
Enfa สรุปให้

เลือกอ่านตามหัวข้อ
ในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ หรือช่วงที่ยังมีครรภ์อ่อน ๆ คุณแม่หลายคนอาจมีอาการปวดท้องน้อยอยู่บ่อย ๆ จนบางครั้งอาจจะวิตกกังวลว่าจะเป็นสัญญาณอันตราย เช่น สัญญาณของการแท้ง หรือความผิดปกติอื่น ๆ ขณะตั้งครรภ์ บทความนี้ของ Enfa จะพามาหาคำตอบกันว่า จริง ๆ แล้ว การปวดท้องน้อยขณะตั้งครรภ์อ่อน ๆ นั้น เป็นสัญญาณอันตรายจริงหรือเปล่านะ
อาการปวดท้องน้อยในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์นั้น เป็นสัญญาณสุขภาพที่สามารถตีความได้หลายรูปแบบ ซึ่งโดยทั่วไปอาจเป็นสัญญาณของอาการทางสุขภาพแม่ตั้งครรภ์ ดังนี้
ตัวอ่อนที่ได้รับการปฏิสนธิแล้ว และฝังตัวอยู่ในมดลูก เมื่อเวลาผ่านไปก็จะค่อย ๆ เติบโตขึ้น ทำให้ขนาดเดิมของมดลูกต้องขยายพื้นที่ให้มากขึ้นเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของตัวอ่อนทารก การขยายตัวของมดลูกนี่เองที่ส่งผลให้รู้สึกปวดบริเวณท้องน้อยในช่วงไตรมาสแรก
สตรีมีครรภ์มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อง่าย โดยเฉพาะการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ซึ่งมักจะส่งผลให้รู้สึกปวดท้อง หรือปวดท้องน้อยได้ หากได้รับการวินิจฉัยว่ามีการติดเชื้อใด ๆ เกิดขึ้น ควรไปพบแพทย์และรับการรักษา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนกับทารกในครรภ์
คือ การที่ตัวอ่อนไปฝังตัวอยู่ที่ท่อนำไข่ ซึ่งไม่ได้มีพื้นที่มากพอจะรองรับการเจริญเติบโตของทารก การตั้งครรภ์นอกมดลูกเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องและปวดท้องน้อยในช่วงไตรมาสแรก อย่างไรก็ตาม การท้องนอกมดลูกนั้นไม่ได้เกิดขึ้นกันบ่อย ๆ แต่หากได้รับการวินิจฉัยว่าท้องนอกมดลูก หรือมีแนวโน้มว่าน่าจะเป็นการท้องนอกมดลูก ควรไปพบแพทย์ทันที เพราะหากปล่อยไว้อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตของคุณแม่
การปวดท้องน้อยในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ อาจหมายถึงการแท้งบุตรได้ โดยในช่วง 20 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ หากมีอาการปวดท้องน้อยเกิดขึ้น ร่วมกับภาวะเลือดออก ควรไปเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ เพราะอาจเป็นไปได้ว่ามีภาวะการแท้งบุตรเกิดขึ้น

อาการปวดท้องน้อย อาจแบ่งได้หลายลักษณะ และในแต่ละลักษณะของการปวดท้องน้อย ก็อาจจะมีสาเหตุที่แตกต่างกัน ดังนี้
อาการปวดท้องน้อยด้านซ้ายขณะตั้งครรภ์นั้น อาจหมายถึงอาการทางสุขภาพโดยทั่วไปของการตั้งครรภ์ หรืออาการทางสุขภาพที่ควรระวัง เช่น
โดยทั่วไปแล้วการปวดท้องด้านขวาขณะตั้งครรภ์มักไม่ได้เป็นสัญญาณอันตรายใด ๆ และโดยมากแล้วมักไม่ค่อยมีสาเหตุที่เชื่อมโยงกับการตั้งครรภ์ เช่น
อาการปวดตรงกลางท้องน้อยขณะตั้งครรภ์ โดยทั่วไปแล้วอาจหมายถึงอาการทางสุขภาพต่าง ๆ เช่น
อาการปวดท้องประจำเดือน จะเกิดขึ้นทุก ๆ 28 วัน หรือทุกเดือน โดยอาจจะรู้สึกปวดท้องในช่วงก่อนหรือระหว่างที่มีประจำเดือน ซึ่งอาการปวดก็ค่อนข้างจะหลากหลาย โดยอาจจะรู้สึกปวดจี๊ด ๆ ปวดจุก ปวดตึง ๆ คล้ายเป็นตะคริว ซึ่งอาจจะมีอาการปวดเพียงเล็กน้อย หรือปวดท้องหนักมากก็ได้ และอาการปวดจะปวดติดต่อกันหลายวัน วันแรกของการมีประจำเดือนจะปวดมากหน่อย แต่เมื่อถึงวันที่ประจำเดือนเริ่มหมดอาการก็จะค่อย ๆ ดีขึ้น หรือปวดน้อยลง
