นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เอนฟาสนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนไปจนถึง 2 ปี หรือนานกว่าตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

แลคโตสฟรี คืออะไร เลือกนมอย่างไรให้เหมาะกับลูกแต่ละวัย

นมแลคโตสฟรี

Enfa สรุปให้

  • นมแลคโตสฟรี เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาในการย่อยแลคโตส ช่วยลดอาการท้องอืด ปวดท้อง มีแก๊ส หรือถ่ายเหลวที่สัมพันธ์กับการได้รับแลคโตส

  • นมวัวแลคโตสฟรี ยังมีโปรตีนนมวัวอยู่ จึงเหมาะกับผู้ที่ย่อยแลคโตสได้ไม่ดีแต่ไม่แพ้โปรตีนนมวัว และไม่ควรใช้แทนนมสำหรับเด็กแพ้นมวัว

  • นมผงฟรีแลคโตส ควรเลือกตามช่วงวัยและสาเหตุของอาการ โดยเฉพาะทารกหรือเด็กที่ท้องเสียต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเปลี่ยนสูตรนม

เลือกอ่านตามหัวข้อ


หากลูกดื่มนมแล้วมีอาการท้องอืด ปวดท้อง หรือถ่ายเหลว พ่อแม่อาจนึกถึงการเปลี่ยนเป็นนมแลคโตสฟรี แต่ก่อนตัดสินใจควรทำความเข้าใจก่อนว่า แลคโตสคืออะไรและอาการของลูกเกิดจากการย่อยแลคโตสไม่ได้จริงหรือไม่ เพราะภาวะย่อยแลคโตสผิดปกติกับการแพ้โปรตีนนมวัวมีสาเหตุและแนวทางดูแลแตกต่างกันค่ะ 

ในบทความนี้ Enfa จะพาคุณพ่อคุณแม่ไปทำความเข้าใจเรื่องการเลือกนมให้เหมาะกับปัญหาของลูกที่มากกว่าการดูเพียงคำว่า “Lactose-Free” บนฉลาก เพื่อสุขภาพที่ดีของลูกน้อยในระยะยาวค่ะ


นมแลคโตสฟรี คืออะไร

นมแลคโตสฟรี คือ นมหรือผลิตภัณฑ์นมที่ไม่มีแลคโตสหรือมีปริมาณแลคโตสต่ำมาก โดยเฉพาะนมวัวแบบ lactose-free ที่มักผ่านกระบวนการเติมเอนไซม์แลคเตสเพื่อช่วยย่อยแลคโตสให้แตกตัวเป็นน้ำตาลโมเลกุลเล็กที่ร่างกายดูดซึมได้ง่ายขึ้น ดังนั้น Lactose free คือ การลดหรือกำจัดน้ำตาลแลคโตส ไม่ใช่การกำจัดโปรตีนนมวัวออกจากผลิตภัณฑ์ โดยมีข้อควรรู้สำคัญดังนี้

  • แลคโตสเป็นน้ำตาลตามธรรมชาติที่พบในนมแม่ นมวัว และนมจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ร่างกายต้องอาศัยเอนไซม์แลคเตสบริเวณลำไส้เล็กในการย่อยน้ำตาลชนิดนี้ก่อนดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย
  • หากมีเอนไซม์แลคเตสไม่เพียงพอ แลคโตสที่ย่อยไม่หมดจะผ่านเข้าสู่ลำไส้ใหญ่และถูกจุลินทรีย์หมัก ทำให้เกิดแก๊ส ท้องอืด ปวดท้อง หรือถ่ายเหลว ภาวะนี้เรียกว่า lactose intolerance หรือที่มักเรียกกันว่าแพ้แลคโตส
  • การนำแลคโตสออกไม่ได้หมายความว่านมชนิดนั้นไม่มีโปรตีนนมวัว ดังนั้นผู้ที่มีอาการแพ้โปรตีนนมวัวจึงไม่ควรใช้คำว่า lactose-free เป็นเกณฑ์ตัดสินว่านมชนิดนั้นเหมาะสมเพียงอย่างเดียว


