พัฒนาการทารกในครรภ์สัปดาห์ที่ 1

เตรียมความพร้อมให้คุณแม่ตั้งครรภ์

ในช่วงเวลานี้ทางการแพทย์ยังไม่ถือว่ามีการตั้งท้องเกิดขึ้น แต่ควรเริ่มทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารที่มีโฟเลตและ ดีเอชเอ (DHA) เพื่อการพัฒนาของตัวอ่อนในครรภ์ที่สมบูรณ์

เกิดอะไรขึ้นใน 1 สัปดาห์แรกนะ

  • ทางการแพทย์ถือว่าช่วงสัปดาห์ที่ 1 ยังไม่เป็นการตั้งครรภ์ที่แท้จริง จนกว่าจะผ่านไป 2 สัปดาห์จึงจะถือว่าเด็กเริ่มปฏิสนธิแล้ว เนื่องจากเป็นการยากที่จะระบุวันที่ทารกเริ่มปฏิสนธิ แพทย์ส่วนใหญ่จึงนับสัปดาห์ที่ตั้งครรภ์จากวันแรกที่ประจำเดือนมาครั้งสุดท้าย และต่อไปจนครบ 40 สัปดาห์

  • ช่วงเริ่มต้นการพัฒนานี้ คุณสามารถเตรียมตัวส่งเสริมพัฒนาการลูกน้อยในครรภ์ โดยรับประทาน DHA (ดีเอชเอ) ซึ่งช่วยบำรุงสมองของลูกน้อย คุณแม่จึงควรสร้างนิสัยการรับประทานอาหารที่มี DHA เพื่อให้แน่ใจวาลูกในครรภ์จะได้รับอาหารเสริมสร้างพัฒนาการทางสมองและสติปัญญาเพียงพอ

อาการคุณแม่ตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 1

ช่วงที่คุณแม่มีประจำเดือนนั้น คือช่วงที่ร่างกายเริ่มต้นเตรียมความพร้อมเพื่อการตั้งครรภ์ ฮอร์โมน FSH จะถูกผลิตขึ้นเพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างไข่ และไข่เหล่านั้นก็จะพร้อม รอการเกิดการตั้งครรภ์ ในขณะเดียวกันมดลูกก็จะสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนขึ้นเพื่อควบคุมการตกไข่ ซึ่งโดยทั่วไปจะเริ่มขึ้น 2 สัปดาห์หลังจากการมีประจำเดือนวันแรก (ทั้งนี้ คุณแม่แต่ละคนมีช่วงระยะเวลาที่แตกต่างกัน)

เมื่อเริ่มตั้งครรภ์ คุณแม่จะเริ่มวิตกกังวลอย่างมากเกี่ยวกับการตั้งครรภ์และลูกในครรภ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นการตั้งครรภ์ครั้งแรก คุณแม่จึงควรเรียนรู้วิธีการเสริมสร้างสุขภาพลูกน้อยในครรภ์ เริ่มจากการศึกษาอาหารที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้ลูกเติบโตอย่างสมบูรณ์

เคล็ดลับประจำสัปดาห์ที่ 1

คุณแม่ควรเตรียมความพร้อมให้ร่างกาย ด้วยการปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจร่างกายก่อนตั้งครรภ์ ผลของการตรวจนี้จะบอกว่าร่างกายของคุณต้องการอะไรเพิ่มเติมเพื่อส่งเสริมให้เกิดครรภ์ที่สมบูรณ์

  • ทานอาหารเสริมที่มีโฟเลททันทีหลังจากทราบว่าตั้งครรภ์ อย่างน้อย 400 ไมโครกรัมเป็นประจำทุกวัน หรือทานตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์เพื่อป้องกันลูกน้อย จากภาวะโรคท่อไขสันหลังพิการ อาการบกพร่องทางสมอง และอาการพิการตั้งแต่กำเนิด ด้วยอาหารประเภท ผักใบเขียว ถั่วเมล็ดแห้ง หรือในอาหารเสริมเพิ่มโฟเลทต่างๆ เป็นทางเลือกที่ดีในการได้รับโฟเลทให้เพียงพอ

  • รับประทาน DHA เป็นประจำวันละ 200 มิลลิกรัม โดย DHA ไม่เพียงช่วยพัฒนาสมองทารก แต่ยังช่วยเสริมประสาทรับรู้ด้านการมองเห็นด้วย อาหารที่มี DHA ได้แก่ ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน และคุณแม่ต้องแน่ใจด้วยว่าอาหารที่ทานนั้น ควรมีสารอาหารจำเป็นอื่นๆ ด้วย เช่น แคลเซียม โปรตีน และโฟเลท

ช่วงเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด หากคุณกำลังเตรียมพร้อมที่จะเป็นคุณแม่ หากพยายามแล้วแต่ก็ยังไม่มีเจ้าตัวน้อยสักที ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะเวลาที่ใช่ของแต่ละคู่ไม่เท่ากัน และช่วงการรอคอยนั้นอาจส่งผลเกิดความเครียดได้ ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำว่าหากสามารถลดความเครียดลงได้ การไหลเวียนเลือดภายในมดลูกจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งหมายถึงโอกาสที่จะได้เป็นคุณพ่อ คุณแม่ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วยนะ

อ่านสัปดาห์ถัดไป »

ดาวน์โหลดฟรี! แอพพลิเคชั่นเพื่อแม่ตั้งครรภ์

หากคุณแม่ต้องการข้อมูล เคล็ดลับเพิ่มเติมเกี่ยวกับพัฒนาการของทารกตลอดช่วงระยะเวลาการตั้งครรภ์ คำแนะนำด้านโภชนาการ และรับสิทธิประโยชน์เพื่อลูกน้อยตั้งแต่ในครรภ์จนถึง 3 ปี คุณสามารถสมัครสมาชิก Enfa Smart Club ผ่านแอพพลิเคชั่นเพื่อแม่ตั้งครรภ์ฟรี ที่นี่ Enfa A+ Genius Baby