ไม่ต้องสงสัยเลยว่า IQ หรือทักษะต่างๆ เช่น การใช้เหตุผล และการคิดคำนวณคณิตศาสตร์ มีผลต่อลูกของเราอย่างไร แต่ใครจะรู้บ้างว่า จริงๆ แล้วความฉลาดทางอารมณ์หรือ EQ ก็มีส่วนสำคัญกับลูกไม่แพ้กันเลย

EQ เป็นความสามารถในการเข้าใจและจัดการอารมณ์ ทั้งยังสามารถจัดการกับอารมณ์ทางลบต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ด้วย เช่น ความกลัว และความวิตกกังวล ทำให้สามารถใช้ชีวิตในช่วงสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างมีความสุข

นักวิจัยและนักจิตวิทยาค้นพบว่า เด็กๆ จำเป็นต้องมีสัดส่วนระหว่าง IQ และ EQ ที่พอดี เพื่อบ่มเพาะให้เค้ากลายเป็นผู้ใหญ่ ที่ประสบความสำเร็จและเก่งรอบด้าน

ลูกของคุณแม่ในวัยเรียนมีความฉลาดทางอารมณ์อยู่ในเกณฑ์ไหน? มาหาคำตอบกันด้วยการตอบคำถามเหล่านี้กันเถอะ

1. หากวันนี้ลูกน้อยของคุณแม่เจอแต่เรื่องแย่ๆ ที่โรงเรียนมา เค้าจะทำอย่างไรเมื่อกลับถึงบ้าน?

a. ไม่อยากอธิบายถึงเรื่องที่เกิดขึ้น และยังคงร้องไห้ และพูดซ้ำๆว่าไม่อยากจะไปโรงเรียนอีกแล้ว
b. พร้อมเมื่อไร เค้าจะเล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง และตั้งใจรับฟังวิธีการแก้ไขจากคุณ

2. เมื่อเห็นเด็กคนอื่นพลัดตกลงมาจากเครื่องเล่น ในสนามเด็กเล่น ลูกของคุณจะทำอย่างไร?

a. หัวเราะไม่หยุดเพราะคิดว่าเป็นเรื่องตลก และไม่ได้คิดถึงอาการบาดเจ็บของเด็กคนนั้นตอนที่ตกลงมา
b. คิดว่าต้องมีอะไรบางอย่างผิดปกติ แสดงความเป็นห่วง และพยายามจะเข้าไปช่วยเด็กคนนั้น

3. หลังจากซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตเสร็จแล้ว คุณแม่พาลูกน้อยเดินทางกลับบ้านพร้อมกับหิ้วของเยอะแยะ หากคุณแม่พูดขึ้นมาว่า “ถือของหนักจังเลย” เจ้าตัวเล็กของคุณแม่จะทำอย่างไร?

a. แสดงความเป็นห่วงและพยายามที่จะช่วยถือของ
b. คิดว่าปัญหานี้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเค้า และเค้าก็ไม่สามารถจะช่วยอะไรได้ด้วย จึงเดินต่อไปอย่างไม่สนใจ

4. คุณพาลูกไปงานเลี้ยงกับที่ทำงาน ซึ่งลูกของคุณ ไม่รู้จักใครเลย เค้าจะทำอย่างไร?

a. พยายามทำตัวกลมกลืนและเล่นกับเด็กคนอื่นที่อยู่ในงาน หลังจากที่มีการแนะนำให้รู้จักกัน
b. รู้สึกประหม่าและติดหนึบอยู่กับคุณตลอดทั้งงาน

5. ในขณะที่คุณกำลังเดินอยู่กับลูก ก็มาเจอชายคนหนึ่ง ที่เขวี้ยงขยะมาตกตรงหน้าลูกของคุณพอดี ถ้าคุณชี้ไปที่ขยะ ชิ้นนั้นให้ลูกคุณดู เค้าจะทำอย่างไร?

a. ยักไหล่และพูดออกไปว่า “มันเป็นความผิดของคนเมื่อกี้ แย่จริงๆ” จากนั้นก็ไม่ได้สนใจที่จะเก็บขยะชิ้นนั้นขึ้นมา
b. เก็บขยะชิ้นนั้นขึ้นมาและเอาไปทิ้งลงในถังขยะ แม้จะตำหนิพฤติกรรมของชายคนนั้นไปด้วยก็ตาม

6. ลูกน้อยของคุณแม่ติดของของเล่นชิ้นใหม่ที่เพิ่งได้มา และเป็นของเล่นสุดโปรดเลยในตอนนี้ ถ้าวันหนึ่งมีเพื่อนของลูก มาเล่นที่บ้าน จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป?

