ฉลาดเรียนรู้

เล่นทราย พัฒนาการเรียนรู้

       ข้อดีของสิ่งใกล้ตัวอย่างทราย ถือเป็นของเล่นที่ไม่สำเร็จรูป เป็นของเล่นปลายเปิด คือพลิกแพลงการเล่นได้ ซึ่งเป็นลักษณะที่ดีของของเล่นที่ช่วยกระตุ้นการเรียนรู้  เด็กๆ จะก่อทรายเป็นรูปร่างอะไรก็ได้ตามแต่เขาจะจินตนาการหรือเรียนรู้ พอเกิดจินตนาการ เส้นใยสมองก็จะเกิดการเชื่อมต่อทันทีเช่นกัน คุณแม่ควรให้ลูกไก้เล่นทรายยอ่างอิสระ เพราะทราย...

  • ช่วยพัฒนาประสาทสัมผัส เม็ดทรายมีหลายขนาด และเมื่อสัมผัสก็จะให้ความรู้สึกแตกต่างกัน ทรายเม็ดใหญ่ หากใช้มือจับหรือกำจะให้ความรู้สึกสาก แต่หากเป็นทรายเม็ดเล็กๆ หรือเป็นทรายแป้ง จะให้ความรู้สึกเหมือนสัมผัสแป้งและรู้สึกสากเพียงเล็กน้อย เมื่อมือลูกได้รับสัมผัสที่แตกต่างจากทราย สัมผัสที่แตกต่างนี้จะทำให้สมองที่ควบคุมมือทำงาน กระตุ้นให้เส้นใยสมองเชื่อมต่อกัน

  • ช่วยเสริมสร้างจินตนาการ เวลาเด็กๆ นั่งเล่นทราย ลองถามเขาสิว่า เขาทำอะไรอยู่ บางคนก็จะบอกว่าสร้างบ้าน ทำขนม สร้างรถ ทำภูเขา ฯลฯ สารพัดคำตอบ นี่เพราะสมองส่วนสรรค์สร้างจินตนาการกำลังทำงานนั่นเอง

  • ช่วยเรียนรู้รูปทรง เพราะทรายก่อรูปได้ง่าย และเปลี่ยนเป็นรูปทรงนั่นนี่ได้ง่าย จึงเหมาะต่อการนำมาสอนเรื่องรูปทรง เช่น หากคุณแม่จะสอนเรื่องรูปทรง สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม ฯลฯ ก็เอาแม่พิมพ์รูปทรงเหล่านี้มาให้เด็กๆ เล่นกับทราย หรือเรียนเรื่องสัตว์ก็นำแม่พิมพ์รูปปลา ปู ฯลฯ มาให้ลูกเล่นค่ะ

ฉลาดเคลื่อนไหว

ส่งเสริมลูกฉลาดเคลื่อนไหว จากงานบ้านใกล้ตัว

       เด็กๆ วัยนี้ชอบเล่นเป็นชีวิตจิตใจ และการเลียนแบบผู้ใหญ่ใกล้ตัวก็เป็นการเล่นอีกแบบหนึ่งของเขา คุณแม่สามารถให้ลูกทำงานบ้านเพื่อพัฒนาการเคลื่อนไหวของลูกได้

  • เช็ดถูให้สนุก : คุณแม่อาจหาถุงเท้าเก่าๆ ที่ไม่ได้ใช้แล้ว สวมใส่มือน้อยๆ ให้ลูกๆ ได้สนุกกับการช่วยเช็ดถูกตามตู้โต๊ะต่างๆ โดยไม่ต้องกังวลกับความสะอาดให้มาก ให้คิดว่านี่คือการเริ่มต้นปลูกฝังความรับผิดชอบให้ลูก

  • จัดโต๊ะอาหาร : เด็กๆ จะรู้สึกสนุกที่ได้ช่วยจัดเตรียมโต๊ะอาหาร เขาจะวางจาน วางช้อนและแก้วน้ำไว้เป็นชุดๆ ได้อย่างเรียบร้อย แต่อาจต้องเลือกจานชามที่ตกไม่แตก จะช่วยให้อุ่นใจได้ว่าจะไม่มีจานชามหล่นแตก

  • ปูที่นอน : เด็กๆ จะเป็นลูกมือในการปูผ้าปูที่นอนได้อย่างดีทีเดียวค่ะ แม้ว่าบางครั้งเขาอาจจะขอให้เราทำสะบัดผ้าปูให้พองลม แล้วกระโจนลงไปนอนเล่นบ้างก็เถอะ  นับว่าเป็นกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมกล้ามเนื้อและทักษะการเคลือนไหวให้ลูกได้อย่างดี