นมฟรีแลคโตส เหมาะกับใคร

นมฟรีแลคโตส เหมาะกับใครบ้าง นมฟรีแลคโตสหรือนมปราศจากแลคโตส เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาในการย่อยน้ำตาลแลคโตส โดยเฉพาะผู้ที่รับประทานอาหารหรือดื่มนมที่มีแลคโตสแล้วเกิดอาการทางระบบทางเดินอาหาร อย่างไรก็ตาม เด็กที่ดื่มนมแล้วไม่สบายท้องไม่ได้หมายความว่าจะต้องเปลี่ยนเป็นนมชนิดนี้ทุกราย เพราะสาเหตุของอาการอาจแตกต่างกันได้ ดังนี้

  • เด็กหรือผู้ใหญ่ที่มี lactose intolerance อาจมีอาการท้องอืด ปวดหรือเกร็งท้อง มีแก๊สมาก หรือถ่ายเหลวหลังได้รับอาหารที่มีแลคโตส การลดปริมาณแลคโตสจึงอาจช่วยให้อาการดีขึ้น
  • เด็กบางคนอาจมี secondary lactose intolerance ชั่วคราว หลังเยื่อบุลำไส้ได้รับผลกระทบจากโรคกระเพาะและลำไส้อักเสบ ทำให้เอนไซม์แลคเตสลดลงชั่วคราว เมื่อเยื่อบุลำไส้ฟื้นตัว ความสามารถในการย่อยแลคโตสก็มักกลับมาได้
  • หากเด็กมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ผื่น ลมพิษ บวม อาเจียนซ้ำ ถ่ายเป็นมูกเลือด หายใจผิดปกติ หรือน้ำหนักขึ้นไม่ดี ควรให้แพทย์ประเมินสาเหตุอื่น รวมถึงการแพ้โปรตีนนมวัว เพราะอาการเหล่านี้ไม่ได้อธิบายด้วย lactose intolerance เพียงอย่างเดียว


นม Lactose Free กับคุณสมบัติที่ต่างจากนมอื่นๆ

นม Lactose Free มีคุณสมบัติที่ต่างจากนมอื่นๆ ตรงที่มีการลดปริมาณหรือย่อยน้ำตาลแลคโตส แต่โปรตีนนมวัวอาจยังคงอยู่เหมือนเดิม ดังนั้นคำว่า ฟรีแลคโตส จึงไม่ควรใช้แทนความหมายของคำว่านมสำหรับเด็กแพ้โปรตีนนมวัว เพราะสองภาวะนี้เกี่ยวข้องกับสารอาหารคนละชนิดและมีแนวทางดูแลต่างกัน ดังนี้

  • นมวัวทั่วไปมีทั้งแลคโตสและโปรตีนนมวัว ส่วนผลิตภัณฑ์ Lactose Free ยังคงมีโปรตีนนมวัวอยู่ แต่แลคโตสถูกลดปริมาณลงหรือผ่านการย่อยด้วยเอนไซม์แลคเตสแล้ว
  • นมสูตรสำหรับเด็กที่แพ้โปรตีนนมวัวมุ่งจัดการที่ “โปรตีน” เช่น การใช้สูตรโปรตีนย่อยอย่างละเอียด หรือสูตรกรดอะมิโนในบางกรณีตามความรุนแรงของอาการและคำแนะนำของแพทย์
  • เครื่องดื่มจากพืช เช่น ถั่วเหลืองหรือข้าว อาจไม่มีแลคโตสตามธรรมชาติ แต่คุณค่าทางโภชนาการแตกต่างจากนมวัวและนมสูตรสำหรับทารก จึงไม่ควรนำมาใช้แทนนมแม่หรือนมสูตรสำหรับทารกเพียงเพราะไม่มีแลคโตส


แลคโตสฟรีดียังไง

แลคโตสฟรีดียังไงนั้น ต้องพิจารณาจากผู้ที่รับประทานเป็นหลักนะคะ เพราะข้อดีที่ชัดเจนที่สุดคือช่วยลดปริมาณแลคโตสที่เข้าสู่ระบบทางเดินอาหารในผู้ที่ย่อยน้ำตาลชนิดนี้ได้ไม่ดี ทำให้ยังสามารถได้รับสารอาหารจากนมหรือผลิตภัณฑ์นมบางประเภทได้ โดยไม่ต้องหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์นมทั้งหมด ซึ่งสามารถพิจารณาได้ดังนี้

