Enfa สรุปให้

  • ลูกอ้วกบ่อยสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ไวรัสลงกระเพาะ แพ้อาหาร อาการไอเรื้อรัง การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ การติดเชื้อที่หูชั้นกลาง โรคปอดบวม หรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เป็นต้น

  • ลูกอ้วก กับ ลูกแหวะนม หลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่าเป็นอาการอย่างเดียวกัน แต่ความจริงแล้วสองอาการนี้ค่อนข้างที่จะมีความแตกต่างกัน อาการแหวะนม คือ อาการที่เกิดการไหลเวียนย้อนกลับของอาหาร ซึ่งจะเกิดภายในท้องของทารก และไม่ไหลออกทางปากคล้ายกับอาการกรดไหลย้อน ส่วนอาการอาเจียน คือ อาการที่สำรอกเอาอาหารหรือของเหลวออกมาทางปาก

  • การอาเจียนเป็นครั้งคราว โดยทั่วไปแล้วถือเป็นเรื่องปกติ ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง และอาการอาเจียนสามารถหายเองได้เพียง 1-2 วัน โดยไม่ต้องเข้ารับการรักษาเฉพาะทาง แต่ถ้าทารกมีการอาเจียนติดต่อกันเป็นเวลานานหนึ่งหรือสองวัน อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าทารกเกิดการติดเชื้อหรือมีอาการเจ็บป่วยอื่น ๆ ที่ต้องได้รับการรักษาร่วมด้วย

เลือกอ่านตามหัวข้อ

ทำไมลูกถึงอาเจียน
อาเจียนกับแหวะนมแตกต่างกันอย่างไร
สัญญาณอันตรายเมื่อลูกอาเจียน
ทำอย่างไรเมื่อลูกน้อยอาเจียน
ลูกอ้วกบ่อย ลูกกินนมแล้วอ้วก อันตรายไหม
รู้จักกับ PHP ตัวช่วยให้ท้องสบาย ย่อยง่าย ขับถ่ายคล่อง
นมสูตรเฉพาะสำหรับเด็กที่อาเจียนบ่อย
ไขข้อข้องใจเรื่องลูกอาเจียนกับ Enfa Smart Club

แม่รู้หรือไม่? 70% ของเด็กมีอาการไม่สบายท้อง โดยหนึ่งในอาการไม่สบายท้องที่มักจะทำให้คุณพ่อคุณแม่เป็นกังวลก็คือ ลูกอาเจียน ลูกอ้วก ยิ่งลูกอาเจียนบ่อย ก็ยิ่งทำให้วิตกกังวลว่าอาจเป็นสัญญาณอันตรายต่อสุขภาพของลูกน้อย แต่สาเหตุอะไรที่ทำให้ทารกอ้วก แล้วทารกอาเจียนแบบไหนที่เป็นอันตราย รวมถึงเมื่อลูกอาเจียนขึ้นมา คุณพ่อคุณแม่จะรับมืออย่างไรได้บ้าง บทความนี้จาก Enfa มีสาระดี ๆ เกี่ยวกับอาการอาเจียนในทารกมาฝากค่ะ

ลูกอาเจียน เกิดจากอะไร


ลูกอ้วก สามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • ไวรัสลงกระเพาะ (Viral Gastroenteritis) เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกระเพาะอาหาร และมีผลทำให้ทารกท้องเสีย ทารกอ้วก โดยอาการจะเกิดขึ้นภายใน 12-24 ชั่วโมง

  • แพ้อาหาร (Food Allergy) ทารกอาจแพ้อาหารบางชนิด และหนึ่งในอาการแพ้อาหารคือส่งผลให้ทารกอาเจียน

  • อาการไออย่างรุนแรง (Hard Coughing) บางครั้งทารกอาจมีอาการไอเรื้อรัง และไออย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาการไอเช่นนี้มักพบได้บ่อยในเด็กที่เป็นกรดไหลย้อน และอาการไอที่รุนแรงแบบนี้บางครั้งก็ทำให้ทารกอาเจียนได้เหมือนกัน

  • การติดเชื้ออื่น ๆ (Infections) การที่ลูกอ้วก หรืออาเจียนบ่อย ๆ อาจเป็นสัญญาณที่กำลังบอกว่าลูกกำลังมีภาวะติดเชื้อในร่างกาย ซึ่งการติดเชื้อที่พบได้บ่อยในเด็ก เช่น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ การติดเชื้อที่หูชั้นกลาง โรคปอดบวม หรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

