ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
recipe-ideas-for-preschoolers

10 เมนูอาหารสําหรับวัยก่อนเรียน 3-6 ปี ปรุงง่าย ๆ ลูกกินไม่เบื่อ

Enfa สรุปให้

  • เมนูอาหารสําหรับวัยก่อนเรียน 3-6 ปี ควรจะต้องมีทั้งเนื้อสัตว์ ผัก และไขมัน เพื่อให้เด็กได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ในการเจริญเติบโต
  • เมนูอาหารสําหรับวัยก่อนเรียน 3-6 ปี ควรทำให้มีความหลากหลาย หลีกเลี่ยงการทำเมนูเดิมซ้ำ ๆ เพราะจะยิ่งทำให้ลูกเบื่ออาหาร กินข้าวได้น้อยลง
  • ไม่จำเป็นต้องทำเมนูเพื่อสุขภาพทุกวัน แต่พยายามจัดสมดุลของวัตถุดิบให้หลากหลาย ปรุงรสให้ถูกใจลูก เพื่อให้ลูกเจริญอาหาร และได้รับโภชนาการที่ดีต่อการเจริญเติบโต

 

 

เลือกอ่านตามหัวข้อ

     • 10 เมนูอาหารสําหรับวัยก่อนเรียน 3-6 ปี
     • เมนูลูกรักวัย 3 ขวบ พ่อแม่จะเตรียมยังไงดี
     • โภชนาการสําหรับวัยก่อนเรียน 3-6 ปี ควรมีสัดส่วนอย่างไร

ลูกวัยอนุบาล วัยกำลังกิน กำลังนอน ก็ต้องเตรียมเมนูเด็ด ๆ ไว้เสริมพลังให้ลูกรักกันสักหน่อย ลูกจะได้แข็งแรง เติบโต และพร้อมทำกิจกรรมได้อย่างเต็มที่ ไม่มีกังวลเรื่องท้องร้องจ๊อก ๆ วันนี้ Enfa ขอชวนคุณพ่อคุณแม่เข้าครัวมาทำเมนูอาหารสําหรับวัยก่อนเรียน 3-6 ปีด้วยกันค่ะ

10 เมนูอาหารสําหรับวัยก่อนเรียน 3-6 ปี


เด็กควรได้กินอาหารที่หลากหลาย เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตอย่างเพียงพอ และยังช่วยเพิ่มการเจริญอาหาร ไม่ทำให้ลูกเบื่ออาหารด้วยนะ ถ้ายังนึกไม่ออกว่าพรุ่งนี้จะทำอะไรให้ลูกกินดี ลองปรุงเมนูเด็ดสำหรับวัยซนดังต่อไปนี้ดูสิคะ รับรองว่าลูกยกนิ้วให้แน่นอน

1. ข้าวผัดกุ้ง

ส่วนผสม:  

  • ข้าวสวย (หอมมะลิ) 400 กรัม
  • กุ้ง 300 กรัม
  • ไข่ 3 ฟอง
  • กระเทียม 15 กรัม
  • ต้นหอม 20 กรัม
  • ซอสปรุงรสฝาเขียว 1 2/3 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทย 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ:  

ล้างกุ้ง ผ่าหลัง ทำความสะอาดให้เรียบร้อย เจียวกระเทียมให้หอมแล้วใส่กุ้งลงไปผัดด้วยไฟแรง เมื่อกุ้งเริ่มออกสีส้ม ใส่ไข่ลงไป คนให้เข้ากัน ปิดท้ายด้วยข้าวสวยหุงสุก ปรุงรสตามใจชอบ ผัดให้เข้ากัน แล้วตักเสิร์ฟได้เลยค่ะ

2. ไข่กระทะ

ส่วนผสม:  

  • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
  • หมูบดละเอียด 150 กรัม
  • ซอสปรุงรสฝาเขียว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  • เนยสดชนืดจืด
  • ไข่ไก่
  • หมูสับผัด
  • กุนเชียงทอด
  • หมูยอ
  • ไส้กรอก
  • ต้นหอมซอย
  • พริกไทยป่น
  • ซอสมะเขือเทศ
  • ซอสแม๊กกี้
  • ถ้วยฟอยล์เบอร์ 3282p
  • กระทะสำหรับทำไข่กระทะ

