
Enfa สรุปให้

เลือกอ่านตามหัวข้อ
การหมั่นสังเกตพัฒนาการเจริญเติบโตของลูกน้อยอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นความผิดปกติของพัฒนาการของลูกได้ เพราะบางครั้งลูกอาจส่งสัญญาณของโรค LD ที่จำเป็นจะต้องได้รับการดูแลและเสริมพัฒนาการอย่างเหมาะสม เพื่อให้ลูกสามารถเติบโตได้อย่างมีความสุข และมีพัฒนาการที่สมวัย แต่ เด็ก LD คืออะไร? และโรค LD สามารถรักษาได้ไหม? บทความนี้จาก Enfa มีสาระน่ารู้เกี่ยวกับการดูแลเด็ก LD มาฝากค่ะ
โรค LD หรือ Learning Disorder คือ โรคการเรียนรู้บกพร่อง ถือว่าเป็นความผิดปกติด้านการเรียนรู้อย่างหนึ่งที่ส่งผลให้เด็กมีพัฒนาการเรียนรู้ต่ำกว่าเด็กในวัยเดียวกันอย่างน้อย 2 ชั้นปี แม้ว่าจะมีระดับสติปัญญาปกติ และสามารถทำกิจกรรมอื่น ๆ ได้ดีเท่ากับคนอื่น หรือดีกว่าคนอื่น แต่จะมีความบกพร่องเฉพาะด้านการอ่าน การเขียน และการคำนวณทางคณิตศาสตร์
เด็กแอลดี คือ เด็กที่มีพัฒนาการเรียนรู้ผิดปกติ ที่แม้ภายนอกจะดูเหมือนทุกอย่างปกติ สามารถพูดคุยโต้ตอบได้ มีความเข้าใจในหลาย ๆ เรื่อง และทำกิจกรรมบางอย่างได้ดีตามปกติ หรือดีกว่าคนอื่น
แต่เมื่อถึงกระบวนการที่จะต้องอ่าน เขียน และคิดคำนวณ จะพบว่าเด็ก LD ไม่สามารถตอบสนองต่อทักษะดังกล่าวได้ดีอย่างที่ควรจะเป็น
ซึ่งความบกพร่องทางด้านการเรียนรู้นี้ จะสร้างปมด้อยให้เด็ก LD รู้สึกกดดัน หรือรู้สึกแย่กับตัวเอง ที่ไม่สามารถเรียนรู้และทำความเข้าใจในเรื่องทั่วไปที่เพื่อน ๆ สามารถทำได้ปกติ
มากไปกว่านั้น หากพ่อแม่ขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องโรค LD ก็จะยิ่งเป็นการตอกย้ำทำให้เด็ก LD รู้สึกไม่มั่นใจในตนเอง กดดันตัวเอง มีภาวะซึมเศร้า บางครั้งอาจมีการต่อต้านเวลาถูกบังคับให้ต้องเรียนเขียนอ่าน หรือมีภาวะอารมณ์แปรปรวน จนกลายเป็นเด็กก้าวร้าว
โรค LD เกิดจากอะไร? สำหรับโรคบกพร่องทางการเรียนรู้ หรือ โรค LD นั้น สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายเหตุปัจจัย ดังนี้
ดังนั้น จะเห็นได้ว่าเด็กที่เป็นโรค LD นั้น ไม่ได้มีความบกพร่องทางการเรียนรู้เพราะเด็กไม่ขยัน หรือเกียจคร้าน หากแต่เป็นปัญหาด้านพัฒนาการที่มีปัจจัยมาจากพันธุกรรมและสภาพแวดล้อม
ซึ่งหากพ่อแม่เข้าใจถึงสาเหตุและเรียนรู้วิธีรับมือเด็ก LD เป็นอย่างดี ก็จะสามารถดูแลและส่งเสริมพัฒนาการของลูกให้ดีขึ้นได้ แต่ถ้าหากพ่อกับแม่ไม่พยายามจับสังเกตความผิดปกติของลูก หรือคิดว่าลูกแค่ไม่ตั้งใจเรียนรู้ ก็จะทำให้ส่งเสริมและสนับสนุนพัฒนาการของลูกไม่ถูกทาง และอาจสร้างปัญหาทางด้านจิตใจกับลูกอีกด้วย
โรค LD ในเด็ก มีกลุ่มอาการที่คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตได้ ดังนี้
หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นความผิดปกติของลูก ซึ่งเป็นความบกพร่องทางการเรียนรู้ที่ต่ำกว่าเด็กในวัยเดียวกันอย่างน้อย 2 ชั้นปี ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยว่าลูกมีแนวโน้มที่จะเป็นโรค LD จริงหรือไม่