สมัครเป็นสมาชิก Enfa Smart Club กับชมวันนี้ ลุ้นรับ MacBook Air

ลูกอาเจียนกับลูกแหวะนมแตกต่างกันอย่างไร


ลูกอ้วก กับ ลูกแหวะนม หลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่าเป็นอาการอย่างเดียวกัน แต่ความจริงแล้วสองอาการนี้ค่อนข้างที่จะมีความแตกต่างกัน

  • อาการแหวะนม คือ อาการที่เกิดการไหลเวียนย้อนกลับของอาหาร ซึ่งจะเกิดภายในท้องของทารก และไม่ไหลออกทางปาก แต่อาจจะมีบ้างที่ไหลย้อนกลับออกจากจมูก ลักษณะเดียวกันกับอาการกรดไหลย้อน

  • อาการอาเจียน คือ อาการที่สำรอกเอาอาหารหรือของเหลวออกมาทางปาก

อาเจียนแบบไหนอาจเป็นสัญญาณอันตราย


การอาเจียนในทารกนั้น โดยมากไม่ถือว่าผิดปกติ เพียงแค่วัน หรือสองวัน ทารกก็จะหายเป็นปกติ อย่างไรก็ตาม หากทารกอาเจียนนานกว่าปกติ หรืออาเจียนเอาสิ่งแปลกปลอมออกมา รวมถึงอาเจียนและมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วยดังต่อไปนี้ อาจเป็นสัญญาณอันตรายที่คุณพ่อคุณแม่ควรระวัง

อาเจียนถี่และอาเจียนพุ่ง

ทารกที่มีอายุต่ำกว่า 2 เดือน หากมีอาการอาเจียนพุ่ง การอาเจียนลักษณะนี้เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าเกิดความผิดปกติของโครงสร้างระบบทางเดินอาหาร หรืออาจเกิดจากกระเพาะอาหารตีบ (Infantile hypertrophic pyloric stenosis หรือ IPHS) ซึ่งมีสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อบริเวณส่วนล่างสุดของกระเพาะอาหารหนาผิดปกติจนทำให้ช่องหูรูดกระเพาะอาหารแคบลง สำหรับทารกที่มีอาเจียนลักษณะนี้อาจทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ

ทารกอาเจียนและมีไข้สูง

ทารกที่อาเจียน และมีไข้สูงมากกว่า 37.8 องศาร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อทางเดินอาหารส่วนบน ดังนั้นถ้าทารกและเด็กเล็ก อาเจียน พร้อมกับมีไข้สูง คุณควรแม่ติดตามอาการอย่างใกล้ชิด และพาลูกไปพบคุณแพทย์

อาเจียนมีสีเขียวหรือเหลืองปนเขียว

ทารกที่อาเจียนออกมาเป็นสีเขียวหรือสีเหลืองปนเขียว อาจเกิดจากมีน้ำดีปนออกมาด้วย ซึ่งเป็นสัญญาณของการอุดตันในลำไส้ หากทารกมีการอาเจียนในลักษณะนี้ควรได้รับการดูแลจากแพทย์ในทันที

ทารกอาเจียนเป็นเลือด

ทารกอาเจียนเป็นเลือดถือว่าเป็นภาวะอันตราย เพราะอาจเกิดจากภาวะที่มีเลือดออกในทางเดินอาหาร เช่น หลอดอาหารอักเสบ กระเพาะอาหารอักเสบ ซึ่งอาจทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอาการช็อก หมดสติ หากทารกเสียเลือดมาก หรือมีอาการตัวซีด ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์ทันที

ทารกอาเจียนและมีอาการถ่ายผิดปกติร่วมด้วย

ทารกที่มีอาการอาเจียน พร้อมกับมีอาการท้องเสียร่วมด้วย แสดงว่าทารกอาจมีการติดเชื้อในลำไส้หรือทางเดินอาหาร ในทางกลับกัน หากมีอาการท้องอืด ไม่ขับถ่ายร่วมด้วย อาจเกิดจากภาวะลำไส้อุดตัน ต้องรีบพาลูกไปพบแพทย์

ทารกอาเจียนและมีอาการขาดน้ำ

เด็กเล็กสามารถเกิดภาวะขาดน้ำได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ โดยเฉพาะทารกที่อาเจียนหลายรอบ คุณแม่ต้องระวังเป็นอย่างมาก เพราะลูกน้อยจะเสียน้ำจากการอาเจียนไปมาก การให้กินนม ป้อนน้ำ หรือให้จิบน้ำอยู่เรื่อย ๆ ช่วยลดอาการขาดน้ำได้ หากลูกมีอาการรุนแรง อาจต้องดื่มน้ำเกลือแร่สำหรับเด็กตามที่แพทย์สั่ง สัญญาณและอาการที่คุณแม่ควรสังเกตว่าร่างกายของลูกเริ่มขาดน้ำนั้นมีดังนี้

