นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เอนฟาสนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนไปจนถึง 2 ปี หรือนานกว่าตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

ลูกหัวใจเต้นเร็ว สัญญาณเตือนที่พ่อแม่ต้องรู้

Enfa สรุปให้

  • ลูกหัวใจเต้นเร็ว อาจเป็นเรื่องปกติได้ในเด็ก เพราะหัวใจเด็กเต้นเร็วกว่าผู้ใหญ่ตามวัย โดยเฉพาะเวลาออกแรง ร้องไห้ ตกใจ หรือมีไข้ แต่ควรประเมินขณะลูกพักสงบเสมอ

  • ลูกเป็นไข้ หัวใจเต้นเร็ว มักเกิดจากกลไกตามธรรมชาติของร่างกาย เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ชีพจรจะเพิ่มตามระดับไข้ และมักลดลงเมื่อไข้ลด แต่ถ้ามีซึม หอบ มือเท้าเย็น หรืออาการทรุด ควรพบแพทย์ทันที

  • เด็กหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ถือว่าผิดปกติเมื่อเต้นเร็วกว่าช่วงอายุแม้พักแล้ว หรือมีอาการร่วม เช่น ซีด เหนื่อย เจ็บหน้าอก เวียนหัว หรือเป็นลม ซึ่งต้องได้รับการประเมินทางการแพทย์เพื่อความปลอดภัย

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

ภาวะหัวใจเต้นเร็วในเด็กเป็นเรื่องที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่กังวลได้ง่าย เพราะการเต้นของหัวใจสัมพันธ์โดยตรงกับการไหลเวียนเลือดและออกซิเจนทั่วร่างกาย เด็กแต่ละช่วงวัยมีอัตราการเต้นของหัวใจแตกต่างจากผู้ใหญ่ตามธรรมชาติ การประเมินว่าลูกหัวใจเต้นเร็วเกินไปหรือไม่ จึงต้องอ้างอิงเกณฑ์ตามช่วงอายุ อาการร่วม และบริบท เช่น มีไข้ ร้องไห้ ตื่นเต้น หรือกำลังป่วย ซึ่ง Enfa จะพาไปทำความเข้าใจกันในบทความนี้ค่ะ

 

เด็กหัวใจเต้นเร็วผิดปกติไหม

การพิจารณาความผิดปกติจำเป็นต้องเปรียบเทียบกับค่ามาตรฐานตามช่วงอายุ เนื่องจากระบบไหลเวียนโลหิตในเด็กมีการเปลี่ยนแปลงตามการเจริญเติบโต หากลูกหัวใจเต้นเร็วขณะพักหรือไม่มีปัจจัยกระตุ้น นับเป็นเรื่องที่ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษค่ะ โดยสามารถพิจารณาการเต้นของหัวใจลูกได้ดังนี้

  • เกณฑ์ตามช่วงอายุ ทารกแรกเกิดมีอัตราปกติที่ 120-160 ครั้งต่อนาที เด็กวัยเรียนลดลงเหลือ 70-110 ครั้ง และวัยรุ่นจะใกล้เคียงผู้ใหญ่คือ 60-100 ครั้งต่อนาที
  • สถานะการตรวจวัด ความผิดปกติมักถูกพิจารณาเมื่ออัตราเต้นสูงกว่าเกณฑ์ต่อเนื่องแม้ขณะนอนหลับ หากพบว่า ลูกหัวใจเต้นเร็ว จนหน้าอกกระเพื่อมชัดเจนขณะนิ่ง อาจสะท้อนการทำงานหนักของกล้ามเนื้อหัวใจ
  • อาการร่วมอันตราย ความผิดปกติมักมาพร้อมจังหวะที่เร็วและอาการหน้าซีด เขียวคล้ำ หรือเหนื่อยหอบ หากลูกใจสั่นร่วมกับอาการเหล่านี้ ย่อมแสดงถึงความไม่ปกติ

การที่หัวใจเต้นเร็วไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคเสมอไปนะคะ แต่อาจเป็นเพียงการตอบสนองชั่วคราว อย่างไรก็ตาม หากจังหวะเร็วมากเกินไปหรือเต้นสลับช้าอย่างไม่มีเหตุผล จะส่งผลต่อประสิทธิภาพการสูบฉีดเลือด ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ซึ่งอาจกระทบต่อพัฒนาการและอวัยวะสำคัญในระยะยาวได้ จึงควรให้ความสำคัญและสังเกตลูกอย่างสม่ำเสมอ

