นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เอนฟาสนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนไปจนถึง 2 ปี หรือนานกว่าตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

10 อาหารบำรุงสมองเด็ก เสริมการเรียนรู้ด้วยสารอาหารสำคัญ

Enfa สรุปให้

  • อาหารบำรุงสมองเด็ก ควรเป็นอาหารครบ 5 หมู่ เน้นโปรตีน ไขมันดี ธาตุเหล็ก ไอโอดีน โคลีน และวิตามินที่จำเป็นต่อสมองและระบบประสาท

  • บำรุงสมองเด็ก ควรเริ่มตั้งแต่ 1,000 วันแรกของชีวิต ควบคู่กับการนอน การเล่น การพูดคุย และการเลี้ยงดูที่เหมาะสม

  • 10 สุดยอดอาหารบำรุงสมองลูกน้อย ได้แก่ ไข่ ปลา เนื้อสัตว์ ตับ นม ถั่ว ผัก ผลไม้ ธัญพืช และอาหารที่มีไขมันดี โดยควรสลับให้หลากหลายและเหมาะกับวัย

เลือกอ่านตามหัวข้อ


พัฒนาการทางสมองของเด็กไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งค่ะ แต่เกิดจากการได้รับสารอาหารครบถ้วนอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับการนอนหลับ การเคลื่อนไหว การเล่น และการมีปฏิสัมพันธ์กับคนในครอบครัว พ่อแม่จึงควรเน้นอาหารบำรุงสมองเด็กที่หลากหลาย เหมาะกับวัย และมีสารอาหารสำคัญต่อระบบประสาท มากกว่ามองหาอาหารหรือผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่ากินแล้วฉลาดทันที หากใครยังนึกไม่ออกว่าจะเลือกอาหารให้ลูกรักอย่างไรดี มาติดตามกันได้ที่บทความนี้เลยค่ะ


อาหารบำรุงสมองเด็ก

อาหารบำรุงสมองเด็ก คือ อาหารที่ช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงาน โปรตีน ไขมันจำเป็น วิตามิน และแร่ธาตุอย่างเพียงพอ เพื่อใช้ในการสร้างและทำงานของเซลล์สมอง ระบบประสาท และสารสื่อประสาท อย่างไรก็ตาม ไม่มีอาหารชนิดใดสามารถทำให้เด็กฉลาดขึ้นได้โดยลำพัง การดูแลสมองจึงต้องอาศัยอาหารครบ 5 หมู่และพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมควบคู่กัน ดังนี้

  • ให้ลูกได้รับพลังงานเพียงพอต่อการเจริญเติบโต
  • จัดโปรตีนให้เหมาะสมกับวัย
  • เลือกไขมันที่มีคุณภาพ
  • ให้ความสำคัญกับธาตุเหล็ก ไอโอดีน สังกะสี และโคลีน
  • ไม่พึ่งวิตามินบำรุงสมองเด็กหรืออาหารเสริมโดยไม่จำเป็น 

นอกจากการเลือกอาหารบํารุงสมองลูกแล้ว พ่อแม่ควรพูดคุย อ่านนิทาน เล่น และให้ลูกได้แก้ปัญหาง่าย ๆ ตามวัย เพราะประสบการณ์เหล่านี้ช่วยกระตุ้นการสร้างเครือข่ายประสาท และสนับสนุนการพัฒนาความจำ การควบคุมตนเอง และทักษะ EF ได้อย่างเป็นธรรมชาติค่ะ


บำรุงสมองเด็ก ควรเริ่มตั้งแต่ 1,000 วันแรกของชีวิต

การบำรุงสมองเด็กควรเริ่มตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ เนื่องจาก 1,000 วันแรกของชีวิตนับตั้งแต่เริ่มปฏิสนธิจนถึงอายุประมาณ 2 ปี เป็นช่วงที่สมอง ระบบประสาท และร่างกายเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว โภชนาการในช่วงนี้จึงเป็นรากฐานสำคัญของสุขภาพและพัฒนาการในระยะยาว โดยสามารถดูแลตามแต่ละช่วงได้ ดังนี้