  • ผู้ที่มี lactose intolerance อาจมีอาการท้องอืด ปวดท้อง มีแก๊ส หรือถ่ายเหลวน้อยลง เมื่อเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีแลคโตสหรือมีปริมาณแลคโตสต่ำ
  • หากเป็นนมวัวที่นำแลคโตสออก คุณค่าทางโภชนาการหลักหลายชนิด เช่น โปรตีนและแคลเซียม ยังคงอยู่ อย่างไรก็ตามแต่ละผลิตภัณฑ์อาจมีปริมาณสารอาหารต่างกัน จึงควรอ่านฉลากโภชนาการประกอบ
  • หากเด็กต้องจำกัดผลิตภัณฑ์นมหลายชนิด ควรให้ความสำคัญกับการได้รับแคลเซียมและวิตามินดีอย่างเพียงพอ เพราะสารอาหารทั้งสองมีบทบาทต่อกระดูก ฟัน และการเจริญเติบโต
  • เด็กที่สามารถย่อยแลคโตสได้ตามปกติไม่จำเป็นต้องเลือกผลิตภัณฑ์ lactose-free เพื่อหวังว่าจะย่อยง่ายหรือมีสุขภาพดีกว่านมทั่วไป เพราะประโยชน์ของการลดแลคโตสจะชัดเจนในผู้ที่มีปัญหาการย่อยแลคโตสเป็นหลัก


นมวัวแลคโตสฟรี คืออะไร

นมวัวแลคโตสฟรี หรือ นมวัวฟรีแลคโตส ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีต้นกำเนิดจากนมวัว เพียงแต่มีการลดหรือย่อยแลคโตสออกไป จึงอาจเหมาะกับผู้ที่ย่อยแลคโตสได้ไม่ดี แต่ยังสามารถรับประทานโปรตีนนมวัวได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ก่อนเลือกให้เด็กควรพิจารณาอายุและลักษณะอาการร่วมด้วย ดังนี้

  • หากเด็กมีอาการทางระบบทางเดินอาหารที่สัมพันธ์กับการย่อยแลคโตสไม่ได้ เช่น ท้องอืด ปวดท้อง หรือถ่ายเหลวหลังดื่มนม ผลิตภัณฑ์ชนิดไม่มีแลคโตสอาจเป็นทางเลือกหนึ่งเมื่อเหมาะสมกับวัย
  • หากเป็น ลูกแพ้นมวัว การเลือกนมวัวที่นำเฉพาะแลคโตสออกไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะโปรตีนนมวัวซึ่งเป็นตัวกระตุ้นปฏิกิริยาภูมิแพ้ยังคงอยู่

ทั้งนี้ สำหรับทารกอายุต่ำกว่า 12 เดือน นมวัวพร้อมดื่มไม่ควรใช้เป็นเครื่องดื่มหลักแทนนมแม่หรือนมสูตรสำหรับทารกนะคะ แม้ว่าจะเป็นชนิดไม่มีแลคโตสก็ตาม เพราะองค์ประกอบทางโภชนาการไม่ได้ออกแบบมาเพื่อทดแทนอาหารหลักของทารกค่ะ


นมผงฟรีแลคโตส คืออะไร

นมผงฟรีแลคโตส มีหลายสูตรและอาจถูกพัฒนาขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การเห็นคำว่า lactose-free บนบรรจุภัณฑ์จึงยังไม่เพียงพอที่จะตัดสินว่าสูตรนั้นเหมาะกับลูกหรือไม่ โดยเฉพาะในเด็กทารกที่ต้องได้รับสารอาหารในสัดส่วนเหมาะสมต่อการเจริญเติบโต

  • หากเป็นสูตรสำหรับทารก ควรตรวจว่าผลิตภัณฑ์เหมาะกับช่วงอายุของเด็กหรือไม่ รวมถึงดูชนิดของโปรตีน แหล่งคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และสารอาหารสำคัญอื่นในสูตร
  • ในเด็กบางรายที่มี secondary lactose intolerance หลังโรคกระเพาะและลำไส้อักเสบ แพทย์อาจพิจารณาสูตรที่ลดหรือไม่มีแลคโตสเป็นการชั่วคราว ก่อนกลับไปใช้อาหารหรือนมตามปกติเมื่อเยื่อบุลำไส้ฟื้นตัว
  • หากพ่อแม่สงสัยว่า ลูกแพ้นมผง และมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ผื่น บวม อาเจียนซ้ำ ถ่ายเป็นมูกเลือด หรือการเจริญเติบโตผิดปกติ ควรปรึกษากุมารแพทย์ก่อนเปลี่ยนไปใช้สูตรพิเศษ เพราะอาการอาจเกี่ยวข้องกับโปรตีนนมวัวมากกว่าแลคโตส


