
Enfa สรุปให้
จะรู้ได้ไงว่าลูกในท้องหัวใจหยุดเต้น เป็นเรื่องที่แม่ท้องหลายคนกังวลใจ โดยการที่หัวใจทารกในครรภ์เต้นผิดปกติมักมีสัญญาณหลายอย่างที่ทำให้คุณแม่สังเกตได้ เช่น ลูกไม่ดิ้น เลือดออกทางช่องคลอด
จะรู้ได้ไงว่าลูกยังอยู่ในท้อง แม้ว่าคุณแม่จะสังเกตสัญญาณเตือนเกี่ยวกับการหัวใจทารกในครรภ์เต้นผิดปกติ แต่เพื่อความแน่ใจคุณแม่ควรไปพบแพทย์ โดยระหว่างการตั้งครรภ์ควรฝากครรภ์ และพบแพทย์ตามนัดสม่ำเสมอ
หัวใจทารกในครรภ์เต้นผิดปกติ เกิดได้จากหลายสาเหตุทั้งตัวทารกหรือตัวคุณแม่เอง เช่น ความผิดปกติของอวัยวะสำคัญของทารก เช่น หัวใจ สมอง หรือระบบไหลเวียนโลหิต การติดเชื้อในครรภ์ ภาวะเบาหวานในคุณแม่ เป็นต้น

เลือกอ่านตามหัวข้อ
การตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลามหัศจรรย์ของชีวิตคุณแม่ นอกจากดูแลตนเองและลูกในครรภ์แล้ว คุณแม่ยังต้องการความมั่นใจว่าลูกในท้องของตนเองมีสุขภาพแข็งแรงดี โดยสิ่งที่ยืนยันเรื่องนี้ได้คือการเต้นของหัวใจทารก ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งบอกถึงการมีชีวิตในครรภ์ ระหว่างตั้งครรภ์คุณแม่หลายคนจึงกังวลใจกับการเต้นของหัวใจลูก เช่น จะรู้ได้ไงว่าลูกในท้องหัวใจหยุดเต้น จะรู้ได้ไงว่าลูกยังอยู่ในท้อง หัวใจทารกในครรภ์เต้นผิดปกติเป็นยังไง ในบทความนี้ Enfa จะพาไปหาคำตอบเรื่องนี้กันค่ะ
จะรู้ได้ไงว่าลูกในท้องหัวใจหยุดเต้นนั้น จะมีสัญญาณบางอย่างที่คุณแม่สามารถสังเกตได้ด้วยตนเอง ซึ่งโดยปกติแล้วคุณแม่ควรสังเกตอาการลูกในท้องอย่างใกล้ชิด เพื่อให้รู้ถึงความผิดปกติได้เร็วขึ้น หากสงสัยว่าลูกในท้องหัวใจหยุดเต้นไหมให้สังเกตอาการเหล่านี้ และพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียดอีกครั้ง
จะรู้ได้ไงว่าลูกยังอยู่ในท้องสามารถสังเกตได้จากสัญญาณและอาการต่าง ๆ ของคุณแม่และลูกในท้อง ปกติแล้วหากไม่มีเลือดออกทางช่องคลอดอย่างผิดปกติ นั่นหมายถึงลูกยังอยู่ในท้อง แต่หากลูกไม่มีสัญญาณการเคลื่อนไหวประกอบกับคุณแม่มีอาการอื่นร่วมด้วย ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจเพิ่มเติม โดยการตรวจสอบว่าลูกยังอยู่ในท้องทำได้ดังนี้

อัตราการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์ (Fetal Heart Rate: FHR) เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่บ่งบอกถึงสุขภาพของทารก โดยอัตราการเต้นปกติจะขึ้นอยู่กับอายุครรภ์และสภาพร่างกายของทารก ดังนี้
อัตราการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์นี้อาจเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในระหว่างที่ทารกนอนหรือเคลื่อนไหว โดยสิ่งที่ควรระวังคือหากอัตราการเต้นต่ำกว่า 110 bpm อาจบ่งชี้ถึงความผิดปกติ เช่น ภาวะหัวใจเต้นช้า (Bradycardia) แต่หากอัตราการเต้นสูงกว่า 160 bpm อาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติ เช่น ภาวะหัวใจเต้นเร็ว (Tachycardia)
สำหรับการตรวจสอบสอบอัตราการเต้นของหัวใจทารก แพทย์จะใช้เครื่อง Doppler ในการฟังเสียงหัวใจลูกตั้งแต่อายุครรภ์ประมาณ 10-12 สัปดาห์ และใช้ Ultrasound ใช้ตรวจอัตราการเต้นและสภาพหัวใจได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ทั้งนี้ปัจจุบันมีเครื่องฟังเสียงหัวใจทารกซึ่งคุณแม่สามารถซื้อมาใช้เองได้ แต่อาจไม่แม่นยำเท่าการตรวจของแพทย์มากนัก
