
Enfa สรุปให้

เลือกอ่านตามหัวข้อ
หนึ่งกิจกรรมที่คุณพ่อคุณแม่ และสมาชิกในครอบครัวจะทำร่วมกันเมื่อมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นคือการลุ้นว่าทารกน้อยในครรภ์นั้นจะเป็นเพศใด จะคลอดออกมาเป็นผู้ชาย หรือคลอดออกมาเป็นผู้หญิงกันนะ
ซึ่งเรื่องเหล่านี้มักจะพ่วงมากับความเชื่อต่าง ๆ นานา โดยเฉพาะอาการคนท้องบางอย่างที่มักเชื่อกันว่า ถ้าคนท้องมีอาการเช่นนี้จะได้ลูกชาย ถ้ามีอาการแบบนี้จะได้ลูกสาว แต่เรื่องจริงเป็นอย่างไร อาการคนท้องบอกเพศลูกได้จริงหรือ ไปหาคำตอบพร้อมในบทความนี้จาก Enfa กันเลยค่ะ
ความเชื่อที่ว่าอาการคนท้องบางอย่างสามารถบอกได้ว่าคุณแม่กำลังจะมีลูกชายหรือลูกสาวนั้น ถูกส่งต่อกันมาอย่างช้านาน นานชนิดที่ว่าเริ่มมีการเชื่อสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่มีใครทราบ อาจนานเป็นร้อยปี หรือพันปีมาแล้วก็ได้ เราคงไม่สามารถไปตามตัวบุคคลแรกที่ริเริ่มความเชื่อนี้ได้ค่ะ
ซึ่งความเชื่อเรื่องอาการคนท้องบอกเพศลูกนี้ ไม่ได้มีเฉพาะแค่ในคนไทยเท่านั้นนะคะ แต่หลายประเทศเองก็เชื่อว่าอาการคนท้องบางประการ สามารถคาดเดาได้เลยว่าลูกจะคลอดออกมาเป็นผู้ชาย หรือเป็นผู้หญิง เรียกได้ว่า พอเป็นเรื่องที่ต้องมีการลุ้น เพศของลูกแล้วล่ะก็ เหล่าคุณแม่จากทั่วทุกมุมโลกก็มีความเชื่อที่คล้าย ๆ กันไปโดยปริยาย
จากผลการศึกษาและผลการวิจัยของหลายสถาบันพบว่าอาการคนท้องนั้นไม่สามารถที่จะกำหนดเพศลูกได้อย่างแม่นยำค่ะ โอเค อาจจะมีคุณแม่บางคนที่เชื่อ แล้วก็ได้ผลลัพธ์ตามความเชื่อนั้นจริง ๆ แต่ก็อย่าลืมว่ายังมีคุณแม่อีกหลายคนที่อาการคนท้องค่อนข้างชัดเจนว่าได้ลูกสาว แต่ผลปรากฎว่าคลอดออกมาแล้วเป็นผู้ชายก็มีมากเหมือนกัน
ซึ่งคุณแม่แต่ละคนไม่ได้มีอาการคนท้องแบบเดียวกันเสมอไป เช่น บางคนแพ้ท้องหนักมาก บางคนแพ้ท้องน้อย ก็มีการเชื่อกันว่าอาการแพ้ท้องบอกเพศลูกได้ ทั้งที่จริงแล้วอาการแพ้ท้องนั้นขึ้นอยู่กับระดับของฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งแม่แต่ละคนมีระดับฮอร์โมนที่แตกต่างกันอยู่แล้ว
ดังนั้น จะแพ้ท้องมากหรือน้อย ก็ไม่สามารถบอกได้ค่ะว่ากำลังตั้งท้องลูกชายหรือลูกสาว มากไปกว่านั้น อาการคนท้องบอกเพศลูกเมื่อเทียบกับผลลัพธ์จริงแล้ว ก็จะพบว่าไม่ได้มีความแม่นยำอะไรเลยค่ะ สิ่งที่ชัดเจนที่สุดในยุคสมัยนี้ที่จะบอกว่าคุณแม่กำลังตั้งครรภ์ลูกผู้ชายหรือลูกผู้หญิงก็คือกระบวนการอัลตราซาวนด์ค่ะ
