
Enfa สรุปให้

เลือกอ่านตามหัวข้อ
เชื่อว่าคุณแม่หลายคนอาจจะมีความสงสัยในหลาย ๆ เรื่อง เมื่อต้องคลอดลูกโดยใช้วิธีการผ่าคลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เด็กผ่าคลอดจะมีความแตกต่างจากเด็กที่คลอดธรรมชาติหรือไม่ หรือต้องเลี้ยงเด็กผ่าคลอดรูปในแบบไหน
ถึงแม้ว่าการผ่าคลอดจะเป็นวิธีคลอดอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคุณแม่ ซึ่งมีความปลอดภัยทั้งกับคุณแม่ และลูกน้อย แต่การผ่าคลอดก็ยังส่งผลให้มีความเสี่ยงด้านสุขภาพได้เช่นกัน โดยเฉพาะเด็กที่คลอดโดยใช้วิธีการผ่าคลอด อาจจะมีการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันที่ช้ากว่าเด็กคลอดธรรมชาติ
เด็กผ่าคลอดมีการพัฒนาของ “ระบบภูมิคุ้มกันตั้งต้น” ที่ช้ากว่าเด็กคลอดธรรมชาติ เพราะไม่ได้รับ “โพรไบโอติก” (Probiotic) หรือแบคทีเรียชนิดดีต่อร่างกายที่สำคัญ อย่างเช่น บิฟิโดแบคทีเรีย (Bifidobacterium) แลคโตบาซิลัส (Lactobacillus) มีคุณสมบัติสามารถยับยั้งแบคทีเรียที่ก่อโรคต่างๆ มีหน้าที่กระตุ้นเม็ดเลือดขาวและปรับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้อยู่ในสภาวะสมดุล
ส่วนเด็กคลอดด้วยวิธีธรรมชาติ ก็จะได้รับโพรไบโอติกที่กล่าวข้างต้น ในระหว่างที่เคลื่อนออกมาจากมดลูกลงมาช่องคลอดของ มีผลช่วยกระตุ้นให้ร่างกายของเด็กทารกเริ่มสร้างระบบภูมิคุ้มกันตั้งแต่แรกคลอด และมีสุขภาพลำไส้ดี
นอกจากนี้ ยังมีวิจัยอีกว่า สมองของเด็กที่ผ่าคลอด มีความแตกต่างจากสมองเด็กคลอดธรรมชาติด้วย ดังนั้น เพื่อพัฒนาการที่ดีของลูกผ่าคลอด คุณพ่อคุณแม่ควรพิจารณาพัฒนาการครบทั้ง 3 ด้าน ทั้งสมอง ภูมิต้านทานและลำไส้
เพื่อให้ลูกผ่าคลอดมีครบ 3 พัฒนาการ คุณแม่สามารถเสริมโภชนาการให้ลูกน้อยด้วย Lactoferrin และ MFGM ที่สามารถพบได้ในน้ำนมแม่

ถึงแม้เด็กผ่าคลอดจะได้รับโพรไบโอติกจากลำไส้ใหญ่ และช่องคลอดของคุณแม่น้อยกว่าเด็กคลอดธรรมชาติ ซึ่งมีส่วนช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน แต่สามารถชดเชยได้ด้วยโภชนาการจากนมแม่ ที่อุดมไปด้วยสารอาหารหลากหลายชนิด และสารอาหารที่มีคุณค่าอย่าง Lactoferrin และ MFGM ที่มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน พัฒนาการสมอง รวมทั้งการเจริญเติบโตของร่างกายลูกน้อย
แน่นอนว่านมแม่ดีที่สุดเพราะอุดมไปด้วยสารอาหารหลากหลายชนิด มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของลูกน้อย และการพัฒนาระบบอื่น ๆ ในร่างกาย แต่สำหรับคุณแม่ที่ไม่สามารถให้นมแม่ได้ และมีความจำเป็นที่ต้องใช้นมผงแทน การเลือกนมผงสำหรับเด็กผ่าคลอด จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของคุณแม่ โดยควรคำนึงถึงโภชนาการ และสารอาหารที่จำเป็นกับลูกน้อยเป็นหลัก
แม้ว่าการผ่าคลอดนั้น จะทำให้ลูกน้อยได้รับโพรไบโอติกชนิดดีน้อยกว่าเด็กคลอดธรรมชาติ ที่มีส่วนช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันลูกน้อย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เด็กผ่าคลอดจะต้องได้รับสารอาหาร หรือโภชนาการที่แตกต่างจากเด็กคลอดธรรมชาติ
สิ่งสำคัญคือการที่ลูกน้อยได้รับสารอาหารที่สำคัญ และครบถ้วน ด้วยการให้นมแม่ตั้งแต่แรกเกิด ถึง 6 เดือนแรก หรือนานกว่านั้น ควบคู่ไปกับอาหารเสริมตามวัยที่เหมาะสม เพื่อเสริมสร้างระบบต่าง ๆ ของร่างกาย
ช่วงเวลาทอง 1,000 วันแรก ซึ่งเป็นช่วงเวลาตั้งแต่ตั้งครรภ์ จนไปถึง 2 ขวบ จะเป็นช่วงเวลาที่สมองพัฒนาเพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 75 - 85% ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเซลล์สมอง และการเชื่อมโยงระหว่างเซลล์สมอง ก่อให้เกิดโครงข่ายเส้นใยประสาท ที่ทำให้ลูกน้อยมีพัฒนาการด้านการเรียนรู้ การคิดวิเคราะห์และจดจำ

