
Enfa สรุปให้:

เลือกอ่านตามหัวข้อ
เมื่อตั้งครรภ์เข้าสู่ไตรมาสที่ 3 ถือเป็นช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อที่น่าจับตามองอีกช่วงหนึ่ง เพราะทารกใกล้จะคลอดออกมาเต็มที และอาจจะคลอดออกมาเมื่อไหร่ก็ได้
โดยหนึ่งในสัญญาณใกล้คลอดที่สำคัญเลยก็คือ ทารกเริ่มกลับหัว ซึ่งการกลับหัวของทารกในครรภ์ เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า เจ้าตัวเล็กพร้อมสุด ๆ แล้วที่จะออกมาลืมตาดูโลก
เมื่อตั้งครรภ์เข้าสู่ช่วงไตรมาสสาม ทารกจะเริ่มทำการกลับหัว หันศีรษะตรงเข้าสู่ช่องคลอด ซึ่งเป็นกระบวนการเตรียมพร้อมที่จะเคลื่อนตัวผ่านออกทางช่องคลอดเมื่อถึงกำหนดเวลาคลอด การหันหัวออกถือเป็นท่าที่ง่ายต่อการคลอดตามธรรมชาติ เพราะทารกจะไหลออกมาโดยไม่เกิดการติดขัดใด ๆ หรือเกิดอุปสรรคต่อการคลอดน้อยที่สุด
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทารกทุกคนที่กลับหัวก่อนคลอด ทารกบางคนไม่ยอมกลับหัวเลย และทารกบางคนเมื่อถึงเวลาคลอด อวัยวะแรกที่ออกมาก่อนก็ไม่ใช่ศีรษะ แต่อาจเป็นอวัยวะส่วนอื่น ๆ เช่น ก้น แขน ขา เป็นต้น
ซึ่งกรณีเช่นนี้ บางครั้งอาจทำให้คลอดยาก เช่น ก้นออกมาแล้ว แต่ศีรษะยังติดอยู่ กรณีแบบนี้อาจทำให้ใช้เวลาในการทำคลอดนาน หรืออาจส่งผลกระทบต่อวัยวะของทารกเอง หรือในกรณีที่เลวร้ายที่สุดหากไม่สามารถทำคลอดได้ทันท่วงที ทารกอาจเสี่ยงต่อการเสียชีวิตเนื่องจากการขาดอากาศได้
แล้วทารกกลับหัวตอนกี่เดือน ลูกกลับหัวตอนกี่สัปดาห์กันนะ? โดยทั่วไปแล้วทารกในครรภ์จะเริ่มกลับหัวเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการคลอดในช่วงระหว่างสัปดาห์ที่ 32 - 36 ของการตั้งครรภ์ หรือประมาณเดือนที่ 8 - 9 ของการตั้งครรภ์ค่ะ ซึ่งเด็กบางคนอาจกลับหัวตั้งแต่สัปดาห์ที่ 32 แต่ก็ยังมีเด็กอีกหลายคนที่เริ่มกลับหัวในสัปดาห์ที่ 36 หรือเด็กบางคนไปกลับหัวเอาก่อนคลอดไม่กี่วันก็มีค่ะ
อย่างไรก็ตาม การกลับหัวหมายถึงการพร้อมคลอด นั่นแปลว่าถ้าหากทารกกลับหัวเร็ว ก็มีโอกาสสูงมากที่คุณแม่จะคลอดก่อนกำหนดค่ะ
การกลับหัวของทารก จริง ๆ มีหลายประเภท แต่หลัก ๆ แล้วท่ากลับหัวโดยทั่วไปจะแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้
คือ ท่ากลับหัวที่ทารกก้มหน้าเอาคางซุกกับอกตัวเอง แผ่นหลังแนบกับท้องแม่ และศีรษะจะออกมาก่อนในตอนคลอด ท่านี้ถือว่าเป็นท่ากลับหัวที่พบได้มากที่สุดค่ะ
คือ ท่ากลัวหัวที่ทารกก้มหน้าซุกลงกับอก แผ่นหลังของทารกหันชนกับแผ่นหลังของแม่ และท้ายทอยอาจจะหันอยู่ในทิศตรงข้ามกัน เช่น หันหน้าไปทางขวา แต่ท้ายทอยอาจจะหันไปอยู่ทางด้านซ้ายของอุ้งเชิงกราน หรือหันหน้าไปทางขวา แต่ท้ายทอยหันไปอยู่ทางด้านซ้ายของอุ้งเชิงกราน ท่านี้ถือว่าเป็นท่าที่ทำให้แม่คลอดได้ยาก เวลาคลอดมักมีอาการปวดครรภ์มาก หรืออาจต้องมีการผ่าคลอด