วิธีทำ:  

นำหมูยอ ไส้กรอก และกุนเชียงมาหั่นเป็นชิ้นให้เรียบร้อย ผัดหอมใหญ่ให้สุก แล้วเติมหมูสับลงไปผัดให้เข้ากัน ปรุงรสตามใจชอบ เมื่อสุกแล้วตักขึ้นพักไว้ แล้วนำกุนเชียงลงไปทอดให้สุก จากนั้นใส่เนย 1 ก้อนลงในถ้วยฟอยล์ แล้วนำไปตั้งบนเตาด้วยไฟอ่อน รอให้เนยละลายแล้วตอกไข่ใส่ลงไป เมื่อไข่เริ่มจะสุกตัวดี ค่อย ๆ จัดเรียงส่วนผสมทั้งหมดที่ปรุงสุกแล้วลงไปให้สวยงาม โรยต้นหอมเล็กน้อยก็พร้อมเสิร์ฟ  

3. พาสตาครีมกุ้ง

ส่วนผสม:  

  • เส้นพาสตา 1 กำมือ
  • กุ้ง ประมาณ 5-6 ตัว
  • คุกกิ้งครีม (Cooking cream) 1 กล่อง
  • เนย 1 ช้อนโต๊ะ
  • พาสลีย์ใช้เพียงหยิบมือ
  • กระเทียมหรือหัวหอมประมาณ 1 กำมือ
  • พริกไทย
  • เกลือ
  • ไข่ไก่ (ใช้แต่ไข่แดง)

วิธีทำ:  

ต้มเส้นพาสต้าแบบอัลเดนเต้ ประมาณ 7-8 นาที แล้วนำกุ้งลงไปจี่ในกระทะให้สุก ตักขึ้นพักไว้ จากนั้นใส่เนย กระเทียมหรือหัวหอม และคุกกิ้งครีมลงในกระทะ ปรุงรสด้วยพริกไทยและเกลือ คนให้เข้ากันแล้วนำเส้นลงไปคลุก ตอกไข่แดงลงไปก่อน จากนั้นจึงใส่กุ้ง คลุกจนทุกอย่างเข้ากัน โรยพาสลีย์ปิดท้าย พร้อมตักเสิร์ฟได้เลยค่ะ

4. ข้าวต้มหมูสับ

ส่วนผสม:  

  • หมูสับ ปริมาณตามใจชอบ
  • ข้าวสวย 1 ถ้วยตวง
  • กระเทียมเจียว 2 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วขาว 4 ช้อนโต๊ะ
  • ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • กุ้งแห้ง 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทยป่น
  • น้ำเปล่า
  • รากผักชี
  • กระเทียม
  • พริกไทย

วิธีทำ:  

ปรุงหมูสับด้วยซีอิ๊วขาวแล้วนำไปผัดกับกุ้งแห้งจนสุก ตักขึ้นพักไว้ จากนั้นตั้งน้ำ เพื่อทำน้ำซุปใส่รากผักชี กระเทียม และพริกไทยลงไป ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว เมื่อน้ำซุปเริ่มเดือด ใส่หมูสับที่ผัดไว้ลงไป ตามด้วยข้าวสวย ต้มต่อสักพักให้ข้าวสุกนิ่มเต็มที่ แล้วตักขึ้นเสิร์ฟ โรยกระเทียมเจียว พริกไทยป่น ต้นหอมซอย และผักชี เพียงเท่านี้ก็ชวนท้องร้องแบบสุด ๆ แล้วค่ะ

5. มักกะโรนีผัดไข่

ส่วนผสม:  

  • เส้นมักกะโรนี ลวกให้สุก 1 ถ้วย
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • หอมใหญ่สับ 1/3 ลูก
  • มะเขือเทศสับ 1/2 ลูก
  • ซอสมะเขือเทศ 3 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสถั่วเหลือง 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  • พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
  • น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ:  

