นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เอนฟาสนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนไปจนถึง 2 ปี หรือนานกว่าตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

สีปัสสาวะทารกแรกเกิด บอกอะไรได้บ้าง

Enfa สรุปให้

  • ทารกฉี่สีเหลืองเข้ม มักเกิดจากปัสสาวะมีความเข้มข้นสูง เพราะลูกได้รับน้ำนมยังไม่มากพอในช่วงแรกเกิด หากไม่มีอาการซึม ไข้ หรือไม่ฉี่นานผิดปกติ มักดีขึ้นเมื่อให้นมเพียงพอ

  • สีปัสสาวะทารกแรกเกิดโดยทั่วไปควรเป็นสีใสถึงเหลืองอ่อน สีส้มอมชมพูใน 2–3 วันแรกอาจเกิดจากผลึกยูเรตและไม่ใช่เลือดจริง การสังเกตสีร่วมกับจำนวนครั้งที่ปัสสาวะช่วยประเมินภาวะขาดน้ำได้

  • เด็กทารกฉี่เป็นเลือดอาจเกิดจากการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ หากเห็นเลือดสีแดงสดหรือมีอาการร่วม เช่น ไข้ ซึม ไม่ดูดนม ควรรีบพบแพทย์ทันที

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

การสังเกตสุขภาพของทารกแรกเกิดเป็นงานหลักที่สำคัญของคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ เนื่องจากทารกยังไม่สามารถสื่อสารความผิดปกติผ่านคำพูดได้ การขับถ่ายจึงถือเป็นช่องทางสำคัญที่ร่างกายใช้สื่อสารสถานะภายใน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสีปัสสาวะทารกแรกเกิดที่สามารถบอกถึงระดับความชุ่มชื้นในร่างกาย การทำงานของไต รวมถึงปัญหาสุขภาพแฝงที่อาจเกิดขึ้นได้ 

บทความนี้ Enfa จะพาคุณพ่อคุณแม่ไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับสีปัสสาวะทารกแรกเกิดว่า สีแบบไหนคือเรื่องปกติและสีแบบไหนที่ต้องระวัง เพื่อช่วยลดความกังวลใจและทำให้คุณพ่อคุณแม่ ให้สามารถดูแลลูกรักได้อย่างมั่นใจตั้งแต่วันแรกที่กลับบ้านค่ะ

 

สีปัสสาวะทารกแรกเกิด

สีของปัสสาวะในเด็กทารกนั้นมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามอายุและปริมาณนมที่ได้รับ โดยในช่วง 1-2 วันแรกหลังคลอด ปัสสาวะอาจจะมีสีเข้มได้บ้างเนื่องจากทารกยังได้รับน้ำนมเหลือง (Colostrum) ในปริมาณน้อย แต่เมื่อผ่านไปสักพักและทารกได้รับนมแม่อย่างเต็มที่ สีควรจะจางลงจนเป็นสีเหลืองอ่อนใส ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ว่าร่างกายได้รับน้ำเพียงพอค่ะ นอกจากนี้ คุณแม่อาจสังเกตสีปัสสาวะทารกแรกเกิดเพิ่มเติมได้ดังนี้

  • สีเหลืองอ่อนใสถึงเหลืองทอง เป็นสีปัสสาวะที่แสดงถึงสุขภาพที่ดี ทารกได้รับน้ำนมเพียงพอและร่างกายมีการขับถ่ายของเสียตามปกติ
  • สีเหลืองใสเหมือนน้ำ อาจพบได้ในกรณีที่ทารกได้รับนมในปริมาณที่มากเกินความต้องการ หรือร่างกายมีการขับน้ำส่วนเกินออกมา ซึ่งมักไม่น่ากังวลหากลูกยังมีน้ำหนักตัวขึ้นตามเกณฑ์
  • สีเหลืองนวล เป็นค่ามาตรฐานของเด็กที่กินนมแม่ เนื่องจากสารอาหารและเม็ดสีจากนมแม่ส่งผลต่อลักษณะของปัสสาวะ
  • สังเกตความใสของสีปัสสาวะ ปัสสาวะที่ดีควรมีความใส ไม่ขุ่นมัว หากปัสสาวะขุ่นอาจหมายถึงการมีตะกอนของผลึกบางอย่างหรือการติดเชื้อที่ต้องเฝ้าระวัง

