สวดมนต์ เสริมสร้างการทำงานของสมองลูกน้อย

       นอกจากการพูดคุย หรือร้องเพลงให้ลูกน้อยในครรภ์ฟังแล้ว การไหว้พระ สวดมนต์ (ตามบทสวดของแต่ละศาสนา)  ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถทำให้กับลูกน้อยได้ เพราะช่วงเวลาที่คุณแม่สวดมนต์นั้นส่วนใหญ่จะเป็นเวลาก่อนนอน การที่ลูกได้ยินเสียงคุณแม่ในเวลาที่ เงียบสงบ จะทำให้ลูกฟังเสียงอย่างสงบไปด้วย รู้สึกมีความสุข และเป็นผลดีกับวงจรการทำงานของสมองเจ้าตัวเล็กค่ะ
       หากคุณแม่มีความถนัดหรือต้องการสามารถสวดมนต์ในบทใดก็ทำได้ไม่มีข้อจำกัดค่ะ ส่วนจะสวดช้าหรือเร็วนั้น ขึ้นอยู่กับว่าสวดแบบใดแล้วคุณแม่รู้สึกว่ารู้สึกสงบ รู้สึกใจเย็น ปลอดโปร่งโล่งใจ ก็เลือกทำแบบนั้นค่ะ ควรเลือกสวดมนต์ในบทเดิมซ้ำๆ กันทุกวันคล้ายๆ กับการเปิดเพลงให้ลูกในท้องฟังทุกวัน ถ้าเป็นเพลงเดิมซ้ำๆ เมื่อลูกคลอดออกมา เวลาที่เขาร้องไห้งอแง หากคุณแม่เปิดเพลงที่เขาคุ้นชินก็จะหยุดร้อง
       
หากใช้วิธีเดียวกันนี้กับบทสวดมนต์ หลังคลอดออกมา นอกจากจะทำให้ลูกรู้สึกคุ้นเคยและชินกับบทสวดมนต์แล้ว ยังทำให้เวลาลูกเห็นคุณพ่อคุณแม่นั่งสวดมนต์หรือชักชวนให้ร่วมสวดมนต์ด้วย เขาจะไม่ปฏิเสธเพราะรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่เขาคุ้นเคยมานานแล้ว และยังจะทำให้ลูกซึมซับกับธรรมะโดยไม่รู้ตัวด้วย
       
การสวดมนต์ของคุณแม่สามารถทำได้ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์จนถึงคลอด การที่คุณแม่สวดมนต์ก่อนนอนทุกคืน นอกจากจะทำให้ทั้งคุณแม่และลูกน้อยมีจิตใจที่สงบ อารมณ์ดี ซึ่งจะมีผลต่อการพัฒนาสมองของลูก แล้วยังช่วยให้ลูกน้อยคุ้นเคยกับเสียงของคุณแม่ตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์อีกด้วยค่ะ