นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เอนฟาสนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนไปจนถึง 2 ปี หรือนานกว่าตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

แลคโตสคืออะไร น้ำตาลแลคโตส มีประโยชน์อย่างไร

Enfa สรุปให้

  • แลคโตส คืออะไร แลคโตสเป็นน้ำตาลธรรมชาติที่พบในน้ำนมแม่ นมวัว และผลิตภัณฑ์จากนม ร่างกายต้องใช้เอนไซม์แลคเตสช่วยย่อยก่อนนำไปใช้เป็นพลังงาน

  • น้ำตาลแลคโตสคืออะไร เป็นน้ำตาลชนิดไดแซ็กคาไรด์ที่ประกอบด้วยกลูโคสและกาแลคโตส เมื่อย่อยแล้วร่างกายจะดูดซึมและนำไปใช้ในกระบวนการสร้างพลังงาน

  • แลคโตส ประโยชน์ ช่วยเป็นแหล่งพลังงานจากคาร์โบไฮเดรต โดยเฉพาะในวัยทารกที่น้ำนมเป็นอาหารหลัก และเด็กส่วนใหญ่สามารถย่อยแลคโตสได้ตามปกติ

เลือกอ่านตามหัวข้อ


แลคโตสเป็นน้ำตาลตามธรรมชาติที่พบในน้ำนม ทั้งนมแม่ นมวัว และนมจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น สำหรับเด็กส่วนใหญ่ ร่างกายสามารถย่อยและนำแลคโตสไปใช้เป็นพลังงานได้ตามปกติค่ะ แต่หากร่างกายสร้างเอนไซม์ที่ใช้ย่อยแลคโตสได้ไม่เพียงพอ อาจเกิดอาการปวดท้อง ท้องอืด มีแก๊ส หรือถ่ายเหลวหลังดื่มนมได้ อย่างไรก็ตาม ภาวะนี้แตกต่างจากการแพ้โปรตีนนมวัว ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันและมีแนวทางดูแลที่ต่างกันค่ะ

ในบทความนี้ Enfa จะพาคุณพ่อคุณแม่ไปทำความรู้จักกับแลคโตสกัน แลคโตสคืออะไร แลคโตสอยู่ในอาหารอะไร พร้อมทั้งประโยชน์และข้อเสียของแลคโตส ไปอ่านพร้อมกันเลยค่ะ


แลคโตส คืออะไร

แลคโตส คืออะไร และน้ำตาลแลคโตสคืออะไร แลคโตส (Lactose) เป็นน้ำตาลชนิดไดแซ็กคาไรด์ที่พบตามธรรมชาติในน้ำนมของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม รวมถึงน้ำนมแม่ โดยประกอบด้วยน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว 2 ชนิด ได้แก่ กลูโคสและกาแลคโตส เมื่อลูกกินนมเข้าไป ร่างกายจะต้องย่อยแลคโตสให้มีขนาดเล็กลงก่อนจึงจะสามารถดูดซึมผ่านลำไส้และนำไปใช้ได้ ดังนี้

  • ร่างกายย่อยแลคโตสด้วยเอนไซม์แลคเตส ซึ่งอยู่บริเวณผิวของเยื่อบุลำไส้เล็ก เอนไซม์นี้จะตัดแลคโตสออกเป็นกลูโคสและกาแลคโตส เพื่อให้ลำไส้สามารถดูดซึมและนำไปใช้ในกระบวนการสร้างพลังงานของร่างกายได้
  • ทารกโดยทั่วไปมีการทำงานของเอนไซม์แลคเตสค่อนข้างสูง เพราะน้ำนมเป็นอาหารหลักในช่วงแรกของชีวิต และน้ำนมแม่เองก็มีแลคโตสเป็นคาร์โบไฮเดรตหลัก เด็กส่วนใหญ่จึงสามารถย่อยแลคโตสได้ตามปกติ
  • ความสามารถในการย่อยอาจลดลงตามวัยในบางคน โดยเฉพาะเมื่อร่างกายสร้างเอนไซม์แลคเตสน้อยลง หรือเยื่อบุลำไส้ได้รับความเสียหายจากโรคหรือการติดเชื้อ ทำให้มีแลคโตสบางส่วนผ่านลงไปถึงลำไส้ใหญ่โดยยังไม่ได้ถูกย่อย

