียวกันเมื่อลูกรักมีระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง เขาก็จะสามารถเรียนรู้โลกกว้างได้อย่างไม่มีขีดจำกัดอีกด้วย
การเลี้ยงดูเจ้าตัวน้อยให้เป็นอัจฉริยะนั้น จะให้ความสำคัญเพียงเรื่องใดเรื่องหนึ่งคงไม่เพียงพอ หากเจ้าตัวน้อยได้รับสารอาหารที่ดีมีประโยชน์เพื่อพัฒนาร่างกาย แต่ขาดความรักความเอาใจใส่ดูแลจิตใจ ความเป็นอัจฉริยะของลูกก็คงจะไม่สมบูรณ์ ดังนั้น นอกจากจะดูแลให้สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายของเจ้าตัวเล็กแล้ว ก็อย่าลืมให้วิตามินบำรุงหัวใจแก่ลูกน้อยเป็นประจำด้วยนะคะ
|
|
|
|
|
|
|
|