ผัดหอมใหญ่ให้หอม สุกกำลังดี ตอกไข่ลงไปผัดให้สุก จากนั้นใส่เส้นมักกะโรนีและมะเขือเทศสับลงไป ปรุงรสด้วยซอสมะเขือเทศ ซอสถั่วเหลือง น้ำตาลทราย และพริกไทยป่น ผัดให้เข้ากันแล้วตักเสิร์ฟได้เลย

6. ปลาเปรี้ยวหวาน

ส่วนผสม:  

  • เนื้อปลากะพง 350 กรัม
  • สับปะรด 80 กรัม
  • พริกหวานสีเขียว 40 กรัม
  • พริกหวานสีแดง 40 กรัม
  • หอมใหญ่ 30 กรัม
  • มะเขือเทศ 1 ลูก
  • แป้งข้าวโพดละลายน้ำ (แป้ง 1 ชต. + น้ำ 5 ชต.)
  • น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วขาว 1 ชตช้อนโต๊ะ
  • ซอสมะเขือเทศ 3 ช้อนโต๊ะ
  • แป้งสาลี 1 ถ้วย
  • น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันปาล์ม 1 ลิตร (สำหรับทอดปลา)

วิธีทำ:  

แล่เนื้อปลากะพง หนาประมาณ 1 เซนติเมตร แล้วคลุกปลากับแป้งสาลีให้ทั่ว นำลงไปทอดให้สุกแล้วพักไว้ จากนั้นตั้งกระทะนำผักทุกอย่างลงไปผัดให้พอสุก ปรุงรสตามใจชอบ เมื่อซอสเริ่มเดือด เติมแป้งข้าวโพดละลายน้ำลงไป ตามด้วยเนื้อปลากะพง ผัดไปมาเบา ๆ ให้เข้ากัน จากนั้นก็พร้อมตักเสิร์ฟแล้วค่ะ

7. ไข่ลูกเขย

ส่วนผสม:  

  • ไข่เป็ด 8 ฟอง
  • น้ำมันปาล์มสำหรับทอด
  • น้ำมะขามเปียก ¼ ถ้วย
  • น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • หอมเจียวสำหรับโรยหน้า
  • ผักชีสำหรับโรยหน้า

วิธีทำ:  

ต้มไข่เป็ดประมาณ 8 นาที แล้วปอกเปลือกให้เรียบร้อย แล้วนำลงไปทอดในน้ำมันให้เหลืองสวย ตักขึ้นพักไว้ จากนั้นใส่น้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ และน้ำปลาลงคนผสมให้เข้ากันจนน้ำตาลละลายหมด เคี่ยวให้เหนียวข้นได้ที่ ผ่าครึ่งไข่เป็ด จัดวางเรียงใส่จานให้สวย แล้วราดด้วยซอสมะขามเปียก โรยหน้าโรยด้วยหอมเจียวและผักชี น่ากินสุด ๆ ไปเลยค่ะ

8. กุ้งผัดหน่อไม้ฝรั่ง

ส่วนผสม:  

  • กุ้งสดประมาณ 10 ตัว
  • หน่อไม้ฝรั่ง 15 หน่อ
  • กระเทียม 3 กลีบ
  • น้ำตาล
  • ซอสหอยนางรม
  • น้ำปลา
  • น้ำเปล่า
  • แป้งมัน
  • น้ำมันพืช

วิธีทำ:  

ผัดกระเทียมให้หอม แล้วใส่หน่อไม้ฝรั่งลงไป ผัดจนใกล้สุก เติมกุ้งสดลงไป จากนั้นใส่น้ำปลา น้ำตาล ซอสหอยนางรม น้ำเปล่า และแป้งมัน(ใส่แบบผง ไม่ต้องละลายน้ำ) ผัดให้ทุกอย่างเข้ากัน เมื่อสุกดีแล้ว ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟได้เลย

9. เต้าหู้ทรงเครื่อง

ส่วนผสม:  

