Enfa สรุปให้
-
ตั้งครรภ์ มีเลือดออก ไม่ปวดท้อง เกิดได้จากสาเหตุที่อันตรายและไม่อันตราย จึงควรไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยว่าสาเหตุที่มีเลือดออกจากช่องคลอดนั้น เกิดจากอะไรกันแน่
-
เลือดออกตอนท้องอ่อน ๆ ส่วนใหญ่มักมีสาเหตุมาจากการมีเพศสัมพันธ์ เลือดล้างหน้าเด็ก การแท้ง การตั้งครรภ์นอกมดลูก
-
ในกรณีแม่ตั้งท้อง 2 เดือน มีเลือดออก สีน้ำตาล โดยมากมักเกิดความผิดปกติ ให้รีบไปพบแพทย์ เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและอัลตราซาวนด์ว่าเลือดสีน้ำตาลที่ไหลออกมานี้เกิดจากอะไร
เลือดออกขณะตั้งครรภ์ เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งสาเหตุโดยทั่วไปที่ไม่ได้รุนแรงมากนัก หรืออาจเป็นสัญญาณอันตรายก็ได้เช่นกัน แต่โดยมากแล้วเลือดออกตอนท้องมักจะเป็นหนึ่งในอาการผิดปกติของการตั้งครรภ์ และส่วนใหญ่มักเป็นสัญญาณความเสี่ยงที่อันตราย จำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาในทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลเสียที่รุนแรงทั้งต่อแม่และทารกในครรภ์
ตั้งครรภ์ มีเลือดออก ไม่ปวดท้อง อันตรายไหม
โดยทั่วไปเวลาพูดถึงอาการเลือดออกตอนตั้งครรภ์ คุณแม่คนไหนได้ฟังก็รู้สึกใจเสียกันทั้งนั้นค่ะ แต่สำหรับคุณแม่ที่เพิ่งเริ่มตั้งครรภ์อ่อน ๆ มีมูกเลือดออกทางช่องคลอดแต่ไม่ปวดท้อง
อาการลักษณะนี้ถือว่าไม่อันตรายค่ะ เพราะเกิดจากทารกฝังตัวอ่อนในโพรงมดลูก ซึ่งการฝังตัวนี้อาจจะไปกระทบกับเส้นเลือดในมดลูก ทำให้มีเลือดไหลออกมา ซึ่งกรณีนี้มักจะพบได้ในช่วง 3-4 สัปดาห์หลังจากการมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย
อย่างไรก็ตาม การไม่ประมาทถือว่าเป็นการป้องกันตนเองที่ดีที่สุด หากมีเลือดออกทางช่องคลอด ไม่ว่าจะอายุครรภ์เท่าไหร่ก็ตาม จะมีอาการรุนแรงร่วมหรือไม่มีอาการใด ๆ ร่วม ก็ควรไปพบแพทย์โดยเร็วเพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยดูก่อนว่าเลือดออกที่ว่านี้เกิดจากอะไร รุนแรงมากน้อยเพียงใด
ตั้งครรภ์ มีเลือดออก เกิดจากสาเหตุใดบ้าง
ตั้งครรภ์แล้วมีเลือดออก สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุค่ะ ทั้งสาเหตุที่อันตราย และสาเหตุโดยทั่วไปที่ไม่น่ากังวล ไม่ว่าจะเป็น
เลือดออกในช่วงต้นของการตั้งครรภ์
-
การฝังตัวอ่อน ในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ คุณแม่อาจมีเลือดออกทางช่องคลอด เกิดจากการฝังตัวอ่อนในมดลูก และกระทบกับเส้นเลือดฝอยในมดลูก ทำให้มีเลือดออกกะปริบกะปรอย
-
การมีเพศสัมพันธ์ คนท้องสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ทุกช่วงอายุครรภ์ค่ะ และบางครั้งการร่วมรักก็สามารถทำให้เกิดเลือดออกทางช่องคลอดได้ โดยเฉพาะถ้าหากมีเพศสัมพันธ์ที่รุนแรง
-
การแท้งบุตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไตรมาสแรก หรือช่วงอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ คุณแม่มีโอกาสแท้งบุตรสูง โดยหลังจากที่แท้งแล้ว ร่างกายจะขับเลือดและเซลล์เนื้อเยื่อตัวอ่อนออกมาทางช่องคลอด
-
การตั้งครรภ์นอกมดลูก แม่บางคนมีการตั้งครรภ์นอกมดลูก และมีการฝังตัวอ่อนอยู่นอกมดลูก ทำให้มีเลือดไหลออกทางช่องคลอดพร้อมกับอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน เป็นต้น
