
Enfa สรุปให้:

เลือกอ่านตามหัวข้อ
คุณพ่อคุณแม่รู้หรือไม่ ว่าอุจจาระของลูกน้อย ไม่ได้เป็นแค่ก้อนอึธรรมดาเท่านั้นนะ แต่อุจจาระของลูกสามารถบอกถึงความผิดปกติของลูกน้อยได้ด้วย แต่อุจจาระแบบไหนที่ปกติ และสีอุจจาระทารกผิดปกติเป็นแบบไหน ไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันกับ Enfa ได้เลย
โดยทั่วไปแล้วสีอึของทารกนั้น มักจะเกี่ยวข้องกับอาหารที่ทารกกินเข้าไป เช่น หากทารกกินนม อุจจาระก็จะเป็นสีเหลือง หรือถ้าทารกเริ่มกินอาหารตามวัย เริ่มกินผักบด ผลไม้บด อุจจาระก็อาจจะมีสีเขียวในบางครั้ง
อย่างไรก็ตาม สีอึของลูก ไม่ได้บอกเพียงว่าลูกกินอะไรเข้าไป เพราะหลาย ๆ ครั้งลูกอาจกำลังป่วย ไม่สบาย หรือติดเชื้อในร่างกาย ซึ่งสัญญาณแรก ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่จะสามารถสังเกตถึงความผิดปกติของลูกได้ก็คือสีอุจจาระของลูกที่เปลี่ยนไป
ตัวอย่างเช่น อุจจาระของลูกมีสีซีด อาจหมายถึงตับและถุงน้ำดีของลูกมีปัญหา อุจจาระมีสีแดงหรือมีเลือดปน อาจแปลว่าลูกกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้ เช่น มีเลือดออกในลำไส้
สีของอุจจาระทารกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงอายุ โดยหลังแรกเกิด เด็กทารกจะถ่ายอุจจาระที่เรียกว่า ขี้เทา เป็นระยะเวลา 2 – 3 วัน ซึ่งสีอึจะมีสีดำ หลังจากนั้นในวันที่ 4 เป็นต้นไป สีอึลูกก็จะเปลี่ยนสีเป็น สีเขียว หรือสีเหลือง
มากไปกว่านั้น ในช่วง 6 สัปดาห์แรก สีอึลูกก็ยังสามารถเปลี่ยนแปลงตามชนิดนมที่กิน โดยเด็กทารกที่กินนมแม่ สีอึจะมีสีเหลือง ส่วนเด็กที่จำเป็นต้องกินนมผงตั้งแต่แรกเกิด อาจจะเนื่องด้วยปัญหาแม่มีน้ำนมไม่พอ หรือปัญหาสุขภาพใด ๆ ก็ตาม เด็กที่กินนมผงมักจะมีสีอึเป็นสีน้ำตาล หรือสีเขียว
จนกระทั่งเด็กอายุได้ 6 เดือนขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กเริ่มกินอาหารเสริมตามวัยได้แล้ว และอาหารในแต่ละวันก็จะมีการสลับสับเปลี่ยนกันไป ดังนั้น สีอึ ของเด็กในระยะหลังนี้จึงอาจจะเปลี่ยนไปตามชนิดและประเภทของอาหารที่เด็กกินเข้าไปค่ะ
อย่างไรก็ตาม นอกจากอุจจาระทารกจะเปลี่ยนไปตามช่วงอายุ และอาหารที่กินเข้าไปแล้ว ความถี่ในการขับถ่าย ก็จะเปลี่ยนไปตามช่วงอายุเช่นกัน โดยเด็กทารกจะมีความถี่ในการถ่าย ดังนี้
|
ประเภทนม |
หลังเกิด 1 – 3 วันแรก |
6 สัปดาห์แรก |
หลังเริ่มกินอาหารเสริมนอกเหนือจากนมแม่ |
|
เด็กทารกที่กินนมแม่ |
ในช่วง 24 – 48 ชั่วโมงแรก จะอุจจาระออกมาเป็น สีเทา หรือขี้เทา และอุจจาระจะเปลี่ยนสีเป็น สีเขียว หรือเหลือง ในวันที่ 4 เป็นต้นไป |
อุจจาระนิ่ม หรือเหลว มีสีเหลือง อาจถ่ายอย่างน้อย 3 ครั้งต่อวัน ในเด็กบางคนอาจถ่าย 4 – 12 ครั้งต่อวัน หลังจาก 6 สัปดาห์ เด็กทารกจะถ่ายลดลง และในบางรายอาจถ่ายทุก ๆ 2 – 3 วัน