ดังนั้น เมื่อถามว่าแลคโตสคืออะไรในมุมของโภชนาการ จึงควรมองว่าเป็นคาร์โบไฮเดรตตามธรรมชาติในนม ไม่ใช่สารที่ก่อให้เกิดอันตรายกับเด็กทุกคน และไม่ใช่สารก่อภูมิแพ้โดยตัวมันเอง


แลคโตส เกิดจากอะไร

แลคโตส เกิดจากอะไร และน้ําตาลแลคโตส เกิดจากอะไร ในเชิงโครงสร้าง แลคโตสเกิดจากการเชื่อมกันของกลูโคสและกาแลคโตส โดยร่างกายของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจะสร้างแลคโตสขึ้นในต่อมน้ำนมระหว่างกระบวนการผลิตน้ำนม จึงพบได้ตามธรรมชาติทั้งในนมแม่และน้ำนมจากสัตว์ชนิดต่าง ๆ เมื่อเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารจะเกิดกระบวนการดังนี้

  • กลูโคสและกาแลคโตสรวมตัวกันเป็นแลคโตสในกระบวนการสร้างน้ำนม จึงไม่ใช่น้ำตาลที่ต้องเกิดจากการเติมลงไปในนมเสมอไป เพราะมีอยู่ในน้ำนมตามธรรมชาติอยู่แล้ว
  • หลังดื่มนม เอนไซม์แลคเตสจะย่อยแลคโตสกลับเป็นกลูโคสและกาแลคโตส ซึ่งสามารถถูกดูดซึมผ่านเยื่อบุลำไส้เล็กและเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานหรือเข้าสู่กระบวนการเผาผลาญอื่นของร่างกาย
  • หากเอนไซม์แลคเตสไม่เพียงพอ แลคโตสจะถูกย่อยไม่หมด น้ำตาลส่วนที่เหลือจะผ่านไปยังลำไส้ใหญ่และถูกแบคทีเรียในลำไส้หมัก ทำให้เกิดแก๊สและเพิ่มปริมาณน้ำภายในลำไส้ ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการท้องอืด ปวดท้อง และถ่ายเหลวในบางคน

ทั้งนี้ เด็กบางรายอาจมีภาวะย่อยแลคโตสบกพร่องชั่วคราวหลังลำไส้อักเสบหรือท้องเสียจากการติดเชื้อ เมื่อเยื่อบุลำไส้ฟื้นตัว การสร้างเอนไซม์แลคเตสและความสามารถในการย่อยนมก็อาจกลับมาดีขึ้นได้


แลคโตสมีในอะไรบ้าง

แลคโตสมีในอะไรบ้าง และแลคโตสอยู่ในอาหารอะไร หลายคนสงสัย เนื่องจากแลคโตสเป็นน้ำตาลตามธรรมชาติในนม จึงพบมากในนมและอาหารที่มีนมหรือส่วนประกอบจากนมเป็นหลัก แต่ปริมาณแตกต่างกันตามชนิดและกระบวนการผลิต คุณพ่อคุณแม่สามารถพบแลคโตสได้จากอาหารกลุ่มต่าง ๆ ดังนี้
นมแม่และนมจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น นมวัวและนมแพะ ต่างมีแลคโตสตามธรรมชาติ ดังนั้นการเปลี่ยนจากนมวัวไปเป็นนมจากสัตว์ชนิดอื่นไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีน้ำตาลชนิดนี้

  • ผลิตภัณฑ์จากนมบางชนิด เช่น โยเกิร์ต ไอศกรีม นมเปรี้ยว ครีม หรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้นมเป็นส่วนประกอบ อาจมีแลคโตสในปริมาณแตกต่างกันตามกรรมวิธีการผลิต
  • ชีสบางประเภทมีแลคโตสน้อยกว่านมสด โดยเฉพาะชีสที่ผ่านการบ่ม เนื่องจากแลคโตสบางส่วนถูกกำจัดหรือใช้ไปในกระบวนการหมัก แต่ไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์ทุกชนิดจะเหมาะกับเด็กที่มีอาการเหมือนกัน
  • อาหารแปรรูปบางชนิดอาจมีส่วนประกอบจากนม จึงควรอ่านรายการส่วนประกอบบนฉลาก โดยเฉพาะในเด็กที่แพทย์แนะนำให้ควบคุมปริมาณแลคโตสเป็นระยะเวลาหนึ่ง
  • ผลิตภัณฑ์แลคโตสฟรียังอาจทำมาจากนมวัว เพียงแต่แลคโตสถูกย่อยหรือลดปริมาณลง ดังนั้นผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ไม่ได้หมายความว่าปราศจากโปรตีนนมวัว และไม่สามารถใช้แทนอาหารสำหรับเด็กที่มีภาวะแพ้โปรตีนนมวัวได้โดยอัตโนมัติ