นมแลคโตสฟรี สำหรับเด็ก

นมแลคโตสฟรีสำหรับเด็กควรเลือกโดยดูทั้งช่วงวัยและเหตุผลที่ต้องลดแลคโตส ไม่ควรเลือกเพียงเพราะเห็นคำว่า Lactose-Free บนฉลาก โดยเฉพาะทารกและเด็กเล็กที่นมยังเป็นแหล่งพลังงาน โปรตีน ไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุที่สำคัญต่อการเจริญเติบโต

  • ทารกอายุต่ำกว่า 12 เดือนควรได้รับนมแม่เป็นหลัก หรือได้รับ infant formula ที่เหมาะกับวัยเมื่อไม่สามารถให้นมแม่ได้ ไม่ควรนำนมวัว UHT หรือนมจากพืชทั่วไปมาใช้เป็นเครื่องดื่มหลักทดแทน
  • เด็กอายุตั้งแต่ประมาณ 1 ปีขึ้นไปที่กินอาหารได้หลากหลายและมีปัญหาการย่อยแลคโตส อาจเลือกนมวัว lactose-free ที่เหมาะสมกับวัย โดยตรวจปริมาณโปรตีน ไขมัน แคลเซียม วิตามินดี และน้ำตาลเพิ่มเติมจากฉลาก
  • การเลือกนม UHT สำหรับเด็ก ควรพิจารณาคุณค่าทางโภชนาการโดยรวม ไม่ควรมองเพียงเรื่องแลคโตส เพราะชนิดและปริมาณนมที่เหมาะสมยังขึ้นอยู่กับอาหารอื่นที่เด็กได้รับในแต่ละวัน


แลคโตสฟรี ท้องเสียเด็ก

ในกรณีแลคโตสฟรีกับอาการท้องเสียเด็ก พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องรีบเปลี่ยนนมทันทีทุกครั้งที่ลูกถ่ายเหลว เพราะโรคท้องเสียในเด็กเกิดได้จากหลายสาเหตุ และเด็กส่วนใหญ่ไม่ได้มีภาวะย่อยแลคโตสผิดปกติร่วมด้วยเสมอไป สิ่งสำคัญจึงเป็นการดูแลภาวะขาดน้ำและสังเกตอาการก่อน ดังนี้

  • เมื่อลูกท้องเสียเฉียบพลัน สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการป้องกันและแก้ภาวะขาดน้ำด้วยสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ตามคำแนะนำ ส่วนเด็กที่กินนมแม่สามารถให้นมแม่ต่อได้
  • เด็กบางรายที่เยื่อบุลำไส้ได้รับผลกระทบจาก gastroenteritis อาจมี lactase deficiency ชั่วคราว ทำให้รับประทานแลคโตสแล้วเกิดอาการท้องอืดหรือถ่ายเหลวต่อเนื่อง ในกรณีเช่นนี้แพทย์อาจพิจารณาลดแลคโตสในช่วงเวลาหนึ่ง
  • หากอาการท้องเสียเกิดจากเชื้อโรคหรือสาเหตุอื่น การเปลี่ยนเป็น lactose-free เพียงอย่างเดียวไม่ได้เป็นการรักษาสาเหตุ และอาจไม่ทำให้อาการดีขึ้น
  • หากลูกอาเจียนมาก ถ่ายเป็นเลือด ซึม ดื่มไม่ได้ ปัสสาวะน้อย มีอาการขาดน้ำ หรือท้องเสียรุนแรง ควรพบแพทย์และไม่ควรทดลองเปลี่ยนนมหลายสูตรด้วยตนเอง


แลคโตสฟรี ท้องเสียเด็ก UHT

สำหรับเด็กที่อยู่ในวัยที่สามารถดื่มนม UHT ได้แล้ว การเลือกนม UHT ชนิดไม่มีแลคโตสอาจเป็นทางเลือกในบางกรณี เช่น เด็กที่มี secondary lactose intolerance หลังลำไส้อักเสบ แต่การเลือกนมควรอยู่บนพื้นฐานของอายุ สาเหตุของอาการ และภาวะโภชนาการของเด็ก ไม่ใช่ใช้เป็นวิธีแก้ท้องเสียทุกกรณี