|
เด็กทารกจะเริ่มถ่ายมากขึ้นจากเดิม และอุจจาระจะเปลี่ยนเป็นลักษณะที่แข็งขึ้น |
|
เด็กทารกที่กินนมผง |
อุจจาระจะมีสีน้ำตาล หรือสีเขียวในช่วงแรกอาจถ่ายอย่างน้อย 1 – 4 ครั้งต่อวัน หลังจาก 1 เดือนแรก เด็กทารกจะถ่ายลดลง โดยอาจถ่ายเป็นวันเว้นวัน
|
เด็กทารกจะถ่ายประมาณ 1 – 2 ครั้ง ต่อวัน |
ลักษณะอุจจาระปกติของทารก ในช่วงที่ยังกินนมแม่ หรือนมสูตรสำหรับทารกนั้นจะมีลักษณะนิ่มหรือเหลว มีสีเหลือง หรือเหลืองนวล หรือสีคล้ายคัสตาร์ด อย่างไรก็ตาม อาจจะมีบางครั้งค่ะ ที่อุจจาระของทารกมีความข้น ความหนืดคล้ายกับเนยถั่ว
ส่วนทารกที่เริ่มกินอาหารตามวัยแล้ว อุจจาระจะมีความแข็งขึ้นมา แต่ไม่ได้แข็งโป๊กนะคะ แข็งในที่นี้คือเริ่มมีลักษณะจับตัวแข็งเป็นก้อน และยิ่งอายุมากขึ้น อุจจาระก็จะเริ่มมีลักษณะเป็นก้อนคล้ายกับอุจจาระของผู้ใหญ่ค่ะ ส่วนสีของอุจจาระก็อาจจะเป็นสีเขียว สีเหลือง หรือสีส้ม อันนี้ก็จะขึ้นอยู่กับอาหารที่กินเข้าไปเลยค่ะ
สีอึของลูกในแต่ละวันอาจจะเหมือนหรือแตกต่างกันไปบ้างขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยค่ะ แต่ถ้าหากทารกมีอุจจาระเป็นสีต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ จะถือว่าเป็นสีอุจจาระทารกผิดปกติ และคุณพ่อคุณแม่ควระวังหรือพาลูกไปพบแพทย์
ถ้าหากทารกไม่ได้กินอาหารตามวัยที่มีสีแดง เช่น บีตรูท แตงโม มะละกอ ก็ถือว่าเป็นเรื่องยากที่อุจจาระจะมีสีแดงค่ะ และอุจจาระทารกส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีสีแดง ดังนั้น หากพบว่าอุจจาระของลูกมีสีแดง หรือมีเลือดสีแดงปนออกมากับอุจจาระของลูกด้วย ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าลูกอาจมีความผิดปกติที่ลำไส้ใหญ่หรือทวารหนัก
ตับและถุงน้ำดีจะทำหน้าที่สำคัญในการขับของเสียออกจากร่างกาย โดยทุกครั้งที่ขับของเสียออกจากร่างกาย ก็จะขับเอาสารเคมีสีเหลืองในร่างกายที่ชื่อบิลิรูบิน (Bilirubin) ซึ่งเกิดจากการแตกตัวของเซลล์เม็ดเลือดออกแดงออกมาด้วย กากอาหารหรืออุจจาระเมื่อเกิดการคลุกเคล้ากับบิลิรูบิน ก็จะกลายเป็นสีเหลืองซึ่งเป็นสีอุจจาระปกติของคนเรานั่นเอง
ดังนั้น หากเกิดความผิดปกติขึ้นที่บริเวณตับหรือถุงน้ำดี ก็จะส่งผลต่อสีของอุจจาระที่เปลี่ยนไปค่ะ ถ้าหากคุณพ่อคุณแม่พบว่าสีอุจจาระของลูกเป็นสีขาวหรือข้าวข้นแบบนี้ ถือว่าเป็นสัญญาณความผิดปกติของถุงน้ำดี ควรพาลูกไปพบแพทย์ค่ะ
สำหรับเด็กทารกแรกเกิดการมีอุจจาระสีดำ หรือขี้เทา แบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติค่ะ แต่ถ้าหากลูกน้อยอายุมากกว่า 3 วัน แล้วถ่ายอุจจาระออกมาเป็นสีดำ อันนี้ถือว่าผิดปกติค่ะ เพราะอุจจาระสีดำที่ไม่ใช่ขี้เทา มักจะเป็นสัญญาณของเลือดออกในระบบทางเดินอาหาร