 

เด็กหัวใจเต้นเร็ว เกิดจากอะไร

สาเหตุที่ทำให้เด็กหัวใจเต้นเร็วมีความหลากหลาย ตั้งแต่กลไกสรีรวิทยาไปจนถึงโรคซับซ้อน การเร่งทำงานของหัวใจมักเป็นไปเพื่อรักษาระดับความดันและออกซิเจน เมื่อมีปัจจัยกระตุ้น หัวใจจึงต้องตอบสนองด้วยการเพิ่มความถี่ โดยปัจจัยที่ทำให้เด็กหัวใจเต้นเร็วมีดังนี้

  • ปัจจัยอารมณ์ เช่น การร้องไห้อย่างหนัก ความเจ็บปวด หรือความตื่นเต้น กระตุ้นการหลั่งอะดรีนาลีนซึ่งส่งผลโดยตรงต่อจังหวะหัวใจ
  • ภาวะขาดน้ำ เมื่อร่างกายเสียน้ำจากอาการท้องเสียหรืออาเจียน ปริมาณเลือดจะลดลง ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อส่งเลือดไปเลี้ยงร่างกาย
  • โรคประจำตัว เช่น ภาวะโลหิตจางที่ทำให้เลือดนำออกซิเจนไปได้น้อย หรือต่อมไทรอยด์เป็นพิษที่เร่งระบบเผาผลาญ ล้วนส่งผลให้หัวใจเต้นเร็วต่อเนื่อง
  • ยาและสารกระตุ้น เช่น ยาแก้ไอหรือยาขยายหลอดลมบางชนิด รวมถึงคาเฟอีนที่เด็กอาจได้รับโดยไม่ตั้งใจ สามารถกระตุ้นคลื่นไฟฟ้าหัวใจได้

ความเข้าใจสาเหตุจะช่วยลดความตื่นตระหนกและแก้ไขได้ตรงจุด เช่น การชดเชยน้ำเมื่อขาดน้ำจะทำให้อัตราเต้นกลับมาปกติ แต่หากสาเหตุมาจากไฟฟ้าหัวใจลัดวงจร (SVT) จำเป็นต้องได้รับการรักษาจากกุมารแพทย์โรคหัวใจโดยเฉพาะค่ะ

 

เด็กหัวใจเต้นเร็วกว่าผู้ใหญ่

หนึ่งในความสงสัยที่พบบ่อยคือทำไมเวลาเอามือทาบอกลูกแล้วรู้สึกว่าหัวใจเขาเต้นรัวเหมือนกลองรบ ในขณะที่ของผู้ใหญ่ดูนิ่งและช้ากว่ามาก คำตอบอยู่ที่สรีรวิทยาและขนาดของหัวใจ รวมถึงความต้องการพลังงานในการเจริญเติบโตที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ โดยสาเหตุหลักที่ทำให้เด็กหัวใจเต้นเร็วกว่าผู้ใหญ่ มีดังนี้

  • ขนาดของหัวใจ 
    หัวใจของเด็กมีขนาดเล็กกว่าผู้ใหญ่มาก ทำให้ปริมาณเลือดที่บีบตัวออกไปในแต่ละครั้ง (Stroke Volume) มีน้อย ดังนั้นเพื่อให้ได้ปริมาณเลือดที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในหนึ่งนาที หัวใจเด็กจึงจำเป็นต้องเต้นด้วยความถี่ที่สูงกว่า

  • อัตราการเผาผลาญ 
    เด็กมีอัตราการเผาผลาญพลังงานที่สูงมากเพื่อใช้ในการเจริญเติบโตและพัฒนาการของอวัยวะต่างๆ กระบวนการนี้ต้องการออกซิเจนและสารอาหารปริมาณมหาศาล ซึ่งขนส่งผ่านกระแสเลือด

  • ระบบประสาทอัตโนมัติ
    โดยในเด็กเล็ก ระบบประสาทที่ควบคุมการทำงานของหัวใจยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้จังหวะการเต้นอาจมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมมากกว่าผู้ใหญ่