คนโบราณเองมีความเชื่อเรื่องอาการคนท้องกับการบอกเพศลูกมาแต่ไหนแต่ไรแล้วค่ะ โดยจะสังเกตทั้งจากอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในขณะตั้งครรภ์ รวมถึงไลฟ์สไตล์การกิน แล้วนำมาใช้ในการกำหนดเพศของลูก โดยมีความเชื่อลักษณะนี้ในหลากหลายรูปแบบค่ะ ไม่ว่าจะเป็น
แต่ความจริงคือหน้าท้องที่สูงหรือต่ำนั้น ขึ้นอยู่กับสรีระของคุณแม่ จำนวนครั้งในการตั้งครรภ์ กล้ามเนื้อหน้าท้องของแม่ ซึ่งไม่ได้ส่งผลใดต่อเพศลูกค่ะ
ฟังดูเป็นความเชื่อที่วิทยาศาสตร์สุด ๆ เลยใช่ไหมคะ แต่วิทยาศาสตร์ก็ออกมาศึกษาและวิจัยเรียบร้อยแล้วค่ะว่า ไม่จริง และอัตราการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์ไม่ว่าจะผู้ชายหรือผู้หญิงต่างก็อยู่ในอัตราที่เท่ากันค่ะ
ความจริงคือปัญหาสิวและผิวมันเกิดจากความไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกายขณะตั้งครรภ์ค่ะ
แต่ความจริงแล้วสีของปัสสาวะเกิดจากปริมาณน้ำที่ร่างกายได้รับ อาหารการกิน และยาต่าง ๆ จึงส่งผลให้สีของปัสสาวะแตกต่างกันไปในแต่ละวัน ถ้าหากฉี่เป็นสีเหลืองเข้มมาก ๆ อย่าเพิ่งดีใจว่าจะได้ลูกชายนะคะ ให้กังวลก่อนเลยว่าคุณแม่กำลังดื่มน้ำไม่พอ และร่างกายกำลังเสี่ยงต่อการขาดน้ำ และสีปัสสาวะไม่ได้ส่งผลใด ๆ ต่อเพศของลูกค่ะ
นอกจากอาการคนท้องเหล่านี้แล้ว ก็ยังมีการบอกเพศลูกโดยอาศัยอาการแพ้ท้อง และไลฟ์สไตล์ในการกินอาหารของแม่มาใช้ในการกำหนดเพศลูกด้วยค่ะ โดยสำหรับลูกสาวนั้น จะมีความเชื่อในหลายรูปแบบ ดังนี้
ท้องลูกสาวชอบกินอะไร
คนสมัยก่อนมักจะเชื่อว่าถ้าหากตั้งครรภ์แล้วคุณแม่ชอบกินของหวาน ขนมหวาน ช็อกโกแลต หรืออาหารที่มีรสหวานบ่อย ๆ ลักษณะแบบนี้แปลว่ากำลังจะได้ลูกสาว
อาการแพ้ท้องลูกสาว
มักจะเชื่อกันว่าในช่วงตั้งครรภ์นั้น หากคุณแม่มีอาการแพ้ท้องหนักมาก แพ้ท้องรุนแรง แพ้ท้องต่อเนื่องหลายเดือน แปลว่าลูกในท้องเป็นผู้หญิง ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว อาการแพ้ท้องนั้นเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกายค่ะ
คุณแม่บางคนอาจจะมีความผันผวนของฮอร์โมนในร่างกายมากกว่าปกติ จึงมีอาการแพ้ท้องมากเป็นพิเศษ และอาการแพ้ท้องไม่สามารถกำหนดเพศลูกได้แน่นอนค่ะ
ไม่ใช่แค่ท้องลูกสาวเท่านั้นนะคะ แต่ท้องลูกชายก็มีความเชื่อกันว่าอาการคนท้องเนี่ยแหละ สามารถบอกได้เลยว่ากำลังจะได้ลูกชายหรือเปล่า โดยความเชื่อที่ว่าอาการคนท้องบอหได้ว่ามีลูกชายหรือเปล่านั้น ก็มีหลากหลายรูปแบบค่ะ ไม่ว่าจะเป็น
มีความเชื่อกันว่าถ้าหากกำลังตั้งท้องลูกชาย คุณแม่มักจะชอบกินอาหารที่มีรสจัด เผ็ดร้อน และคุณแม่มักจะกินอาหารมากกว่าปกติ