  • ช่วงก่อนและระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่ควรกินอาหารครบ 5 หมู่และฝากครรภ์ตามกำหนด เพื่อประเมินภาวะโภชนาการและรับวิตามินหรือแร่ธาตุตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์ โดยอาหารบํารุงสมองทารกในครรภ์ควรมาจากอาหารที่ปรุงสุก สะอาด และหลากหลาย ไม่จำเป็นต้องเน้นอาหารชนิดใดมากเกินไป

  • ช่วงแรกเกิดถึงประมาณ 6 เดือน นมแม่เป็นอาหารที่เหมาะสมสำหรับทารก เพราะให้ทั้งพลังงาน สารอาหาร และองค์ประกอบทางชีวภาพหลายชนิด หากไม่สามารถให้นมแม่ได้ ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เพื่อเลือกนมที่เหมาะกับอายุและภาวะสุขภาพของทารก

  • ช่วงเริ่มอาหารตามวัยประมาณ 6 เดือน เมื่อเด็กมีความพร้อม พ่อแม่ควรเริ่มอาหารที่มีความข้นและเนื้อสัมผัสเหมาะกับความสามารถในการกลืน พร้อมเพิ่มความหยาบตามวัย อาหารมื้อหลักควรมีข้าวหรือธัญพืช เนื้อสัตว์หรือไข่ ผัก และไขมันเล็กน้อย

  • ให้ความสำคัญกับอาหารที่มีธาตุเหล็ก หลังอายุประมาณ 6 เดือน ธาตุเหล็กที่สะสมมาตั้งแต่แรกเกิดเริ่มลดลง เด็กจึงควรได้รับอาหารที่มีธาตุเหล็ก เช่น เนื้อแดง ตับในปริมาณและความถี่ที่เหมาะสม ไข่ ปลา ถั่ว และอาหารเสริมธาตุเหล็กตามคำแนะนำของแพทย์หรือแนวทางสาธารณสุข

  • ฝึกกินอาหารหลากหลายโดยไม่บังคับ อาหารบำรุงสมองทารกไม่ได้หมายถึงการบดอาหารทุกอย่างรวมกันหรือบังคับให้กินปริมาณมาก แต่ควรเปิดโอกาสให้เด็กเรียนรู้รสชาติ สี กลิ่น และเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกัน

ในช่วง 1,000 วันแรก อาหารเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการดูแลสมอง เด็กยังต้องการการกอด การพูดคุย การสบตา การเล่น และสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เพราะโภชนาการที่ดีและการเลี้ยงดูที่ตอบสนองต่อความต้องการของเด็กจะทำงานร่วมกันในการสนับสนุนพัฒนาการ


อาหารที่เหมาะสมกับวัยเด็ก

อาหารที่เหมาะกับเด็กต้องสอดคล้องกับอายุ ความสามารถในการเคี้ยวและกลืน รวมถึงความต้องการพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป เด็กเล็กไม่ควรกินอาหารเหมือนผู้ใหญ่ทุกอย่างทันที เพราะอาหารที่แข็ง ชิ้นใหญ่ เค็ม หวาน หรือมันเกินไป อาจไม่เหมาะกับระบบย่อยอาหารและเพิ่มความเสี่ยงต่อการสำลัก โดยแนวทางเลือกอาหารบำรุงสมองลูกน้อยตามวัยมีดังนี้

  • วัยประมาณ 6–8 เดือน เริ่มจากอาหารบดละเอียดหรือบดหยาบที่มีความข้นพอเหมาะ วันละประมาณ 2–3 มื้อ ตามความพร้อมของเด็ก แต่ละมื้อควรมีอาหารหลายหมู่ โดยเฉพาะไข่ เนื้อสัตว์ ปลา หรือถั่วบด เพื่อเพิ่มโปรตีน ธาตุเหล็ก และสังกะสี

  • วัยประมาณ 9–11 เดือน เด็กสามารถกินอาหารที่บดหยาบขึ้นหรือสับเป็นชิ้นเล็กนุ่ม ๆ และเริ่มฝึกหยิบอาหารกินเองภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด ควรจัดมื้อหลักประมาณ 3 มื้อและให้กินนมตามความเหมาะสม