  • เต้าหู้ไข่ 3 หลอด
  • หมูสับ 3 ขีด
  • แคร์รอตหั่นเต๋า 2 ช้อนโต๊ะ
  • ข้าวโพดอ่อน 2 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมสับ 1ช้อนโต๊ะ
  • ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสปรุงรส Organic 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาล 1 ช้อนชา
  • น้ำเปล่า ½ ถ้วย
  • แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผักชีซอยสำหรับตกแต่ง
  • น้ำมันพืช

วิธีทำ:  

ทอดเต้าหู้ให้เป็นสีเหลืองทอง แล้วตักขึ้นพักไว้ จากนั้นละลายแป้งข้าวโพดกับน้ำเล็กน้อยแล้วพักไว้ นำกระเทียมลงไปผัดให้หอม จากนั้นใส่แคร์รอต ข้าวโพด และหมูสับลงไป ผัดจนทุกอย่างสุก ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม ซอสปรุงรส น้ำตาลทราย เติมน้ำเปล่าเล็กน้อย เมื่อน้ำเริ่มเดือด เทน้ำแป้งข้าวโพดลงไป คนให้เข้ากัน จากนั้นรอจนน้ำซอสเริ่มมีความเหนียวข้น ตักขึ้นใส่จาน โรยหน้าด้วยผักชี พร้อมเสิร์ฟได้เลยค่ะ

10. สปาเกตตีไก่ใส่ไข่

ส่วนผสม:  

  • เส้นสปาเกตตี 1 กำมือ
  • มะเขือเทศลูกใหญ่ 4 ลูก
  • หัวหอม ใหญ่ 1ลูก  
  • ไข่ไก่ 2ฟอง
  • ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ  
  • ผงออริกาโนหยิบมือ
  • ซอสมะเขือเทศ 8 ช้อนโต๊ะ  
  • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ  
  • กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ  

วิธีทำ:  

ทุบกระเทียม หั่นหอมใหญ่และมะเขือเทศเป็นลูกเต๋า เนื้อไก่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ นำเส้นสปาเกตตีไปต้มจนสุกประมาณ 10 นาที พักไว้ในน้ำเย็น แล้วนำมาคลุกน้ำมันพืชเล็กน้อย จากนั้นผัดกระเทียมจนหอม ใส่เนื้อไก่ลงไป ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม ตอกไข่ลงไปผัดจนสุก แล้วจึงเติมหอมใหญ่กับมะเขือเทศลงไปผัด เมื่อทุกอย่างสุกแล้ว เติมเส้นสปาเกตตีลงไป ปรุงรสด้วยซอสมะเขือเทศกับผงออริกาโน ผัดให้เข้ากัน ตักขึ้นเสิร์ฟได้เลย

เมนูลูกรักวัย 3 ขวบ พ่อแม่จะเตรียมยังไงดี


เมนูอาหารเช้าลูกวัยอนุบาล ควรเตรียมให้มีความหลากหลาย ไม่ควรทำเมนูเดิมบ่อย ๆ เพราะจะทำให้เด็กเบื่ออาหาร และไม่ยอมกินข้าวได้ค่ะ

และเพื่อให้เด็กได้กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ คุณพ่อคุณแม่ควรเตรียมเมนูอาหารลูกวัยอนุบาล ดังนี้

  • พยายามทำเมนูที่มีส่วนผสมทั้งผักและเนื้อสัตว์ เพื่อให้ลูกได้รับทั้งโปรตีน ไขมัน วิตามินและเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกาย
  • หากลูกไม่ชอบกินผัก อาจต้องมีวิธีในการซุกซ่อนผักไว้ในเมนูอาหาร หรือดัดแปลงผักเป็นรูปร่างต่าง ๆ ในดูน่าสนุก น่ากินมากขึ้น
  • พยายามไม่ทำเมนูซ้ำ ๆ กัน เพราะจะทำให้ลูกเบื่ออาหาร กินข้าวน้อยลงได้
  • เตรียมอาหารให้เสร็จก่อนเวลาลูกไปโรงเรียน เผื่อเวลาให้ลูกได้กินข้าวเช้า เพื่อเสริมสร้างพลังงานก่อนไปโรงเรียน
  • สามารถยืดหยุ่นเมนูอาหารได้ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นเมนูสุขภาพทุกวัน เพราะเด็ก ๆ มักจะเบื่อง่ายอยู่แล้ว ยิ่งถ้ากินแต่เมนูที่ไม่ค่อยมีรสชาติอะไร ยิ่งทำให้เด็กเบื่ออาหารมากขึ้น สามารถยืดหยุ่นทำเมนูโปรดบ้าง เมนูสุขภาพบ้าง สลับกันไปมาจะดีกว่า