หากลูกดื่มนมแล้วมีอาการผิดปกติ จึงไม่ควรตัดสินจากคำว่า “ไม่มีแลคโตส” เพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาว่าสาเหตุเกิดจากการย่อยน้ำตาลหรือเกิดจากปฏิกิริยาต่อโปรตีนในนมค่ะ


แลคโตส ประโยชน์

แลคโตส ประโยชน์ แลคโตสดีไหม และแลคโตสช่วยอะไร สำหรับเด็กที่สามารถย่อยได้ตามปกติ แลคโตสเป็นส่วนหนึ่งของอาหารตามธรรมชาติและมีบทบาทสำคัญในฐานะคาร์โบไฮเดรต โดยเฉพาะในช่วงวัยทารกที่น้ำนมยังเป็นแหล่งอาหารหลัก อย่างไรก็ตาม ไม่ควรนำประโยชน์ของนมทั้งหมดมาอธิบายว่าเป็นผลจากแลคโตสเพียงอย่างเดียว โดยบทบาทหลักที่ทราบชัดมีดังนี้

  • เป็นแหล่งพลังงานจากคาร์โบไฮเดรต หลังจากถูกย่อยเป็นกลูโคสและกาแลคโตส น้ำตาลทั้งสองชนิดสามารถเข้าสู่กระบวนการเผาผลาญเพื่อให้พลังงานแก่เซลล์ ซึ่งมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและกิจกรรมต่าง ๆ ของเด็ก
  • เป็นคาร์โบไฮเดรตสำคัญตามธรรมชาติในนมแม่ ทารกจึงได้รับแลคโตสตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิต และร่างกายของทารกครบกำหนดส่วนใหญ่มีเอนไซม์สำหรับย่อยน้ำตาลชนิดนี้อยู่แล้ว
  • การมีแลคโตสในอาหารไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับเด็กทุกคน เด็กที่ไม่มีภาวะย่อยน้ำตาลชนิดนี้บกพร่องไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงโดยไม่มีข้อบ่งชี้ เพราะการจำกัดนมหรือผลิตภัณฑ์จากนมโดยไม่จำเป็นอาจทำให้ต้องวางแผนทดแทนสารอาหารอื่น เช่น โปรตีน แคลเซียม และวิตามินดีอย่างเหมาะสม
  • ความสามารถในการรับแลคโตสแตกต่างกันในแต่ละคน แม้ผู้ที่ย่อยได้ไม่สมบูรณ์บางรายก็ยังสามารถรับปริมาณเล็กน้อยได้โดยไม่มีอาการ จึงไม่ควรเหมารวมว่าทุกคนที่มีปัญหาการย่อยต้องงดผลิตภัณฑ์จากนมทั้งหมด
  • หากลูกมีอาการหลังดื่มนม การหาสาเหตุให้ชัดเจนจึงสำคัญกว่าการตัดอาหารออกทันที เพราะข้อจำกัดทางอาหารในวัยเด็กควรคำนึงถึงสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตด้วย


น้ําตาลแลคโตส ข้อเสีย

น้ําตาลแลคโตส ข้อเสีย และโทษของแลคโตส แลคโตสไม่ได้มีข้อเสียต่อสุขภาพโดยตรงในเด็กที่ย่อยได้ตามปกติ ปัญหาส่วนใหญ่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายมีเอนไซม์แลคเตสไม่เพียงพอกับปริมาณที่ได้รับ ทำให้มีน้ำตาลที่ย่อยไม่หมดลงไปถึงลำไส้ใหญ่และก่อให้เกิดอาการทางระบบทางเดินอาหาร ดังนี้