ฉลาดสื่อสาร

เทคนิคฝึกลูก “พูด” คล่อง พัฒนาการสื่อสาร

  • เล่านิทานให้ลูกฟังก่อนนอน และไม่ควรเล่าจากหนังสืออย่างเดียว แต่ควรเปลี่ยนวิธีไปเรื่อยๆ เช่น ถ้าพูดถึงสุนัข หรือจระเข้ก็ให้เล่นเงาบนผนังกับลูก หรือเอาตุ๊กตามาแต่งนิทานคุยกับลูกพอเล่าเสร็จ คุณแม่ก็ถามลูกว่า ชอบ ไม่ชอบอะไร เพราะเหตุใด เป็นต้น จะช่วยฝึกการคิดและการทำงานของสมอง

  • พูดกันให้มาก เด็กๆ ที่ผู้ใหญ่พูดคุยด้วยมากๆ จะพูดได้เร็ว และมีคลังคำศัพท์ในสมองมาก คุณพ่อคุณแม่ควรใช้ทุกเวลาพูดคุยกับลูก ชวนให้ดูสิ่งรอบตัว เป็นต้น

  • เล่นบทบาทสมมุติ เป็นการเล่นที่เด็กชอบ เช่น เป็นคุณหมอรักษาคนไข้ หรือเป็นคุณครูสอนหนังสือ เป็นต้น โดยพ่อแม่มาช่วยเล่นบทตัวประกอบของเรื่องให้สมบทบาทด้วยก็จะดี

  • ชวนลูกให้คิดวางแผนกับกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวัน เช่น เย็นนี้เราจะกินอะไรกันดี? ไปเที่ยวทะเลเราจะเอาอะไรไปบ้างนะ? แม่จะไปซื้อของ ลูกต้องการอะไรบ้างนะ? ซึ่งจะได้ทั้งพัฒนาภาษา  การคิด และการรู้จักวางแผน

       วันนี้คุณพ่อคุณแม่ชวนลูกสนุกสนานกับการพูดคุยหรือยังคะ

ฉลาดด้านอารมณ์

ฝึกความรับผิดชอบของลูก จากสิ่งใกล้ตัว

       การที่เด็กรับผิดชอบตัวเองได้ เป็นพื้นฐานของความฉลาดด้านอารมณ์อย่างหนึ่ง แม้ลูกจะยังเล็กแต่คุณแม่ก็สามารถเริ่มฝึกความรับผิดชอบให้กับพวกเขาได้แล้ว โดยผ่านสิ่งใกล้ตัวเขา คือ ของเล่น  
       เก็บของเข้าที่ : งานเก็บของเล่นเป็นเรื่องพื้นฐานที่เรามักคาดหวังให้ลูก “เล่นแล้วเก็บ” แต่สิ่งนี้ต้องเกิดจากการฝึกเขา (ไม่ใช่เกิดขึ้นเอง) และการฝึกจะได้ผลกว่าหากเราทำให้เป็นเรื่องสนุกและง่ายที่ลูกจะทำตาม เพียงยอมเสียเวลาสักนิดเพื่อบอกให้ลูกรู้ว่าของชิ้นไหน ควรเก็บไว้ตรงไหน โดยอาจวาดเป็นรูปของชิ้นนั้นไว้หน้าลิ้นชัก เพื่อลูกจะได้จดจำและทำตามที่เราบอกได้ง่ายขึ้น

       ไม่เพียงแต่ของเล่น หนังสือ หรือเสื้อผ้าเท่านั้น แต่ยังหมายถึงของอื่นๆ ในบ้าน ที่คุณแม่อาจทำให้เป็นเรื่องสนุก ผ่านเกมทวนความจำกับลูกก็ได้ค่ะว่าชิ้นไหน น่าจะต้องเก็บไว้ตรงไหน เมื่อลูกเก็บได้ถูกต้อง ก็ชมเขาและอาจจะมีรางวัลเล็กๆ น้อยๆ ให้เขาเพื่อเสริมแรงให้อยากทำต่อก็ได้

       ลูกอาจจยังทำได้ไม่ดีเท่าที่คุณแม่ต้องการ แต่การเริ่มต้นฝึกแต่เนิ่นๆ จะดีกว่าไปฝึกเมื่อลูกโต เพราะอาจฝึกยากค่ะ