  • ลูกเริ่มซึม ไม่ร่าเริง

  • ตาลึก โหล กระหม่อมบุ๋ม

  • ร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาออกมา

  • ปากแห้ง

  • ปัสสาวะน้อยลง สามารถสังเกตได้จากผ้าอ้อมว่าเปียกน้อยลงหรือไม่ อาเจียนติดต่อกันหลายวัน

ทารกที่มีการอาเจียนติดต่อกันเป็นเวลานานหนึ่งหรือสองวัน อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าทารกเกิดการติดเชื้อหรือมีอาการเจ็บป่วยอื่น ๆ ที่ต้องได้รับการรักษาร่วมด้วย

สิ่งสำคัญที่พ่อแม่ควรทำเมื่อลูกน้อยอาเจียน


การอาเจียนเป็นครั้งคราว โดยทั่วไปแล้วถือเป็นเรื่องปกติที่ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง อาการอาเจียนในทารกสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่อาหารไม่ย่อย ร้องไห้มาก ไอรุนแรงจนทำให้อาเจียนออกมา

แต่ผู้ปกครองควรสังเกตลักษณะอาเจียน ว่ามีลักษณะเป็นเช่นไร มีสิ่งเจือปนหรือไม่ อาเจียนแบบพุ่งหรือไม่พุ่ง เนื่องจากลักษณะอาเจียนแบบต่าง ๆ สามารถช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้ง่ายขึ้น

เมื่อลูกอาเจียนสิ่งที่พ่อแม่ควรทำมีดังนี้

  • เมื่อทารกอาเจียน คุณแม่ไม่ควรหยุดให้นม ควรให้ลูกกินนมต่อไป เพราะการหยุดให้นมเสี่ยงต่อการขาดสารอาหารและน้ำได้ หากทารกเริ่มแสดงอาการขาดน้ำ คุณแม่ควรปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรเกี่ยวกับการใช้ผงน้ำตาลเกลือแร่ (ORS) สำหรับทารก

  • หากทารกกินนมแล้วอาเจียนออกมาทั้งทางปากและจมูก อาจส่งผลให้เยื่อบุโพรงจมูกอักเสบ เป็นหวัด มีน้ำมูก หรือมีเสียงครืดคราดในท้องได้ หากอาการนี้เป็นอยู่หลายวัน ควรปรึกษาแพทย์

  • เมื่อทารกอาเจียนออกทางจมูกเพียงครั้งสองครั้งนั้นมักไม่มีอันตราย แต่การอาเจียนนมแล้วสำลัก จนนมเข้าหลอดลม ถือเป็นการอาเจียนที่ทำให้เกิดอันตราย ซึ่งจะทำให้ลูกไออย่างแรง เมื่อลูกสำลักคุณพ่อคุณแม่ควรรีบจับลูกคว่ำหน้าลง ให้ท่าศีรษะต่ำ เพื่อให้นมออกทางปากแทนทางจมูก หรือจับลูกให้อยู่ในท่านอนตะแคง และใช้ลูกยางแดงดูดเอานมที่ค้างอยู่ในจมูกและปากออก

  • ทารกอาเจียนถี่หรืออาเจียนอย่างต่อเนื่องมากกว่า 12 ชั่วโมง และไม่มีอาการที่ดีขึ้น ต้องรีบพาไปพบแพทย์ โดยทั่วไปเมื่อทารกอาเจียน หากเป็นระยะเวลาสั้น ๆ และไม่มีอาการอื่นร่วม ถือเป็นเรื่องที่ไม่น่ากังวล แต่หากลูกอาเจียนและมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วยคุณพ่อคุณแม่จะต้องมีสติและปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำลูกไปพบแพทย์ในทันที

ลูกอ้วกบ่อย ลูกกินนมแล้วอ้วก สัญญาณเตือนที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม


โดยปกติแล้วไม่ว่าลูกจะกินนมผงชงใส่ขวด หรือกินนมแม่ ก็มีโอกาสที่จะเกิดอาการอาเจียนได้พอ ๆ กัน ไม่ได้หมายความว่ากินนมผงแล้วจะอ้วกมากกว่า หรือกินนมแม่แล้วจะอ้วกน้อยลง เพราะโอกาสที่จะมีอาการอาเจียนนั้นถือว่าไม่แตกต่างกันนัก

แต่...ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่ลูกกินนมแล้วอ้วกบ่อย อ้วกถี่มากขึ้น ควรพาทารกไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาทันที เพราะทารกอาจมีความผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร หรือมีการติดเชื้อเกิดขึ้น

