
Enfa สรุปให้

เลือกอ่านตามหัวข้อ
“การเดิน” นอกจากเป็นพัฒนาการสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่รอคอยแล้ว ยังเป็นขั้นตอนสำคัญของพัฒนาการทารกอีกด้วย การที่เด็กเริ่มเกาะยืนและหัดเดินแสดงถึงการเจริญเติบโตของระบบกล้ามเนื้อ พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวและการทรงตัว สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่สงสัยว่าเด็กเดินได้กี่เดือน ลูกเราจะหัดเดินตอนไหน ลูกเดินช้าสุดกี่เดือน และเราจะมีวิธีช่วยลูกทำให้ลูกเดินได้อย่างไร Enfa มีคำตอบมาให้แล้วค่ะ
โดยทั่วไปเด็กจะเริ่มมีพัฒนาการที่นำไปสู่การเดินเมื่ออายุประมาณ 7-8 เดือน คือ เริ่มเกาะยืน และเริ่มลุกขึ้นจากท่านั่งได้เมื่ออายุประมาณ 9 เดือน จากนั้นจึงเริ่มฝึกการทรงตัวด้วยการยืนนิ่ง ๆ ได้นานขึ้นเมื่ออายุประมาณ 10 เดือนถึง 1 ขวบ ก่อนที่เด็กจะหัดเดินและเริ่มเดินก้าวแรกอย่างมั่นคงภายในอายุ 1 ขวบ 6 เดือน หรืออายุ 18 เดือน
ดังนั้น คำถามที่ว่าเด็กหัดเดินกี่เดือนนั้น อาจพูดโดยภาพรวมได้ว่าเด็กส่วนใหญ่ควรหัดเดินภายในอายุ 1 ขวบ และอย่างช้าไม่ควรเกิน 1 ขวบ 6 เดือนค่ะ
โดยคุณพ่อคุณแม่ควรคอยสังเกตว่าเมื่อไรที่ลูกน้อยเริ่มเกาะยืนด้วยตนเอง นั่นแสดงว่าลูกน้อยพร้อมที่จะหัดเดินแล้ว ในช่วงที่เด็กเริ่มฝึกยืนทรงตัวหรือเกาะเดินได้แล้วนั้น คุณพ่อคุณแม่อาจช่วยเสริมพัฒนาการให้ลูกเดินได้เร็วขึ้น ช่วยฝึกลูกเดิน เพื่อให้ลูกได้พัฒนากล้ามเนื้อขา แขน และการทรงตัว
และที่สำคัญคือเมื่อลูกเริ่มเกาะยืน ควรระมัดระวังสิ่งของเครื่องใช้ในบ้านที่ล้มง่าย แตกหรือหักได้ พื้นที่ลื่นมาก อุปกรณ์มีล้อที่เกาะยืนแล้วเลื่อนได้ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับลูกน้อยวัยกำลังหัดยืนและหัดเดิน
หากคุณแม่สงสัยว่าเด็กกี่เดือนเดินได้? หรือลูกคุณแม่ยังไม่เริ่มเดินผิดปกติหรือไม่? อย่าเพิ่งกังวลใจไปค่ะ ปกติแล้วเด็กจะเริ่มมีความพร้อมทางร่างกายทั้งกระดูกและกล้ามเนื้อพอที่จะเริ่มยืนทรงตัวและหัดเดินตั้งแต่ช่วงอายุประมาณ 9 เดือนขึ้นไป และจะเดินได้เองในช่วงอายุ 1 ขวบ แต่อย่างช้าไม่ควรเกิน 1 ขวบ 6 เดือนโดยประมาณ ตามเกณฑ์พัฒนาการเด็กปฐมวัยของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเกณฑ์นี้เป็นเพียงค่าเฉลี่ยเท่านั้น เพราะยังมีเด็กบางคนที่เดินเร็วกว่าเกณฑ์ และบางคนที่ช้ากว่าเกณฑ์ได้เช่นกัน
การที่เด็กเริ่มเดินได้โดยไม่ต้องเกาะจับหรือพยุงตัวในช่วงอายุ 9 เดือนเป็นต้นไปนั้น เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่สมองและระบบประสาทของเด็กพัฒนาเพียงพอที่จะสั่งการกล้ามเนื้อให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว นั่นทำให้เด็กที่สุขภาพแข็งแรงดี ได้รับการกระตุ้นพัฒนาการด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องตั้งแต่วัยหัดนั่งหรือคลาน และอาจส่งผลให้เริ่มเดินได้เร็วขึ้นด้วย
นอกจากนี้ เมื่อเด็กเดินได้แล้ว เด็กจะเริ่มมีพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวซับซ้อนมากขึ้นอย่างรวดเร็วด้วย เช่น เริ่มวิ่ง เริ่มปีนป่าย ซึ่งหากลูกเริ่มเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น คุณพ่อคุณแม่จะต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยของลูก
ตามเกณฑ์พัฒนาการเด็กปฐมวัยของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ลูกควรเดินได้ภายในอายุ 1 ขวบ และอย่างช้าไม่ควรเกิน 1 ขวบ 6 เดือน ซึ่งอย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่าเกณฑ์นี้เป็นค่าเฉลี่ย
ดังนั้น เด็กบางคนอาจเดินได้ช้าหรือเร็วกว่านี้ได้ ขึ้นกับปัจจัยสำคัญหลายอย่าง เช่น กล้ามเนื้อขาพัฒนาไม่เต็มที่ ขาดการกระตุ้นพัฒนาการตามช่วงวัยทำให้พัฒนาได้ช้ากว่าเกณฑ์ รวมถึงอาจมีปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่จำเป็นจะต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์
เมื่อลูกเริ่มเกาะยืนช่วงอายุ 9 เดือน และเริ่มเกาะไต่เดินได้แล้ว แสดงว่ากล้ามเนื้อขาลูกเริ่มพัฒนาเต็มที่แล้ว มีวิธีทำให้ลูกเดินได้ด้วยการช่วยฝึกลูกเดินตามขั้นตอน ดังนี้
การเดินเป็นพัฒนาการที่สำคัญของลูกน้อย โดยเด็กปกติที่ไม่มีปัญหาด้านพัฒนาการหรือร่างกาย ควรจะเดินได้เองภายใน 1 ขวบ 6 เดือน แม้ว่าจะเป็นเด็กคลอดก่อนกำหนด แต่เมื่อนับอายุครบตามเกณฑ์ หรือเด็กที่คลานช้า นั่งช้า ก็ควรเดินได้เองในเกณฑ์อายุนี้เช่นกัน
การเดิน ไม่ได้เป็นเพียงพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวร่างกายเท่านั้น แต่การเดินยังช่วยให้เด็กได้ฝึกการควบคุมร่างกาย ฝึกความมั่นใจ ฝึกการตัดสินใจ พัฒนากล้ามเนื้อตาและมือ มีความอิสระ พร้อมที่จะเรียนรู้โลกกว้างผ่านการสำรวจสิ่งแวดล้อมรอบตัว และยังช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเคลื่อนไหวที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น การวิ่ง การปีนป่าย การกระโดด เป็นต้น
โภชนาการที่ดีผ่านนมแม่ช่วยเสริมพัฒนาการที่ดีให้ลูกรักได้ โดยเฉพาะใน 5 ขวบปีแรกที่ร่างกายและสมองกำลังพัฒนา ทั้งเพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง พัฒนาระบบภูมิคุ้มกัน พัฒนากล้ามเนื้อทุกส่วน พัฒนาสติปัญญา และพัฒนาทักษะทางอารมณ์ ด้วยเหตุนี้คุณพ่อคุณแม่จึงควรใส่ใจต่อโภชนาการเพื่อลูกรัก ร่วมกับการฝึกฝนและพัฒนาทักษะการเรียนรู้ไปพร้อมกันด้วย
โดยในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต ทารกควรจะต้องได้กินนมแม่อย่างต่อเนื่อง เพราะในนมแม่มี MFGM หนึ่งเดียวที่มีงานวิจัยรองรับว่า* ช่วยให้มี IQ และ EF ที่เหนือกว่าตั้งแต่ 5 ขวบปีแรก ให้ลูกพร้อมกว่าเมื่อถึงวัยเข้าเรียน โดย MFGM ในนมแม่ ประกอบไปด้วยโปรตีนและไขมันกว่า 150 ชนิด เช่น สฟิงโกไมอีลิน ฟอสโฟลิปิด แกงกลิโอไซต์ ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีส่วนช่วยสำคัญต่อการเสริมสร้างพัฒนาการด้านสมองและการเรียนรู้
*สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีและศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย. นมแม่กับการพัฒนาทักษะสมองส่วน Executive Function. 2561
บทความแนะนำสำหรับคุณแม่และลูกน้อย
Enfa สรุปให้ พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กที่ดี จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้ลูกน้อย สามารถทำกิจกรรมต่า...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ ลูกพัฒนาการช้าควรทําอย่างไร ต้องไม่กังวลเกินกว่าเหตุ เพราะเป็นเรื่องที่สามารถเกิดข...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ ทารกชอบทําเสียงในลําคอ ซึ่งเป็นเสียงที่ไม่สามารถพูดออกมาเป็นคำพูดได้ เช่น เสียง "อ...
อ่านต่อ