นอกจากนี้แล้ว ยังมีท่ากลับหัวแบบอื่น ๆ อีก เช่น
คือ ท่านอนตะแคงขวาง แทนที่จะนอนในท่าตรงและหันศีรษะไปทางช่องคลอด แต่กลับนอนขวางและหันหลังให้ช่องคลอดแทน หรือบางครั้งก็นอนขวางและหันหน้าโดยหันมือและเท้าไปทางช่องคลอด
จริง ๆ ท่านี้ไม่ควรจะเรียกว่าท่ากลับหัวด้วยซ้ำ เพราะท่านี้ทารกไม่ยอมกลับหัวค่ะ แทนที่จะหันหัวเข้าหาช่องคลอด ทารกกลับหันก้นเท้าช่องคลอดแทน โดยจะงอสะโพกเข้าหาตัวเอง และเหยียดขาทั้งสองข้างออก ปลายเท้าชิดศีรษะ
นี่ก็เป็นอีกหนึ่งท่าที่ทารกไม่ยอมกลับหัว โดยท่านี้ทารกจะงอสะโพกและงอเข่าเพื่อหันขาทั้งสองข้างและก้นเข้าหาช่องคลอด
ซึ่งท่าของทารกในครรภ์จำพวกนี้หากมีการตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ แพทย์ก็จะเร่งช่วยทารกกลับหัวมาอยู่ในท่าที่เหมาะสม เพื่อให้คุณแม่สามารถคลอดธรรมชาติได้ตามปกติ ลดความเสี่ยงต่อการคลอดที่อันตราย หรือลดโอกาสในการผ่าคลอด
เว้นเสียแต่ว่าทารกไม่ยอมกลับหัวจริง ๆ และถึงกำหนดต้องคลอดแล้ว แพทย์อาจจำเป็นจะต้องวินิจฉัยให้ทำการผ่าคลอดแทนเพื่อความปลอดภัยของแม่และทารก
เวลาที่ลูกกลับหัว คุณแม่จะรู้สึกได้ไหมนะ? สามารถสังเกตเห็นไหมว่าลูกกำลังกลับหัว? ต้องบอกว่าจริง ๆ แล้วมันไม่ใช่เรื่องที่จะรู้สึกได้ขนาดนั้นหรอกค่ะ เพราะไม่ใช่อาการที่จะรู้สึกได้ชัดเจนเหมือนกับอาการปวดอึ หรือวิงเวียนศีรษะ
อย่างไรก็ตาม มีอยู่อาการหนึ่งที่คุณแม่สามารถที่จะสังเกตเห็นได้นั่นก็คือ อาการท้องลด อาการนี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงที่ใกล้คลอดเพียงไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์ก่อนคลอด
โดยทารกจะกลับหัวลงและหันหัวไปทางช่องคลอด คุณแม่จึงสามารถสังเกตเห็นได้ว่ายอดมดลูกลดลง ท้องมีขนาดเล็กลง อาการอึดอัดต่าง ๆ ลดลง หายใจสะดวกขึ้น และรู้สึกโล่งท้องมากขึ้น ลักษณะเช่นนี้แปลว่าทารกกลับหัวพร้อมที่จะคลอดแล้ว แต่อาการท้องลดนี้ไม่ได้เกิดกับทุกคนค่ะ คุณแม่หลาย ๆ คนก็ไม่มีอาการท้องลดเลยจวบจนกระทั่งคลอดลูก
ส่วนอาการปัสสาวะบ่อย ปวดหลัง ที่หลายคนบอกว่าเป็นสัญญาณของลูกกลับหัวนั้น เอาจริง ๆ ก็พูดยากค่ะ อย่าลืมว่าตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์มาคุณแม่ก็ปัสสาวะบ่อยขึ้นกันอยู่แล้ว ยิ่งอาการปวดหลังไม่ต้องพูดถึงเลยค่ะ พอท้องเริ่มใหญ่ก็มักจะตามมาด้วยอาการปวดหลังอยู่แล้ว
ดังนั้น อาการลูกกลับหัวที่น่าจะสังเกตได้เองโดยชัดเจนที่สุดก็น่าจะเป็นอาการท้องลดนี่แหละค่ะ
