นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เอนฟาสนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนไปจนถึง 2 ปี หรือนานกว่าตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

คนท้องมือชา คนท้องชาปลายนิ้วมือ เกิดจากอะไร อันตรายไหม

Enfa สรุปให้

  • คนท้องมือชา มักเกิดจากร่างกายบวมน้ำและเส้นประสาทบริเวณข้อมือถูกกดทับ ทำให้ชามือ ปวดข้อมือ หรือกำมือไม่ถนัด โดยพบบ่อยช่วงไตรมาสท้าย

  • คนท้องชาปลายนิ้วมือ มักชาบริเวณนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง หรือนิ้วนางบางส่วน อาการอาจชัดขึ้นตอนกลางคืน หลังตื่นนอน หรือหลังใช้มือซ้ำๆ นานๆ

  • คนท้องมือชาอันตรายไหม ส่วนใหญ่มักไม่อันตรายต่อลูกโดยตรง แต่ถ้าชารุนแรง มือบวมเร็ว ปวดศีรษะ ตาพร่า อ่อนแรง หรือชาครึ่งซีก ควรรีบพบแพทย์ทันที

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

อาการมือชาในช่วงตั้งครรภ์เป็นอาการที่คุณแม่หลายคนพบได้ อาจรู้สึกชาปลายนิ้ว ปวดข้อมือ กำมือไม่ถนัด หรือชามากตอนกลางคืนและหลังตื่นนอน สาเหตุส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับการบวมน้ำ น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น และเส้นประสาทบริเวณข้อมือถูกกดทับ แม้โดยทั่วไปไม่กระทบต่อลูกโดยตรง แต่หากอาการรุนแรงขึ้นหรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย ควรให้แพทย์ประเมินเพื่อความปลอดภัยค่ะ

ในบทความนี้ Enfa จะพาคุณแม่ไปไขข้อข้องใจเกี่ยวกับอาการคนท้องมือชากันค่ะ ใครที่กำลังมีอาการแบบนี้ไปอ่านพร้อมกันเลยค่ะ

คนท้องมือชา

คนท้องมือชา คืออะไร

คนท้องมือชา คือ มีอาการชาที่มือ นิ้วมือ หรือข้อมือ อาจเป็นข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง บางคนรู้สึกเหมือนเข็มทิ่ม ไฟช็อตเบา ๆ ปวดร้าวขึ้นแขน หรือหยิบจับของไม่ถนัด โดยอาการคนท้องชามือมักพบชัดขึ้นเมื่ออายุครรภ์มากขึ้น ดังนี้

  • อาการชามือมักเกิดจากเส้นประสาทบริเวณข้อมือถูกกดทับ โดยเฉพาะเส้นประสาทมีเดียนที่ผ่านช่องแคบตรงข้อมือ เมื่อร่างกายตั้งครรภ์มีของเหลวเพิ่มขึ้น เนื้อเยื่อรอบข้อมือจึงบวมและกดเส้นประสาท ทำให้รู้สึกชา ปวด หรือเจ็บบริเวณนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และบางส่วนของนิ้วนาง
  • อาการมักเป็นมากตอนกลางคืนหรือหลังตื่นนอน เพราะระหว่างนอนคุณแม่อาจงอข้อมือ พับข้อมือ หรือนอนทับแขนโดยไม่รู้ตัว ทำให้เส้นประสาทถูกกดมากขึ้น เมื่อตื่นขึ้นมาจึงอาจรู้สึกชามือ กำมือไม่ถนัด หรือต้องสะบัดมือเบา ๆ เพื่อให้อาการดีขึ้น

โดยทั่วไปอาการมือชาจากการตั้งครรภ์มักไม่ส่งผลต่อลูกโดยตรง เพราะเป็นปัญหาที่เกิดกับระบบเส้นประสาทและข้อมือของคุณแม่เป็นหลัก แต่ถ้าปวดมากจนรบกวนการนอนหรือใช้มือในชีวิตประจำวันลำบาก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมค่ะ

 

คนท้องมือชา เกิดจากอะไร

คนท้องมือชา เกิดจากอะไร อาการนี้ไม่ได้มีสาเหตุเดียวเสมอไปค่ะ แต่มักสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายระหว่างตั้งครรภ์ โดยอาการมือชาตอนท้องมักเกิดได้จากปัจจัยสำคัญ ดังนี้