สรุปได้ว่า เด็กหัวใจเต้นเร็วกว่าผู้ใหญ่ เป็นกลไกตามธรรมชาติที่เอื้อต่อการมีชีวิตรอดและการเติบโต ยิ่งเด็กมีอายุน้อยเท่าไหร่ หัวใจก็จะยิ่งเต้นเร็วเท่านั้น และจะค่อยๆ ลดจังหวะลงเมื่อมีอายุมากขึ้นตามลำดับขั้นของพัฒนาการ ดังนั้นการเปรียบเทียบชีพจรของลูกกับของตัวเองจึงไม่สามารถนำมาใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินความเจ็บป่วยได้โดยตรงค่ะ

 

ลูกหัวใจเต้นเร็ว แบบไหนผิดปกติ

การแยกแยะระหว่างอาการเต้นเร็วตามธรรมชาติกับการเต้นเร็วที่เป็นอันตราย เป็นทักษะที่พ่อแม่ควรมีค่ะ ซึ่งการสังเกตอย่างละเอียดจะช่วยให้เราเห็นรูปแบบความผิดปกติที่แฝงอยู่ โดยเฉพาะในเวลาที่ลูกควรจะพักผ่อนแต่หัวใจกลับทำงานหนักอย่างไม่สมเหตุสมผล ลูกหัวใจเต้นเร็วแบบไหนผิดปกติ พิจารณาได้ดังนี้

  • เต้นเร็วแม้ขณะหลับ หากลูกนอนนิ่งหรือหลับสนิท แต่อัตราการเต้นของหัวใจยังสูงกว่าปกติและคงที่อยู่ตลอดเวลา นี่คือสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังเผชิญกับภาวะบางอย่าง
  • จังหวะการเต้นที่ไม่สม่ำเสมอ การที่หัวใจเต้นเร็วสลับช้า หรือมีจังหวะที่สะดุดบ่อยครั้ง อาจบ่งบอกถึงภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งต้องได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
  • การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ สังเกตจากลูกหายใจแรงและเร็วจนร่องอกบุ๋ม หรือบริเวณปีกจมูกบานออกขณะหายใจร่วมกับอาการหัวใจเต้นเร็ว ซึ่งมักเป็นสัญญาณของการทำงานที่ผิดปกติของปอดหรือหัวใจ
  • อาการวูบหรือเป็นลม หากลูกบ่นว่าเวียนศีรษะ หน้ามืด หรือหมดสติไปชั่วขณะหลังจากมีอาการใจสั่น ถือเป็นภาวะเร่งด่วนที่ต้องพบแพทย์ทันที

นอกจากนี้ หากพบว่า ทารกซึม เอาแต่นอน ไม่ร่าเริงเหมือนปกติ และเมื่อคลำชีพจรดูพบว่าเร็วและเบา อาจเป็นอาการของภาวะช็อกหรือการติดเชื้อในกระแสเลือด พ่อแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจและต้องหมั่นสังเกตพฤติกรรมโดยรวมควบคู่ไปกับอัตราการเต้นของหัวใจเสมอค่ะ

 

ลูกเป็นไข้ หัวใจเต้นเร็ว อันตรายไหม

ภาวะที่ลูกไม่สบาย หัวใจเต้นเร็ว เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นปกติในทางการแพทย์ เนื่องจากเมื่ออุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ทุกๆ 1 องศาเซลเซียสที่เพิ่มขึ้น จะทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้นได้ประมาณ 10-15 ครั้งต่อนาที เพื่อช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกายผ่านทางผิวหนังและกระแสเลือด ซึ่งมีสาเหตุดังนี้

  • กลไกการระบายความร้อน เมื่อลูกตัวร้อนร่างกายจะเร่งการไหลเวียนเลือดเพื่อให้ความร้อนถูกระบายออกไปได้เร็วขึ้น หัวใจจึงต้องบีบตัวถี่ขึ้นตามลำดับ
  • ภาวะขาดน้ำจากไข้ โดยไข้สูงมักมาพร้อมกับการเสียเหงื่อและการระเหยของน้ำออกจากร่างกาย หากไม่ได้รับน้ำชดเชยเพียงพอ ความเข้มข้นของเลือดจะเพิ่มขึ้น หัวใจจึงต้องเต้นเร็วเพื่อรักษาความดันเลือด
  • สัญญาณเตือนที่อันตราย แม้ไข้จะทำให้หัวใจเต้นเร็วได้ แต่หากลูกมีอาการหนาวสั่นมีไข้ร่วมกับมือเท้าเย็นชืด หรือมีผื่นขึ้นตามตัว อาจเป็นการติดเชื้อรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อระบบไหลเวียนโลหิต
  • ความแตกต่างของช่วงเวลา หากลูกเป็นไข้ตอนกลางคืน กลางวันปกติ อาจเป็นเพียงไข้จากไวรัสทั่วไป แต่ถ้าช่วงที่มีไข้ต่ำๆ แต่หัวใจยังเต้นเร็วมากผิดปกติ อาจต้องระวังภาวะแทรกซ้อนที่กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ

โดยทั่วไป หากไข้ลดลงจากการได้รับยาลดไข้หรือการเช็ดตัว แล้วอัตราการเต้นของหัวใจค่อยๆ กลับคืนสู่ภาวะปกติภายใน 30-60 นาที ก็ถือว่าไม่อันตราย แต่หากไข้ลดแล้วแต่หัวใจยังเต้นเร็วกว่าปกติมาก นั่นคือเหตุผลที่ต้องรีบปรึกษาแพทย์ค่ะ

 

ลูกหัวใจเต้นเร็วมาก ควรดูแลอย่างไร

เมื่อพบว่าลูกมีอาการหัวใจเต้นเร็ว สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดคือความสงบของคุณพ่อคุณแม่เอง เพราะความตื่นตระหนกจะส่งผลถึงลูก ทำให้เขากลัวและยิ่งกระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นไปอีกค่ะ แต่สิ่งที่ช่วยได้ดีกว่าคือการปฐมพยาบาลและการดูแลเบื้องต้นที่ถูกต้อง ดังนี้

  • จัดท่าทางให้เหมาะสม ให้ลูกนอนราบหรือกึ่งนั่งกึ่งนอนในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก หากเป็นเด็กเล็กให้โอบกอดเพื่อให้เขารู้สึกปลอดภัย ซึ่งจะช่วยลดการหลั่งสารอะดรีนาลีนที่ทำให้หัวใจเต้นเร็ว
  • การลดอุณหภูมิร่างกาย หากมีไข้ร่วมด้วย ต้องรีบทำการลดความร้อน โดยศึกษาวิธีลดไข้ทารกแรกเกิดอย่างถูกวิธี เช่น การเช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง ย้อนทิศทางรูขุมขนเพื่อระบายความร้อน
  • สังเกตอาการร่วมอย่างละเอียด ตรวจเช็กว่าทารกนอนอ้าปากหรือไม่ เพราะอาจเป็นสัญญาณของการอุดกั้นทางเดินหายใจที่ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น หรือสังเกตว่าลูกเป็นไข้ตัวร้อน แต่มือเท้าเย็นหรือไม่ ซึ่งเป็นสัญญาณของระบบไหลเวียนเลือดส่วนปลายเริ่มทำงานผิดปกติ
  • บันทึกข้อมูลเพื่อแพทย์ หากเป็นไปได้ ให้ใช้สมาร์ทวอทช์หรือการจับชีพจรที่ข้อมือบันทึกจำนวนครั้งต่อนาทีไว้ รวมถึงระยะเวลาที่เริ่มมีอาการ เพื่อเป็นข้อมูลสำคัญในการวินิจฉัยของแพทย์

ในกรณีที่ลูกร้องเหมือนจะขาดใจจนทำให้หัวใจเต้นเร็วมากและเริ่มมีอาการเขียวรอบปาก ให้รีบประคองลูกในท่าที่ทางเดินหายใจเปิดโล่งที่สุด และนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันทีโดยไม่ควรรอให้หยุดร้องเองค่ะ

 

คำแนะนำสำหรับคุณพ่อคุณแม่เมื่อลูกน้อยหัวใจเต้นเร็ว

การดูแลสุขภาพใจและกายของลูกน้อยในระยะยาวคือการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุด คุณพ่อคุณแม่ควรมีความรู้พื้นฐานในการสังเกตสุขภาพโดยรวม เพื่อแยกแยะความเจ็บป่วยทั่วไปออกจากภาวะที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ดังนี้