  • ทำให้ท้องอืดและมีแก๊สได้เมื่อย่อยไม่หมด เพราะแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่จะหมักน้ำตาลส่วนที่เหลือและสร้างก๊าซขึ้น เด็กจึงอาจมีเสียงท้องร้อง ผายลมมาก ปวดบิด หรือรู้สึกแน่นท้อง
  • อาจทำให้อุจจาระเหลวหรือท้องเสีย เนื่องจากน้ำตาลที่ไม่ถูกดูดซึมดึงน้ำเข้าสู่ลำไส้ ทำให้อุจจาระมีน้ำมากขึ้น โดยความรุนแรงขึ้นอยู่กับปริมาณที่กิน ความสามารถในการย่อย และภาวะของลำไส้ในขณะนั้น
  • การงดนมโดยไม่วางแผนอาจเกิดผลเสียด้านโภชนาการมากกว่าเดิม เพราะนมและผลิตภัณฑ์จากนมเป็นแหล่งสารอาหารหลายชนิด หากจำเป็นต้องจำกัดควรเลือกอาหารทดแทนที่ให้สารอาหารเหมาะสมกับวัย
  • อาการในทารกไม่ควรถูกสรุปว่าเกิดจากแลคโตสทันที ภาวะขาดเอนไซม์แต่กำเนิดพบได้น้อยมาก ส่วนเด็กเล็กที่ถ่ายเหลว ร้องกวน อาเจียน หรือมีผื่นอาจมีสาเหตุอื่น ซึ่งควรได้รับการประเมินจากแพทย์

ในกรณีที่อาการเกิดขึ้นภายหลังการติดเชื้อในทางเดินอาหาร ภาวะย่อยน้ำตาลบกพร่องอาจเป็นเพียงชั่วคราว ดังนั้นการจำกัดอาหารระยะยาวควรทำเมื่อมีเหตุผลทางการแพทย์ที่ชัดเจน


แลคโตส กับอาการท้องเสีย

แลคโตส กับอาการท้องเสีย แพ้แลคโตส ท้องเสียเกิดขึ้นได้อย่างไร คำว่า แพ้แลคโตส ที่ใช้กันทั่วไป จริง ๆ แล้วไม่ใช่อาการแพ้ในความหมายของโรคภูมิแพ้ แต่คือภาวะย่อยแลคโตสไม่ได้หรือ Lactose intolerance ซึ่งเกิดจากเอนไซม์แลคเตสมีไม่เพียงพอ ทำให้มีอาการที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหารเป็นหลัก โดยกลไกสำคัญมีดังนี้

  • แลคโตสที่ย่อยไม่หมดจะผ่านเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ จากนั้นแบคทีเรียจะนำไปหมัก เกิดแก๊สและสารต่าง ๆ ทำให้เด็กท้องอืด ปวดท้อง ผายลมบ่อย หรือมีเสียงภายในท้องมากขึ้น
  • น้ำตาลที่ยังค้างอยู่ในลำไส้ทำให้น้ำถูกดึงเข้ามามากขึ้น จึงอาจเกิดอุจจาระเหลวหรือถ่ายบ่อยหลังดื่มนมหรือกินอาหารที่มีปริมาณแลคโตสมาก โดยอาการอาจปรากฏภายในไม่กี่ชั่วโมง
  • ภาวะนี้ต่างจากการแพ้นมวัวอย่างชัดเจน เพราะการย่อยแลคโตสบกพร่องไม่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันและมักทำให้เกิดอาการทางเดินอาหาร ขณะที่การแพ้โปรตีนนมวัวสามารถทำให้เกิดอาการได้หลายระบบ เช่น ผื่น ลมพิษ อาเจียน ถ่ายเหลวหรือถ่ายมีมูกเลือด หายใจมีเสียงหวีด และในบางรายอาจเกิดปฏิกิริยาแพ้รุนแรง
  • เด็กที่มีภาวะย่อยแลคโตสไม่ได้อาจยังรับโปรตีนนมวัวได้ หากไม่มีการแพ้โปรตีน ขณะที่เด็กซึ่งแพ้โปรตีนนมวัวอาจยังมีอาการแม้ได้รับนมวัวที่กำจัดน้ำตาลชนิดนี้ออกแล้ว เพราะสารที่กระตุ้นปฏิกิริยาคือโปรตีน ไม่ใช่น้ำตาล

