ฉลาดเรียนรู้

เคล็ดลับสอนลูกจำดี เพื่อการฉลาดเรียนรู้ 

       การที่เด็กมีความจำดี จะทำให้สมองของเขามีข้อมูลที่สามารถดึงออกมาใช้ได้ในยามที่ต้องการ เป็นคุณสมบัติหนึ่งของการมีคุณสมบัติฉลาดเรียนรู้ การให้ลูกมีความจำดีสามารถฝึกได้ ดังนี้

  • เริ่มต้นจากที่คุณแม่หาของใกล้ๆ ตัวอย่างปากกา ดินสอ และพู่กันมาให้ลูกดู

  • จากนั้นคุณแม่ลองชูดินสอขึ้น พร้อมกับบอกลูกว่า นี่คือดินสอ

  • ต่อไปให้ชูปากกาและดินสอ ขึ้นพร้อมกันว่า  แล้วถามลูกว่า อันไหนคือดินสอ เมื่อลูกชี้ได้ถูกต้องแล้ว ก็มาถึงขั้นที่สาม โดยให้คุณแม่ชูดินสอขึ้นแล้วถามว่า นี่คืออะไร ลูกอาจจะยังตอบไม่ได้ คุณแม่อาจช่วยลูกตอบแทนบ้าง เมื่อลูกได้ยินบ่อยๆ ก็จะเรียนรู้ได้เองว่าคำตอบที่ถูกต้องเรียกว่าอะไร

       นี่คือเคล็ดลับฝึกความจำของลูก โดยทั้งหมดมีอยู่ด้วยกัน 3 ขั้นตอนคือ นี่คือ /อันไหนคือ/  นี่คืออะไร / ถ้าฝึกความจำของลูกด้วยวิธีนี้บ่อยๆ ลูกก็จะเริ่มจำได้ และนี่เป็นเพียงขั้นเริ่มต้นการฝึกความจำให้ลูก เมื่อลูกทำได้ดีแล้ว คุณแม่ค่อยๆ เพิ่มความยากในการฝึกให้ลูกโดยการเปลี่ยนสิ่งของเป็นอย่างอื่น หรือค่อยๆ เพิ่มจำนวนของให้มากขึ้น เพียงเท่านี้ลูกน้อยของคุณแม่ก็จะเติบโตเป็นเด็กที่มีความจำดีได้ค่ะ

ฉลาดเคลื่อนไหว

เล่นหมุนปุ่ม พัฒนากล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหว

       เด็กวัยนี้มีพัฒนาการของกล้ามเนื้อมัดเล็ก อย่างกล้ามเนื้อนิ้วมือที่ดี ถึงขึ้นถึงขั้นหยิบของเล็กๆ ด้วยนิ้วมือได้ ของโปรดของเด็กวัยนี้ก็คือ ของเล่นประเภทกดปุ่ม การหมุนปุ่มต่างๆ ของไมโครเวฟ, วิทยุ ฯลฯ เท่าที่เขาจะหมุนได้  คุณพ่อคุณแม่ที่รู้ใจ ก็อาจจะยอมให้เขาได้ลองปิดเปิดสวิทช์ (ที่ปลอดภัย) หรือหมุนปุ่มปรับเสียง ของวิทยุ ดูบ้าง หรือซื้อของเล่นที่มีปุ่มต่างๆให้ลองกดเล่น เพื่อฝึกกล้ามเนื้อนิ้วมือของลูก

       นอกจากนี้ ขณะที่ลูกเล่นหมุนปุ่ม คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตได้ว่าลูกจะมีสมาธิกับการเล่นมาก  เขาจะหมุนลองดูว่า ถ้าหมุนปุ่มนี้ จะเกิดอะไรขึ้น  ปุ่มนั้นจะเกิดอะไรขึ้น และจะพยายามลองทำอีกบ่อยๆ หากคุณพ่อคุณแม่สามารถหาของเล่นประเภทที่กดปุ่มแล้วเกิดเสียงหรือมีตุ๊กตาโผล่ขึ้นมา ก็จะช่วยให้ลูกมีพัฒนาการด้านการใช้มือและสนุกสนานกับการมองเห็นผลที่เกิดขึ้นจากกระทำของตนเองได้ค่ะ

