เดือนที่ 30

       พัฒนาการของลูกน้อยในวัยนี้ชอบสื่อสาร ช่างพูด ช่างถาม จำเก่ง พูดคำคล้องจองได้ และสนใจการเรียนรู้ที่หลากหลาย คุณแม่มือใหม่ควรมีการเล่านิทานและอ่านหนังสือภาพให้ลูกน้อยฟัง เพราะจะมีส่วนสำคัญที่ช่วยต่อสติปัญญา การเรียนรู้ และปลูกฝังนิสัยรักการอ่านของลูกน้อย...มาดูพัฒนาการ 360° อัจฉริยะรอบด้านของลูกน้อยเดือนนี้กันค่ะ 

ฉลาดเรียนรู้

  • ลูกสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้จากการทำอะไรอย่างเป็นกิจวัตร ประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้ลูกจดจำเกี่ยวกับการกระทำและผลที่ตามมาได้

  • จำเรื่องราวต่างๆ ได้นานขึ้น และมีสมาธิในการเล่นและเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้มากขึ้น

  • เดือนนี้ลูกจะเล่นบทบาทสมมติมากขึ้น เพราะสามารถกำหนดเรื่องราวต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง

ฉลาดเคลื่อนไหว

  • ลูกยังสนุกกับการเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัว  อย่าปล่อยให้โอกาสแห่งการฝึกฝนผ่านพ้นไปโดยไม่ได้หาเกมสนุกๆ มาเล่นเพื่อเพิ่มศักยภาพกล้ามเนื้อให้ลูก

  • ชอบเล่นเกมโยนรับลูกบอล เกมนี้ช่วยให้ลูกเรียนรู้เรื่องการสร้างสมดุลและการปรับสายตา ทำให้เกิดการรับรู้ร่างกายตัวเองและระยะรอบตัวได้ดีทีเดียว นั่นเพราะวัยนี้สมองสองซีกเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกันได้ดีมากขึ้น ทำให้สามารถทำงานด้วยมือเพียงข้างเดียวได้ แต่ยังคงเลือกใช้มือข้างที่อยู่ใกล้ลูกบอลมากที่สุดเพื่อรับลูก

  • สนุกกับการเล่นเกมกะระยะ เกมกระโดดข้ามสิ่งของเป็นอีกกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นระบบประสาทและกล้ามเนื้อให้ลูกสามารถกะระยะได้ดีขึ้น

ฉลาดสื่อสาร

  • ลูกพูดได้ชัดมากขึ้น เพราะฟันน้ำนมเริ่มขึ้นครบ 20 ซี่แล้ว

  • พัฒนาการทางภาษาของลูกก็ดีขึ้นตามลำดับ โดยสามารถเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ได้ทุกวัน เฉลี่ยวันละ 2 คำ

  • สามารถผสมคำสองคำได้ และเข้าใจประโยคยาวๆ ได้ ซึ่งหากแต่ละวันลูกได้มีโอกาสทบทวนคำเดิมๆ และเพิ่มพูนคำศัพท์ใหม่ๆ ทุกวันลูกก็จะได้เรียนรู้คำศัพท์ได้มาก ไม่น้อยกว่า 30 คำเลยทีเดียว

  • สามารถกลั้นปัสสาวะในตอนกลางวันได้บ้างแล้ว จึงสามารถบอกคุณแม่ได้ทัน โอกาสที่ลูกจะฉี่รดกางเกงในตอนกลางวันจึงน้อยลงไปด้วย

ฉลาดด้านอารมณ์

  • ลูกพยายามช่วยเหลือตัวเองมากขึ้น  รู้จักสอดแขนเข้าไปในเสื้อเพื่อแต่งตัวเอง ตักอาหารกินเอง อาบน้ำและแปรงฟันเอง คุณแม่อาจจะสังเกตเห็นว่าลูกวัยนี้จะชอบล้างมือเช็ดมือเองโดยไม่ต้องบอก แต่มักไม่ค่อยชอบล้างหน้า ซึ่งเรื่องนี้คงต้องค่อยๆ จูงใจกันต่อไป

  • คุณแม่สามารถส่งเสริมให้ลูกเรียนรู้ที่จะช่วยตัวเองได้โดยการ ตระเตรียมเสื้อผ้าที่สวมใส่ง่าย เตรียมจานชามที่เอื้อต่อการหัดตักกินอาหารเองให้ลูก รวมไปถึงวางแปรงสีฟันและแก้วน้ำไว้ในจุดที่ลูกสามารถหยิบได้ง่าย

  • ความกลัวสำหรับวัยนี้ยังคงมีอยู่และเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการ  อย่าไปดุว่าเมื่อลูกแสดงอาการกลัว แต่ควรปลอบโยนและช่วยคลี่คลายความรู้สึกนี้ให้ลูก หากเราเข้าใจว่าความกลัวของลูกเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาจินตนาการ เราจะไม่หงุดหงิดกับเรื่องนี้

        ลูกใกล้ไปโรงเรียนแล้ว  ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้พัฒนาความสามารถในสิ่งที่พวกเขาต้องการและถนัดให้มากที่สุด เพื่อให้พัฒนาการเขาพร้อมมากที่สุดค่ะ