สำหรับการดูว่าแม่คนไหนกำลังท้องลูกชาย มักจะเชื่อกันว่าถ้าหากตลอดการตั้งครรภ์แม่แพ้ท้องน้อย หรือไม่แพ้ท้องเลย นั่นแปลว่าลูกในท้องเป็นผู้ชาย ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว อาการแพ้ท้องนั้นเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกายค่ะ
คุณแม่บางคนอาจจะไม่ค่อยมีความผันผวนของฮอร์โมนในร่างกายมากนัก จึงทำให้อาการแพ้ท้องไม่รุนแรง หรือไม่แพ้ท้องเลย และอาการแพ้ท้องไม่สามารถกำหนดเพศลูกได้แน่นอนค่ะ
ในกรณีที่ตั้งครรภ์ด้วยกระบวนการทางการแพทย์ เช่น การทำ IUI (Intra Uterine Insemination) หรือการทำเด็กหลอดแก้ว ก็มีแนวโน้มที่จะพอคาดเดาได้ว่าทารกในครรภ์จะเป็นผู้ชาย หรือเป็นผู้หญิง เพราะแพทย์จำเป็นจะต้องมีการตรวจโครโมโซมของอสุจิที่แข็งแรงก่อนเสมอ ก็จะทำให้ทราบในเบื้องต้นว่าจะได้ลูกชาย หรือลูกสาว
หรือบางกรณีก็มีการอาศัยช่องโหว่ของกฎหมาย และตัดสินใจเลือกเฉพาะอสุจิที่จะเป็นเพศชายหรือเพศหญิงไปเลย ซึ่งในหลาย ๆ ประเทศการทำเช่นนี้ถือเป็นการเลือกปฏิบัติทางเพศและผิดกฎหมายค่ะ แต่ถ้าเป็นการตั้งครรภ์โดยธรรมชาติ การอัลตราซาวนด์คือ 1 ในวิธีที่แม่นยำที่สุดที่จะทราบว่าลูกในท้องเป็นเพศใดค่ะ
สิ่งสำคัญในการตั้งครรภ์มากกว่าการลุ้นว่าลูกจะเป็นเพศใด ก็คือการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย แม่และเด็กแข็งแรง ซึ่งแม่กับทารกในครรภ์จะแข็งแรงได้นั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใส่ใจกับเรื่องของโภชนาการและอาหารการกิน การใส่ใจโภชนาการจึงเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่ดีที่สุดของลูก เพราะสมองของลูกเริ่มพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อยู่ในครรภ์ จนถึงช่วงให้นมบุตรตลอด 2 ปีแรกของลูก คุณแม่สามารถเลือกโภชนาการที่มี MFGM ช่วยเสริมสร้างสมองลูกใน 1,000 วันแรกของชีวิต และเสริมอาหารสมองที่สำคัญอย่าง ดีเอชเอ, สฟิงโกไมอิลีน,แอลฟา-แลคตาบูมิน, ฟอสโฟลิปิด,แกงกลิโอไซด์ เพื่อให้สมองลูกพัฒนาได้เต็มศักยภาพ
สร้างสมองลูกดีที่สุด เริ่มได้ตั้งแต่ในครรภ์
สร้างพัฒนาการลูกดีที่สุด
เสริมโภชนาการแม่ดีที่สุด
บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์
Enfa สรุปให้ คนท้องขาบวมกี่วันคลอดอาจตอบได้ยาก เพราะขาบวมไม่ได้บอกวันคลอดที่แน่นอน อาจบวมได้หลา...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ แอปตั้งครรภ์ ช่วยให้คุณแม่ติดตามข้อมูลสำคัญระหว่างตั้งครรภ์ได้เป็นระบบ เช่น อายุคร...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ สีประจำเดือนคนท้อง หากมีเลือดสีชมพู น้ำตาล แดง หรือดำ ควรสังเกตปริมาณเลือด อาการปว...
อ่านต่อ