เดือนที่ 6

      เจ้าตัวน้อยเติบโตมาจนครึ่งขวบแล้วนะคะ ซึ่งเดือนนี้ลูกกำลังเปลี่ยนผ่านจากเด็กที่นอนเล่นเป็นหลักมาเป็นนั่งเล่นเป็นหลักกันบ้างแล้ว รวมทั้งสนใจโลกรอบตัวและช่างเจรจามากขึ้นอีกด้วย.. ...มาดูพัฒนาการด้านต่างๆ ของลูกน้อยเดือนนี้กันค่ะ   

 

ด้านสติปัญญาและการเรียนรู้

  • เรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างมือและของที่อยู่ในมือผ่านการทำซ้ำๆ เช่น บางคนชอบที่จะคว้าของ โยน หรือปล่อยของลงพื้นซ้ำแล้วซ้ำอีกเพื่อสังเกตดูปฏิกิริยาของสิ่งของที่ตกลงบนพื้น รวมไปถึงท่าทีของคนอื่นๆ ต่อการกระทำของเขา และจะส่งเสียงให้รู้ว่าช่วยเก็บของมาคืนหนูหน่อย

  • ระบบประสาทต่างๆ ทำงานสัมพันธ์กันมากขึ้น คว้าสิ่งของด้วยความแม่นยำมากขึ้น มองตามวัตถุได้ทั้งซ้ายและขวา อย่างไรก็ตาม เด็กๆ ควรได้รับการพัฒนาระบบการรับรู้อย่างรอบด้าน ทั้งการมอง การได้ยิน การสัมผัสและการรับรส เพราะเด็กที่มีโอกาสมองเห็น ได้ยินและเคลื่อนไหวไปพร้อมๆ กัน จะเรียนรู้และพัฒนาทักษะการคิดได้หลากหลายและสมองทำงานเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบมากขึ้นด้วย

  • เรียนรู้และเข้าใจสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้น โดยเฉพาะกิจวัตรประจำวัน รู้ว่าตื่นนอนแล้ว แม่จะพาไปอาบน้ำ กินนม เล่น เป็นต้น รวมทั้งเข้าใจหน้าที่ของของเล่นและของใช้ต่างๆ ได้ดี โดยเชื่อมโยงกับกิจกรรมประจำวัน  เช่น ช้อนเอาไว้ตักอาหารเข้าปาก

 

ด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว

  • สามารถหันหน้าเอี้ยวตัวไปมาได้อย่างคล่องแคล่ว เช่นเดียวกับการพลิกคว่ำที่บางครั้งอาจพลิกคว่ำมาเป็นท่าทางกึ่งนั่งได้

  • เดือนนี้คุณแม่อาจได้เห็นลูกพยายามเคลื่อนตัวไปข้างหน้าในลักษณะคืบไปข้างหรือถอยหลังได้บ้างแล้ว

  • นั่งได้มั่นคงขึ้น แต่คุณแม่ก็ต้องหาหมอนหรือเบาะนุ่มๆ วางไว้รอบๆ ตัวลูกป้องกันไว้ เพราะบางครั้งลูกอาจเสียศูนย์ หน้าคว่ำหรือหงายหลังได้

  • สามารถถือขวดนม จับแก้วน้ำแบบมีหูเองได้แล้ว จับของเล่นและถ่ายของจากมือหนึ่งไปอีกมือหนึ่งได้อย่างคล่องแคล่วเช่นกัน  

 

ด้านภาษาและการสื่อสาร

  • ลูกเริ่มส่งเสียงเลียนพยัญชนะได้มากขึ้น คุมการออกเสียงได้มากขึ้นแต่ว่ายังไม่ค่อยเป็นภาษาเท่าไร และมักใช้วิธีการส่งเสียงเพื่อบอกอารมณ์ต่างๆ ของตัวเอง

  • รู้จักชื่อตัวเองและพร้อมที่จะหันหาเมื่อมีคนเรียก

 

ด้านอารมณ์และสังคม

  • เดือนนี้เด็กหลายคนเริ่มมีอาการคันหรือเจ็บเหงือกจากการที่ฟันใกล้จะขึ้น ส่งผลให้ลูกอาจงอแงโยเยได้ ทางหนึ่งที่จะช่วยบรรเทาเจ็บและอารมณ์หงุดหงิดของลูกได้ คือให้คุณแม่หายางกัดลวดลายน่ารักๆ ขนมปังกรอบ หรือผักผลไม้เนื้อแข็ง เช่น แตงกวา แอปเปิ้ลมาให้ลูกถือกัดเล่นแก้คันเหงือก  

  • เด็กๆ จะอารมณ์ดีถ้าได้เล่น ยิ่งมีคนเล่นด้วยยิ่งชอบ โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ และการเล่นที่ลูกชอบก็คือ  “จ๊ะเอ๋”  เพียงแค่เอามือหรือผ้าปิดหน้าเราแล้วเปิดออก ลูกก็หัวเราะชอบใจแล้ว

  • ชอบยิ้มให้กับเงาในกระจก

 

อย่างไรก็ตาม พัฒนาการของเด็กแต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับความพร้อมของร่างกายและโอกาสที่เขาจะได้รับการกระตุ้นและส่งเสริม เพราะฉะนั้นอย่ามองข้ามการเสริมสร้างพัฒนาการลูกนะคะ