ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
เจ้าชายกบ อ่านนิทานภาษาอังกฤษ นิทานสนุกก่อนนอน
เจ้าชายกบ อ่านนิทานภาษาอังกฤษ นิทานสนุกก่อนนอน

          เจ้าชายกบ นิทานก่อนนอนสอนใจเด็กๆ สอนลูกเรื่องความรักและความงามที่แท้จริง เรื่องราวของเจ้าหญิงแสนสวยที่ช่วยเหลือกบตัวหนึ่งที่ถูกแม่มดสาปให้เป็นกบ สุดท้ายกบจะแก้คำสาปกลายเป็นเจ้าชายรูปงามได้อย่างไร  มาอ่านให้ลูกฟังได้ในนิทานเจ้าชายกบ

ณ เมืองแห่งหนึ่ง มีเจ้าหญิงผู้งดงามอาศัยอยู่ในปราสาทหลังใหญ่ อยู่มาวันหนึ่งพระราชาซึ่งเป็นพ่อของเธอได้เข้ามาในห้องนอนพร้อมลูกบอลสีทอง เพื่อมอบให้เป็นของขวัญวันเกิดให้แก่เธอ “สุขสันต์วันเกิดนะลูกรัก พ่อหวังว่าลูกจะชอบของขวัญที่พ่อมอบให้” พระราชากล่าว เจ้าหญิงยิ้มหวานดีใจทันทีที่เห็นลูกบอล “ขอบคุณค่ะท่านพ่อ” เธอกล่าวขอบคุณพร้อมกระโดดกอดพระราชาด้วยความดีใจ ในทุก ๆ วัน เจ้าหญิงมักจะชอบเล่นโยนลูกบอลสีทองอยู่ภายในปราสาท เล่นได้ทั้งวันตั้งแต่เช้าถึงเย็น จนกระทั่งวันหนึ่งเธอเริ่มเบื่อกับการเล่นลูกบอลในปราสาท จึงออกไปเล่นที่สวนข้างนอกปราสาทบ้าง เจ้าหญิงโยนลูกบอลสีทองเล่นไปเรื่อย ๆ จนไม่ได้ดูว่าข้างหน้าเป็นสระน้ำ

ในขณะที่เจ้าหญิงได้โยนลูกบอลสูงกว่าปกติ แต่คราวนี้เธอไม่สามารถรับได้ จึงทำให้ลูกบอลสีทองตกลงพื้น แล้วกลิ้งตกลงไปในสระน้ำ และจมลงไป “โธ่ ไม่นะ ลูกบอลสีทองของฉัน ฮือๆๆ” เจ้าหญิงนั่งร้องไห้อยู่ริมสระน้ำด้วยความเสียใจ และทันใดนั้นเองเจ้ากบน้อยก็กระโดดไปมาอยู่ข้าง ๆ เจ้าหญิงที่ยังคงนั่งเสียใจอยู่ “อ๊บ อ๊บ เจ้าหญิงแสนสวยของข้า เพราะเหตุใดท่านจึงมานั่งร้องไห้เช่นนี้” เจ้ากบถาม เจ้าหญิงจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟัง

เมื่อเจ้ากบน้อยได้ฟังเรื่องราวแล้วจึงอาสาที่จะช่วยตามหาลูกบอลให้ แต่มีข้อแม้ว่า “ถ้าหม่อมฉันสามารถตามหาลูกบอลของเจ้าหญิงได้สำเร็จ เจ้าหญิงต้องสัญญาว่าจะยอมเป็นเพื่อนสนิทกับหม่อมฉัน และให้หม่อมฉันได้นั่งโต๊ะกินข้าวคู่กับท่าน รวมไปถึงนอนเคียงข้างกับท่านด้วย เจ้าหญิงจะทำได้หรือไม่” ด้วยความที่เจ้าหญิงอยากได้ลูกบอลคืนมากเหลือเกิน จึงรีบรับปากโดยไม่ทันคิด “ได้ซิ ข้าสัญญา” เมื่อเจ้าหญิงได้ให้สัญญากับเจ้ากบแล้ว เจ้ากบน้อยก็ดีใจและกระโดดลงไปในสระน้ำทันที เจ้ากบน้อยดำหาลูกบอลสีทองอยู่นานและสุดท้ายก็เจอและนำขึ้นมาให้เจ้าหญิง เจ้าหญิงดีใจมาก รีบคว้าลูกบอลมากอดไว้และเดินจากไปโดยไม่ได้สนใจเจ้ากบเลย  