หากลูกมีเพียงอาการท้องอืด ปวดท้อง หรือถ่ายเหลวซ้ำ ๆ หลังดื่มนม แพทย์อาจพิจารณาประวัติ ปริมาณที่กิน ความสัมพันธ์ของอาการกับอาหาร รวมถึงการตรวจเพิ่มเติมในบางกรณี เพื่อแยกจากโรคทางเดินอาหารอื่นก่อนเลือกแนวทางดูแล


จัดการอาการลูกแพ้นมวัวด้วยโปรตีนย่อยอย่างละเอียดและโพรไบโอติกส์ LGG

หากลูกมีอาการที่สงสัยว่าลูกแพ้นมวัว เช่น ผื่น อาเจียน ถ่ายเหลว หรือมีอาการผิดปกติหลังดื่มนม ควรพาไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยให้ชัดเจน เพราะอาการบางอย่างอาจคล้ายกับภาวะย่อยแลคโตสไม่ได้ การได้รับการดูแลที่เหมาะสมตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยควบคุมอาการภูมิแพ้ในเด็กและลดผลกระทบต่อโภชนาการและการเจริญเติบโตของลูกได้ 

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่สงสัยว่าลูกแพ้นมผงหายได้หรือไม่ เด็กที่แพ้โปรตีนนมวัวจำนวนหนึ่งสามารถมีความทนต่อโปรตีนนมวัวเพิ่มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น แต่ระยะเวลาจะแตกต่างกันในแต่ละคน จึงควรติดตามอาการร่วมกับแพทย์

เด็กบางคนที่มีโรคภูมิแพ้ชนิดหนึ่งตั้งแต่วัยเล็ก อาจมีโรคภูมิแพ้อื่นเกิดขึ้นตามช่วงอายุ ซึ่งเรียกว่า allergic march ค่ะ เช่น จากผื่นภูมิแพ้ผิวหนังไปสู่ภูมิแพ้อาหาร โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือโรคหืด อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าเด็กที่มีผื่นภูมิแพ้ผิวหนังทุกคนจะเกิดโรคเหล่านี้ในอนาคต

แนวทางที่คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยดูแลลูกได้ มีดังนี้

  • ให้ลูกกินนมแม่หากสามารถทำได้ เนื่องจากนมแม่เป็นอาหารที่เหมาะสมสำหรับทารกและให้สารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต
  • หลีกเลี่ยงสิ่งที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นตัวกระตุ้นอาการของลูก
  • ไม่ควรงดอาหารหลายชนิดหรือเปลี่ยนสูตรนมด้วยตนเองโดยไม่มีข้อบ่งชี้
  • หากคุณแม่ไม่สามารถให้นมแม่ได้หรือน้ำนมไม่เพียงพอ และสงสัยว่าลูกแพ้โปรตีนนมวัว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกโภชนาการที่เหมาะสม

ในกรณีที่ทารกได้รับการวินิจฉัยว่าแพ้โปรตีนนมวัวและจำเป็นต้องใช้นมสูตร แพทย์อาจพิจารณาสูตรโปรตีนที่ผ่านการย่อยอย่างละเอียดตามอาการและความเหมาะสมของเด็กแต่ละคนค่ะ นอกจากนี้ สูตรบางชนิดอาจมีโพรไบโอติก Lactobacillus rhamnosus GG (LGG) ร่วมด้วย ซึ่งมีการศึกษาถึงบทบาทในทารกที่แพ้โปรตีนนมวัว อย่างไรก็ตาม การเลือกสูตรนมควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ค่ะ


* นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก
Enfa Smart Club สนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่าง
เดียวอย่างน้อย 6 เดือนและให้นมแม่ควบคู่อาหารตามวัยอีก 2 ปี หรือนานกว่านั้น ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)
Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

คุณกำลังเข้าถึงเนื้อหาจากผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวกับการซื้อหรือ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด​

กรุณากดยืนยันเพื่อดำเนินการต่อ

Line TH
Line TH
Cart TH
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกหมายเลขโทรศัพท์ที่ถูกต้อง
วันเกิดลูกน้อย
กรุณาเลือกวันที่