  • เด็กอายุตั้งแต่ประมาณ 1 ปีขึ้นไปที่กินอาหารตามวัยได้แล้วและได้รับการประเมินว่ามี secondary lactose intolerance อาจพิจารณานม UHT ชนิดไม่มีแลคโตสในช่วงที่ยังมีอาการ
  • ควรอ่านฉลากให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ระบุว่า “Lactose-Free” หรือ “ปราศจากแลคโตส” พร้อมพิจารณาปริมาณโปรตีน แคลเซียม วิตามินดี น้ำตาล และสารอาหารอื่นร่วมด้วย
  • ทารกอายุต่ำกว่า 1 ปีไม่ควรใช้นมวัว UHT ทั่วไปแทนนมแม่หรือนมสูตรสำหรับทารก แม้ว่าผลิตภัณฑ์นั้นจะไม่มีแลคโตสก็ตาม
  • หากเป็น secondary lactose intolerance ความสามารถในการย่อยแลคโตสมักดีขึ้นเมื่อเยื่อบุลำไส้ฟื้นตัว เด็กจึงไม่ได้จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงแลคโตสไปตลอดชีวิตทุกคน 


แลคโตสฟรียี่ห้อไหนบ้าง

เมื่อมองหาแลคโตสฟรียี่ห้อไหนบ้าง พ่อแม่อาจพบผลิตภัณฑ์หลายรูปแบบ ทั้งนมวัวพร้อมดื่ม นม UHT และสูตรสำหรับเด็ก แต่คำถามว่า แลคโตสฟรียี่ห้อไหนดี ควรพิจารณาจากความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์กับลูก มากกว่าตัดสินจากชื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียว โดยใช้หลักในการเลือกดังนี้

  • ดูประเภทของผลิตภัณฑ์ก่อน ว่าเป็นนมวัวพร้อมดื่ม นมสำหรับเด็ก หรือนมสูตรสำหรับทารก เพราะผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทมีวัตถุประสงค์และช่วงวัยที่แตกต่างกัน
  • มองหาคำบนฉลาก เช่น “Lactose-Free” หรือ “ปราศจากแลคโตส” จากนั้นตรวจรายการส่วนประกอบและฉลากโภชนาการเพิ่มเติม ไม่ควรตัดสินจากข้อความโฆษณาด้านหน้าบรรจุภัณฑ์เพียงอย่างเดียว
  • พิจารณาสารอาหารสำคัญ ได้แก่ โปรตีน ไขมัน แคลเซียม และวิตามินดี รวมถึงตรวจปริมาณน้ำตาลที่เติมเพิ่ม โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก
  • เลือกให้ตรงกับสาเหตุของอาการ หากเป็น lactose intolerance สามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่ลดหรือไม่มีแลคโตสได้ แต่หากแพ้โปรตีนนมวัว ต้องพิจารณาชนิดและรูปแบบของโปรตีนเป็นหลัก
  • ตรวจอาหารอื่นร่วมด้วย เพราะแลคโตสอาจอยู่ในผลิตภัณฑ์นมและอาหารแปรรูปบางชนิด หากเด็กมีอาการต่อเนื่องควรอ่านรายการส่วนประกอบของอาหารอื่นที่กินร่วมกัน ไม่ควรพิจารณาเฉพาะนมอย่างเดียว


แลคโตสฟรีทารกยี่ห้อไหนดี

คำถามว่าแลคโตสฟรีทารกยี่ห้อไหนดีควรเริ่มจากการประเมินก่อนว่าทารกจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงแลคโตสจริงหรือไม่ เพราะทารกมีความต้องการสารอาหารที่เฉพาะกว่าวัยอื่น และไม่ควรเปลี่ยนสูตรนมเพียงเพราะมีอาการท้องอืดหรือถ่ายเหลวเป็นครั้งคราว โดยพิจารณาดังนี้ค่ะ