พอตกเย็น เจ้าหญิงได้นั่งโต๊ะทานอาหารเย็นร่วมกับพระราชาและพระราชินี เมื่อทั้งสามกำลังทานอาหารร่วมกันอย่างเอร็ดอร่อย ก็ได้ยินเสียง “อ๊บ อ๊บ... อ๊บ อ๊บ” ดังมาจากหน้าประตู พระราชาจึงให้หญิงรับใช้ไปเปิดดู เมื่อหญิงรับใช้ได้ไปเปิดก็เห็นเจ้ากบอยู่ที่หน้าประตู สาวใช้จึงเอ่ยถามขึ้นว่า “เจ้าขึ้นมาที่นี่ได้อย่างไร” เจ้ากบจึงตอบขึ้นมาว่า “อ๊บ อ๊บ ข้าคือเพื่อนสนิทของเจ้าหญิง และได้รับคำเชิญจากเจ้าหญิงให้ขึ้นมาทานอาหารด้วย” สาวใช้ได้ยินดังนั้นก็ประหลาดใจ และบอกให้เจ้ากบรออยู่ตรงนี้ก่อน สาวใช้จึงเดินเข้ามาหาเจ้าหญิงและบอกตามที่เจ้ากบน้อยได้บอกมา

พระราชาประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง “มันจะเป็นไปได้ยังไง นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น” พระราชาหันไปถามเจ้าหญิง “คืออย่างนี้ค่ะท่านพ่อ” จากนั้นเจ้าหญิงได้เล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้พระราชาและพระราชินีฟัง เมื่อฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้วพระราชาจึงพูดขึ้นว่า “ เมื่อเจ้าได้ให้คำสัญญาไว้แล้ว เจ้าจะต้องรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเจ้ากบ” และได้สั่งหญิงรับใช้ว่า “จงไปเปิดประตูให้เจ้ากบเข้ามาได้” ส่วนพระราชินีหันไปพูดกับหญิงรับใช้อีกคนหนึ่งว่า “ส่วนเจ้าไปจัดเตรียมจานช้อนแก้วน้ำ มาให้เจ้ากบด้วย ใช้ชุดเดียวกับที่เราใช้รับแขก”   

เมื่อเจ้ากบเข้ามา ก็ได้กระโดดขึ้นโต๊ะร่วมทานอาหารกับทุกคนอย่างเอร็ดอร่อย จากนั้นไม่นานเจ้าหญิงจึงขอตัวขึ้นไปนอน แต่คำสัญญายังไม่ได้จบเพียงเท่านี้ เจ้ากบน้อยจึงรีบพูดขึ้น “งั้นข้าจะขึ้นไปนอนพร้อมเจ้าหญิงเลย ข้ากำลังง่วงพอดี กินอิ่มก็อยากนอนหลับ” เจ้ากบพูดพร้อมกระโดดไปมาด้วยความตื่นเต้น เจ้าหญิงทำท่าจะปฏิเสธ แต่พระราชาพูดขึ้นก่อนว่า “เจ้าหญิง...จงทำตามคำสัญญา” เจ้าหญิงได้แต่เดินคอตกขึ้นไปยังห้องนอน พร้อมกับมีเจ้ากบกระโดดเหยง ๆ ยิ้มร่าอย่างมีความสุขตามไป เจ้าหญิงและเจ้ากบนอนลงบนเตียงเดียวกัน เจ้าหญิงรู้สึกทั้งรังเกียจและขยะแขยง แต่ด้วยความเหนื่อยจึงทำให้ผล็อยหลับไป   

เช้าวันรุ่งขึ้นเจ้ากบตื่นมาแต่เช้าและปลุกเจ้าหญิงให้ตื่นขึ้น “อรุณสวัสดิ์ เจ้าหญิงแสนสวย” เจ้าหญิงตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงียทั้งง่วงทั้งหงุดหงิดที่ถูกปลุกแต่เช้า “เจ้ากบประหลาด เจ้ากล้าดียังไงมาปลุกข้าแต่เช้าเช่นนี้ ข้าทนไม่ไหวแล้วนะ มีอะไรบ้างไหมที่ข้าพอจะทำให้เจ้าเลิกยุ่งกับข้าสักที” ด้วยความดีใจที่ได้ยินเจ้าหญิงพูดออกมาเช่นนั้น เจ้ากบจึงรีบตอบออกไปว่า “หม่อมฉันขอข้อสุดท้าย ให้เจ้าหญิงช่วยจุมพิตหม่อมฉัน แล้วหม่อมฉันจะไปจากที่นี่ ไม่กวนใจท่านอีกเลย” แต่คำพูดนั้นกลับทำให้เจ้าหญิงยิ่งโมโหหนักขึ้นจึงไล่เจ้ากบออกไป “ออกไปจากห้องของข้าเดี๋ยวนี้นะเจ้ากบประหลาด และอย่าได้หวังเลยว่าจะได้รับการจุมพิตจากข้า”

