
Enfa สรุปให้

เลือกอ่านตามหัวข้อ
ชา อีกหนึ่งเครื่องดื่มยอดนิยมตลอดกาลของใครหลาย ๆ คน นอกจากจะมีกลิ่นหอมสดชื่นแล้ว เวลาดื่มชาก็ยังรู้สึกผ่อนคลาย แถมยังได้สารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกายด้วย จึงไม่แปลกที่ใคร ๆ ก็มักจะหลงใหลในการดื่มชา ไม่เว้นแม้แต่คุณแม่ตั้งครรภ์หลาย ๆ คนที่ก็ชอบดื่มชาเหมือนกัน เพราะเชื่อว่าการดื่มชาจะช่วยให้คุณแม่และทารกในครรภ์มีสุขภาพที่ดี แต่การดื่มชาตอนตั้งครรภ์จะปลอดภัยจริง ๆ ไหม และดื่มได้มากน้อยแค่ไหน Enfa มีคำแนะนำดี ๆ เกี่ยวกับการดื่มชาขณะตั้งครรภ์มาฝากค่ะ
หากการดื่มกาแฟ ร่างกายจะได้รับปริมาณคาเฟอีน การดื่มชาก็ไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างไปจากการดื่มกาแฟนัก เพราะในใบชาเองก็อัดแน่นไปด้วยสารเคเฟอีนเช่นเดียวกัน แต่ว่าในใบชาจะมีปริมาณสารคาเฟอีนน้อยกว่ากาแฟ
โดยในชาหนึ่งแก้ว (ประมาณ 240 มิลลิลิตร) จากชาแต่ละชนิดจะได้คาเฟอีนในปริมาณดังต่อไปนี้
มัทฉะ มีคาเฟอีนประมาณ 60–80 มิลลิกรัม
ชาอู่หลง มีคาเฟอีนประมาณ 38–58 มิลลิกรัม
ชาดำ มีคาเฟอีนประมาณ 47–53 มิลลิกรัม
ชาไช หรือชาไจของอินเดีย มีคาเฟอีนประมาณ 47–53 มิลลิกรัม
ชาขาว มีคาเฟอีนประมาณ 25–50 มิลลิกรัม
ชาเขียว มีคาเฟอีนประมาณ 29–49 มิลลิกรัม
คาเฟอีนนั้นสามารถที่จะส่งผ่านไปยังรกได้ง่าย ซึ่งเมื่อทารกได้รับคาเฟอีนเข้าไปมาก ๆ เข้า ตับอ่อนของทารกก็มีปัญหาในการย่อย ด้วยเหตุนี้ทารกจึงมีแนวโน้มที่จะได้รับผลข้างเคียงจากปริมาณคาเฟอีนได้ง่าย แม้ว่าจะเป็นปริมาณคาเฟอีนที่ปลอดภัยสำหรับผู้ใหญ่ก็ตาม
มากไปกว่านั้น จากผลการวิจัยยังพบอีกว่า ทารกที่ได้รับคาเฟอีนมากเกินไปในระหว่างตั้งครรภ์ อาจมีความเสี่ยงสูงที่จะมีการคลอดก่อนกำหนด หรือมีน้ำหนักแรกเกิดต่ำ หรือมีความพิการแต่กำเนิด อีกทั้งการได้รับคาเฟอีนในปริมาณที่สูงขณะตั้งครรภ์ ยังอาจเพิ่มความเสี่ยงของการแท้งบุตรหรือการตายคลอดอีกด้วย
ปริมาณคาเฟอีนที่ปลอดภัยสำหรับหญิงตั้งครรภ์ แพทย์แนะนำว่าไม่ควรเกิน 200 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งชาแต่ละชนิดจะให้คาเฟอีนในปริมาณมาณ 25-50 มิลลิกรัมต่อแก้ว ดังนั้น การดื่มชาจึงถือว่าค่อนข้างที่จะปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์
แต่สิ่งสำคัญก็คือ ไม่ควรดื่มมากเกินไป เพราะเสี่ยงที่ร่างกายจะสะสมคาเฟอีนเอาไว้ในปริมาณสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวัดระดับของคาเฟอีนนั้นไม่สามารถจะมากะเกณฑ์กันโดยใช้ตาชั่งวัดตวงได้ การดื่มชาในปริมาณมาก มีแต่จะเพิ่มความเสี่ยงที่จะได้รับคาเฟอีนในปริมาณสูง
อย่างไรก็ตาม มัทฉะ ชาดำ และชาไชของอินเดีย เป็นกลุ่มชาที่ให้ปริมาณคาเฟอีนสูง หากจะดื่มชาชนิดนี้ ควรดื่มในปริมาณน้อย เพราะชาเหล่านี้ให้ปริมาณคาเฟอีนต่อแก้วสูงกว่าชาชนิดอื่น ๆ
คนท้องสามารถเลือกดื่มชาได้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นมัทฉะ ชาเขียว ชาดำ ชาขาว ชาอู่หลง และชาไชหรือชาไจของอินเดีย ซึ่งชาที่ได้จากใบชาเหล่านี้ถือว่ามีความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์ หากดื่มในปริมาณที่เหมาะสม
ส่วนชาที่ไม่แนะนำสำหรับการตั้งครรภ์ คือกลุ่มชาที่เป็นชาสมุนไพร หรือชาที่ไม่ได้มาจากต้นของใบชา เช่น ชาขิง ชามะรุม ชาเจียวกู่หลาน ชาใบหม่อน ชาคาโมมายล์ เป็นต้น
ทั้งนี้เพราะชาสมุนไพรหลาย ๆ อย่างนั้น ยังไม่มีผลการวิจัยและผลการศึกษาที่เพียงพอจะรองรับความปลอดภัยต่อแม่ตั้งครรภ์และแม่ให้นมบุตร มากไปกว่านั้น สารบางอย่างในสมุนไพรยังอาจมีปฏิกิริยาหรือต่อยารักษาโรคบางอย่างที่คุณแม่กำลังใช้อยู่ด้วย
ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพการตั้งครรภ์ คุณแม่ควรเลือกดื่มชาที่ทำมาจากใบชาจะปลอดภัยกว่า