เวลาที่ทารกท้องเสียนั้น คุณพ่อคุณแม่จะดูแค่ลักษณะของอุจจาระลูกไม่ได้ค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กทารกที่ยังไม่ได้เริ่มกินอาหารตามวัย อุจจาระจะมีความเหลว นิ่ม เหมือน ๆ กันทุกวัน จนแยกไม่ออกว่าแบบไหนคือท้องเสีย และแบบไหนคืออึปกติ
มากไปกว่านั้น ในแต่ละวันทารกก็อาจจะขับถ่ายหลายครั้ง จึงทำให้เป็นเรื่องยากที่จะระบุว่า การที่ลูกน้อยขับถ่ายหลายครั้งจะหมายความว่าลูกน้อยมีอาการท้องเสีย ดังนั้น สิ่งสำคัญที่จะต้องคอยสังเกตไปพร้อม ๆ กันก็คืออาการร่วมต่าง ๆ ดังนี้
โดยปกติแล้วอุจจาระสีเหลืองนั้น ถือเป็นสีอุจจาระที่ปกติค่ะ เว้นเสียแต่ว่าทารกถ่ายเหลวสีเหลืองออกมาบ่อยมาก ลักษณะอาการถ่ายเหลวบ่อย ๆ นี้ มักจะเกิดขึ้นในเวลาที่ทารกท้องเสียค่ะ
ดังนั้น ถ้าลูกถ่ายบ่อยสีเหลือง และถ่ายออกมาเป็นอุจจาระเหลว หรือถ่ายเป็นน้ำ ตรงจุดนี้ไม่ต้องสนใจแล้วค่ะว่าอึลูกยังสีเหลืองไหม เพราะถ้าลูกถ่ายเหลวเมื่อไหร่ ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาทันทีค่ะ
สีอุจจาระที่แตกต่างหรือ การที่ลูกร้องตอนกลางคืน ไม่มีสาเหตุ อาจเกิดจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาการตามวัย อารมณ์ ความกลัว ฝันร้าย หรือปัญหาทางกายภาพ เช่น แพ้อาหารหรือไม่ถูกกับนม การเข้าใจพฤติกรรมของลูกแต่ละช่วงวัยคือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลลูกได้อย่างเหมาะสมและมั่นใจยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ในช่วงวัยแรกเกิด ระบบย่อยอาหารของลูกน้อยยังทำงานได้ไม่เต็มที่ เด็กมากกว่า 70% จึงมีโอกาสเกิดอาการไม่สบายท้อง เช่น ท้องผูก ท้องอืด แหวะนม และร้องกวน การเลือกโภชนาการที่ย่อยง่ายจึงเป็นกุญแจสำคัญ เพื่อช่วยให้ลูกสบายท้อง ถ่ายคล่อง และเรียนรู้ได้เต็มศักยภาพ
โดยเฉพาะโภชนาการที่ผสมโปรตีนที่ผ่านการย่อยบางส่วน (PHP) ซึ่งมีขนาดโมเลกุลเล็ก ย่อยง่าย ดูดซึมไว ลดการเกิดแก๊สและปัญหาขับถ่าย พร้อมทั้งเสริมด้วยเส้นใยสุขภาพอย่าง PDX และ GOS ที่ช่วยปรับสมดุลลำไส้ และสารอาหารบำรุงสมอง เช่น MFGM และ DHA เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทั้ง IQ และ EQ ของลูกน้อยอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น หากไม่สามารถให้นมแม่ได้ โภชนาการที่ย่อยง่าย ผสมโปรตีนย่อยบางส่วน และเสริมสารอาหารสำคัญ คือทางเลือกที่ช่วยให้ลูกเติบโตแข็งแรง สมองดี พร้อมเรียนรู้อย่างไม่สะดุด
การสังเกตสีอุจจาระทารกในทุก ๆ วัน ถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่จะต้องคอยดูอยู่เสมอว่าขณะนี้เจ้าตัวเล็กอึออกมาเป็นสีอะไร เริ่มอึเป็นสีนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะอุจจาระสีต่างกัน อาจบ่งบอกถึงสัญญาณสุขภาพทารกที่ต่างกันได้ ดังนี้