ถ้าหากพูดถึงอาการทารกกลับหัวที่สังเกตได้ อาการท้องลด น่าจะเป็นอาการที่ชัดเจนที่สุดที่จะสามารถสังเกตเห็นได้เองค่ะ แต่ก็ไม่ใช่คุณแม่ทุกคนจะมีอาการท้องลด และโดยมากแล้วเวลาทารกกลับหัว คุณแม่ก็แทบจะไม่รู้สึกอยู่แล้วค่ะ
ดังนั้น วิธีที่แน่นอนที่สุด ชนิดที่ว่าแน่นอนกว่านี้คงไม่มีอีกแล้ว นั่นก็คือการไปตรวจอัลตราซาวนด์กับแพทย์ค่ะ โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสสามแบบนี้ แพทย์มักจะนัดเข้าไปเช็กร่างกายอยู่แล้ว ระหว่างนี้ถ้าหากมีการอัลตราซาวนด์ก็จะเห็นได้เลยว่าทารกอยู่ในท่ากลับหัวพร้อมคลอดแล้วหรือยัง
หากทารกไม่ยอมกลับหัว และแพทย์ได้ตรวจพบตั้งแต่ก่อนกำหนดคลอด แพทย์ก็จะพยายามช่วยทารกหลับหัวโดยใช้มือในการดันที่หน้าท้องของคุณแม่ เพื่อช่วยหมุนทารกค่ะ ซึ่งถ้าหากทุกอย่างทันเวลา ทารกก็จะกลับหัวได้พอดี
หรือถ้าหากพยายามหมุนทารกแล้ว แต่ทารกก็ยังไม่ยอมกลับหัว แพทย์อาจให้ยาคลายกล้ามเนื้อมดลูก เพื่อช่วยให้ทารกหมุนตัวได้ง่ายขึ้น
แต่ถ้าหากทุกอย่างไม่สำเร็จ พยายามทุกทางแล้ว แต่ทารกก็ไม่ยอมกลับหัว หรือเกิดความผิดพลาดในการหมุนตัวทารก หรือจนครบกำหนดคลอดแล้วทารกก็ยังไม่ยอมกลับหัว แพทย์อาจวินิจฉัยให้ทำการผ่าคลอดฉุกเฉิน เพื่อความปลอดภัยของแม่และทารกในครรภ์
สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ควรเลือกรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์และควรทานให้ครบทุกหมู่เป็นประจำวันทุกวัน เพราะสุขภาพและพัฒนาการทารกในครรภ์เริ่มต้นด้วยโภชนาการจากคุณแม่ การใส่ใจโภชนาการจึงเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่ดีที่สุดของลูก เพราะสมองของลูกเริ่มพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อยู่ในครรภ์ จนถึงช่วงให้นมบุตรตลอด 2 ปีแรกของลูก คุณแม่สามารถเลือกโภชนาการที่มี MFGM ช่วยเสริมสร้างสมองลูกใน 1,000 วันแรกของชีวิต และเสริมอาหารสมองที่สำคัญอย่าง ดีเอชเอ, สฟิงโกไมอิลีน,แอลฟา-แลคตาบูมิน, ฟอสโฟลิปิด,แกงกลิโอไซด์ เพื่อให้สมองลูกพัฒนาได้เต็มศักยภาพ
สร้างสมองลูกดีที่สุด เริ่มได้ตั้งแต่ในครรภ์
สร้างพัฒนาการลูกดีที่สุด
เสริมโภชนาการแม่ดีที่สุด
บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์
Enfa สรุปให้ คนท้องขาบวมกี่วันคลอดอาจตอบได้ยาก เพราะขาบวมไม่ได้บอกวันคลอดที่แน่นอน อาจบวมได้หลา...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ แอปตั้งครรภ์ ช่วยให้คุณแม่ติดตามข้อมูลสำคัญระหว่างตั้งครรภ์ได้เป็นระบบ เช่น อายุคร...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ สีประจำเดือนคนท้อง หากมีเลือดสีชมพู น้ำตาล แดง หรือดำ ควรสังเกตปริมาณเลือด อาการปว...
อ่านต่อ