ชาเขียวหนึ่งแก้ว (ประมาณ 240 มิลลิลิตร) จะมีคาเฟอีนประมาณ 29–49 มิลลิกรัม ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณที่ปลอดภัยต่อแม่และทารกในครรภ์
ดังนั้น การดื่มชาเขียวจึงถือว่าปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์ หากบริโภคอย่างเหมาะสมและควบคุมไม่ให้คาเฟอีนเกินปริมาณ 200 มิลลิกรัมต่อวัน
ชาเขียว คือ ใบชาชนิดเดียวกับชาดำ ต่างกันที่กระบวนการในการนำมาทำเป็นใบชา และยังให้ปริมาณคาเฟอีนที่แตกต่างกันด้วย โดยชาเขียวจะให้ปริมาณคาเฟอีนที่น้อยกว่าชาดำ
ชาเขียว อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอย่างโพลีฟีนอลที่มีความเข้มข้นสูง ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มโพลีฟีนอลนี้จะทำหน้าที่ต่อสู้กับอนุมูลอิสระในร่างกาย และป้องกันไม่ให้ DNA ในเซลล์เสียหายหรือถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการดื่มชาและกาแฟนั้นมักจะได้รับการแนะนำให้ลดปริมาณการดื่มลง เพื่อป้องกันไม่ให้คุณแม่ตั้งครรภ์ได้รับปริมาณคาเฟอีนสะสมในร่างกายสูงเกินไป
แต่...ชาเขียวนั้นถือว่ามีปริมาณคาเฟอีนที่ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับชาชนิดอื่น ๆ ดังนั้น การดื่มชาเขียวจึงยังถือว่าปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์ ตราบเท่าที่คุณแม่ไม่ได้ดื่มชาเขียวมากเกินไป จนกระทั่งร่างกายได้รับคาเฟอีนเกินปริมาณ 200 มิลลิกรัมต่อวัน
สำหรับคุณแม่ที่ดื่มชาเขียวมาตลอด เป็นชาเขียวเลิฟเวอร์ แม้ตอนตั้งครรภ์แล้วก็ยังติดดื่มชาเขียววันละหลาย ๆ แก้ว ก็อาจจะทำให้เกิดความกังวลว่าจะเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์
แต่จริง ๆ แล้วชาเขียวนั้นให้ปริมาณคาเฟอีนประมาณ 29–49 มิลลิกรัม ต่อการดื่มชาเขียวหนึ่งแก้ว (ประมาณ 240 มิลลิลิตร) ดังนั้น การดื่มชาเขียว 1 แก้วต่อวันจึงถือว่าปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์ ตราบเท่าที่คุณแม่ไม่ได้ดื่มชาเขียวมากเกินไป จนกระทั่งร่างกายได้รับคาเฟอีนเกินปริมาณ 200 มิลลิกรัมต่อวัน
ส่วนคุณแม่คนไหนที่ติดดื่มชาเขียววันละ 4-5 แก้ว ก็อาจจะต้องค่อย ๆ ลดปริมาณการดื่มชาเขียวลงมา จากวันละ 4-5 แก้ว ค่อย ๆ ลดลงวันละแก้ว จนกระทั่งเหลือแค่วันละ 1-2 แก้ว ก็จะช่วยลดความเสี่ยงของการได้รับคาเฟอีนเกินกำหนด 200 มิลลิกรัมต่อวัน
การดื่มกาแฟในขณะตั้งครรภ์ถือว่าทำได้อย่างปลอดภัยหากดื่มในปริมาณที่เหมาะสม และเพื่อสุขภาพและพัฒนาการทารกในครรภ์ที่ดี ควรใส่ใจเรื่องอาหารการกินที่มีประโยชน์ หลากหลาย และครบทั้ง 5 หมู่ เพราะการเลือกโภชนาการถือเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่ดีที่สุดของลูก
เนื่องจากสมองของลูกเริ่มพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อยู่ในครรภ์ จนถึงช่วงให้นมบุตรตลอด 2 ปีแรกของลูก คุณแม่สามารถเลือกโภชนาการที่มี MFGM ช่วยเสริมสร้างสมองลูกใน 1,000 วันแรกของชีวิต และเสริมอาหารสมองที่สำคัญอย่าง ดีเอชเอ, สฟิงโกไมอิลีน,แอลฟา-แลคตาบูมิน, ฟอสโฟลิปิด,แกงกลิโอไซด์ เพื่อให้สมองลูกพัฒนาได้เต็มศักยภาพ
สร้างสมองลูกดีที่สุด เริ่มได้ตั้งแต่ในครรภ์
สร้างพัฒนาการลูกดีที่สุด
เสริมโภชนาการแม่ดีที่สุด
บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์
Enfa สรุปให้ คนท้องกินหม่าล่าได้ไหม กินได้เป็นครั้งคราว หากเลือกแบบปรุงสุก สะอาด ลดเผ็ด ลดเค็ม ...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ คนท้องกินแกงขี้เหล็กได้ไหม เป็นคำถามที่คุณแม่หลาย ๆ คนสงสัยกัน จริง ๆ แล้วคนท้องสาม...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ คนท้องกินบ๊วยได้ในปริมาณเล็กน้อย โดยเฉพาะบ๊วยสดที่สะอาดและไม่ปรุงแต่ง แต่ไม่ควรกิน...
อ่านต่อ