อุจจาระสีดำ ถือเป็นเรื่องปกติที่จะพบสีอุจจาระทารก 1 เดือนเป็นสีดำ ซึ่งอุจจาระในลักษณะนี้เรียกว่า “ขี้เทา” และจะเกิดขึ้นกับเด็กทารกแรกเกิดเท่านั้น โดยประกอบไปด้วยเซลล์ผิวหนังต่าง ๆ เมือก น้ำคร่ำ ที่ทารกย่อยระหว่างอยู่ในครรภ์ อุจจาระแบบนี้จะเกิดขึ้นเพียง 2 – 3 วัน หลังเด็กทารกเกิด บางครั้งสีของขี้เทาอาจจะดูเหมือนสีเขียวเข้ม
อย่างไรก็ตาม อุจจาระสีดำ จะผิดปกติก็ต่อเมื่อ เกิดขึ้นกับลูกน้อยหลังจากเลยช่วง 2 – 3 วันหลังเกิดไปแล้ว รวมทั้งอุจจาระสีดำที่มีเลือดปน หากพบอุจจาระลักษณะนี้ ควรรีบพาลูกน้อยไปพบแพทย์โดยด่วน
หลังจากผ่านไป 2 – 3 วันแล้ว อุจจาระอย่างขี้เทาจะเปลี่ยนเป็นอุจจาระสีเหลืองทอง ซึ่งเป็นสีอุจจาระปกติของเด็กทารกที่กินนมแม่
อุจจาระสีเหลืองอ่อน หรือสีเหลืองสด เป็นอุจจาระทารกที่พบได้บ่อยในเด็กที่กินนมแม่ รวมทั้งนมผง ซึ่งเป็นสีปกติ แต่หากเด็กทารกมีอาการถ่ายบ่อย และเหลวร่วมด้วย อาจจะแสดงว่า ลูกน้อยมีอาการท้องร่วง ซึ่งมีความเสี่ยงจะทำให้เกิดภาวะขาดน้ำได้
หรือหากเป็นทารกที่กินนมแม่ อาจจะเป็นเพราะ ทารกดูดนมแม่ไม่เกลี้ยงเต้า ทำให้ได้รับนมส่วนหน้ามาก ซึ่งน้ำนมส่วนหน้ามีน้ำตาลเยอะกว่าน้ำนมส่วนหลังทำให้ถ่ายเหลวได้
อุจจาระสีส้ม เกิดจากเม็ดสีที่สะสมในทางเดินอาหารของเด็กทารก ซึ่งสามารถเกิดได้ในเด็กทารกที่กินนมแม่ และนมผง
อุจจาระสีแดง หากเป็นเลือด จะเป็นอุจจาระที่คุณแม่ต้องเฝ้าระวังและรีบพาทารกไปพบแพทย์ เนื่องจากอาจจะมีการติดเชื้อในลำไส้ จากอาการแพ้นม หรือทวารหนักเป็นแผล
อย่างไรก็ตาม หากลูกน้อยอยู่ในช่วงที่เริ่มกินอาหารตามวัย อาจจะเป็นไปได้ว่า เกิดจากอาหารที่มีสีแดงเข้ม เช่น น้ำมะเขือเทศ เป็นต้น
หากลูกน้อยไม่ได้อยู่ในวัยที่เริ่มกินอาหารตามวัย และถ้าสังเกตแล้วไม่ใช่เพราะอาหารที่กินเข้าไป ควรพาลูกน้อยไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำการหาสาเหตุ และรักษาต่อไป



อุจจาระสีเขียวแก่ จะเกิดขึ้นกับเด็กที่กินนมผง สีอุจจาระจะออกเป็นสีเขียวแก่ ปนสีเหลือง นอกจากนี้ อุจจาระจะมีลักษณะที่แข็งกว่าเด็กทารกที่กินนมแม่
อุจจาระสีเขียวเข้ม พบได้ในเด็กทารกที่เริ่มกินอาหารตามวัย หรือเริ่มกินอาหารที่มีสีเขียว เช่น ผักโขม ถั่วลันเตา และยังรวมไปถึงอาหารเสริมที่มีธาตุเหล็ก ก็สามารถทำให้อุจจาระของลูกน้อยมีสีเขียวเข้มได้
อุจจาระสีขาว เป็นสีอุจจาระบ่งบอกว่า ตับของลูกน้อยไม่สามารถผลิตน้ำดีได้เพียงพอที่จะใช้ในระบบย่อยอาหาร ซึ่งเป็นสัญญาณอันตราย ควรพาลูกน้อยไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำการรักษาต่อไป
เช่นเดียวกันกับอุจจาระสีขาว หากพบว่าลูกน้อยถ่ายอุจจาระออกมาเป็นสีเทา อาจจะหมายความว่า ระบบย่อยอาหารของลูกทำงานได้ไม่เต็มที่ หรือมีปัญหา ควรพาลูกน้อยไปพบแพทย์ เพื่อทำการรักษาต่อไป