  • เฝ้าระวังโรคทางเดินหายใจ เช่น ทารกเป็นหวัด ซึ่งอาจดูเหมือนเรื่องเล็กน้อย แต่หากลูกเป็นหวัด 2 อาทิตย์ยังไม่หาย อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนอย่างปอดอักเสบที่ส่งผลต่อการทำงานของหัวใจ
  • สังเกตพฤติกรรมการเล่นและการเจริญเติบโต หากพบว่า ลูกป่วยบ่อย น้ำหนักตัวไม่ขึ้นตามเกณฑ์ หรือเหนื่อยง่ายกว่าเด็กในวัยเดียวกันเวลาวิ่งเล่น ควรพาไปตรวจคัดกรองโรคหัวใจแต่เนิ่น ๆ
  • การจัดการสภาพแวดล้อม หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ ฝุ่นละออง และสารกระตุ้นต่าง ๆ ที่อาจทำให้ลูกมีอาการระคายเคืองทางเดินหายใจ เพราะความยากลำบากในการหายใจจะนำไปสู่ภาวะหัวใจเต้นเร็วได้เสมอ
  • การสังเกตการนอน หากลูกมีพฤติกรรมนอนกรน หรือหยุดหายใจขณะหลับ จะส่งผลให้ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำในช่วงกลางคืน ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักและเต้นเร็วผิดปกติในระยะยาว

การเป็นช่างสังเกตโดยไม่วิตกกังวลจนเกินไปจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่รับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมีสติ สิ่งสำคัญคือการหมั่นพาลูกไปรับวัคซีนและตรวจสุขภาพตามนัด เพื่อให้แพทย์ได้ประเมินพัฒนาการและตรวจหาความผิดปกติของหัวใจที่อาจซ่อนเร้นอยู่ค่ะ

 

เลือกโภชนาการที่มี MFGM เพื่อ IQ และทักษะสมองเพื่อความสำเร็จ EF ที่เหนือกว่า

เด็กจะเติบโตมาพร้อมกับทักษะสมองที่ดีได้นั้น นอกเหนือจากการส่งเสริมและสนับสนุนการทำกิจกรรม และการเรียนรู้ที่สมวัยแล้ว การใส่ใจเลือกโภชนาการที่ดี มีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ ให้ลูกได้กินอาหารที่ประกอบไปด้วยเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ธัญพืชต่าง ๆ ก็จะช่วยให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและสมอง ช่วยส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ที่ดีขึ้นอีกด้วย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าอยากให้ลูกมีพัฒนาการสมองดี ควรเลือกนมที่มี MFGM ซึ่งเป็นสุดยอดสารอาหารในนมแม่ สารอาหารสมองชนิดเดียวที่ช่วยให้ลูกมี IQ ที่เหนือกว่าตั้งแต่ 5 ปีแรก ประกอบด้วยไขมันและโปรตีนกว่า 150 ชนิด รวมทั้งสฟิงโกไมอีลิน ฟอสโฟลิปิด แกงกลิโอไซด์ ซึ่งมีประโยชน์ต่อการทำงานของระบบประสาทและสมอง

นอกจากนี้ โภชนาการที่ดียังมีส่วนช่วยพัฒนาทักษะ EF ทั้ง 3 ด้านหลัก ดังนี้

  • สมองจำดี (Working Memory) เก็บข้อมูลที่มองเห็นและได้ยิน มาใช้ในเวลาที่ต้องการ
  • ความคิดยืดหยุ่น (Cognitive Flexibility) สามารถปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ได้
  • ยั้งคิดไตร่ตรอง (Inhibitory Control) รู้จักรอ ยับยั้งชั่งใจ ควบคุมอารมณ์ คิดก่อนลงมือทำ

การเลือกโภชนาการที่มี MFGM จึงเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้ลูกน้อยเติบโตอย่างมั่นคง มีสมองที่ปราดเปรื่อง และมีทักษะสมองเพื่อความสำเร็จ EF ที่แข็งแกร่ง พร้อมก้าวสู่ความสำเร็จที่เหนือกว่าในอนาคต

* นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก
Enfa Smart Club สนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่าง
เดียวอย่างน้อย 6 เดือนและให้นมแม่ควบคู่อาหารตามวัยอีก 2 ปี หรือนานกว่านั้น ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)
Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

คุณกำลังเข้าถึงเนื้อหาจากผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวกับการซื้อหรือ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด​

กรุณากดยืนยันเพื่อดำเนินการต่อ

Line TH
Line TH
Cart TH
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกหมายเลขโทรศัพท์ที่ถูกต้อง
วันเกิดลูกน้อย
กรุณาเลือกวันที่