  • การคั่งของน้ำในร่างกายเป็นสาเหตุที่พบบ่อย เพราะช่วงตั้งครรภ์ร่างกายมีเลือดและของเหลวเพิ่มขึ้นเพื่อเลี้ยงลูกและรก จึงอาจเกิดอาการบวมที่มือ เท้า หรือข้อมือ เมื่อเนื้อเยื่อรอบข้อมือบวมมากขึ้น เส้นประสาทจึงถูกกดและทำให้เกิดอาการชา
  • ภาวะพังผืดกดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ หรือ Carpal Tunnel Syndrome พบได้บ่อยขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ อาการมักเป็นชาปลายนิ้ว ปวดข้อมือ ปวดร้าวขึ้นแขน หรือหยิบจับของไม่ถนัด โดยเฉพาะคุณแม่ที่ใช้คอมพิวเตอร์ มือถือ จับเมาส์ หรือทำงานบ้านซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน
  • ท่านอนและการใช้มือในชีวิตประจำวันมีผลต่ออาการมือชา หากนอนทับแขน งอข้อมือนาน ยกของหนัก หรือใช้มือในท่าเดิมซ้ำ ๆ ข้อมือจะรับแรงกดมากขึ้น ทำให้อาการชาและปวดกำเริบได้ง่าย โดยเฉพาะช่วงที่มือหรือข้อมือเริ่มบวมอยู่แล้ว
  • น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นและฮอร์โมนตั้งครรภ์อาจทำให้เส้นเอ็นและข้อต่อคลายตัวมากขึ้น คุณแม่จึงอาจรู้สึกปวดข้อมือ ปวดนิ้วมือ หรือข้อนิ้วตึงร่วมกับอาการมือชาได้ โดยเฉพาะช่วงไตรมาสท้าย
  • ภาวะสุขภาพบางอย่าง เช่น เบาหวานขณะตั้งครรภ์ โรคไทรอยด์ หรือภาวะขาดสารอาหารบางชนิด อาจทำให้อาการชาเป็นมากขึ้น หากมือชามาก เป็นต่อเนื่อง หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรให้แพทย์ประเมินเพิ่มเติม

 

คนท้องมือชาอันตรายไหม

คนท้องมือชาอันตรายไหม โดยส่วนใหญ่หากเกิดจากการบวมน้ำและเส้นประสาทบริเวณข้อมือถูกกดทับ มักไม่ใช่ภาวะอันตรายร้ายแรง และมักดีขึ้นหลังคลอดเมื่ออาการบวมลดลง อย่างไรก็ตาม อาการมือชาคนท้องควรดูร่วมกับความรุนแรงและอาการอื่น ๆ ดังนี้

  • หากชามือเป็น ๆ หาย ๆ โดยเฉพาะตอนกลางคืน หลังตื่นนอน หรือหลังใช้มือมาก มักเกี่ยวข้องกับเส้นประสาทที่ข้อมือถูกกดทับ ซึ่งโดยทั่วไปไม่กระทบต่อลูกโดยตรง แต่หากปวดมากจนรบกวนการนอนหรือสูญเสียกำลังมือ ควรปรึกษาแพทย์
  • หากมีอาการชาร่วมกับคนท้องมือบวมแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะช่วงเย็นหรือช่วงไตรมาสท้าย อาจเป็นอาการบวมจากการตั้งครรภ์ที่พบได้ทั่วไป แต่ถ้าบวมเร็วผิดปกติ โดยเฉพาะบวมที่หน้า มือ หรือเท้า ร่วมกับปวดศีรษะ ตาพร่า หรือจุกแน่นใต้ชายโครง ควรรีบพบแพทย์ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับครรภ์เป็นพิษ
  • หากมือชาร่วมกับอ่อนแรง ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด เวียนศีรษะรุนแรง ชาครึ่งซีก หรือเดินเซ ไม่ควรมองว่าเป็นอาการปกติของคนท้อง
  • หากอาการชารุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนทำของหล่น กำมือไม่ได้ หรือติดกระดุมลำบาก ควรปรึกษาแพทย์ 

 