หัวใจทารกในครรภ์เต้นผิดปกติ แม่จะรู้สึกได้ไหม โดยทั่วไปคุณแม่ไม่สามารถรับรู้ได้โดยตรงค่ะ เนื่องจากเสียงหรือจังหวะการเต้นของหัวใจทารกต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะ เช่น Doppler หรือ Ultrasound ในการตรวจจับสัญญาณ อย่างไรก็ตาม หากทารกในครรภ์หัวใจเต้นผิดปกติอาจส่งผลให้มีอาการหรือสัญญาณบางอย่างที่คุณแม่สามารถสังเกตได้ ดังนี้
หากคุณแม่มีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของลูกในครรภ์ เช่น รู้สึกว่าลูกดิ้นน้อยลงหรือมีอาการผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที การตรวจสุขภาพของลูกในครรภ์ตั้งแต่เนิ่น ๆ สามารถช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงทีค่ะ
ทารกหัวใจหยุดเต้น เกิดได้จากหลายสาเหตุ อาจเกิดจากตัวทารกหรือความผิดปกติจากคุณแม่เอง โดยทั่วไปการที่ลูกหัวใจหยุดเต้นในครรภ์เกิดจากสาเหตุ ดังนี้
ทำอย่างไรเมื่อลูกหัวใจหยุดเต้นในครรภ์ หากพบสัญญาณว่าหัวใจทารกในครรภ์เต้นผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อตรวจยืนยันอาการ หลังจากนั้นแพทย์จะพิจารณาวิธีการที่จะดูแลทั้งคุณแม่และทารก ดังนี้
โดยแพทย์จะทำการยืนยันผลการตรวจ เช่น อัลตราซาวด์ (Ultrasound) เพื่อยืนยันว่าทารกในครรภ์ไม่มีการเต้นของหัวใจ และตรวจสอบสภาพทารก หรือฟังเสียงหัวใจด้วย Doppler เพื่อยืนยันว่าไม่มีการเต้นของหัวใจทารก
หลังจากยืนยันว่าทารกหัวใจหยุดเต้นแล้ว แพทย์จะพูดคุยกับคุณแม่เกี่ยวกับการเลือกวิธีการคลอด โดยปกติจะมี 2 วิธี คือ
แพทย์และทีมสุขภาพจะให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการดูแลจิตใจของคุณแม่หลังการสูญเสีย เช่น การรับมือกับความเศร้า การให้คำแนะนำจากนักจิตวิทยาหรือที่ปรึกษาทางจิตเวช
ในบางกรณี แพทย์อาจทำการตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุที่ทำให้ทารกหัวใจหยุดเต้น เช่น การตรวจเลือดของคุณแม่เพื่อดูภาวะสุขภาพหรือการติดเชื้อ หรือการตรวจสภาพรกและสายสะดือ หากพบสาเหตุที่สามารถป้องกันได้ แพทย์อาจให้คำแนะนำสำหรับการตั้งครรภ์ครั้งถัดไป
หลังจากการคลอด แพทย์จะดูแลคุณแม่เพื่อให้มั่นใจว่าผู้หญิงมีสุขภาพที่ดีหลังการสูญเสีย เช่น การติดตามภาวะโลหิตจาง การติดเชื้อ หรือการฟื้นตัวจากการคลอด
สุขภาพและพัฒนาการทารกในครรภ์เริ่มต้นด้วยโภชนาการจากคุณแม่ การใส่ใจโภชนาการจึงเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่ดีที่สุดของลูก เพราะสมองของลูกเริ่มพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อยู่ในครรภ์ จนถึงช่วงให้นมบุตรตลอด 2 ปีแรกของลูก คุณแม่สามารถเลือกโภชนาการที่มี MFGM ช่วยเสริมสร้างสมองลูกใน 1,000 วันแรกของชีวิต และเสริมอาหารสมองที่สำคัญอย่าง ดีเอชเอ, สฟิงโกไมอิลีน,แอลฟา-แลคตาบูมิน, ฟอสโฟลิปิด,แกงกลิโอไซด์ เพื่อให้สมองลูกพัฒนาได้เต็มศักยภาพ
สร้างสมองลูกดีที่สุด เริ่มได้ตั้งแต่ในครรภ์
สร้างพัฒนาการลูกดีที่สุด
เสริมโภชนาการแม่ดีที่สุด
Enfa สรุปให้ คนท้องขาบวมกี่วันคลอดอาจตอบได้ยาก เพราะขาบวมไม่ได้บอกวันคลอดที่แน่นอน อาจบวมได้หลา...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ แอปตั้งครรภ์ ช่วยให้คุณแม่ติดตามข้อมูลสำคัญระหว่างตั้งครรภ์ได้เป็นระบบ เช่น อายุคร...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ สีประจำเดือนคนท้อง หากมีเลือดสีชมพู น้ำตาล แดง หรือดำ ควรสังเกตปริมาณเลือด อาการปว...
อ่านต่อ