ด้านสติปัญญาและการเรียนรู้

ฉายไฟเล่นเงา  พัฒนาการเรียนรู้ลูกน้อย

     เมื่อมีความมืดเกิดขึ้น ให้คุณแม่ชวนลูกเล่นสนุกกับความมืด โดยส่องไฟฉายไปที่ผนังให้ลูกดู หรือชวนกันเล่นเงารูปร่างต่างๆ   การกำหนดสภาพแวดล้อมให้เหลือเพียงแสงและเงา  เท่ากับว่าสีสันอื่นๆ ที่เร้าลูกถูกตัดออกไป มีเฉพาะเงาดำเท่านั้น เด็กจึงจดจ่อกับเงาที่เห็นเพียงอย่างเดียว ซึ่งเด็กๆ จะสนุกกับแสงและเงา ได้เรียนรู้ สังเกตเงาที่ยาว-สั้นจากการเล่นของตัวเอง ได้ใช้จินตนาการอย่างสูงเพื่อนึกภาพสัตว์ สิ่งของอย่างอิสระ โดยไม่ถูกสภาพแวดล้อมอื่นหันเหความสนใจไป

สมัครเป็นครอบครัวเอนฟากับชมวันนี้ ลุ้นรับฟรีไดร์เป่าผม Dyson Supersonic Hair Dryer

     นอกจากนี้ ในตอนกลางวัน คุณแม่ก็สามารถชวนลูกเรียนรู้และสังเกตลักษณะของเงาได้ เช่น เงาตอนเช้า ตอนเที่ยง ตอนเย็น มีลักษณะแตกต่างหันอย่างไร เป็นต้น   การเล่นกับเงา จึงช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ให้ลูกน้อยได้อย่างดี

ด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว

ขยับตัวตามจังหวะ พัฒนากล้ามเนื้อลูก

     เด็กๆ นั้นสามารถเรียนรู้จังหวะ ขยับตัว หรือโยกตัวไปตามจังหวะดนตรีได้  ยิ่งวัยนี้เขาสามารถร้องหรือเลียนแบบเสียงต่างๆ ที่ได้ฟังได้บ้างแล้ว เพลงที่มีเนื้อร้องสั้นๆ ง่ายๆ หรือที่มีจังหวะคล้องจองที่ร้องตามได้ง่าย จึงเหมาะกับลูก นอกจากจะช่วยพัฒนาอารมณ์แล้ว ยังช่วยพัฒนาภาษาให้ลูกได้อย่างดี

     มีเพลงเด็กง่ายๆ สนุกๆ มาแนะนำ เพลงที่ว่านี้ก็คือ เพลง “แมงมุมลาย” มาให้หัดร้องกัน ลูกจะสนุก แถมได้พัฒนากล้ามเนื้อด้วย หากคุณแม่จะชวนลูกท่าทางประกอบเพลงที่แนะนำมาให้พร้อมกันไปด้วย

  • แมงมุมลาย   

แมงมุมลายตัวนั้น   ฉันเห็นมันซมซานเหลือทน (ท่าประกอบ - แตะนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้สลับไปมา)  

วันหนึ่งมันถูกฝน (ท่าประกอบ - ชูมือไปข้างหน้าระดับศีรษะ) 

ไหลหล่นจากบนหลังคา (ท่าประกอบ- ผายมือลงระกับเข่า)

พระอาทิตย์ส่องแสง  (ท่าประกอบ - โบกมือทั้งสองไปทาง ขวา -ซ้าย  สลับกัน)  

ฝนแห้งเหือดไปลับตา (ท่าประกอบ  - แตะนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้สลับไปมา)

มันรีบไต่ขึ้นฝา    หันหลังมาทำตาลุกวาว  (ท่าประกอบ - ใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้  ทำวงป้องที่ตา)

สมัครเป็นครอบครัวเอนฟากับชมวันนี้ ลุ้นรับฟรีไดร์เป่าผม Dyson Supersonic Hair Dryer

ด้านภาษาและการสื่อสาร

เคล็ดลับสอนลูกพูดด้วยสถานการณ์จริงในชีวิตประจำวัน

      วิธีการสอนภาษาพูดหรือสอนคำศัพท์ลูกให้ได้ผลดี คือการสอนผ่านการเล่น  ของกิน หรือผ่านกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันของลูก โดยเน้นสิ่งที่เขาสนใจอยู่ในขณะนั้น แล้วคุณพ่อคุณแม่เข้าไปพูดคุยสื่อสาร ความต้องการและความสนใจของลูก เพื่อให้เขาพูดออกมา