ดังนั้น คุณแม่ควรดูแลสุขภาพในช่วงเวลา 1,000 วันแรก นี้อย่างมาก โดยใส่ใจสุขภาพด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโภชนาการ อารมณ์และสภาพจิตใจ ความรัก ความอบอุ่น รวมทั้งการเสริมสร้างพัฒนาการด้วยการเล่น หรือการพูดคุย เป็นต้น เหล่านี้จะช่วยให้ลูกน้อยมีสุขภาพ พัฒนาการและจิตใจที่ดี ที่จะอยู่กับลูกไปตลอดชีวิต
ในกรณีที่คุณแม่ไม่สามารถให้นมแม่ได้ และมีความจำเป็นต้องให้นมผงทดแทน การเลือกนมผงสำหรับเด็กผ่าคลอด ควรคำนึงถึงสารอาหารที่ดี เพื่อลูกน้อยเสริมสร้างพัฒนาทั้งร่างกายและสมอง โดยคุณแม่ควรเลือกนมผงที่มีคุณสมบัติต่าง ๆ ดังนี้

หนึ่งเดียวที่มี MFGM พร้อม 2’-FL และใยอาหารธรรมชาติ มีงานวิจัยรองรับว่าช่วยเสริมสร้างพัฒนาการลูกผ่าคลอดที่สำคัญทั้ง 3 ด้าน คือ พัฒนาการสมอง เสริมการทำงานของภูมิคุ้มกัน และสุขภาพลำไส้ที่ดีให้กับลูกน้อย
โดยทั่วไป เด็กทุกคนมีโอกาสเสี่ยงเป็นภูมิแพ้อยู่แล้ว ซึ่งสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กมีความเสี่ยงเป็นภูมิแพ้สูงขึ้นได้คือ “พันธุกรรม” โดยความเสี่ยงที่เกิดขึ้น มีความแตกต่างดังนี้

ไม่ว่า ครอบครัวจะมีประวัติการเป็นภูมิแพ้หรือไม่นั้น ความเสี่ยงการเป็นภูมิแพ้ก็สามารถเกิดขึ้นได้กับเด็กผ่าคลอด และหากเด็กคลอดด้วยวิธีผ่าคลอดก็จะยิ่งมีความเสี่ยงต่อภูมิแพ้สูงขึ้นไปอีก
การป้องกันภูมิแพ้ให้กับเด็กผ่าคลอดจึงเป็นสิ่งสำคัญหนึ่งที่คุณแม่ และคุณพ่อไม่ควรมองข้าม เพื่อลดโอกาสการเป็นภูมิแพ้ของลูกน้อยในอนาคต โดยสามารถประเมินความเสี่ยงในการเป็นภูมิแพ้ของลูกน้อย ได้ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัยกับแพทย์ช่วงตั้งครรภ์ ด้วยการซักประวัติครอบครัว หรือทำแบบทดสอบประเมินความเสี่ยงการเป็นภูมิแพ้ในเด็กได้ที่นี่
“ภูมิแพ้ป้องกันภูมิแพ้ได้ ต้องเริ่มตั้งแต่แรกเกิด”
คุณแม่คุณพ่อหลายท่านอาจไม่ทราบว่า หากลูกที่เป็นภูมิแพ้ชนิดนึงตอนเด็ก แล้วไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม อาจส่งผลให้เป็นภูมิแพ้ชนิดอื่น ๆ ตามมาเพิ่มได้อีกในอนาคต หรือที่เรียกว่า “ลูกโซ่ภูมิแพ้” (Allergic March) ดังนั้น พบว่ามีลูกมีความเสี่ยงเป็นภูมิแพ้ ควรรีบป้องกันตั้งแต่แรก เพื่อหยุดการเกิดภูมิแพ้ลูกโซ่ที่อาจจะตามมาในอนาคต
เริ่มต้นป้องกันภูมิแพ้ในเด็กผ่าคลอด เริ่มได้ตั้งแต่ลูกแรกเกิด ด้วย 3 ขั้นตอนดังนี้
มีโปรตีนที่ผ่านการย่อยอย่างละเอียด (Extensively Hydrolyzed Protein) เสริมจุลินทรีย์สุขภาพ LGG (Lactobacillus Rhamnosus GG) ซึ่งมีประโยชน์ช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ชนิดดี ลดจุลินทรีย์ที่ก่อโรค ยังมีผลช่วยเสริมสร้างระบบภูมิต้านทานต่อการแพ้ ลดความเสี่ยงในการเป็นภูมิแพ้ ให้ลูกกลับมาทานนมวัวได้หลังใช้ 1 ปี และช่วยลดการเกิดภูมิแพ้ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตด้วย
บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ผ่าคลอด
Enfa สรุปให้ ผ่าคลอดขับรถได้ตอนไหน? ผ่าคลอดกี่วันขับรถได้? แม่ผ่าคลอดควรรออย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ข...
อ่านต่อ
พยากรณ์โดยการะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์ (การะเกต์พยากรณ์) มีสิ่งที่อยากทำความเข้าใจตั้งแต่ต้นก่อนว่าตาม...
อ่านต่อ
พยากรณ์โดยการะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์ (การะเกต์พยากรณ์) ฤกษ์ผ่าคลอดเดือนธันวาคม 2569 แนะนำวันที่...
อ่านต่อ