ฉลาดสื่อสาร

สอนภาษาลูก...ผ่านการทำอาหาร

       เวลาที่ต้องทำกับข้าว คุณแม่ก็สามารถให้ลูกเข้ามาอยู่ในครัวด้วยกันได้ แต่ต้องจัดให้ลูกนั่งอยู่บนเก้าอี้สำหรับเด็กที่ปลอดภัย และในขณะที่คุณแม่เตรียมอาหาร ก็ให้พูดคุยกับลูกถึงสิ่งที่คุณแม่กำลังทำอยู่ เช่น คุณแม่กำลังล้างผักอยู่นะ ผักนี้ใบสีเขียว ผักนี้ดอกสีแดง ฯลฯ  คุณแม่กำลังเติมน้ำตาลใส่แกงค่ะ น้ำตาลหวาน เกลือเค็มเหมือนน้ำปลาเลย คุณแม่กำลังตีไข่อยู่นะ ไข่มีไข่แดง ไข่ขาว เป็นต้น  และไม่ว่าจะทำอะไรก็ให้คุณแม่เอ่ยชื่อเครื่องปรุงที่ใช้ประกอบอาหารให้ลูกได้ยินทุกครั้งด้วยนะคะ ลูกจะได้เรียนรู้คำศัพท์ไปพร้อมๆ สังเกตท่าทางกิริยาของคุณแม่ว่าสิ่งที่คุณแม่พูดนั้น มีหน้าตารูปร่างอย่างไร  จึงพูดได้ว่า ครัวคือที่ที่จะช่วยสอนลูกให้เรียนรู้ภาษาได้อย่างดี

       คุณแม่อาจหาช้อน ชาม ที่ทำจากพลาสติกหรือไม้ที่ตกไม่แตก ให้ลูกได้เล่นทำอาหารไปพร้อมๆ กับเวลาที่คุณแม่ปรุงอาหาร เพราะลูกอาจจะมีความรู้สึกอยากเลียนแบบในสิ่งที่คุณแม่กำลังทำอยู่ หรือมีความรู้สึกว่าอยากจะช่วยคุณแม่ทำกับข้าวบ้าง ซึ่งภาพต่างๆ ของคุณแม่เวลาอยู่ในครัวลูกจะซึมซับและจดจำไว้ ซึ่งเมื่อลูกโตขึ้น เขาก็จะกลายเป็นผู้ช่วยของคุณแม่ได้เป็นอย่างดี เพราะรู้สึกคุ้นเคยกับสิ่งเหล่านี้มาตั้งแต่ในวัยเด็กค่ะ 

ฉลาดด้านอารมณ์

สร้างลูกอารมณ์ดี ด้วยดนตรีจากครัว

       ลูกในวัย 2 ขวบนี้ เริ่มสนใจในเสียงดนตรีแล้ว  ช่วงเวลานี้จึงเหมาะที่คุณแม่จะจัดหากิจกรรมเข้าจังหวะสนุกๆ ที่ลูกน้อยได้ใช้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ เพราะเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่จะวางรากฐานทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ และจิตใจที่ดีให้กับลูกน้อยค่ะ

       คุณแม่อาจจะเริ่มต้นด้วยการใช้อุปกรณ์ในบ้านง่ายๆ มาทำให้เกิดเสียงเพลง อย่างเช่น ในครัวก็เป็นสถานที่ๆ ลูกจะหาอุปกรณ์ที่เป็นเครื่องดนตรีได้ไม่ยาก ทั้งการเอาตะหลิวมาเคาะกับกระทะ หรือจะทัพพีมาตีกับหม้อ แก้วน้ำหลายๆ ใบที่ใส่น้ำในปริมาณต่างกัน ช้อน หรือจาน ชามก็ใช้ได้ทั้งนั้นค่ะ หรือบางครั้งก็อาจทำลูกแซ็กขึ้นเอง ด้วยการเอากระป๋องพลาสติกมาใส่ถั่วแห้งแล้วเขย่าก็ที่เป็นสนุกสนานค่ะ

       นอกจากนี้ การสนุกกับการเล่นดนตรีแบบนี้ยังช่วยสานสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูกได้อย่างดี  ที่สำคัญเป็นเป็นช่วงเวลาที่ลูกมีความสุขมากค่ะ