a. เอาของเล่นใหม่มาอวดเพื่อน และชวนให้มาเล่นด้วยกัน
b. เอาของเล่นใหม่ไปซ่อน และบอกกับคุณว่าเค้าไม่อยากให้เพื่อนของเค้าทำมันพัง

7. คุณเดินผ่านร้านขายของเล่น ปรากฏว่าลูกน้อยของคุณอ้อนให้คุณซื้อของเล่นชิ้นใหม่ให้ คุณแม่จึงบอกกับเค้าไปว่า “ไม่ได้หรอก ตอนนี้ที่บ้านมีของเล่นเยอะอยู่แล้ว” ลูกน้อยของคุณแม่จะทำอย่างไร?

a. นั่งลงกับพื้นและดิ้นไปดิ้นมาไม่ยอมหยุด จนกว่าจะได้ของเล่นใหม่
b. รับฟังสิ่งที่คุณบอก โดยอาจจะยอมรับหรือลองอ้อนคุณให้ซื้ออีกสักครั้ง

8. มีเด็กคนอื่นมาแย่งคัพเค้กจากมือลูกคุณตอนอยู่ในสนามเด็กเล่น ลูกของคุณจะทำอย่างไร?

a. ร้องไห้ หรือไล่ตีแล้วแย่งคัพเค้กกลับมาจากเด็กคนนั้น
b. โมโห แล้วบอกเด็กคนอื่นๆ ว่าเด็กคนนั้นทำตัวไม่ดี และเดินเข้าไปขอคัพเค้กคืนดีๆ

9. ขณะคุณกำลังอยู่ในสวนสาธารณะกับลูก ก็บังเอิญเห็นผู้หญิงใจร้ายคนหนึ่งกำลังทุบตีหมา ลูกของคุณจะทำอย่างไร?

a. แสดงความสงสารและเป็นห่วง และขอให้คุณเข้าไปห้ามปรามและปกป้องหมา
b. เดินต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

10. ลูกของคุณกำลังใช้ความอดทนในการอ่านหนังสือ เค้าจะทำอย่างไร?

a. รู้สึกท้อแท้ เริ่มร้องไห้ และเลิกล้มความตั้งใจ พร้อมกับพูดว่า “หนูไม่รู้เรื่องอะไรเลย” b. รู้สึกท้อแท้ แล้วก็เดินมาขอให้คุณช่วยและพยายาม จะอ่านให้จบให้ได้

11. ลูกของคุณเพิ่งจะโดนเด็กผู้ชายคนหนึ่งชกที่โรงเรียน เค้าจะทำอย่างไร?

a. ชกกลับและเข้าใจว่าปัญหาน่าจะจบลงได้ b. ลุกขึ้นยืนและเอาเรื่องนี้ไปฟ้องคุณครู

12. มีเพื่อนของลูกมาเล่นที่บ้าน และบังเอิญว่าในบ้านมีเค้ก เหลืออยู่ 1 ชิ้น ลูกของคุณจะทำอย่างไร?

a. ยกเค้กชิ้นนั้นให้เพื่อน หรือขอให้แบ่งกันคนละครึ่ง
b. ไม่ยอมให้เค้กชิ้นนั้น แล้วรีบหยิบเอาขึ้นมากินในทันที

13. มีแขกที่ลูกของคุณไม่รู้จักมาหาที่บ้าน ลูกของคุณจะทำอย่างไร?

a. วิ่งหนีเข้าห้องโดยไม่ยอมกล่าวคำทักทาย และไม่ยอมออกมาจนกว่าแขกจะกลับไป
b. เขินอาย แต่ยังฝืนยิ้มพร้อมกล่าวสวัสดีก่อนที่จะเดินเข้าห้องไป

14. ในขณะที่ลูกน้อยของคุณแม่กำลังดูโทรทัศน์รายการโปรด จู่ๆ คุณพ่อก็เข้ามาเปลี่ยนช่องทีวี ลูกของคุณจะทำอย่างไร?

a. โวยวายและเริ่มร้องไห้ เขวี้ยงสิ่งของที่อยู่รอบๆ ตัว เกเรไม่หยุด จนกว่าเค้าจะได้กลับมาดูรายการโปรดอีกครั้ง
b. บอกคุณพ่อว่าอยากดูรายการนี้ให้จบก่อน แต่ถ้าคุณพ่อไม่ยอม เค้าจะออกไปหาอะไรอย่างอื่นมาทำแทน

15. ลูกของคุณพยายามจะวาดสัตว์ตัวโปรด แต่ก็ไม่สามารถวาดให้ได้อย่างที่คิด เค้าจะทำอย่างไร?

a. เริ่มท้อแท้ ร้องไห้ และเลิกวาดไปเลย
b. ขอให้คุณช่วยแก้ในส่วนที่คิดว่าไม่สวย หรือไม่ก็รู้สึกภาคภูมิใจในสิ่งที่ตนเองได้วาดขึ้นมา

คำตอบ

  1. b.