คนท้องชาปลายนิ้วมือ

คนท้องชาปลายนิ้วมือ มักสัมพันธ์กับเส้นประสาทบริเวณข้อมือถูกกดทับ โดยอาการชาปลายนิ้วมือของคนท้องอาจเกิดเฉพาะบางนิ้วหรือรู้สึกชาทั้งมือ ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของเส้นประสาทที่ถูกกด ดังนี้

  • หากชาบริเวณนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และบางส่วนของนิ้วนาง มักเกี่ยวข้องกับเส้นประสาทมีเดียนที่ถูกกดในช่องข้อมือ อาการอาจชัดขึ้นเมื่อจับโทรศัพท์ พิมพ์งาน ขับรถ หรือถือของนาน ๆ เพราะเป็นท่าที่เพิ่มแรงกดต่อข้อมือ
  • หากชาร่วมกับปวดแสบ ปวดร้าว หรือรู้สึกคล้ายไฟช็อต อาจเป็นสัญญาณว่าเส้นประสาทถูกกดมากขึ้น คุณแม่ควรลดการใช้มือซ้ำ ๆ พักข้อมือเป็นระยะ และหลีกเลี่ยงท่าที่ต้องงอหรือแอ่นข้อมือนานเกินไป
  • หากชาปลายนิ้วร่วมกับนิ้วบวม ตึง หรือใส่แหวนคับขึ้น อาจเกิดจากการคั่งของน้ำในร่างกาย ควรถอดแหวนก่อนนิ้วบวมมาก และสังเกตว่ามีอาการบวมเร็วผิดปกติหรือไม่ เพราะอาจต้องตรวจความดันโลหิตและภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ
  • อาการชาปลายนิ้วโดยทั่วไปไม่ได้แปลว่าลูกขาดสารอาหารหรือพัฒนาการผิดปกติ แต่หากคุณแม่กินได้น้อย อาเจียนมาก น้ำหนักขึ้นไม่เหมาะสม หรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์เรื่องโภชนาการและวิตามินคนท้องที่เหมาะสม ไม่ควรซื้ออาหารเสริมขนาดสูงกินเอง

 

คนท้องปวดตามข้อนิ้วมือ

คนท้องปวดตามข้อนิ้วมือ อาจเกิดร่วมกับอาการมือชา มือบวม นิ้วตึง หรือกำมือไม่ถนัด โดยคนท้องปวดนิ้วมือมักเกี่ยวข้องกับการบวมน้ำ การใช้มือมาก และการเปลี่ยนแปลงของเส้นเอ็นและข้อต่อระหว่างตั้งครรภ์ ดังนี้

  • เมื่อร่างกายมีของเหลวคั่งมากขึ้น ข้อนิ้วและเนื้อเยื่อรอบนิ้วอาจบวม ตึง และเคลื่อนไหวไม่คล่อง คุณแม่จึงอาจปวดเวลางอนิ้ว กำมือ หรือหยิบจับของ โดยเฉพาะหลังตื่นนอน อาการมักดีขึ้นเมื่อขยับนิ้วเบา ๆ และลดการใช้มือหนัก
  • ฮอร์โมนระหว่างตั้งครรภ์ทำให้เส้นเอ็นและข้อต่อคลายตัวมากขึ้น เพื่อเตรียมร่างกายสำหรับการคลอด แต่ผลที่ตามมาคือคุณแม่บางคนอาจปวดข้อ ข้อนิ้วตึง หรือปวดข้อมือได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อต้องซักผ้า บิดผ้า หั่นอาหาร พิมพ์งาน หรือถือของหนักซ้ำ ๆ
  • บางรายอาจมีอาการคล้ายนิ้วล็อก เช่น เจ็บโคนนิ้ว งอนิ้วแล้วสะดุด เหยียดนิ้วไม่ถนัด หรือรู้สึกนิ้วติดในบางจังหวะ หากปวดมากหรือใช้นิ้วลำบาก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อแยกจากปัญหาเส้นเอ็นอักเสบหรือภาวะอื่น
  • หากปวดข้อนิ้วร่วมกับข้อบวม แดง ร้อน ปวดมาก หรือมีไข้ ไม่ควรนวดแรงหรือใช้ยาทาเอง เพราะอาจมีการอักเสบหรือติดเชื้อที่ต้องได้รับการตรวจรักษาอย่างถูกต้อง