ขณะที่อาการปวดท้องหน่วง ๆ ขณะตั้งครรภ์อ่อน ๆ ไม่ได้เกิดขึ้นทุกเดือน และขณะที่ปวดก็ไม่ได้มีเลือดไหลออกจากช่องคลอดเหมือนกับปวดท้องประจำเดือน
มากไปกว่านั้น อาการปวดท้องน้อยขณะตั้งครรภ์ ก็จะแตกต่างกันไปตามแต่สาเหตุของอาการ เช่น รู้สึกปวดท้องน้อยแบบอึดอัด แน่นท้อง หรือปวดจี๊ดเป็นพัก ๆ หรือปวดจุกเป็นพัก ๆ แต่จะไม่ปวดนานเป็นชั่วโมงหรือเป็นวัน และอาการปวดเหล่านี้จะหายไปเอง เว้นเสียแต่ว่าจะมีอาการปวดติดต่อกันเป็นชั่วโมงและไม่ดีขึ้น กรณีเช่นนี้จำเป็นต้องไปพบแพทย์ทันที
โดยทั่วไปแล้วอาการปวดท้องน้อยขณะตั้งครรภ์มักจะหายเองได้ อย่างไรก็ตาม หากในช่วงที่ท้องอ่อน ๆ ปวดท้องน้อย ก็สามารถที่จะรับมือกับอาการปวดท้องน้อยได้ง่าย ๆ ดังนี้
อาการปวดท้องน้อยสามารถพบได้ทุกไตรมาสของการตั้งครรภ์ โดยอาจเริ่มรู้สึกปวดท้องน้อยตั้งแต่ช่วง 12-20 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ พอเข้าไตรมาสสองอาการปวดท้องน้อยก็จะค่อย ๆ ลดลง
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีอาการปวดท้องน้อยอีก เพราะอีกสองไตรมาสที่เหลือ ก็ยังสามารถพบกับอาการปวดท้องน้อยได้บ้าง ดังนี้
อย่างไรก็ตาม อาการปวดท้องน้อยขณะตั้งครรภ์ไม่ได้เกิดขึ้นกับคุณแม่ทุกคน คุณแม่บางคนอาจปวดท้องน้อยแค่ไตรมาสแรก คุณแม่บางคนอาจปวดท้องน้อยทุกไตรมาส และคุณแม่บางคนก็ไม่เคยปวดท้องน้อยเลย
โดยมากแล้วอาการปวดท้องน้อยขณะตั้งครรภ์มักจะหายปวดเองได้ แต่ในกรณีที่มีอาการปวดท้องน้อยดังต่อไปนี้ ควรไปพบแพทย์ทันที
อาการปวดหน่วงช่องคลอดนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุที่แตกต่างกันไป บางสาเหตุอาจไม่จำเป็นต้องกังวล เช่น ปวดหน่วงเพราะมดลูกขยายตัว
แต่ในกรณีที่มีอาการปวดหน่วงอันเนื่องมาจากโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ เช่น การติดเชื้อที่ช่องคลอด การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ควรไปพบแพทย์ทันที
ในช่วงตั้งครรภ์สุขภาพของคุณแม่มักจะมีความอ่อนไหวมากเป็นพิเศษ ปัญหาสุขภาพเพียงเล็กน้อยอาจเป็นสัญญาณอันตรายก็ได้
ดังนั้น หากรู้สึกว่าอาการปวดใด ๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นนั้นเป็นสัญญาณสุขภาพที่ผิดปกติ ควรไปเข้ารับการตรวจวินิจฉัยกับแพทย์ทันที เพื่อที่ว่าหากอาการนั้น ๆ เป็นสัญญาณอันตรายจริง แพทย์จะได้หาวิธีรับมือได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์
Enfa สรุปให้ คนท้องขาบวมกี่วันคลอดอาจตอบได้ยาก เพราะขาบวมไม่ได้บอกวันคลอดที่แน่นอน อาจบวมได้หลา...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ แอปตั้งครรภ์ ช่วยให้คุณแม่ติดตามข้อมูลสำคัญระหว่างตั้งครรภ์ได้เป็นระบบ เช่น อายุคร...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ สีประจำเดือนคนท้อง หากมีเลือดสีชมพู น้ำตาล แดง หรือดำ ควรสังเกตปริมาณเลือด อาการปว...
อ่านต่อ