  • วัยประมาณ 1–2 ปี เด็กเริ่มกินอาหารครอบครัวที่ปรุงรสอ่อนได้ ควรจัดอาหารหลัก 3 มื้อและอาหารว่างที่มีประโยชน์ 1–2 มื้อ โดยตักอาหารเป็นชิ้นเล็ก เคี้ยวง่าย และมีครบทั้งข้าว เนื้อสัตว์ ไข่ ผัก ผลไม้ และไขมันที่เหมาะสม

  • วัยอนุบาลและวัยเรียน ควรกินอาหารครบ 3 มื้อ โดยเฉพาะมื้อเช้าที่มีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนและโปรตีน เช่น ข้าวกับไข่ โจ๊กปลา หรือขนมปังโฮลวีตกับนมและผลไม้

  • เลือกนมตามวัย และภาพรวมอาหารของลูก โดยนมบำรุงสมองเด็กไม่ใช่สิ่งทดแทนอาหารครบ 5 หมู่ สำหรับเด็กที่กินอาหารได้ตามวัย ควรพิจารณาปริมาณนมร่วมกับอาหารทั้งวัน และหลีกเลี่ยงนมปรุงแต่งรสหวานที่มีน้ำตาลสูง 

  • หลีกเลี่ยงอาหารที่รบกวนคุณภาพโภชนาการ น้ำหวาน น้ำอัดลม ชานม ขนมกรุบกรอบ และอาหารแปรรูปอาจให้พลังงานสูงแต่มีสารอาหารจำเป็นน้อย

พ่อแม่ควรสังเกตการเจริญเติบโตควบคู่กับพฤติกรรมการกิน หากลูกกินอาหารจำกัดมาก น้ำหนักหรือส่วนสูงไม่เป็นไปตามเกณฑ์ เหนื่อยง่าย ซีด หรือมีปัญหาเคี้ยวกลืน ควรพาไปประเมินโดยบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ควรแก้ปัญหาด้วยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพียงอย่างเดียวด้วยค่ะ


อาหารบำรุงสมองเด็ก

 

10 สุดยอดอาหารบำรุงสมองลูกน้อย

เพื่อช่วยให้คุณพ่อคุณแม่นำไปจัดเมนูอาหารในชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกและได้คุณประโยชน์สูงสุด การคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศที่เป็น 10 สุดยอดอาหารบำรุงสมองลูกน้อย ซึ่งนับเป็นอาหารบำรุงสมองสำหรับเด็กที่หาซื้อง่ายและมีคุณค่าสูง มีรายละเอียดดังนี้ค่ะ

  1. ปลาทะเลและปลาน้ำจืดไขมันสูง เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาทู รวมถึงปลาน้ำจืดอย่างปลาสวายและปลาช่อน อุดมไปด้วย DHA กรดไขมันจำเป็นในตระกูลโอเมก้า 3 ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของเซลล์สมอง

  2. ไข่ไก่ โดยเฉพาะส่วนไข่แดง อุดมไปด้วยสารโคลีน (Choline) ซึ่งเป็นวิตามินบีสำคัญที่มีความจำเป็นต่อระบบประสาทและสมอง ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ ความจำ และพัฒนาสมองของลูกน้อย

  3. มะเขือเทศ ผลไม้สีแดงที่อุดมไปด้วยสารไลโคปีน (Lycopene) ช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกาย ป้องกันภาวะหลงลืม และช่วยปกป้องเซลล์สมองให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  4. บลูเบอร์รีและผลไม้ตระกูลเบอร์รี มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ (Antioxidant) เช่น วิตามินเอ วิตามินซี และเบต้าแคโรทีน ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ ช่วยซ่อมแซมและชะลอการเสื่อมของเซลล์สมอง ทำให้ความจำดีขึ้น

  5. นมและผลิตภัณฑ์จากนม นมแม่เป็นแหล่งของสารอาหารเยื่อหุ้มอนุภาคไขมันธรรมชาติที่ช่วยสร้างปลอกไขมันหุ้มเส้นใยสมอง (Myelin Sheath) เพิ่มความเร็วในการรับส่งสัญญาณประสาท ส่วนนมวัวรสจืด นมถั่วเหลือง หรือโยเกิร์ต

  6. ตับสัตว์และเนื้อแดงไม่ติดมัน เป็นแหล่งของธาตุเหล็กชั้นดีที่ช่วยลำเลียงออกซิเจนในกระแสเลือดไปเลี้ยงสมอง ช่วยให้เด็กมีสมาธิดี ไม่เหนื่อยล้าง่าย และพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา

  7. ถั่วและเมล็ดพืช เช่น ถั่วเหลือง ถั่วลิสง และจมูกข้าว อุดมไปด้วยโคลีน วิตามินอี และสังกะสี (Zinc) ช่วยปกป้องเซลล์สมองและเสริมสร้างระบบประสาทส่วนกลางให้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์

  8. อะโวคาโด อุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว (MUFA) และวิตามินอี ช่วยส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงสมอง และบำรุงเซลล์ประสาทให้สมบูรณ์แข็งแรง

  9. ผักใบเขียวและผักตระกูลกะหล่ำ เช่น บรอกโคลี กะหล่ำปลี และกะหล่ำดอก มีวิตามินซี โคลีน และโฟเลตสูง ช่วยเสริมสร้างการเติบโตของเซลล์สมองและป้องกันความเสื่อมของเซลล์ประสาท

  10. ธัญพืชไม่ขัดสีและข้าวโอ๊ต: เป็นแหล่งของโคลีนและกลูโคสตามธรรมชาติ ค่อยๆ ปลดปล่อยพลังงานให้สมอง ทำให้เด็กได้รับพลังงานอย่างสม่ำเสมอ มีสมาธิในการเรียนรู้ และอารมณ์แจ่มใสตลอดวัน

 

อาหารบำรุงสมองเด็ก


เลือกโภชนาการที่มี MFGM เพื่อ IQ และทักษะสมองเพื่อความสำเร็จ EF ที่เหนือกว่า

เด็กจะเติบโตมาพร้อมกับทักษะสมองที่ดีได้นั้น นอกเหนือจากการส่งเสริมและสนับสนุนการทำกิจกรรม และการเรียนรู้ที่สมวัยแล้ว การใส่ใจเลือกโภชนาการที่ดี มีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ ให้ลูกได้กินอาหารที่ประกอบไปด้วยเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ธัญพืชต่าง ๆ ก็จะช่วยให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและสมอง ช่วยส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ที่ดีขึ้นอีกด้วย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าอยากให้ลูกมีพัฒนาการสมองดี ควรเลือกนมที่มี MFGM ซึ่งเป็นสุดยอดสารอาหารในนมแม่ สารอาหารสมองชนิดเดียวที่ช่วยให้ลูกมี IQ ที่เหนือกว่าตั้งแต่ 5 ปีแรก ประกอบด้วยไขมันและโปรตีนกว่า 150 ชนิด รวมทั้งสฟิงโกไมอีลิน ฟอสโฟลิปิด แกงกลิโอไซด์ ซึ่งมีประโยชน์ต่อการทำงานของระบบประสาทและสมอง

นอกจากนี้ โภชนาการที่ดียังมีส่วนช่วยพัฒนาทักษะ EF ทั้ง 3 ด้านหลัก ดังนี้

  • สมองจำดี (Working Memory) เก็บข้อมูลที่มองเห็นและได้ยิน มาใช้ในเวลาที่ต้องการ
  • ความคิดยืดหยุ่น (Cognitive Flexibility) สามารถปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ได้
  • ยั้งคิดไตร่ตรอง (Inhibitory Control) รู้จักรอ ยับยั้งชั่งใจ ควบคุมอารมณ์ คิดก่อนลงมือทำ

การเลือกโภชนาการที่มี MFGM จึงเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้ลูกน้อยเติบโตอย่างมั่นคง มีสมองที่ปราดเปรื่อง และมีทักษะสมองเพื่อความสำเร็จ EF ที่แข็งแกร่ง พร้อมก้าวสู่ความสำเร็จที่เหนือกว่าในอนาคต


* นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก
Enfa Smart Club สนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่าง
เดียวอย่างน้อย 6 เดือนและให้นมแม่ควบคู่อาหารตามวัยอีก 2 ปี หรือนานกว่านั้น ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)
Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

คุณกำลังเข้าถึงเนื้อหาจากผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวกับการซื้อหรือ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด​

กรุณากดยืนยันเพื่อดำเนินการต่อ

Line TH
Line TH
Cart TH
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกหมายเลขโทรศัพท์ที่ถูกต้อง
วันเกิดลูกน้อย
กรุณาเลือกวันที่