 

วิธีรักษาอาการมือชาคนท้อง บรรเทาอย่างไร

วิธีรักษาอาการมือชาคนท้องควรเริ่มจากการลดแรงกดที่ข้อมือ พักการใช้งานมือ และเลือกวิธีที่ปลอดภัยต่อคุณแม่และลูก โดยการแก้มือชาในคนท้องสามารถทำได้ ดังนี้

  • ปรับท่านอนและหลีกเลี่ยงการนอนทับแขน พยายามไม่พับหรืองอข้อมือขณะนอน หากตื่นมาแล้วมือชา ให้ค่อย ๆ ขยับนิ้ว กำมือ แบมือ หรือสะบัดมือเบา ๆ ไม่ควรบิด ดัด หรือสะบัดแรง
  • พักข้อมือระหว่างวัน โดยเฉพาะคุณแม่ที่ใช้คอมพิวเตอร์หรือมือถือเป็นเวลานาน ควรหยุดพักเป็นระยะ เปลี่ยนอิริยาบถ และจัดโต๊ะทำงานให้ข้อมืออยู่ในแนวตรง ไม่งอขึ้นหรือลงมากเกินไป 
  • ใช้อุปกรณ์พยุงข้อมือในบางราย โดยเฉพาะช่วงกลางคืน หากแพทย์แนะนำ อุปกรณ์พยุงข้อมือจะช่วยให้ข้อมืออยู่ในท่ากลางและลดการงอข้อมือระหว่างนอน แต่ไม่ควรรัดแน่นเกินไป
  • ประคบเย็นหรือประคบอุ่นอย่างเหมาะสม หากบวมและปวดตึง อาจประคบเย็นช่วงสั้น ๆ เพื่อช่วยลดอาการไม่สบาย หากรู้สึกเมื่อยหรือตึง อาจใช้น้ำอุ่นแช่มือหรือประคบอุ่นแบบไม่ร้อนจัด
  • ขยับนิ้วและยืดเหยียดเบา ๆ เช่น กำมือ แบมือ หมุนข้อมือ หรือเหยียดนิ้วช้า ๆ ในช่วงที่ไม่ปวดมาก การเคลื่อนไหวเบา ๆ ช่วยลดความตึงและช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น แต่หากทำแล้วปวดหรือชามากขึ้นควรหยุด
  • ลดอาหารเค็มจัดและดูแลน้ำหนักตามคำแนะนำแพทย์ เพราะโซเดียมสูงอาจทำให้ร่างกายบวมน้ำมากขึ้นในบางคน การกินอาหารหลากหลาย ดื่มน้ำเพียงพอ และฝากครรภ์ตามนัดจะช่วยให้แพทย์ติดตามน้ำหนัก ความดัน และอาการบวมได้เหมาะสม
  • ไม่ควรกินยาแก้ปวด ยาขับปัสสาวะ สมุนไพร หรืออาหารเสริมเพื่อแก้อาการมือชาเอง เพราะบางชนิดไม่เหมาะกับคนท้อง หากปวดมากหรือชามาก ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาเสมอ

 

คนท้องมือชา ร่วมกับอาการต่อไปนี้ ควรปรึกษาแพทย์

แม้อาการมือชาระหว่างตั้งครรภ์ส่วนใหญ่จะไม่อันตราย แต่บางกรณีอาจเป็นสัญญาณของภาวะที่ต้องได้รับการดูแล โดยเฉพาะหากมีอาการต่อไปนี้ร่วมด้วย