โภชนาการสําหรับวัยก่อนเรียน 3-6 ปี ควรมีสัดส่วนอย่างไร


อาหารวัยก่อนเรียน 3 มื้อ สามารถแบ่งสัดส่วนที่เหมาะสมตามวัยได้ ดังนี้

  • ข้าว+แป้ง วันละ 5 ทัพพี
  • ผัก วันละ 3 ทัพพี
  • ผลไม้ วันละ  3 ส่วน (ผลไม้แบบผล 1 ส่วน (ส้มผลกลาง 2 ผลหรือกล้วยน้ำว้า 1 ผล,ผลไม้แบบชิ้นคำเช่นมะละกอ แตงโม สับประรด 1 ส่วน= 8 ชิ้นคำ
  • นมวันละ 2-3 แก้ว
  • เนื้อสัตว์ วันละ 4 ช้อนกินข้าว
  • ไขมันหรือน้ำมันวันละ 5 ช้อนชา (น้ำตาล,เกลือ กินได้แต่น้อย)

โภชนาการข้างต้นนี้ ไม่จำเป็นต้องทำตามเป๊ะทุก ๆ วัน เพราะหน้างานจริงสามารถยืดหยุ่นได้ บางวันลูกอาจกินได้มาก แต่บางวันอาจจะกินน้อยลง วันนี้อาจเน้นเนื้อสัตว์มากหน่อย วันต่อไปอาจเน้นผักขึ้นมานิดหนึ่ง พยายามพลิกแพลงเมนูที่ลูกชอบให้หลากหลาย ก็จะช่วยให้ลูกเจริญอาหาร และได้รับคุณค่าทางโภชนาการอย่างเหมาะสมค่ะ

เลือก Enfa สูตรที่ใช่ แบรนด์เดียวที่เสริม MFGM

เด็กควรได้กินนมแม่อย่างน้อย 6 เดือนแรกของชีวิต เพื่อให้ได้รับสารอาหารและสารภูมิคุ้มกันที่มีประโยชน์ในการเจริญเติบโตและเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

แต่ในกรณีที่แม่ไม่สามารถให้นมลูกได้เอง สามารถปรึกษากับแพทย์ เพื่อเลือกนมเสริมที่มีสารอาหารเหมาะสมกับวัยของลูก

ซึ่งนมที่เหมาะสำหรับเด็ก ควรจะต้องมี “MFGM” หรือเยื่อหุ้มอนุภาคไขมันที่พบในน้ำนมแม่ (Milk Fat Globule Membrane) ประกอบด้วยโปรตีนและไขมันกว่า 150 ชนิด อย่างสฟิงโกไมอิลีน ฟอสโฟลิปิด แกงกลิโอไซต์ มีส่วนช่วยเสริมสร้างพัฒนาการสมองที่ดีของลูกน้อย ส่งเสริมการทำงานของสมองให้ลูกน้อยทั้งด้านสติปัญญา และอารมณ์ เพื่อให้ลูกได้สารอาหารที่ดีต่อการเติบโตอย่างสมวัย และดีต่อพัฒนาการด้านสมองตั้งแต่ 1 ขวบแรกของชีวิต 



บทความแนะนำสำหรับคุณแม่

บทความที่แนะนำ

หย่านม เลิกขวดนมอย่างไร ไม่ทำร้ายจิตใจลูกน้อย
ป้อนกล้วยบด
baby-refuses-to-eat
EFB banner
Mobile efb banner
EFB banner

Leaving page banner