ลักษณะของสีปัสสาวะที่เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงวันมีความสำคัญมาก ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก ทารกอาจฉี่เพียง 1 ครั้ง แต่เมื่อเข้าสู่วันที่ 5 เป็นต้นไป ทารกควรมีปัสสาวะอย่างน้อย 6-8 ครั้งต่อวัน การที่สีปัสสาวะคงความใสและมีปริมาณสม่ำเสมอเป็นเครื่องยืนยันว่าระบบทางเดินปัสสาวะและไตของลูกน้อยทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่มีภาวะขาดน้ำค่ะ

 

ทารกฉี่สีเหลืองเข้ม

หากทารกฉี่สีเหลืองเข้มอาจเป็นสัญญาณเตือนอันดับแรกจากร่างกายว่าลูกน้อยอาจกำลังเผชิญกับภาวะขาดน้ำหรือได้รับน้ำนมไม่เพียงพอ ซึ่งสีที่เข้มขึ้นเกิดจากการที่ไตพยายามสงวนน้ำไว้ในร่างกายและขับของเสียออกมาในรูปแบบที่เข้มข้นขึ้นกว่าปกติ ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้

  • ภาวะขาดน้ำ เมื่อทารกได้รับนมไม่พอ สีปัสสาวะจะเปลี่ยนจากเหลืองอ่อนเป็นเหลืองเข้มคล้ายน้ำชาหรือสีอำพัน
  • การระเหยของน้ำในร่างกาย ในอากาศที่ร้อนจัดหรือหากลูกมีไข้ ร่างกายจะเสียน้ำทางผิวหนังและลมหายใจ ทำให้ปัสสาวะมีความเข้มข้นสูงขึ้น
  • ปริมาณนมแม่ สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่น้ำนมยังมาไม่มากในช่วง 2-3 วันแรก อาจพบปัสสาวะสีเข้มได้บ่อย ซึ่งเป็นจุดที่ต้องกระตุ้นการให้นมให้ถี่ขึ้น
  • สารสีในร่างกาย ในกรณีที่ทารกมีภาวะตัวเหลือง ปัสสาวะอาจมีสีเหลืองเข้มมากเนื่องจากร่างกายพยายามขับสารบิลิรูบินออกทางปัสสาวะ

ความสำคัญของการสังเกตสีเหลืองเข้มคือการประเมินความถี่ของปัสสาวะควบคู่ไปด้วย หากสีเข้มและปริมาณน้อย หรือลูกไม่ฉี่หลายชั่วโมงหรือเกิน 6 ชั่วโมงขึ้นไป คือสัญญาณเร่งด่วนที่บ่งบอกว่าทารกกำลังตกอยู่ในภาวะวิกฤตจากการขาดน้ำ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อการทำงานของไตและระดับเกลือแร่ในกระแสเลือด คุณพ่อคุณแม่ควรรีบเพิ่มรอบการให้นมและสังเกตอาการซึมหรือกระหม่อมบุ๋มร่วมด้วย หากไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ทันทีค่ะ

 

ทารกฉี่สีส้ม เกิดจาก

สีปัสสาวะที่ออกโทนส้มหรือมีลักษณะคล้ายผงอิฐสีส้มอมแดงมักสร้างความตกใจให้กับคุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างมาก แต่ในทารกแรกเกิดช่วงไม่กี่วันแรกนั้น สาเหตุส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับเรื่องของผลึกในปัสสาวะมากกว่าจะเป็นความผิดปกติร้ายแรง ดังนี้

  • ผลึกยูเรต เกิดจากกรดยูริกในปัสสาวะมีความเข้มข้นสูงจนตกตะกอนเป็นผลึกสีส้ม มักพบในผ้าอ้อมช่วง 2-3 วันแรกหลังคลอด
  • การได้รับนมน้อยเกินไป ผลึกเหล่านี้มักหายไปเองเมื่อทารกได้รับนมแม่ในปริมาณที่เพียงพอจนไปเจือจางความเข้มข้นของปัสสาวะ
  • ยาหรืออาหารของคุณแม่ ในทารกที่กินนมแม่ หากแม่รับประทานยาบางชนิดหรืออาหารที่มีสีส้มจัด (เช่น วิตามินบีรวม) อาจส่งผลให้สีปัสสาวะลูกเปลี่ยนไปได้เล็กน้อย
  • ภาวะปกติในช่วงปรับตัว การพบผลึกสีส้มในวันแรก ๆ ของชีวิตถือเป็นเรื่องปกติที่พบได้ แต่ไม่ควรพบหลังจากสัปดาห์แรกผ่านไปแล้ว