  • มือชาอย่างรุนแรง ชาต่อเนื่องไม่ดีขึ้น หรือมีอาการอ่อนแรง เช่น กำมือไม่ได้ ทำของหล่นบ่อย หยิบจับของเล็ก ๆ ไม่ถนัด หรือรู้สึกกล้ามเนื้อมืออ่อนแรง เพราะอาจบ่งบอกว่าเส้นประสาทถูกกดมากกว่าปกติ
  • ชาครึ่งซีก ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด มองเห็นผิดปกติ เวียนศีรษะรุนแรง เดินเซ หรือแขนขาอ่อนแรงเฉียบพลัน อาการเหล่านี้ไม่ควรมองว่าเป็นอาการมือชาธรรมดา ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที
  • มือบวม หน้าบวม หรือเท้าบวมอย่างรวดเร็ว ร่วมกับปวดศีรษะมาก ตาพร่า เห็นแสงวาบ จุกแน่นลิ้นปี่หรือชายโครงขวา คลื่นไส้อาเจียนมาก หรือรู้สึกไม่สบายผิดปกติ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับภาวะครรภ์เป็นพิษ ซึ่งอาจกระทบทั้งคุณแม่และลูก
  • มีอาการบวมร่วมกับความดันโลหิตสูง หรือเคยมีความเสี่ยงครรภ์เป็นพิษ เบาหวานขณะตั้งครรภ์ โรคไต หรือโรคไทรอยด์ ควรแจ้งแพทย์เมื่ออาการมือชาเพิ่มขึ้น เพื่อประเมินว่ามีภาวะแทรกซ้อนอื่นร่วมด้วยหรือไม่
  • ปวดข้อนิ้วหรือข้อมือร่วมกับบวมแดง ร้อน กดเจ็บมาก มีไข้ หรือขยับนิ้วไม่ได้ ควรพบแพทย์เพื่อแยกจากการอักเสบ การติดเชื้อ หรือปัญหาเส้นเอ็นและข้อ
  • อาการมือชารบกวนการนอน การทำงาน หรือการใช้ชีวิตประจำวัน แม้ไม่มีสัญญาณอันตรายชัดเจนก็ควรปรึกษาแพทย์ในการฝากครรภ์ครั้งถัดไป เพื่อรับคำแนะนำเรื่องอุปกรณ์พยุงข้อมือ การทำกายภาพ หรือแนวทางดูแลที่เหมาะกับแต่ละราย

อนาคตที่ดีที่สุดของลูกน้อย เริ่มต้นด้วยโภชนาการผ่านคุณแม่

สุขภาพและพัฒนาการทารกในครรภ์เริ่มต้นด้วยโภชนาการจากคุณแม่ การใส่ใจโภชนาการด้วยนมสำหรับคนท้องจึงเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่ดีที่สุดของลูก เพราะสมองของลูกเริ่มพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อยู่ในครรภ์ จนถึงช่วงให้นมบุตรตลอด 2 ปีแรกของลูก คุณแม่สามารถเลือกโภชนาการที่มี MFGM ช่วยเสริมสร้างสมองลูกใน 1,000 วันแรกของชีวิต และเสริมอาหารสมองที่สำคัญอย่าง ดีเอชเอ, สฟิงโกไมอิลีน,แอลฟา-แลคตาบูมิน, ฟอสโฟลิปิด,แกงกลิโอไซด์ เพื่อให้สมองลูกพัฒนาได้เต็มศักยภาพ

สร้างสมองลูกดีที่สุด เริ่มได้ตั้งแต่ในครรภ์

  • MFGM มีสารอาหารกว่า 150 ชนิดที่มีประโยชน์ต่อสมอง มีบทบาทสำคัญในการสร้างสมองลูกที่เหนือกว่า มีงานวิจัยรองรับ
  • DHA & Choline เสริมสร้างการเจริญเติบโตของเซลล์ประสาทและบำรุงสมอง 

สร้างพัฒนาการลูกดีที่สุด

  • โฟเลตสูง ช่วยการเจริญเติบโตและพัฒนาการของทารกในครรภ์
  • แคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง เสริมความแข็งแรงของกระดูกและฟัน

เสริมโภชนาการแม่ดีที่สุด

  • ดัชนีน้ำตาลต่ำ
  • วิตามิน แร่ธาตุกว่า 25 ชนิด
  • มีใยอาหารอินูลิน ช่วยการขับถ่าย
  • ไขมันต่ำ

 

* นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก
Enfa Smart Club สนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่าง
เดียวอย่างน้อย 6 เดือนและให้นมแม่ควบคู่อาหารตามวัยอีก 2 ปี หรือนานกว่านั้น ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)
Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

คุณกำลังเข้าถึงเนื้อหาจากผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวกับการซื้อหรือ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด​

กรุณากดยืนยันเพื่อดำเนินการต่อ

Line TH
Line TH
Cart TH
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกหมายเลขโทรศัพท์ที่ถูกต้อง
วันเกิดลูกน้อย
กรุณาเลือกวันที่