แม่ตั้งครรภ์เครียด ส่งผลต่อความฉลาดทางอารมณ์และสมองลูก

       นอกจากการส่งเสริมพัฒนาการลูกในท้องด้วย การลูบหน้าท้อง ออกกำลังกาย พูดคุยให้ลูกในท้องฟัง ฯลฯ แล้ว การที่คุณแม่มีอารมณ์ดี ไม่เครียด ก็เป็นการช่วยส่งเสริมพัฒนาการลูกน้อยในครรภ์ได้อีกวิธีหนึ่ง
      เพราะการเปลี่ยนแปลงต่างๆ มากมายที่เกิดขึ้นในช่วงตั้งครรภ์อาจนำมาซึ่งความสับสน กังวล และสะสมเป็นความเครียดให้แก่คุณแม่ได้โดยไม่รู้ตัว ซึ่งแน่นอนว่าความเครียดไม่ส่งผลดีต่อการตั้งครรภ์แน่ๆ โดยเฉพาะกับลูกน้อยในครรภ์ เพราะฉะนั้น คุณแม่ต้องคอยสังเกตตัวเองดีๆ ว่าช่วงนี้คุณแม่เครียดอยู่หรือไม่ เพราะเมื่อแม่เครียด ความเครียดเหล่านี้ส่งผลถึงลูกน้อยได้ ทำให้ลูกเครียดตามไปด้วย
      
คุณแม่อารมณ์แปรปรวน มีความเครียด หงุดหงิด หรือโมโห ทำให้ร่างกายของคุณแม่อยู่ในภาวะไม่สบายตัวและไม่สบายใจ ซึ่งเป็นสาเหตุให้ฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกายของคุณแม่เปลี่ยนไป ร่างกายจะหลั่งสารเครียดหรืออะดรีนาลินออกมาเพิ่มขึ้น ส่งผลให้หัวใจสูบฉีดเลือดแรงขึ้น ระดับความดันโลหิตสูงขึ้น กล้ามเนื้อเกร็ง เกิดการเกร็งตัวของมดลูกถี่กว่าปกติ เป็นผลให้ออกซิเจนและสารอาหารต่างๆ ลำเลียงผ่านรกไปยังทารกได้ไม่ราบรื่น ทำให้เติบโตได้ไม่เต็มที่   และส่งผลต่ออารมณ์ของลูกด้วย  ลูกจะไม่รู้สึกไม่สบายใจเช่นกัน และหากอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้นานๆ จะส่งผลเสียต่อพัฒนาการด้านต่างๆ ของลูก
      
วิธีสังเกตง่ายๆ ว่า ลูกในท้องกำลังอยู่ในภาวะเครียดหรือไม่ โดยดูจาก...

     • น้ำหนักตัวของคุณแม่ขึ้นหรือไม่
     • หน้าท้องของคุณแม่ขยายตัวอย่างเหมาะสมหรือไม่
     • ลูกดิ้นน้อยลงหรือไม่

       หากเข้าข่ายเหล่านี้ คุณแม่ต้องค่อยๆ ปล่อยวางความกังวลต่างๆ ที่มีลงนะคะ พยายามหากิจกรรมที่ชอบทำ เพื่อผ่อนคลายตัวเอง แล้วอารมณ์ดีๆ อารมณ์สงบจะตามมาค่ะ