เลือดออกในช่วงท้ายของการตั้งครรภ์
-
การมีเพศสัมพันธ์ในขณะตั้งครรภ์ โดยเฉพาะถ้าหากมีเพศสัมพันธ์ที่รุนแรงเกินไป อาจทำให้มีเลือดออกทางช่องคลอดได้
-
การติดเชื้อในช่องคลอด การอักเสบ หรือการติดเชื้อต่าง ๆ ในช่องคลอด อาจส่งผลให้เกิดเลือดออกได้ในขณะตั้งครรภ์
-
ภาวะรกเกาะต่ำ คือ ภาวะที่รกเลื่อนลงมาเกาะที่บริเวณปากมดลูกจากปกติจะอยู่ด้านบน ภาวะเช่นนี้จะทำให้มีเลือดออกทางช่องคลอด มักพบได้ในปลายไตรมาส 2 และช่วงต้นของไตรมาส 3
-
ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด คือ ภาวะที่รกหลุดออกจากผนังมดลูกก่อนถึงกำหนดคลอด ทำให้มีเลือดไหลออกมาทางช่องคลอด จัดว่าเป็นภาวะที่อันตรายต่อแม่และเด็ก
-
การคลอดก่อนกำหนด การคลอดก่อนอายุครรภ์ 37 สัปดาห์ จะเรียกว่าเป็นการคลอดก่อนกำหนด ดังนั้น คุณแม่หลายคนที่มีเลือดออกในระยะก่อนอายุครรภ์ 37 สัปดาห์ อาจเป็นสัญญาณของการคลอดก่อนกำหนด
-
ปากมดลูกหลวม คือ ภาวะที่ปากมดลูกมีการขยายตัวเร็วเกินไป ลักษณะเช่นนี้เสี่ยงที่จะก่อให้เกิดการคลอดก่อนกำหนดด
-
การแท้งบุตร ช่วงไตรมาส 2 และไตรมาส 3 คุณแม่หลายคนอาจเกิดการแท้งบุตรได้ ซึ่งการแท้งหลังอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ มักจะเรียกว่าภาวะตายคลอด
ตั้งครรภ์มีเลือดออกสีอะไร
โดยทั่วไปแล้วเลือดที่ออกในขณะตั้งครรภ์ก็มักจะมีสีแดง แต่บางกรณีก็อาจจะพบว่าเฉดสีแดงของเลือดที่ไหลออกมาทางช่องคลอดในขณะตั้งครรภ์นั้นมีความแตกต่างที่อาจก่อให้เกิดความกังวลได้ ไม่ว่าจะเป็น
ตั้งครรภ์ มีเลือดออกสีน้ำตาล
กรณีที่เลือดออกทางช่องคลอด และเลือดนั้นมีสีคล้ำ หรือมีสีน้ำตาล ให้คุณแม่รีบไปพบแพทย์ เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและอัลตราซาวนด์ว่าเลือดสีน้ำตาลที่ไหลออกมานี้เกิดจากอะไร เพราะอาจเป็นไปได้หลายกรณี เช่น
- เมื่ออัลตราซาวนด์แล้วพบว่าเด็กมีชีวิต มีหัวใจเต้นตามปกติ เลือดสีน้ำตาลที่ไหลออกมานี้ มักไม่ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ ค่ะ
- กรณีที่มีเคยอัลตราซาวนด์แล้วพบว่าทารกในครรภ์ปกติ แต่คุณแม่ยังมีเลือดสีน้ำตาลออกมาไม่หยุด ก็ควรกลับไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมว่ามีความผิดปกติใดที่มดลูกหรือเปล่า เพื่อจะได้รับการรักษาที่ถูกต้องต่อไป
- บางครั้งเลือดสีน้ำตาลที่ไหลออกมา อาจเป็นเพียงเลือดเก่าที่คั่งค้างอยู่ภายในช่องคลอด และเพิ่งไหลออกมา ซึ่งโดยมากจะไม่ส่งผลเสียต่อการตั้งครรภ์ค่ะ
- หรืออาจเป็นการแท้งค้าง คือ แท้งไปแล้ว แต่ตัวอ่อนหรือทารกยังตกค้างอยู่ในครรภ์และยังไม่หลุดออกมา อาจทำให้มีของเหลวสีคล้ำไหลปะปนออกมากับเลือด ซึ่งกรณีนี้หากคุณแม่ไม่ได้ไปฝากครรภ์ และไม่ได้มีการตรวจอัลตราซาวนด์ครรภ์ ก็มักจะไม่รู้ตัวว่ามีการแท้งเกิดขึ้น
- หรือบางครั้งอาจเป็นสัญญาณของภาวะแท้งคุกคาม ซึ่งมักจะมีเลือดไหลออกมาทางช่องคลอดแม้ว่าปากมดลูกยังปิดอยู่ โดยเลือดนั้นอาจมีสีน้ำตาล หรือสีแดงสดก็ได้ค่ะ
ตั้งครรภ์ มีเลือดออกสีแดงสด
หากคุณแม่พบว่ามีเลือดสีแดงสดไหลออกจากช่องคลอดในขณะตั้งครรภ์ ยังไม่ต้องคิดอะไรให้มากความค่ะ ให้รีบไปพบแพทย์ในทันที เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเลือดที่ไหลออกมานี้มันอันตรายหรือเปล่า จึงควรได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์เสียก่อน เพราะเลือดสีแดงสดนี้เกิดได้จากหลายปัจจัยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น