อาการไม่สบายท้องป้องกันได้ รู้จักกับ PHP ตัวช่วยให้ท้องสบาย ย่อยง่าย ขับถ่ายคล่อง


สำหรับทารกที่คุณแม่เริ่มให้กินนมผงแล้ว ก่อนที่จะนำนมผงสูตรใดก็ตามมาชงนมให้ลูกกิน คุณแม่ควรเลือกนมที่มีสารอาหารที่เหมาะสำหรับเด็ก ไม่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองหรือไม่สบายท้อง หรือควรเลือกนมที่มีสาร PHP (Partially Hydrolyzed Protein) ซึ่งเป็นโปรตีนที่ผ่านกระบวนการย่อยมาบางส่วนแล้ว จึงเป็นโปรตีนที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก ทำให้ย่อยได้ง่าย และดูดซึมได้ดี มีส่วนช่วยลดอาการไม่สบายท้องได้เป็นอย่างดี

เริ่มต้นด้วยนมสูตรย่อยง่าย เพื่อการเรียนรู้แบบไม่สะดุด


ในกรณีที่ทารกมีปัญหาในการย่อย การเสริมนมสูตรย่อยง่ายควบคู่ไปกับการให้นมแม่ มีส่วนช่วยให้ทารกได้รับสารอาหารที่เต็มจากนมแม่ และสารอาหารเสริมอื่น ๆ จากนมสูตรพิเศษเพื่อช่วยในการย่อย

ซึ่งนมสูตรสำหรับช่วยในการย่อย ก็มีให้เลือกมากมายหลายสูตร ดังนี้

  • นมสูตรไฮโปอัลเลอร์เจนิก (Hypoallergenic formula) นมสูตรนี้จะประกอบไปด้วยโปรตีนทั้งกลุ่มเคซีน และเวย์ ซึ่งมีโมเลกุลที่เล็กกว่าโปรตีนปกติ ทำให้ย่อยได้ง่าย

  • นมสูตรไม่มีแลคโตส (Lactose-free formula) ทารกบางคนไม่สามารถย่อยแลคโตสได้ ซึ่งแม้ว่าจะเป็นภาวะที่ค่อนข้างพบได้ยาก แต่ก็ยังสามารถพบเห็นได้อยู่บ้าง ทารกที่มีปัญหาในการย่อยแลคโตส อาจสามารถกินนมสูตรที่ไม่มีแลคโตสได้ เพราะนมสูตรนี้จะแทนที่แลคโตสด้วยน้ำตาลจากธรรมชาติ เช่น กลูโคสหรือซูโครส

  • นมสูตรป้องกันกรดไหลย้อน (Baby formula for acid reflux) ทารกบางคนมีอาการอาเจียนบ่อย หรืออาเจียนเกือบทุกครั้งที่กินอาหารหรือกินนม อาจมีผลทำให้ทารกได้สารอาหารไม่เพียงพอ กรณีนี้นอกจากจะต้องกินนมแม่ให้มากขึ้นแล้ว แพทย์อาจแนะนำให้ทารกได้กินนมสูตรป้องกันกรดไหลย้อน ซึ่งเป็นนมสูตรที่มีความหนาแน่นสูง ทำให้ทารกกินได้มากขึ้น อาเจียนลดลง

ไขข้อข้องใจเรื่องลูกอาเจียนกับ Enfa Smart Club


 ลูกอ้วกตอนกลางคืนไม่มีไข้ อันตรายไหม

การที่ทารกอาเจียนในตอนกลางวันหรือตอนกลางคืน และไม่มีไข้ร่วม ถือว่าเป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้จากการเจ็บป่วยทั่วไป เช่น เป็นหวัด กรดไหลย้อน และโดยมากแล้วอาการเหล่านี้ก็จะหายไปเองโดยไม่ต้องรับการรักษาเฉพาะทาง

 ลูกอ้วกไม่มีไข้ ไม่ท้องเสีย เกิดจากอะไร

ทารกอาเจียน แต่ไม่มีไข้ร่วม และไม่มีอาการท้องเสีย เป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้จากการเจ็บป่วยทั่วไป เช่น เป็นหวัด กรดไหลย้อน แพ้นม อาหารไม่ย่อย

 ลูกกินแล้วอ้วก เกิดจากอะไร อันตรายไหม

ลูกอ้วก ลูกอาเจียน เป็นอาการทั่วไปที่สามารถพบได้ โดยมากแล้วไม่ถือว่าอันตราย และสามารถหายเองได้เพียง 1-2 วัน ซึ่งอาการอาเจียนในทารกนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • ไวรัสลงกระเพาะ (Viral Gastroenteritis)