พอได้ยินดังนั้น เจ้ากบก็เสียใจมากจนน้ำตาไหลออกมา “ใคร ๆ ก็รังเกียจรูปร่างหน้าตาของหม่อมฉัน มันช่างน่าเกลียดน่ากลัว ไม่เคยมีใครอยากเป็นเพื่อนกับหม่อมฉันเลย ไม่ว่าจะทำดีต่อพวกเขาแค่ไหน เจ้าหญิงก็คงเหมือนคนอื่น ๆ ทุกคนช่างใจร้าย มนุษย์ช่างใจร้าย เจ้าหญิงก็ใจร้าย”   

เมื่อเจ้าหญิงได้ฟังความเสียใจของเจ้ากบ พร้อมกับเห็นน้ำตาของมัน ก็เกิดความสงสาร จึงใจอ่อนยอมทำตามคำขอร้อง “ไม่ต้องร้องไห้แล้วเจ้ากบ ข้าจะยอมจูบเจ้าก็ได้ แต่ครั้งเดียวเท่านั้นนะ แล้วเจ้าจะต้องเลิกยุ่งกับข้าอีก” จากนั้นเจ้าหญิงค่อย ๆ เอามือประคองเจ้ากบขึ้นมา และก้มลงจูบไปที่เจ้ากบ และทันทีที่ปากของเจ้าหญิงจูบโดนปากของเจ้ากบ ได้เกิดแสงสีขาวระยิบระยับสว่างจ้าไปทั่วทั้งห้อง

เจ้าหญิงมองไม่เห็นอะไรเลยจนกระทั่งแสงค่อย ๆ เลือนหายไป และทันใดนั้นเองเธอแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เพราะสิ่งที่เห็นคือ จากร่างที่เคยเป็นเจ้ากบประหลาดค่อย ๆ กลายเป็นเจ้าชายรูปงาม เจ้าหญิงตกใจมากจึงพูดว่า “เจ้าเป็นใครกัน แล้วเกิดอะไรขึ้นกับเจ้ากบตัวนั้น” เจ้าหญิงถามด้วยความตกใจ เจ้าชายจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง “หม่อมฉันเป็นเจ้าชายในเมืองแห่งหนึ่งที่ถูกสาบให้กลายเป็นกบ และคำสาบนั้นจะถูกถอนต่อเมื่อได้รับการจุมพิตจากความเมตตาเท่านั้น”   

เมื่อเจ้าหญิงเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว จึงรีบไปเล่าเรื่องของเจ้าชายให้พระราชาและพระราชินีฟัง ทั้งสองประหลาดใจอย่างยิ่ง แต่ยินดีกับเรื่องที่เกิดขึ้น พระราชาได้สอนลูกสาวต่อว่า “นี่ถือเป็นอีกบทเรียนหนึ่งที่สอนเจ้านะเจ้าหญิง เราไม่ควรตัดสินใครหรืออะไรจากสิ่งที่เห็นภายนอก โดยที่ไม่ได้รู้เรื่องราวความจริงทั้งหมด” หลังจากนั้นไม่นาน เจ้าชายกบและเจ้าหญิงได้แต่งงานกัน ชาวเมืองทั้งสองเมืองต่างพากันโห่ร้องแสดงความยินดีกับเจ้าหญิงและเจ้าชาย และร่วมกันอวยพรให้ทั้งสองครองรักกันอย่างมีความสุขตลอดไป 

 

ข้อคิดจากนิทานเจ้าชายกบ


นิทานเจ้าชายกบสอนให้รู้ว่าเราไม่ควรตัดสินใครหรืออะไรจากสิ่งที่เห็นภายนอก โดยที่ไม่ได้รู้เรื่องราวความจริงทั้งหมด

 

The Frog Prince (นิทานเจ้าชายกบ ฉบับภาษาอังกฤษ)


