ช่วงนี้ลูกน้อยจะมีความก้าวหน้าทางภาษาอย่างเห็นได้ชัด  พยายามเลียนแบบทั้งเสียงและท่าทางการพูดของผู้ใหญ่  คุณแม่ควรพูดคุยกับลูกให้มาก อ่านหนังสือประเภทคำกลอน คำคล้องจอง หรือนิทานให้ลูกฟังบ่อยๆ ...มาดูพัฒนาการด้านต่างๆ ของลูกน้อยเดือนนี้กันค่ะ      

ด้านสติปัญญาและการเรียนรู้

  • สนใจร่างกายตัวเองมาก มักมองตัวเองในกระจกนานๆ ชี้บอกชื่ออวัยวะของตนได้  ลองชวนลูกมาเล่น ‘เกมร่างกายของหนู’ กัน  ลูกจะได้รู้จักร่างกายของตัวเองควบคู่กับเรียนรู้ภาษา และท้าทายให้ลูกทำท่าทางตามสั่ง เช่น โบกมือ ยักคิ้ว ส่ายเอว เอียงคอ เงยหน้า กางแขนออก ฯลฯ ซึ่งบางท่าคุณแม่อาจทำให้ดูก่อน

  • เริ่มเข้าใจความแตกต่างระหว่างเพศหญิงและเพศชายแล้ว และจะเลียนแบบบทบาททางเพศจากพ่อแม่หรือญาติพี่น้องในครอบครัว

  • รู้จัก ‘ช่องว่าง’ หากคุณแม่เห็นลูกลองเดินมุดตามโต๊ะ ลอดใต้ขาคุณพ่อ แสดงว่าลูกเข้าใจเรื่องช่องว่างมากขึ้นแล้ว

  • เริ่มใช้ของเล่นที่มีด้ามจับมาเพิ่มประสิทธิภาพให้กับมือของตนเอง ยิ่งของนั้นควบคุมยาก ลูกจะยิ่งตั้งใจมาก โดยเฉพาะของที่มีด้ามจับสั้น ลูกไม่เพียงสนใจวิธีใช้แต่ยังสนใจผลของมันด้วย เช่น ค้อน เวลาตอกไม้บล็อกจึงคอยก้มมองว่าเมื่อไหร่จะมีอะไรออกมา ซึ่งลูกจะเกิดการเรียนรู้แบบเดียวกันนี้จากการหยิบใช้ของใกล้ตัว อย่าง แปรงสีฟัน หวี ช้อน พู่กัน ที่ตักทราย ด้วย

ด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว

  • ชอบลากเก้าอี้ หรือยกของเล่นที่ต้องใช้แรงมากๆ

  • เดินถอยหลังและเดินหันข้างได้แล้ว ชอบวิ่งมากกว่าเดิน ยังวิ่งตัวแข็งๆ มีล้มบ้าง

  • โยนรับลูกบอลหรือเตะบอลเรี่ยพื้นได้

  • ใช้มือหมุนลูกบิดประตู ปุ่มวิทยุ เปิดฝากล่อง ขว้างลูกบอลเล็ก และเปิดหนังสือได้ทีละ 2-3 หน้า

  • ลูกยังจับดินสอหรือแท่งสีไม่ค่อยถนัด คุณแม่ควรฝึกให้ลูกใช้มือจับ ปั้น หรือนวด เพื่อให้กล้ามเนื้อมือแข็งแรง เลือกของเล่นที่ช่วยลูกฝึกการใช้มือและสายตาทำงานประสานกัน เช่น แป้นตอกหมุด ไม้บล็อก กล่องหยอดรูปทรง ให้ลูก เพื่อเตรียมความพร้อมให้ลูกจับดินสอเขียนหนังสือได้คล่องต่อไป                                              

ด้านภาษาและการสื่อสาร

  • พัฒนาการด้านภาษาของลูกโดดเด่นมาก รู้ความหมายเวลาคุณแม่ทำเสียงหรือสีหน้าว่าดีใจ ตื่นเต้น เสียใจ หรือตำหนิ  

  • พูดประโยคสั้นๆ ที่ประธานและกิริยาเชื่อมกันได้ คำกิริยาที่ลูกพูดบ่อยๆ คือ ไป ตก ล้ม กิน นอน หิว อาบน้ำ เที่ยว เล่น และคำถามติดปากลูกก็คือคำว่า “นี่อะไร”

  • ลูกจะกระตือรือร้นกับเกมฝึกภาษาต่างๆ เช่น ‘เกมเรียกชื่อสิ่งของ’ เริ่มจากคุณแม่พาลูกไปเจอสิ่งใดก็บอกให้ลูกรู้จักและทดสอบความจำกันบ่อยๆ  ด้วยการเปิดหาภาพในหนังสือ นอกจากจะช่วยพัฒนาความจำและการรู้ความหมายของคำให้ถูกแล้ว ยังได้ปลูกฝังนิสัยรักการอ่านและชอบหนังสือให้ลูกอีกด้วย

ด้านอารมณ์และสังคม

  • ลูกเริ่มกลัวน้ำและดื้อไม่ยอมอาบน้ำ กลัวสุนัขตัวโตและเสียงเห่าของมัน กลัวเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่า ซึ่งคำปลอบอันอบอุ่น อ่อนโยนจากคุณแม่ยังช่วยให้ลูกค่อยๆ คลายความกลัวได้  

  • ลูกเชื่อฟังคุณแม่มากขึ้น บอกให้ทำอะไรก็ยอมทำ แต่ต้องไม่ใช่การบังคับขู่เข็ญ  เพราะลูกจะโกรธและคับข้องใจได้ง่าย ถ้าถูกขัดขวาง ถูกห้าม หรือถูกควบคุมมากเกินไป

  • ลูกเลียนแบบผู้ใหญ่ผ่านการเล่นบทบาทสมมติ มักเกี่ยวกับการกินและการนอน ซึ่งลูกจะค่อยๆ เข้าใจและซึมซับความรู้สึกของคนอื่นๆ ได้จากการเล่นซ้ำๆ ในลักษณะนี้

  • เด็กวัยนี้บางคนจะใช้วิธีตี ผลัก  กัด หรือทำร้ายคนอื่นๆ ที่อยู่ใกล้  เพื่อเรียกร้องความสนใจ หรือทำให้ตนเองมีความสำคัญ และเพื่อดูว่าปฏิกิริยาตอบโต้จากคนอื่นๆ จะเป็นอย่างไร   เช่น  ถ้ากัดน้องแล้วจะเกิดอะไรขึ้น  หรือถ้าตีพี่แล้วพี่เขาจะทำอย่างไร 

     พัฒนาการของลูกเป็นไปอย่างรุดหน้า คุณแม่อย่าลืมส่งเสริมแต่ละด้านของลูกอย่างต่อเนื่องนะคะ