  • หากทารกกินนมแม่และมีอาการท้องเสียจากโรคทางเดินอาหาร โดยทั่วไปยังสามารถให้นมแม่ต่อได้ แม้นมแม่จะมีแลคโตส เพราะนมแม่ยังเป็นแหล่งพลังงานและสารอาหารสำคัญ รวมถึงมีองค์ประกอบที่ช่วยสนับสนุนสุขภาพของทารก
  • หากทารกกินนมสูตรและแพทย์ประเมินว่ามี secondary lactose intolerance อาจพิจารณาสูตรสำหรับทารกที่ไม่มีแลคโตสหรือมีแลคโตสต่ำในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสม
  • หากสงสัยการแพ้โปรตีนนมวัว การเปลี่ยนเป็นสูตร lactose-free อย่างเดียวอาจไม่แก้ปัญหา เพราะต้องจัดการที่โปรตีนซึ่งเป็นตัวกระตุ้นอาการแพ้ จึงควรให้กุมารแพทย์ช่วยเลือกสูตรที่เหมาะสม
  • ควรตรวจฉลากทุกครั้งว่าสูตรนั้นออกแบบสำหรับทารกในช่วงอายุของลูก และไม่ควรนำผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กโตหรือนม UHT มาใช้ทดแทนนมสูตรสำหรับทารก


นมกล่องฟรีแลคโตส

นมกล่องฟรีแลคโตส หรือนมกล่องแลคโตสฟรี เป็นตัวเลือกหนึ่งสำหรับเด็กโตที่สามารถดื่มนมวัวได้ตามวัย แต่มีปัญหาในการย่อยแลคโตส อย่างไรก็ตาม การไม่มีแลคโตสไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์นั้นจะเหมาะกับเด็กทุกคน จึงควรพิจารณาคุณค่าทางโภชนาการและอาหารโดยรวมของลูกควบคู่กัน

  • เด็กตั้งแต่อายุประมาณ 1 ปีขึ้นไปที่กินอาหารตามวัยได้ดี สามารถดื่มนมวัวพาสเจอร์ไรซ์หรือนม UHT ที่เหมาะสมกับวัยเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่หลากหลายได้
  • ควรอ่านฉลากและเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีสารอาหารเหมาะสม โดยเฉพาะโปรตีน แคลเซียมและวิตามินดี พร้อมพิจารณาปริมาณน้ำตาลเพิ่มเติมไม่ให้มากเกินความจำเป็น
  • ไม่ควรให้นมในปริมาณมากจนแทนที่อาหารมื้อหลัก เพราะเด็กยังต้องได้รับธาตุเหล็ก โปรตีน ไขมัน ผัก ผลไม้ และสารอาหารอื่นจากอาหารหลายกลุ่ม
  • หากเปลี่ยนเป็นนม lactose-free แล้วยังมีอาการท้องเสียหรือปวดท้องต่อเนื่อง ควรประเมินสาเหตุอื่นเพิ่มเติม เพราะอาการอาจไม่ได้เกิดจากการย่อยแลคโตสเพียงอย่างเดียว


คำแนะนำในการเลือกนมแลคโตสฟรีให้ลูกน้อย

การเลือกนมแลคโตสฟรีให้ลูกน้อยควรเริ่มจากการดูว่าอาการของลูกสัมพันธ์กับการย่อยแลคโตสจริงหรือไม่ จากนั้นจึงพิจารณาอายุ ชนิดของผลิตภัณฑ์ และคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อให้เด็กยังได้รับพลังงานและสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตอย่างครบถ้วน หลักในการเลือกมีดังนี้

  • ดูช่วงวัยของลูกก่อน ทารกต่ำกว่า 1 ปีควรได้รับนมแม่หรือนมสูตรสำหรับทารกที่เหมาะสม ไม่ควรนำนมวัวพร้อมดื่มมาใช้เป็นเครื่องดื่มหลักแทน
  • แยก lactose intolerance ออกจาก cow’s milk allergy ภาวะย่อยแลคโตสผิดปกติมักมีอาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องอืด ปวดท้อง มีแก๊ส หรือถ่ายเหลว ส่วนการแพ้โปรตีนนมวัวอาจเกิดอาการได้หลายระบบ ทั้งผิวหนัง ระบบทางเดินอาหาร และระบบทางเดินหายใจ
  • อ่านฉลากให้ครบ ไม่ควรดูเฉพาะคำว่า lactose-free แต่ควรตรวจชนิดของโปรตีน ปริมาณน้ำตาล ไขมัน แคลเซียม วิตามินดี และสารอาหารอื่นให้เหมาะกับวัย
  • สังเกตอาหารอื่นที่มีแลคโตส เช่น นม ผลิตภัณฑ์นม และอาหารสำเร็จรูปบางชนิด หากจำเป็นต้องจำกัดแลคโตสควรอ่านรายการส่วนประกอบของอาหารอื่นที่เด็กรับประทานด้วย
  • ดูแลเรื่องแคลเซียมและวิตามินดี หากเด็กต้องจำกัดผลิตภัณฑ์นมหลายชนิด ควรจัดอาหารแหล่งแคลเซียมอื่นและให้ได้รับวิตามินดีอย่างเพียงพอ หากไม่แน่ใจสามารถปรึกษากุมารแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร
  • หากลูกมีอาการเรื้อรัง น้ำหนักขึ้นไม่ดี หรือมีประวัติ ภูมิแพ้ในเด็ก ควรให้แพทย์ประเมินก่อนใช้นมสูตรเฉพาะทาง เพื่อให้การเปลี่ยนนมตรงกับสาเหตุของอาการจริง


