
Enfa สรุปให้

เลือกอ่านตามหัวข้อ
เชื่อว่าคุณแม่หลายคนคงจะเคยได้ยินคำบอกเล่าที่พูดกันมาปากต่อปากว่า คนที่ผ่าคลอดเนี่ย ห้ามกินไข่นะ ไข่นี่มันเป็นของแสลงสำหรับแม่ผ่าคลอดเลยนะ อย่าได้ไปกินไข่เด็ดขาดเลย!
แต่...ทำไมการกินไข่ถึงไม่ดีกับแม่ผ่าคลอดล่ะ? และจริง ๆ แล้วแม่ผ่าคลอดกินไข่ได้ไหมนะ? หากคุณแม่สงสัยเหมือนกันล่ะก็ ตามไปหาคำตอบให้หายคาใจพร้อม ๆ กันกับ Enfa ได้เลยค่ะ
การกินอาหารที่มีประโยชน์หลังคลอด จะช่วยให้คุณแม่ได้รับพลังงานและสารอาหารอย่างครบถ้วน ทำให้ร่างกายแข็งแรง และสามารถฟื้นตัวหลังการคลอดได้ดี ซึ่งไข่ ก็ถือว่าเป็นอาหารที่มีประโยชน์ มีโปรตีนสูง และโปรตีนก็ทำหน้าที่สำคัญช่วยในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ทำให้แผลหายเร็วขึ้น ฟื้นตัวเร็วขึ้น
ดังนั้น จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องห้ามแม่ผ่าคลอดกินไข่ค่ะ และการกินไข่หลังผ่าคลอด ก็ไม่ได้ทำให้เกิดแผลหนอง แผลอักเสบแต่อย่างใด คุณแม่สบายใจได้เลยค่ะ
เราคงไม่สามารถไปตามหาต้นตอหรือคนแรกที่เชื่อว่าคนผ่าคลอดห้ามกินไข่ได้ เพราะเป็นเรื่องที่พูดต่อ ๆ กันมาช้านาน ว่า:
ถ้ากินไข่หลังผ่าคลอดจะทำให้เกิดหนอง ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การกินไข่ ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับการเกิดหนอง แต่การเป็นหนอง อาจเกิดจากการดูแลแผลผ่าคลอดที่ไม่สะอาด มีการติดเชื้อเสียมากกว่า
บางคนก็เชื่อว่า ถ้ากินไข่ จะทำให้เกิดแผลเป็น ซึ่งโดยธรรมชาติแล้ว แผลเป็นจากแผลผ่าตัด หรือการได้รับอุบัติเหตุ เป็นเรื่องที่ปกติมากค่ะที่จะเกิดแผลเป็น แต่แผลเป็นจะเล็กหรือใหญ่นั้นก็แตกต่างกันไป ดังนั้น ต่อให้ไม่กินไข่ คุณแม่ก็จะยังมีโอกาสที่จะมีแผลเป็นจากการผ่าคลอดอยู่ดีค่ะ
แม่ให้นมบุตร แม่หลังคลอด ควรจะต้องเพิ่มโปรตีนขึ้นจากเดิม 70 กรัม หรือราว ๆ 20 ช้อนโต๊ะต่อวัน ส่วนไข่นั้นสามารถกินได้วันละ 1 ฟองเลยค่ะ
การได้รับโปรตีนอย่างเพียงพอ จะช่วยให้คุณแม่ฟื้นตัวหลังคลอดได้ดีขึ้น แผลหายเร็วขึ้น และยังมีส่วนช่วยในการผลิตน้ำนมอีกด้วยนะ
คุณแม่ทราบหรือไม่ว่า การผ่าคลอด (C-Section) คือ การผ่าตัดโดยนำทารกออกมาผ่าทางหน้าท้อง จึงทำให้ทารกไม่ได้รับจุลินทรีย์สุขภาพ (Gut Microbiome) จากบริเวณช่องคลอดของแม่ ซึ่งทำให้เด็กผ่าคลอดอาจมีพัฒนาการภูมิคุ้มกันแรกเกิด และสุขภาพลำไส้ช้ากว่าเด็กที่คลอดแบบธรรมชาติ ส่งผลให้มีโอกาสเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น
Cs-Biome หรือ Commensal Microbiome
คือ ดีเอ็นเอของกลุ่มจุลินทรีย์ชนิดดีที่อยู่รวมกัน เช่นบิฟิโดแบคทีเรียม (Bifidobacterium) และแลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus) ที่พบในน้ำนมแม่ มีส่วนช่วยทำให้ผนังลำไส้แข็งแรง พัฒนาระบบทางเดินอาหาร ทำให้ลูกขับถ่ายดี เสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง นอกจากนี้ MFGM และ DHA ในนมแม่ยังมีส่วนช่วยเสริมสร้างพัฒนาการสมองในช่วงเริ่มต้นของชีวิต
อยากรู้ว่าวันไหนฤกษ์ดีสำหรับการผ่าคลอด เราได้รวบรวมฤกษ์ผ่าคลอด 2569 ฤกษ์ดีปีมะเมีย วันไหนดี วันไหนมงคล มาดูฤกษ์ผ่าคลอดฟรี 2569 พยากรณ์โดย การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์ (การะเกต์พยากรณ์) มาดูฤกษ์ผ่าคลอดฟรีได้ที่นี่
บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ผ่าคลอด
Enfa สรุปให้ ผ่าคลอดขับรถได้ตอนไหน? ผ่าคลอดกี่วันขับรถได้? แม่ผ่าคลอดควรรออย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ข...
อ่านต่อ
พยากรณ์โดยการะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์ (การะเกต์พยากรณ์) มีสิ่งที่อยากทำความเข้าใจตั้งแต่ต้นก่อนว่าตาม...
อ่านต่อ
พยากรณ์โดยการะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์ (การะเกต์พยากรณ์) ฤกษ์ผ่าคลอดเดือนธันวาคม 2569 แนะนำวันที่...
อ่านต่อ