หนูน้อยยังคงเป็นจอมสำรวจตัวน้อยที่พร้อมจะเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว ทั้งจากการเลียนแบบ (สังเกต จดจำ และทำตาม) และการเชื่อมโยงประสบการณ์เดิมๆ ที่เคยเกิดขึ้น ที่สำคัญลูกเรียนรู้จากการเล่นมากขึ้นด้วย...มาดูพัฒนาการด้านต่างๆ ของลูกน้อยเดือนนี้กันค่ะ 

ด้านสติปัญญาและการเรียนรู้

  • ลูกเริ่มเข้าใจความแตกต่างระหว่างสิ่งเดียวกับหลายสิ่งแล้ว ซึ่งคุณแม่สามารถสอนให้ลูกรับรู้เรื่องจำนวน 1 และ 2 ได้แล้ว โดยอาจหาโปสเตอร์หรือหนังสือที่สอนเรื่องจำนวนมาเปิดให้ลูกดูภาพ เพื่อเชื่อมโยงตัวเลขกับจำนวน   

  • เริ่มเข้าใจเรื่องเวลาและตอบสนองต่อคำว่า “เดี๋ยวเดียว” “รอแป๊บหนึ่งนะลูก” ได้แล้ว

  • สามารถช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น เช่น ใส่ถุงเท้าเอง สวมเสื้อเอง เป็นต้น  คุณแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้ทำ และฝึกฝนด้วยตัวเอง  เพื่อเตรียมความพร้อมให้เมื่อลูกถึงวัยเข้าเนิร์สเซอรี่หรือโรงเรียนอนุบาลในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

  • ลูกจดจำเรื่องราวต่างๆ ได้นานขึ้น

ด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว

  • ลูกสามารถทรงตัวด้วยขาข้างเดียวได้แป๊บหนึ่ง เดินขึ้นบันไดได้แต่ยังสลับเท้าไม่ได้ กระโดดสองขาพร้อมกันได้ดีขึ้น

  • ชอบเล่นโยนรับลูกบอลหรือเตะบอล

  • เรียนรู้ที่จะใช้มือหมุนลูกปิดเพื่อเปิดและปิดประตูได้เอง

  • เคลื่อนไหวนิ้วมือได้อิสระมากขึ้นและชอบขีดเขียนกระดาษ สามารถเขียนเส้นโค้งได้หากคุณแม่เขียนให้ดู   กระดาษและดินสอสีเป็นของเล่นสามัญประจำวัย ที่จะช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก เพื่อเตรียมความพร้อมให้ลูกสำหรับการหัดเขียนเมื่อเขาถึงวัยที่ต้องเข้าโรงเรียน  

ด้านภาษาและการสื่อสาร

  • หากที่ผ่านมาคุณแม่สอนให้ลูกรู้จักใช้คำสรรพนามเรียกแทนตัวเองว่า ฉัน เรียกคนอื่นว่า เธอ ลูกก็จะจดจำและนำมาพูดตามได้

  • บอกความต้องการของตัวเองได้มากขึ้น เช่น หิวข้าว หิวน้ำ ร้อน หรือชวนเล่น

  • อย่างที่บอกว่าลูกสามารถเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ได้เฉลี่ยวันละ 2 คำ คุณแม่จึงไม่ควรปล่อยให้โอกาสนี้ผ่านเลยไปอย่างน่าเสียดาย

  • วิธีการส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษาให้ลูกวัยนี้ เช่น การสอนให้ลูกพูดคำสั้นๆ ที่มีความหมายจากสิ่งรอบๆ ตัว ชี้ให้ลูกดูส่วนต่างๆ ของใบหน้าและร่างกาย ร้องเพลงและทำท่าประกอบให้ลูกทำตาม และสอนให้ลูกรู้จักทักทาย ใช้คำ ขอบคุณ เมื่อมีคนให้ของ และขอโทษเมื่อทำผิด

  • นอกจากนี้ การเล่านิทานประกอบภาพหรือท่าทาง ไม่เพียงช่วยให้ลูกสนุก ได้เรียนรู้ภาษาแต่ยังเสริมสร้างสติปัญญาและการเรียนรู้อีกด้วย

ด้านอารมณ์และสังคม

  • มีความเป็นตัวเองและยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง อยากได้อะไรก็ต้องได้

  • วัยนี้จะรักและติดแม่มาก และมักจะกลัวความมืด หรือเสียงดังๆ ซึ่งความกลัวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการจินตนาการของลูกได้ดีทีเดียว

  • ยังชอบที่จะทดสอบความสามารถของตัวเองด้วยการ ปฏิเสธตลอดเวลาเหมือนเช่นที่ผ่านมา  คุณแม่อย่าเพิ่งเบื่อ  พยายามมองโลกในแง่บวกเข้าไว้ว่าลูกกำลังบ่มเพาะตัวตนของเขาอยู่ ถ้าการพูด “ไม่” ของลูกไม่ใช่เรื่องหนักหนาเกินไปปล่อยผ่านบ้างก็ได้   

  • ลูกยังไม่พร้อมจะเล่นกับเด็กอื่นเท่าไรแต่พอใจที่จะเล่นอยู่ใกล้ๆ มากกว่า และยังไม่ยอมแบ่งของเล่น ซึ่งเรื่องนี้คุณแม่ต้องค่อยๆ ปลูกฝังเรื่องการแบ่งปันทีละนิดๆ

  • ลูกรู้จักช่วยเหลือตัวเองมากขึ้นตามลำดับจากเดือนก่อนๆ   เช่น สามารถล้างมือและเช็ดมือเองโดยไม่ต้องมีคนช่วย

  • พร้อมจะเรียนรู้วิธีแปรงฟันและบ้วนปากด้วยตัวเองแล้ว ซึ่งวิธีจูงใจให้ลูกหัดแปรงฟันเองก็เช่น ให้ลูกเลือกแปรงสีฟัน หรือรสชาติยาสีฟันด้วยตัวเอง คุณแม่ค่อยๆ จับมือลูกแปรงฟันทีละด้าน จากนั้นให้ลูกลองทำเอง ซึ่งลูกจะแปรงได้ไม่เรียบร้อยนัก คุณแม่จึงต้องแปรงซ้ำให้อีกทีหนึ่งด้วย

     นอกจากวุฒิภาวะ หรือความพร้อมของร่างกายและสติปัญญาตามวัยของลูกแล้ว การเลี้ยงดูอย่างเข้าใจในพัฒนาการแต่ละย่างก้าวของลูกอย่างเข้าใจ และส่งเสริมอย่างเหมาะสม ยังเป็นตัวแปรสำคัญ ที่จะช่วยให้ลูกของเรามีพัฒนาการที่ดีรอบด้านค่ะ