  • แพ้อาหาร (Food Allergy)

  • อาการไออย่างรุนแรง (Hard Coughing)

  • การติดเชื้อต่าง ๆ เช่น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ การติดเชื้อที่หูชั้นกลาง โรคปอดบวม หรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

 ทารกอ้วกบ่อย อันตรายไหม

ทารกที่มีการอาเจียนติดต่อกันเป็นเวลานานหนึ่งหรือสองวัน อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าทารกเกิดการติดเชื้อหรือมีอาการเจ็บป่วยอื่น ๆ ที่ต้องได้รับการรักษาร่วมด้วย หากรู้สึกว่าทารกอ้วกบ่อยจนผิดปกติ ควรพาไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรับการรักษา

 ลูกแหวะพุ่ง เกิดจากอะไร อันตรายไหม

ทารกที่มีอาการอาเจียนพุ่ง เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าเกิดความผิดปกติของโครงสร้างระบบทางเดินอาหาร หรืออาจเกิดจากกระเพาะอาหารตีบ (Infantile hypertrophic pyloric stenosis หรือ IPHS) ซึ่งมีสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อบริเวณส่วนล่างสุดของกระเพาะอาหารหนาผิดปกติจนทำให้ช่องหูรูดกระเพาะอาหารแคบลง สำหรับทารกที่มีอาเจียนลักษณะนี้อาจทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรับการรักษา

 ลูกกินข้าวแล้วอ้วก เกิดจากอะไร

ลูกอ้วก ลูกอาเจียน เป็นอาการทั่วไปที่สามารถพบได้ โดยมากแล้วไม่ถือว่าอันตราย และสามารถหายเองได้เพียง 1-2 วัน ซึ่งอาการอาเจียนในทารกนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • ไวรัสลงกระเพาะ (Viral Gastroenteritis)

  • แพ้อาหาร (Food Allergy)

  • อาการไออย่างรุนแรง (Hard Coughing)

  • การติดเชื้อต่าง ๆ เช่น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ การติดเชื้อที่หูชั้นกลาง โรคปอดบวม หรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

ส่วนการที่ลูกอ้วกหลังจากกินข้าวก็อาจเป็นไปได้ว่ากินเยอะเกินไปจนสำลักและอาเจียน หรืออาจเป็นไปได้ว่ามีอาการแพ้อาหารร่วมด้วย แต่ถ้าหากลูกกินข้าวแล้วอ้วกอยู่บ่อย ๆ ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรับการรักษา

 ลูกอ้วกตอนกลางคืน เกิดจากอะไร

อาการอาเจียนนั้นสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • ไวรัสลงกระเพาะ (Viral Gastroenteritis)

  • แพ้อาหาร (Food Allergy)

  • อาการไออย่างรุนแรง (Hard Coughing)

  • การติดเชื้อต่าง ๆ เช่น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ การติดเชื้อที่หูชั้นกลาง โรคปอดบวม หรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

ซึ่งอาจมีอาการตั้งแต่ตอนกลางวัน หรือเริ่มมีอาการเกิดขึ้นตอนกลางคืนก็ได้เช่นกัน

 ลูกอ้วก ไม่มีไข้ ปวดท้อง อันตรายไหม

ในกรณีนี้อาการหลักที่ควรระวังจะไม่ใช่แค่อาการอาเจียน แต่เป็นอาการปวดท้อง ซึ่งหากทารกมีอาการปวดท้องควรพาไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรับการรักษา เนื่องจากอาการปวดท้องที่ทำให้มีอาการอาเจียนร่วมด้วย สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ จำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์

 ลูก 2 เดือนอ้วกบ่อย เกิดจากอะไร

ลูกอ้วกบ่อยสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ไวรัสลงกระเพาะ แพ้อาหาร อาการไอเรื้อรัง การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ การติดเชื้อที่หูชั้นกลาง โรคปอดบวม หรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เป็นต้น

 ทารกแหวะมีเสมหะ อันตรายไหม

การที่ทารกอาเจียนหรือแหวะเอาเสมหะออกมาด้วย ไม่ถือว่าอันตราย เพราะทารกสามารถขับเอาของเสียออกมาได้

แต่ในกรณีที่ทารกอาเจียนออกมาเป็นเสมหะสีเขียวหรือสีเหลืองปนเขียว อาจเกิดจากมีน้ำดีปนออกมาด้วย ซึ่งเป็นสัญญาณของการอุดตันในลำไส้ หากทารกมีการอาเจียนในลักษณะนี้ควรได้รับการดูแลจากแพทย์ในทันที


บทความแนะนำสำหรับคุณแม่