หากลูกได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค LD จริง คุณพ่อคุณแม่จะได้รับคำแนะนำในการดูแลและบำบัดพัฒนาการของลูกอย่างเหมาะสม เพื่อเพิ่มพูนและส่งเสริมพัฒนาการของลูกที่ถูกทาง และทำให้ลูกมีความสุขกับการเรียนรู้มากขึ้น
เด็ก LD สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ
เด็กที่โรคสมาธิสั้น (Attention Deficit Hyperactivity Disorder) หรือ ADHD นั้น มองเผิน ๆ ก็อาจจะทำให้รู้สึกว่าคล้ายกับเด็ก LD เพราะมีปัญหาด้านกระบวนการเรียนรู้คล้าย ๆ กัน แต่จริง ๆ แล้วมีความแตกต่างกัน ดังนี้
เด็กสมาธิสั้น จะมีปัญหาในระดับพฤติกรรมและการควบคุมสมาธิ เช่น
ส่วนเด็ก LD นั้น จะมีปัญหาเฉพาะด้านในกระบวนการเรียนรู้ คือ
อย่างไรก็ตาม มีเด็กหลายคนที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีทั้งอาการของโรคสมาธิสั้น และโรค LD ควบคู่กัน ซึ่งจะส่งผลให้เด็กมีพฤติกรรมการเรียนรู้ที่แตกต่างไปจากเด็กคนอื่น ๆ และมีความบกพร่องในการเรียนรู้ที่ต่ำกว่าเกณฑ์เด็กในวัยเดียวกัน
โรคแอลดี ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่...สามารถดูแล ส่งเสริม และพัฒนาศักยภาพของเด็กให้มีพัฒนาการด้านการเรียนรู้ที่ดีขึ้นได้
ซึ่งจะต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจของพ่อแม่ และความรู้ความสามารถของครูที่โรงเรียน เพื่อปรับวิธีการดูแลลูก และแนวทางในการเรียนการสอนให้เหมาะกับภาวะของลูก
ทั้งยังต้องมีการทำกิจกรรมบำบัดต่าง ๆ เช่น ศิลปะบำบัด ดนตรีบำบัด เพื่อช่วยกระตุ้นการเรียนรู้และพัฒนาการทางอารมณ์ของเด็กให้ดีขึ้น
โรค LD สามารถเข้ารับการรักษาได้ที่สถานพยาบาลที่มีคลินิกเฉพาะทาง หรือมีแพทย์เฉพาะทางที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการของเด็ก เช่น คลินิกโรค LD คลินิกเฉพาะทางที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนรู้และการพัฒนาเด็ก คลินิกจิตวิทยาเด็ก หรือคลินิกพัฒนาการ เป็นต้น
เด็ก LD สามารถเข้าเรียนได้ทั้งโรงเรียนรวม คือ โรงเรียนที่ให้เด็กที่มีภาวะความบกพร่องเรียนรวมกับเด็กคนอื่น ๆ ได้ตามปกติ แต่จะมีการปรับสภาพแวดล้อมและการประเมินให้เหมาะสมกับความบกพร่องของเด็กรายบุคคล
หรือโรงเรียนร่วม คือ โรงเรียนที่ไม่มีการแบ่งแยกความบกพร่องและความพิการของเด็ก จัดการเรียนการสอนให้เหมาะกับความบกพร่องของเด็ก มีครูสำหรับสอนเด็กพิเศษร่วมกันครูที่สอนการเรียนรู้ตามปกติ หรืออาจกล่าวว่าเป็นโรงเรียนสำหรับเด็กพิเศษโดยเฉพาะ
คุณพ่อคุณแม่จำเป็นจะต้องทำความเข้าใจกับเด็ก LD ดังนี้
เอนฟาโกร เอพลัส มายด์โปร สูตรเฉพาะที่มี MFGM, DHA, 2’-FL และวิตามินบี 12 มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาทและสมอง
บทความแนะนำสำหรับสุขภาพลูกน้อย
Enfa สรุปให้ เยื่อไมอีลิน (Myelin Sheath) เป็นชั้นไขมันที่ห่อหุ้มเส้นใยประสาท (แอกซอน) เพื่อช่วย...
อ่านต่อ
นับเป็นความสำเร็จอย่างต่อเนื่องสองปีติดต่อกันที่ทาง เอนฟา สมาร์ท คลับ ได้ร่วมเป็นพันธมิตรใน...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ เด็กอัจฉริยะ คือ เด็กที่มีความสามารถโดดเด่นกว่าระดับเฉลี่ยของวัยเดียวกัน ทั้งด้านส...
อ่านต่อ