     การสอนลูกพูดด้วยสถานการณ์จริงให้ได้ผลดีมีขั้นตอนดังนี้

  1. คุณพ่อคุณแม่สังเกตสิ่งที่ลูกสนใจแล้วเข้าไปมีส่วนร่วมเล่นกับเขา เช่น หากลูกเล่นลูกบอลก็เข้าไปเล่นโยน-รับลูกบอลด้วย พร้อมบอกเขาว่า "บอล" โดยสอนคำสั้นๆ กระชับ เข้าใจง่าย 

  2. จากนั้นถือลูกบอลไว้ หยุด ไม่ส่งให้เขา แล้วก็ถามเขาว่า "ต้องการอะไรคะ" (หลักของขั้นตอนนี้คือ ให้ไม่ครบในสิ่งที่เขาต้องการ หรือหยุดให้) 

  3. ถ้าลูกไม่ตอบคำถาม คุณพ่อคุณแม่ก็เน้นไปที่สิ่งของนั้น พร้อมกับชูสิ่งของที่ลูกต้องการให้ดู พร้อมถามว่า "นี่อะไร" 

  4. ขั้นนี้ ลูกจะเลียนแบบคำพูดของคุณพ่อคุณแม่ ด้วยการบอกว่า "บอล" ซึ่งเมื่อเขาพูดบอกความต้องการได้ถูก คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องพูดชมเขา และสามารถเพิ่มเติมคำศัพท์อื่นๆ ได้อีก เช่น บอลสีแดง ลูกบอลสีฟ้า เป็นต้น 

     โดยในแต่ละขั้นตอนเหล่านี้ คุณพ่อคุณแม่ต้องให้เวลากับลูกและหยุด เมื่อลูกหมดความสนใจในสิ่งของหรือกิจกรรมนั้นๆ อย่าคะยั้นคะยอเพราะลูกจะเบื่อและไม่อยากพูดตอบโต้ค่ะ

ด้านอารมณ์และสังคม

อ่านอย่างไร ให้ลูกสนุก

     คุณแม่บางคนอาจมีปัญหาว่า ไม่รู้ว่าจะเริ่มอ่านหนังสือให้ลูกฟังอย่างไร จะเริ่มต้นด้วยวิธีไหน แล้วถ้าอ่านๆ ไปลูกรู้สึกเบื่อขึ้นมาจะทำอย่างไรดี เรามีวิธีการอ่านหนังสืออย่างไรให้ลูกรู้สึกสนุกมาฝากกันค่ะ      

  • ก่อนอื่นเวลาคุณแม่จะอ่านหนังสือ ควรให้ลูกน้อยอยู่ในอ้อมแขนนะคะ เพื่อให้เขารู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย และยังเป็นการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแม่ลูกด้วยค่ะ
  • ควรอ่านด้วยการใช้น้ำเสียงเฉพาะตัวละคร เช่น ทำเสียงคนแก่ เสียงเด็ก โดยเฉพาะเสียงสัตว์ที่เวลาเล่า ก็ถามลูกว่า สัตว์ชนิดนี้ร้องเสียงอย่างไร พร้อมกับทำท่าประกอบ เพื่อให้ลูกรู้สึกสนุก และอยากติดตามสิ่งที่คุณแม่อ่าน
  • คุณแม่ไม่จำเป็นต้องเล่าทุกตัวอักษรหรือทุกบรรทัดนะคะ อาจแกล้งถามลูกว่า ถ้าลูกเป็นเจ้าชาย ลูกจะทำยังไงต่อไปคะ จะเป็นการกระตุ้นพัฒนาการทางความคิดของลูกได้เป็นอย่างดี
  • อาจร้องเพลงประกอบการอ่านได้ โดยจะเป็นเพลงที่คุณแม่แต่งขึ้นเอง หรือเป็นเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับตัวละครก็ได้ทั้งนั้น ลูกน้อยจะเพลิดเพลินมากกว่าเดิมค่ะ
  • ลูกจะเรียนรู้จากการทำซ้ำ ดังนั้นคุณแม่ไม่ต้องกังวลนะคะ หากจะต้องอ่านหรือเล่าในเรื่องเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมาทุกวัน เพราะลูกน้อยไม่รู้สึกเบื่อ และยังจำได้อีกว่าเรื่องนี้คุณแม่เล่าข้ามหรือขาดตอนตรงไหนบ้าง
  • คุณแม่ให้ลูกสัมผัสหนังสือหรือให้ถือหนังสือเล่นบ้าง แต่ควรเลือกหนังสือที่มีเหลี่ยมคม  และควรปล่อยให้ลูกเรียนรู้ถึงสัมผัสจากหนังสือด้วยวิธีการของเขาเอง ลูกอาจจะขยำ โยนบ้าง ก็ปล่อยเขาไป  เพราะนั่นเป็นวิธีสร้างความคุ้นเคยกับหนังสือในแบบของเขาค่ะ