อุจจาระสีน้ำตาล เป็นอุจจาระที่เกิดขึ้นได้กับเด็กที่กินนมผง ในบางครั้งอาจจะมีโทนสีเป็น สีน้ำตาลเหลือง หรือสีน้ำตาลออกเขียวก็ได้เช่นกัน และพบได้ในเด็กที่กินนมสลับกันระหว่างนมแม่ และนมผง หรือกินนมแม่อย่างเดียว รวมทั้งเมื่อเด็กทารกเริ่มกินอาหารเสริมตามวัย อุจจาระสีน้ำตาลเป็นสีที่บ่งบอกว่าปกติ

|
สีอุจจาระ |
สีอุจจาระ |
ปกติหรือไม่ |
|
ดำ |
พบในเด็กทารกหลังเกิด ที่กินนมแม่ และนมผง |
อุจจาระสีดำที่เป็นปกติ จะเกิดในช่วง 2 – 3 วันแรกหลังคลอด หากเกิดขึ้นกับเด็กโต ถือว่าเป็นผิดปกติ ควรไปพบแพทย์ |
|
เหลืองทอง |
พบได้ในเด็กทารกที่กินนมแม่ |
ปกติ |
|
เหลืองสด หรือสว่าง |
พบได้ในเด็กทารกที่กินนมแม่ |
โดยทั่วไปเป็นสีอุจจาระที่ปกติ แต่ถ้ามีการถ่ายเหลว ถ่ายบ่อย พร้อมกับมีอาการต่าง ๆ เช่น ร้องไห้งอแง มีไข้ ไม่สบายตัว หรือไม่ค่อยกินนมร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณของอาการท้องเสีย |
|
ส้ม |
พบได้ในเด็กทารกที่กินนมแม่ และนมผง |
ปกติ |
|
แดง |
พบได้ในเด็กทารกที่เริ่มกินอาหารตามวัย เช่น การกินอาหารสีแดง อย่าง น้ำมะเขือเทศ เป็นต้น |
หากทารกไม่ได้กินอาหารที่มีสีแดง เช่น บีตรูท มะละกอ แตงโม หรือไม่ได้อยู่ในวัยที่เริ่มกินอาหารตามวัย อาจเป็นไปได้ว่ามีการติดเชื้อในลำไส้ จากอาการแพ้นม หรือเกิดแผล หรือการอักเสบขึ้นที่บริเวณทวารหนัก ควรพาลูกไปพบแพทย์ |
|
เขียวแก่ |
พบได้ในเด็กที่กินนมผง |
ปกติ |
|
เขียวเข้ม |
พบได้ในเด็กที่เริ่มกินอาหารตามวัย เช่น การกินผักใบเขียวหรือกินอาหารเสริมที่มีธาตุเหล็ก |
ปกติ |
|
ขาว |
พบได้ในเด็กทารกที่ตับมีปัญหาในการผลิตน้ำดี |
ไม่ปกติ ควรพบแพทย์ |
|
เทา |
พบได้ในเด็กทารกที่มีปัญหาเรื่องการย่อยอาหาร |
ไม่ปกติ ควรพบแพทย์ |
|
น้ำตาล |
พบได้ในเด็กทารกที่กินนมแม่ หรือกินนมผง หรือกินนมแม่สลับกับนมผง รวมทั้งเด็กทารกที่กินอาหารเสริมตามวัย |
ปกติ |
สีอุจจาระทารกผิดปกติ คือ อุจจาระที่มีสีดำ สีแดง และสีขาว อย่างไรก็ตาม นอกจากลักษณะของสีอุจจาระแล้ว ยังจำเป็นที่จะต้องดูอาการร่วมอื่น ๆ ประกอบด้วยค่ะ
หากพบสีอุจจาระดังที่กล่าวไปข้างต้น พร้อมกับมีอาการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ถือเป็นสัญญาณว่าลูกมีความผิดปกติ ควรพาลูกน้อยไปพบแพทย์โดยด่วน
บทความแนะนำสำหรับอาการไม่สบายท้องของลูกน้อย
Enfa สรุปให้ หากลูกมีอาการท้องผูก อึแข็ง อึไม่ออก ถ่ายยาก ควรใช้วิธีการปรับโภชนาการและพฤติกรรมกา...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ ลูกอึแข็ง อึเป็นเม็ดแข็ง หรือเป็นก้อนแข็ง เป็นสัญญาณของอาการท้องผูกในเด็ก ทำให้ลูก...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ อุจจาระทารก 1 เดือน จะมีลักษณะนิ่ม ๆ คล้ายกับวิปครีม หรือเนื้อโจ๊ก มีสีออกเหลืองนวล...
อ่านต่อ