-
สัญญาณของภาวะแท้งคุกคาม ซึ่งมักจะมีเลือดไหลออกมาทางช่องคลอดแม้ว่าปากมดลูกยังปิดอยู่ โดยเลือดนั้นอาจมีสีน้ำตาล หรือสีแดงสดก็ได้ค่ะ
-
การมีเพศสัมพันธ์ กรณีที่มีเพศสัมพันธ์แบบรุนแรง อาจทำให้มีเลือดสีแดงสดไหลออกจากช่องคลอดได้
-
การแท้ง เลือดสีแดงที่ไหลออกมาจากช่องคลอด อาจหมายถึงการแท้งบุตรได้ค่ะ

เลือดออกตอนท้องอ่อน ๆ บอกอะไร
เลือดออกในช่วงตั้งครรภ์อ่อน ๆ เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุค่ะ ไม่ว่าจะเป็น
-
การฝังตัวอ่อนของทารก ตอนที่ตัวอ่อนฝังตัวลงในมดลูกหลังจากการปฏิสนธิ อาจทำให้มีเลือดไหลออกมากะปริบกะปรอยเป็นสีแดงอ่อน ๆ
-
การแท้ง อายุครรภ์ครรภ์ที่ยังไม่ครบ 12 สัปดาห์ เสี่ยงที่จะเกิดการแท้งสูง ดังนั้น หากมีเลือดออกในช่วงอายุครรภ์ในไตรมาสแรก อาจเป็นสัญญาณของการแท้งได้ค่ะ
-
การตั้งครรภ์นอกมดลูก สามารถตรวจพบได้ในช่วงไตรมาสแรก ดังนั้น หากมีเลือดออกในระยะท้องอ่อน ๆ ให้รีบไปตรวจครรภ์ทันที เพราะท้องนอกมดลูกถือเป็นภาวะที่อันตรายถึงชีวิตต่อแม่และเด็ก
เลือดออกตอนท้องไตรมาสสุดท้าย บอกอะไร
เลือดออกในช่วงไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์ หากไม่ได้มีสาเหตุมาจากการมีเพศสัมพันธ์ที่รุนแรงจนเลือดออก โดยมากแล้วมักจะเป็นสัญญาณของความผิดปกติค่ะ ไม่ว่าจะเป็น
-
การติดเชื้อในช่องคลอด ในช่วงไตรมาสที่ 3 คุณแม่อาจมีการติดเชื้อต่าง ๆ ในช่องคลอด และมีเลือดไหลออกมาทางช่องคลอดได้
-
ภาวะรกเกาะต่ำ คือ ภาวะที่รกเลื่อนลงมาเกาะที่บริเวณปากมดลูกจากปกติจะอยู่ด้านบน ภาวะเช่นนี้จะทำให้มีเลือดออกทางช่องคลอด มักพบได้ในปลายไตรมาส 2 และช่วงต้นของไตรมาส 3
-
ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด คือ ภาวะที่รกหลุดออกจากผนังมดลูกก่อนถึงกำหนดคลอด ซึ่งถือว่าอันตรายต่อทั้งแม่และทารกในครรภ์
-
การคลอดก่อนกำหนด คุณแม่ที่มีเลือดออกก่อนอายุครรภ์ 37 สัปดาห์ ร่วมกับท้อง 37 สัปดาห์ ปวดจิมิ อาจเป็นสัญญาณของการคลอดก่อนกำหนด
-
ปากมดลูกหลวม คือ ภาวะที่ปากมดลูกมีการขยายตัวเร็วเกินไป ทั้งที่ยังไม่ถึงกำหนดคลอด กรณีนี้เสี่ยงที่จะมีการคลอดก่อนกำหนด
-
การแท้งบุตรช่วงไตรมาส 2 และไตรมาส 3 คุณแม่หลายคนอาจเกิดการแท้งบุตรได้ ซึ่งการแท้งหลังอายครรภ์ 20 สัปดาห์ มักจะเรียกว่าการตายคลอด
ตั้งครรภ์ มีเลือดออกกะปริดกะปรอยย คุณแม่ควรรับมืออย่างไร
ส่วนมากแล้วเลือดออกกะปริดกะปรอย มักจะเป็นเลือดที่เกิดจากการฝังตัวอ่อนในมดลูก อย่างไรก็ตาม คุณแม่ควรสังเกตอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย
หากมีอาการปวดท้อง มีอาการปวดหน่วง ปวดเกร็ง คลื่นไส้ อาเจียน ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัย เพราะเลือดที่ไหลออกมานั้นอาจมาจากสาเหตุที่รุนแรงและไม่ได้เกิดจากการฝังตัวอ่อนในมดลูก
มากไปกว่านั้น เพื่อความปลอดภัยต่อแม่และเด็ก เมื่อมีเลือดออกขณะตั้งครรภ์ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที ไม่ว่าจะมีอาการใด ๆ ร่วมหรือไม่ก็ตาม เพราะเราไม่สามารถรู้ต้นสายปลายเหตุใด ๆ ได้เลย จนกว่าจะได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ค่ะ
บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์