In a kingdom lives a beautiful princess in a large castle. One day, her father, the King, comes to her bed chamber with a golden ball, a gift for her birthday. “Happy Birthday, my darling. I hope you like the present that I’ve brought you”, says the King. The princess smiles sweetly with delight, “Thank you, father” she thanks him and leaps in with joy to give him a hug. Every day, the princess enjoys playing with the ball in the castle from dawn to dusk. One day, she grows bored of only playing with the ball in the castle, so she goes outside to the garden to play. The princess throws and plays with the ball but doesn’t see a pool in front of her. The princess throws the ball up higher than usual, and this time she is unable to catch it. The ball falls onto the ground, rolls into the pool, and sinks it. “Oh, no! My golden ball. (sobs, sobs)”, the princess weeps with sorrow by the edge of the pool. Suddenly, a little frog hops around beside the sad princess, “Ribbit, ribbit, my beautiful princess. Why are you crying over here?” the frog asks. The princess tells him the whole story. Upon hearing the story, the frog volunteers to help find the ball. However, there is one condition, “If I successfully find your ball, you have to promise that you will be my best friend, let me sit at your dining table with you, and sleep next to you. Will you be able to do this?”. Since the princess desperately wants her ball back, she quickly accepts the frog’s proposal without thinking, “Of course. I promise.” When the princess gives her promise, the frog immediately jumps into the pool with delight. The little frog dives around the pool for a long time to find the golden ball. Eventually, he finds the ball and brings it to the princess. The princess is overjoyed and snatches the ball from the frog to hold in her arms and walks away, ignoring the frog. 

That evening, the princess sits at her dining table with the King and Queen. The three enjoy their dinner when they hear, “Ribbit, ribbit… ribbit, ribbit”, coming from outside the door. The King sends his servant to open the door. When she opens the door, she sees a frog in front of it. The servant asks, “How did you come up here?”. The frog replies, “Ribbit, ribbit. I am the princess’s best friend and have been invited to have dinner with her.” The servant is surprised upon hearing this and tells the frog to wait there. The servant walks up to the princess and tells her what the frog has said. The King is very surprised, “How can this be? What happened?”. He looks at the princess and asks, “This is what happened, my father,” the princess tells the entire story to the King and Queen. After hearing the whole story, the King says, “Since you have given a promise to the frog, you mustn’t break it.” He orders the servant, “Open the door and let the frog in.” The Queen turns to the other servant and says, “As for you, go and prepare a set of plate, cutlery, and drinking glass for the frog. Use the same set that we use when we receive guests.”  

When the frog enters, he jumps onto the table and shares the delicious meal with everyone. Not long after that, the princess excuses herself to her bed chamber. However, the promise is not yet over, so the frog quickly says, “Then I will go to bed with you. I am also getting sleepy. I’ve eaten until full, so now I would like to sleep”, says the frog while jumping up and down excitedly. The princess begins to refuse, but the King speaks up, “Princess… do as promised.” The princess unhappily walks to the bed chamber while the frog hops joyfully after her. The princess and the frog lay on the same bed. She feels disgusted but falls asleep from exhaustion. 

The next morning the frog wakes up and wakes up the princess, “Good morning, beautiful princess.” The princess wakes up with drowsiness and irritation from having been woken up so early, “You strange frog. How dare you wake me up so early? I cannot take this any longer. Is there anything that will make you stop bothering me?”. After hearing what the princess has said, the frog is delighted and hurriedly replies, “I have one last request. I would like you to kiss me, and I will leave here. I will never bother you again.” However, this request has made the princess even angrier, and she chases the frog away, “Leave my room this instant, you strange frog. Don’t you ever expect to receive a kiss from me.”  After hearing this, the frog is extremely sad, and his tears flow, “Everyone is disgusted by my appearance. How ugly and scary. No one ever wants to be my friend, no matter how good I am to them. You must be like everyone else. Everyone is cruel. Humans are cruel. The princess is also cruel.” 

When the princess hears the frog’s sadness and sees his tears, she begins to pity him and accepts his request, “Please don’t cry anymore, frog; I will kiss you, but only once. Then, you will have to leave me alone.” Then the princess gently cups the frog with her hands and plants a kiss on him. As soon as her lips touch the frog’s, sparkling white light flashes throughout the entire room. The princess can’t see anything until the lights fade. All of a sudden, she can hardly believe her eyes, for what she sees is the figure that once was a frog that has turned into a handsome prince. The princess, overcome with shock, says, “Who are you, and what happened to the frog?” the princess asks with surprise. Hence, the prince tells her the whole story, “I am a prince from a small village that was cursed and turned into a frog. The curse can be removed only after receiving a mercy kiss.” 

When the princess understands the whole story, she quickly tells it to the King and Queen. They are both greatly surprised but happy with what has happened. The King teaches his daughter, “This is another lesson for you, princess. We should never judge someone by their outer appearance without knowing the whole truth.” Not long after that, the prince and princess wed, and the people of both kingdoms cheered and congratulated them, blessing them with a happily ever after. 


นิทานก่อนนอน สำหรับเด็กเรื่องอื่น ๆ

เจ้าชายกบ อ่านนิทานภาษาอังกฤษ นิทานสนุกก่อนนอน
EFB banner
Mobile efb banner
EFB banner
  • Register bar

Leaving page banner

 

Leaving page banner