จัดการอาการลูกแพ้นมวัวด้วยโปรตีนย่อยอย่างละเอียดและโพรไบโอติกส์ LGG

หากลูกมีอาการที่สงสัยว่าลูกแพ้นมวัว เช่น ผื่น อาเจียน ถ่ายเหลว หรือมีอาการผิดปกติหลังดื่มนม ควรพาไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยให้ชัดเจน เพราะอาการบางอย่างอาจคล้ายกับภาวะย่อยแลคโตสไม่ได้ การได้รับการดูแลที่เหมาะสมตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยควบคุมอาการภูมิแพ้ในเด็กและลดผลกระทบต่อโภชนาการและการเจริญเติบโตของลูกได้ 

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่สงสัยว่าลูกแพ้นมผง หายได้หรือไม่ เด็กที่แพ้โปรตีนนมวัวจำนวนหนึ่งสามารถมีความทนต่อโปรตีนนมวัวเพิ่มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น แต่ระยะเวลาจะแตกต่างกันในแต่ละคน จึงควรติดตามอาการร่วมกับแพทย์

เด็กบางคนที่มีโรคภูมิแพ้ชนิดหนึ่งตั้งแต่วัยเล็ก อาจมีโรคภูมิแพ้อื่นเกิดขึ้นตามช่วงอายุ ซึ่งเรียกว่า allergic march ค่ะ เช่น จากผื่นภูมิแพ้ผิวหนังไปสู่ภูมิแพ้อาหาร โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือโรคหืด อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าเด็กที่มีผื่นภูมิแพ้ผิวหนังทุกคนจะเกิดโรคเหล่านี้ในอนาคต

แนวทางที่คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยดูแลลูกได้ มีดังนี้

  • ให้ลูกกินนมแม่หากสามารถทำได้ เนื่องจากนมแม่เป็นอาหารที่เหมาะสมสำหรับทารกและให้สารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต
  • หลีกเลี่ยงสิ่งที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นตัวกระตุ้นอาการของลูก
  • ไม่ควรงดอาหารหลายชนิดหรือเปลี่ยนสูตรนมด้วยตนเองโดยไม่มีข้อบ่งชี้
  • หากคุณแม่ไม่สามารถให้นมแม่ได้หรือน้ำนมไม่เพียงพอ และสงสัยว่าลูกแพ้โปรตีนนมวัว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกโภชนาการที่เหมาะสม

ในกรณีที่ทารกได้รับการวินิจฉัยว่าแพ้โปรตีนนมวัวและจำเป็นต้องใช้นมสูตร แพทย์อาจพิจารณาสูตรโปรตีนที่ผ่านการย่อยอย่างละเอียดตามอาการและความเหมาะสมของเด็กแต่ละคนค่ะ นอกจากนี้ สูตรบางชนิดอาจมีโพรไบโอติก Lactobacillus rhamnosus GG (LGG) ร่วมด้วย ซึ่งมีการศึกษาถึงบทบาทในทารกที่แพ้โปรตีนนมวัว อย่างไรก็ตาม การเลือกสูตรนมควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ค่ะ


บทความแนะนำสำหรับคุณแม่และลูกน้อย

* นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก
Enfa Smart Club สนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่าง
เดียวอย่างน้อย 6 เดือนและให้นมแม่ควบคู่อาหารตามวัยอีก 2 ปี หรือนานกว่านั้น ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)
Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

คุณกำลังเข้าถึงเนื้อหาจากผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวกับการซื้อหรือ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด​

กรุณากดยืนยันเพื่อดำเนินการต่อ

Line TH
Line TH
Cart TH
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกหมายเลขโทรศัพท์ที่ถูกต้อง
วันเกิดลูกน้อย
กรุณาเลือกวันที่