พ่อแม่ลูกพูดคุยกัน...เตรียมพร้อมความฉลาดสื่อสารของลูก

       เสียงของคุณพ่อคุณแม่  เป็นเสียงที่ลูกในครรภ์ชอบฟังมากที่สุด คุณพ่อคุณแม่จึงควรพูดคุยกับลูกในครรภ์บ่อยๆ
       ในแต่ละวัน คุณแม่ควรบอกเรื่องราวเกี่ยวกับคุณพ่อให้ลูกฟัง เช่น  "ลูกรู้ไหมจ๊ะ คุณพ่อเขารักลูกมาก นี่ก็เพิ่งจะซื้อหนังสือนิทานมาให้แม่อ่านให้ลูกฟังเยอะแยะเชียว"
       
ส่วนคุณพ่อสามารถมีส่วนร่วมในการพูดคุยกับลูกน้อยในครรภ์ได้ โดยการทักทายลูก และอาจพูดหยอกเย้ากับลูกขณะพูดคุย คุณพ่อควรลูบไล้หน้าท้องคุณแม่อย่างแผ่วเบาด้วย เพื่อให้ลูกน้อยรู้สึกได้ถึงสัมผัสรักที่คุณพ่อมีต่อเขาผ่านหน้าท้องคุณแม่ หรือบางวันก็ให้คุณแม่พูดคุยกับลูกสักประมาณ 5 นาที แล้วตามด้วยเสียงของพ่อพูด 5 นาที แล้วตามด้วยเสียงพ่อพูด 5 นาที  อย่าลืมบอกลูกว่า "นี่แม่พูดนะจ๊ะ" หรือ "นี่พ่อพูดจ้ะ"   
       
ช่วงเวลาที่ควรทำคือ ในช่วงที่ทารกในครรภ์ดิ้น หรือช่วงเย็น หรือในช่วงเวลาที่ทารกยังไม่หลับ โดยพูดคุยกับลูกทุกวัน วันละประมาณ 10 นาที  การพูดคุยกับลูกในครรภ์นี้ สามารถทำได้ตั้งแต่รู้ว่าตั้งครรภ์ ซึ่งการที่คุณพ่อมาพูดคุยกับลูกจะช่วยทำให้สุขภาพจิตของคุณแม่ดี หรือคุณแม่จะรอทำเมื่ออายุครรภ์ 5 เดือนขึ้นไปก็ได้ เพราะช่วงนี้ทารกจะพัฒนาประสาทการได้ยินเสียงและและเกิดปฏิกิริยาโต้ตอบกับคุณแม่ได้  ลูกอาจจะดิ้นหรือเตะท้องคุณแม่เป็นการโต้ตอบกลับมา
       
การพูดคุยกับลูก เป็นกิจกรรมที่มีผลโดยตรงต่อการพัฒนาเซลล์สมองของลูกทั้งสิ้น แรงสั่นสะเทือนของเส้นเสียงจะค่อย ๆ ซึมผ่านผนังหน้าท้อง น้ำคร่ำ มายังทารก เป็นกิจกรรมที่ช่วยสร้างสภาพแวดล้อม ที่เอื้อต่อการพัฒนาสมองของลูกน้อยในครรภ์ ทำให้ทารกคุ้นเคยกับคำต่าง ๆ และมีพัฒนาการทางภาษา ซึ่งจะเป็นเครื่องมือในการสื่อสารต่อไป