แต่ละบ้านก็มีการเลี้ยงลูก ความเชื่อที่แตกต่างกันไป แต่ก็สามารถจัดกลุ่มได้ว่าแต่ละบ้านเป็นแนวไหนตามที่นักจิตวิทยาไดอาน่า โบมรินด์ได้ทำการศึกษาไว้ในด้านระเบียบวินัย ความอบอุ่นและการใส่ใจเด็กๆ วัยก่อนเข้าเรียนออกมาเป็น 4 สไตล์นี้

สมัครเป็นสมาชิก Enfa Smart Club กับชมวันนี้ ลุ้นรับ MacBook Air

1. คุณพ่อคุณแม่จอมสั่ง

ลูกๆ จะต้องทำตามกฎเป๊ะตามที่คุณพ่อคุณแม่ได้ตั้งเอาไว้ ถ้าไม่ทำตามเมื่อไหร่ก็จะต้องโดนลงโทษทันที แถมยังไม่อธิบายเหตุผลที่ตั้งกฎแบบนี้ขึ้นมาด้วย ถ้าลูกๆ ถามเมื่อไหร่ก็จะบอกว่า “ก็แม่เคยบอกไว้แล้ว” หรือ “เพราะฉันเป็นแม่เธอนะ” คุณพ่อคุณแม่จะไม่ตอบสนองกับความต้องการของลูก เป็นคุณพ่อคุณแม่ที่คาดหวังลูกให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองตั้งไว้ ในใจของลูกเต็มไปด้วยความสงสัย กดดัน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่คิดว่าเป็นความหวังดีให้ลูกโตมามีระเบียบ แต่ความเข้มงวดแบบนี้นักจิตวิทยาบอกว่าเป็นการกัดกร่อนและทำให้เด็กพังได้ไม่รู้ตัว

2. คุณพ่อคุณแม่ที่พร้อมเปิดโหวต

คุณพ่อคุณแม่สไตล์นี้จะทำที่บ้านให้เหมือนกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย แต่คุณพ่อคุณแม่เป็นผู้นำและเป็นคนคุมกฎในบ้านเหมือนข้อแรก มีกฎระเบียบให้ทำตาม มีไกด์ไลน์ที่ลูกควรจะเดินตามที่บอก แต่ต่างกันตรงที่คุณพ่อคุณแม่จะตอบสนองกับความต้องการของลูกและตั้งใจฟังคำถามลูก ถึงจะตั้งความหวังกับลูกบ้าง แต่ก็ไม่ลืมให้ความอบอุ่น ให้กำลังใจ มีฟีดแบ็กกับสิ่งที่ลูกทำ ถ้าลูกทำให้ผิดหวัง ทำอะไรไม่ได้ก็ยังค่อยๆ สอนและให้อภัยมากกว่าการลงโทษ เป็นคุณพ่อคุณแม่ที่ชัดเจนในการเลี้ยงดู อยากให้ลูกรับผิดชอบต่อสังคม มีวินัยและเข้ากับคนอื่นได้

3. คุณพ่อคุณแม่ที่ให้ลูกสร้างกฎ

แปลความหมายง่ายๆ ว่าตามใจลูกทุกอย่าง ไม่อยากให้ลูกโกรธ โมโห จะออกคำสั่งกับลูกน้อยมาก ไม่มีกฎระเบียบอะไร เพราะคิดว่าลูกยังเป็นเด็กและยังควบคุมตัวเองไม่ได้ ลูกว่าไง คุณพ่อคุณแม่ก็ว่าตามนั้น ให้ลูกตั้งกฎขึ้นมาเองและจะไม่อยากเผชิญหน้ากับความจริง ลูกไม่อยากเข้านอนก็ไม่นอน ลูกอยากกินขนมไม่กินข้าวก็ยอม เพราะกลัวลูกร้องไห้ สไตล์นี้คุณพ่อคุณแม่เลี้ยงลูกเหมือนเป็นเพื่อนมากกว่าเป็นพ่อแม่นั่นเอง

4. คุณพ่อคุณแม่ผู้วางเฉย

สไตล์นี้คือเข้าข่ายคุณพ่อคุณแม่ที่ไม่วางแผน ไม่คิดอะไรเลย ไม่ออกกฎ ไม่ตอบสนองในสิ่งที่ลูกอยากได้ และไม่ค่อยสื่อสารกับลูกด้วยซ้ำ ถึงคุณพ่อคุณแม่จะเลี้ยงดูลูกให้กินอิ่มนอนหลับทั่วไป แต่ก็เอาตัวเองออกจากชีวิตลูก ปล่อยให้ลูกเล่นอะไรคนเดียว ไม่สอน ไม่ซัพพอร์ตใดๆ แต่ก็มีถึงขั้นว่าไม่สนใจหานมให้ลูกกิน ไม่เปลี่ยนผ้าอ้อมลูก ไม่สนใจไม่เล่นด้วย ไม่ดูแลแม้แต่ความต้องการพื้นฐานของลูกตั้งแต่ยังเป็นแบเบาะกันเลย

ผลของการเลี้ยงดูแต่ละสไตล์

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าการเลี้ยงดูแบบที่ 2 หรือแบบเปิดโหวตแต่พ่อแม่ยังเป็นผู้นำเป็นการเลี้ยงดูที่ทำให้เด็กมีความสุข มีความสามารถและประสบความสำเร็จมากที่สุด ส่วนแบบพ่อแม่จอมสั่ง เด็กจะมีความสุขน้อย เข้าสังคมยากและไม่มั่นใจในตัวเอง พ่อแม่ที่ตามใจทุกสิ่ง ลูกก็จะเป็นคนที่แก้ปัญหาอะไรไม่ได้ และการเลี้ยงดูที่ไม่สนใจลูกเลยก็ทำให้เด็กมีความสุขน้อยที่สุด ขาดการควบคุมตัวเอง ลองดูว่าบ้านเราตอนนี้เป็นแบบไหน ต้องปรับยังไงต่อไป ทางที่ดีก็ไม่ควรตึงเกินไปหรือหย่อนเกินไป ขอให้ทุกครอบครัวหาสมดุลของตัวเองเพื่อความสุขและอนาคตที่ดีของลูกให้ได้นะคะ