การเข้าใจที่มาของสีส้มจะช่วยลดความตื่นตระหนกได้อย่างมากค่ะ หากพบสีส้มลักษณะเป็นตะกอนผงติดผ้าอ้อมในวันที่ 2 หรือ 3 ของชีวิต ให้เข้าใจว่านั่นคือผลึกยูเรต ไม่ใช่เลือด การแก้ไขคือการพยายามให้ลูกดูดนมแม่ให้บ่อยขึ้นทุก 2 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้รับน้ำไปชะล้างผลึกเหล่านี้ออกมา แต่หากสีส้มยังคงอยู่ยาวนานเกิน 4-5 วันหลังคลอด อาจบ่งชี้ว่ากระบวนการให้นมแม่ยังมีปัญหาและต้องได้รับคำแนะนำจากคลินิกนมแม่

 

เด็กแรกเกิดฉี่ปนเลือด

การพบสีแดงหรือชมพูในผ้าอ้อมอาจทำให้หัวใจคนเป็นพ่อแม่หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม อย่างไรก็ตาม เด็กแรกเกิดฉี่ปนเลือดอาจมีสาเหตุที่แตกต่างกันไปตามเพศและอายุ ซึ่งบางสาเหตุเป็นเรื่องทางสรีรวิทยาที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวและไม่เป็นอันตราย ดังนี้

  • ประจำเดือนเทียมในทารกเพศหญิง เกิดจากสารตกค้างของฮอร์โมนเอสโตรเจนจากแม่ส่งผลต่อมดลูกของทารก ทำให้มีเลือดออกทางช่องคลอดปนออกมากับฉี่ในช่วง 3-5 วันแรก
  • การระคายเคืองจากการขลิบในทารกเพศชายที่ผ่านการขลิบหนังหุ้มปลาย อาจมีเลือดซึมออกมาปนกับปัสสาวะในช่วงวันแรก ๆ หลังทำหัตถการ
  • ผื่นผ้าอ้อมรุนแรง บางครั้งเลือดไม่ได้มาจากปัสสาวะ แต่มาจากผิวหนังที่อักเสบจนแตกเป็นแผลบริเวณอวัยวะเพศหรือก้น เมื่อฉี่ชะล้างผ่านจึงดูเหมือนฉี่ปนเลือด
  • การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ แม้จะพบได้น้อยในทารกแรกเกิดที่เพิ่งคลอด แต่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้มีเม็ดเลือดแดงปนออกมาได้

หากเป็นกรณีประจำเดือนเทียมในเด็กหญิง เลือดที่ออกมามักจะมีลักษณะเป็นมูกสีชมพูหรือแดงจาง ๆ ซึ่งจะหายไปเองภายในไม่กี่วันโดยไม่ต้องรักษาค่ะ แต่หากเลือดที่ปนออกมามีปริมาณมาก เป็นลิ่มเลือด หรือเกิดขึ้นหลังจากช่วงสัปดาห์แรกไปแล้ว จำเป็นต้องได้รับการตรวจเช็กอย่างละเอียดเพื่อแยกแยะระหว่างเลือดจากฮอร์โมนและเลือดที่เกิดจากความผิดปกติภายในระบบทางเดินปัสสาวะจริง ๆ

 

เด็กทารกฉี่เป็นเลือด เกิดจากอะไร

คุณพ่อคุณแม่อาจสงสัยว่าเด็กทารกฉี่เป็นเลือดเกิดจากอะไรกันแน่ ซึ่งในวัยนี้มักเกี่ยวข้องกับโครงสร้างของไตหรือการติดเชื้อที่ต้องการการวินิจฉัยทางการแพทย์ ดังนี้

  • การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ แบคทีเรียอาจเข้าไปทำให้เกิดการอักเสบในกระเพาะปัสสาวะหรือกรวยไต ส่งผลให้หลอดเลือดฝอยแตกและมีเลือดปน
  • นิ่วในทางเดินปัสสาวะ แม้จะพบยากมากในทารก แต่ความผิดปกติของการเผาผลาญบางอย่างอาจทำให้เกิดนิ่วไปครูดกับผนังท่อปัสสาวะ
  • ความผิดปกติของโครงสร้างไต เช่น ถุงน้ำในไตหรือหลอดเลือดในไตผิดปกติ
  • ภาวะเลือดออกง่าย ทารกบางรายอาจมีปัญหาเรื่องการแข็งตัวของเลือดหรือขาดวิตามินเค ทำให้มีเลือดออกในอวัยวะต่างๆ รวมถึงระบบทางเดินปัสสาวะ

ภาวะฉี่เป็นเลือดในเด็กทารกมักมาพร้อมกับอาการอื่น ๆ เช่น ร้องไห้โยเยขณะฉี่ ไข้ขึ้นสูง หรืออาเจียน การที่เด็กทารกฉี่เป็นเลือดไม่ใช่เรื่องปกติหากเกิดขึ้นซ้ำ ๆ หรือมีปริมาณมาก แพทย์มักจะทำการตรวจปัสสาวะหรืออัลตราซาวนด์ดูระบบทางเดินปัสสาวะเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและป้องกันความเสียหายถาวรที่จะเกิดกับไตของลูกน้อย การสังเกตลูกอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากเพื่อจะได้รู้ความผิดปกติได้เร็วและแก้ไขได้ทันท่วงทีค่ะ

 

การปัสสาวะของทารกแรกเกิด ที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้

นอกเหนือจากเรื่องสีปัสสาวะแล้ว พฤติกรรมการขับถ่ายและจำนวนครั้งต่อวันก็เป็นดัชนีชี้วัดสุขภาพที่แม่นยำเช่นกันค่ะ การจดบันทึกปัสสาวะของลูกในแต่ละวันจะช่วยให้คุณแม่เห็นรูปแบบการเติบโตที่ปกติตลอดจนความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้

  • จำนวนครั้งตามอายุ วันแรกฉี่ 1 ครั้ง, วันที่สอง 2 ครั้ง, เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึงวันที่ห้าเป็นต้นไปควรฉี่อย่างน้อย 6-8 ครั้งต่อวัน
  • น้ำหนักของผ้าอ้อม ผ้าอ้อมที่เปียกปอนจนรู้สึกหนักมือ หรือหนักเหมือนใส่น้ำ 2-4 ช้อนโต๊ะ คือสัญญาณว่าลูกได้รับน้ำเพียงพอ
  • ความบ่อยที่อาจทำให้สงสัย บางครอบครัวอาจกังวลว่าลูกฉี่บ่อยมากเป็นโรคอะไรหรือไม่ โดยปกติทารกกระเพาะปัสสาวะเล็กมาก อาจฉี่ได้ถึง 20 ครั้งต่อวันตราบใดที่สียังปกติและลูกกินนมอิ่มนอนหลับ
  • กลิ่นของปัสสาวะ ปัสสาวะทารกที่ปกติแทบจะไม่มีกลิ่น หากมีกลิ่นฉุนรุนแรงหรือกลิ่นเหม็นเน่า อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ

ความสม่ำเสมอในการปัสสาวะสะท้อนถึงประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจและไต หากทารกมีการขับถ่ายที่สม่ำเสมอตามเกณฑ์ แม้จะฉี่บ่อยก็ถือเป็นสัญญาณของพัฒนาการที่ดี แต่ถ้าหากความถี่ลดลงอย่างกะทันหันควบคู่ไปกับสีที่เปลี่ยนไป คุณพ่อคุณแม่ต้องรีบหาสาเหตุว่าเกิดจากการป้อนนมไม่เข้าเป้าหรือภาวะสุขภาพด้านอื่นหรือไม่ค่ะ

 

สัญญาณอันตรายที่ควรรีบพาลูกน้อยไปพบแพทย์

แม้ว่าการเปลี่ยนสีของปัสสาวะบางอย่างจะเป็นเรื่องปกติ แต่มีสัญญาณบางประการที่บ่งบอกถึงภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจเด็ดขาด และควรรีบพาลูกน้อยไปพบแพทย์ ตัวอย่างเช่น

  • มีเลือดปนในปัสสาวะอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นสีชมพู แดง หรือมีลิ่มเลือด โดยเฉพาะหลังอายุ 1 สัปดาห์ไปแล้ว
  • ปัสสาวะไม่ออกนานเกิน 6-8 ชั่วโมง สัญญาณของภาวะขาดน้ำรุนแรงหรือการอุดตันในระบบทางเดินปัสสาวะ
  • มีไข้ร่วมกับการขับถ่ายผิดปกติ ไข้ในทารกแรกเกิดหรือต่ำกว่า 3 เดือน ถือเป็นเรื่องซีเรียสเสมอ โดยเฉพาะถ้าลูกร้องไห้จ้าเวลาฉี่
  • ซึม ไม่ดูดนม หรือกระหม่อมบุ๋ม อาการแสดงร่วมเมื่อร่างกายขาดน้ำอย่างหนักจนส่งผลต่อระบบประสาท

การตัดสินใจพาลูกไปหาหมอเร็วจะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนได้มาก โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่ร่างกายสูญเสียน้ำได้เร็วกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า หากสังเกตเห็นอาการผิดปกติเหล่านี้เพียงข้อเดียว อย่ารอจนถึงวันนัดถัดไป ให้รีบนำปัสสาวะหรือผ้าอ้อมผืนที่มีปัญหาไปให้แพทย์วิเคราะห์ทันทีเพื่อความแม่นยำในการรักษาค่ะ

 

เลือกโภชนาการที่มี MFGM เพื่อ IQ และทักษะสมองเพื่อความสำเร็จ EF ที่เหนือกว่า

เด็กจะเติบโตมาพร้อมกับทักษะสมองที่ดีได้นั้น นอกเหนือจากการส่งเสริมและสนับสนุนการทำกิจกรรม และการเรียนรู้ที่สมวัยแล้ว การใส่ใจเลือกโภชนาการที่ดี มีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ ให้ลูกได้กินอาหารที่ประกอบไปด้วยเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ธัญพืชต่าง ๆ ก็จะช่วยให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและสมอง ช่วยส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ที่ดีขึ้นอีกด้วย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าอยากให้ลูกมีพัฒนาการสมองดี ควรเลือกนมที่มี MFGM ซึ่งเป็นสุดยอดสารอาหารในนมแม่ สารอาหารสมองชนิดเดียวที่ช่วยให้ลูกมี IQ ที่เหนือกว่าตั้งแต่ 5 ปีแรก ประกอบด้วยไขมันและโปรตีนกว่า 150 ชนิด รวมทั้งสฟิงโกไมอีลิน ฟอสโฟลิปิด แกงกลิโอไซด์ ซึ่งมีประโยชน์ต่อการทำงานของระบบประสาทและสมอง

นอกจากนี้ โภชนาการที่ดียังมีส่วนช่วยพัฒนาทักษะ EF ทั้ง 3 ด้านหลัก ดังนี้

  • สมองจำดี (Working Memory) เก็บข้อมูลที่มองเห็นและได้ยิน มาใช้ในเวลาที่ต้องการ
  • ความคิดยืดหยุ่น (Cognitive Flexibility) สามารถปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ได้
  • ยั้งคิดไตร่ตรอง (Inhibitory Control) รู้จักรอ ยับยั้งชั่งใจ ควบคุมอารมณ์ คิดก่อนลงมือทำ

การเลือกโภชนาการที่มี MFGM จึงเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้ลูกน้อยเติบโตอย่างมั่นคง มีสมองที่ปราดเปรื่อง และมีทักษะสมองเพื่อความสำเร็จ EF ที่แข็งแกร่ง พร้อมก้าวสู่ความสำเร็จที่เหนือกว่าในอนาคต

 

* นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก
Enfa Smart Club สนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่าง
เดียวอย่างน้อย 6 เดือนและให้นมแม่ควบคู่อาหารตามวัยอีก 2 ปี หรือนานกว่านั้น ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)
Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

คุณกำลังเข้าถึงเนื้อหาจากผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวกับการซื้อหรือ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด​

กรุณากดยืนยันเพื่อดำเนินการต่อ

Line TH
Line TH
Cart TH
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกหมายเลขโทรศัพท์ที่ถูกต้อง
วันเกิดลูกน้อย
กรุณาเลือกวันที่