  2. b.

  3. a.

  4. a.

  5. b.

  6. a.

  7. b.

  8. b.

  9. a.

  10. b.

  11. b.

  12. a.

  13. b.

  14. b.

  15. b.

คะแนน :

0-5 : ลูกของคุณอาจจะต้องใช้ความพยายามสักหน่อย ในการสร้างความฉลาดทางอารมณ์ และบางทีก็อาจจะต้องการ ความช่วยเหลืออยู่บ้างเพื่อให้เค้าสามารถเรียบเรียงและปรับอารมณ์ของตัวเค้าเอง หากไม่มีสภาวะทางอารมณ์ที่ดีแล้ว ก็อาจจะส่งผลจนเค้าไม่สามารถใช้สติปัญญาได้อย่างเต็มศักยภาพ เพราะอารมณ์จะเป็นตัวไปขัดขวางการทำงานของสมองส่วนความคิด ในขณะเดียวกันก็ดูเหมือนว่าเขาจะขาดความสามารถในการจัดการกับอารมณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจจะไปฉุดการเรียนในห้องเรียน และพัฒนาการของเค้าก็อาจจะหยุดชะงักลงได้

คุณสามารถช่วยเตรียมลูกให้พร้อมสำหรับอนาคต ด้วยการปลูกฝังทักษะที่สำคัญกับชีวิต เช่น การเอาใจเขามาใส่ใจเรา การช่วยเหลือผู้อื่น การแก้ปัญหา สมาธิ และการสื่อสาร เริ่มต้นเนิ่นๆ ตั้งแต่ตอนนี้ ด้วยการหาจังหวะสอนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในแต่ละวัน และคอยชี้แนะเค้าให้นำบทเรียนที่ได้รับมาใช้อย่างสม่ำเสมอ

6-10 : ลูกของคุณสามารถที่จะเข้าใจ ควบคุม และแสดงออกทางอารมณ์ได้ดีพอสมควร แต่ก็ยังมีบ้างบางเวลา ที่เห็นเค้าแสดงอาการตกใจกลัว เวลาที่ต้องเผชิญกับปัญหา หากคุณแม่ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือและชี้แนะบ้าง จะทำให้ลูกน้อยเข้าใจ และจัดการกับอารมณ์ของตัวเองได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เค้าเริ่มนับถือตัวเองและส่งผลดีต่อมนุษยสัมพันธ์ และทักษะการสื่อสารของเค้า ที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะกับเพื่อนหรือคุณครูที่โรงเรียน

11-15: ลูกของคุณแสดงความฉลาดทางอารมณ์ในระดับสูง และสามารถที่จะจัดการกับความท้อแท้ และความกลัวที่เกิดขึ้นได้ อย่างดี ทั้งยังสามารถจัดการกับสถานการณ์เฉพาะหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เค้าสามารถเข้าใจอารมณ์ของทั้งตัวเองและผู้อื่น และสามารถโต้ตอบได้อย่างสมเหตุสมผลในทุกสถานการณ์ นี่ถือเป็นสัญญาณที่ดีมาก ซึ่งจะช่วยให้เค้ามีจุดยืนที่มั่นคงเมื่อเค้าเติบโต ขึ้นมาอยู่ในสังคม ความฉลาดทางอารมณ์ยังจะเสริม IQ ให้กับเค้า และช่วยให้เค้าเป็นนักแก้ปัญหาฝีมือดีและมีศักยภาพในการเป็นผู้นำ

ดาวน์โหลดฟรี! แอพพลิเคชั่นเพื่อแม่ตั้งครรภ์

หากคุณแม่ต้องการข้อมูล เคล็ดลับเพิ่มเติมเกี่ยวกับพัฒนาการของทารกตลอดช่วงระยะเวลาการตั้งครรภ์ คำแนะนำด้านโภชนาการ และรับสิทธิประโยชน์เพื่อลูกน้อยตั้งแต่ในครรภ์จนถึง 3 ปี คุณสามารถสมัครสมาชิก Enfa Smart Club ผ่านแอพพลิเคชั่นเพื่อแม่ตั้งครรภ์ฟรี ที่นี่ Enfa A+ Genius Baby