ปัญหาการขับถ่ายของลูก นับเป็นหนึ่งในปัญหาอันดับต้นๆ ที่สร้างความกังวลใจให้คุณแม่ โดยเฉพาะปัญหาลูกไม่ถ่าย ลูกถ่ายไม่ออก เป็นปัญหาที่พบบ่อยมาก และสร้างความสงสัยให้คุณแม่ว่าเกิดจากอะไร เพราะเท่าที่ดูลูกก็กินได้แต่ทำไมจึงไม่ขับถ่ายของเสียที่กินออกมา

สาเหตุและการแก้ไขอาการไม่ถ่ายหลายๆ วันในเด็กเล็ก, การสวนทวารนั้นไม่ควรทำในเด็กเล็กที่มีอายุน้อย

 

สำหรับสาเหตุของปัญหาลูกไม่ถ่าย ลูกถ่ายไม่ออกหลายวันนั้น ขอแยกเป็นกลุ่มเด็กที่กินนมแม่และนมผง ดังนี้

  • เด็กกินนมแม่ สำหรับเด็กที่กินนมแม่ ร่างกายจะสามารถย่อยนมแม่ได้หมด และสารอาหารในนมแม่จะถูกดูดซึมไปใช้ได้เกือบหมด เหลือของเสียที่ต้องเร่งกำจัดออกจากร่างกายไม่มาก จึงเหลือกากอาหารไว้สำหรับขับถ่ายไม่มาก เด็กอาจจะไม่ถ่ายหลายวันได้ (ในทางกลับกันทารกที่กินนมแม่ในช่วงแรก มักถ่ายบ่อยได้ถึง 8-10 ครั้งต่อวัน) แต่หากถ่ายออกมาแล้วอุจจาระไม่แข็ง ก็ยังถือว่าปกติ ยังไม่เข้าข่ายท้องผูก

  • เด็กกินนมผง ในนมวัวมีส่วนประกอบที่เป็นน้ำน้อยกว่านมแม่ มีสารอาหารบางอย่าง เช่น โปรตีนที่มีโมเลกุลใหญ่ อาจทำให้ระบบการขับถ่ายของเด็กทำงานหนักและยากกว่าเด็กกินนมแม่ ประกอบกับระบบย่อยอาหารของเด็กเล็กยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์ จึงยังไม่สามารถย่อยโปรตีนนมวัวที่มีโมเลกุลใหญ่ได้ หากไม่ถ่ายหลายวัน หรือถ่ายน้อยกว่า 2 ครั้งต่อสัปดาห์ คุณแม่ต้องสังเกตลักษณะอุจจาระของลูกว่าเป็นก้อนแข็ง เป็นเม็ดเล็กๆ หรือลูกต้องออกแรงเบ่งไหม เพราะหากเข้าข่ายนี้แสดงว่าลูกท้องผูก

ลูกไม่ถ่าย ลูกถ่ายไม่ออกหลายวันช่วยยังไงดี

สาเหตุและการแก้ไขอาการไม่ถ่ายหลายๆ วันในเด็กเล็ก, การสวนทวารนั้นไม่ควรทำในเด็กเล็กที่มีอายุน้อย

เด็กอายุน้อยว่า 6 เดือนที่ยังกินผักผลไม้ไม่ได้ คุณแม่สามารถช่วยได้ดังนี้..

  • คุณแม่กินผักผลไม้ที่มีกากใยเพิ่มขึ้น

  • นวดท้องลูก หรือจับลูกทำท่าถีบจักรยานอากาศ เพื่อกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ช่วยให้ลูกถ่ายออกมาได้เร็วขึ้น

  • ปรึกษาคุณหมอ หากทำทุกวิธีแล้วลูกยังไม่ถ่ายควรปรึกษาคุณหมอ เพื่อหาสาเหตุและวิธีการแก้ไขต่อไป

หากลูกอายุ 6 เดือนขึ้นไป ซึ่งกินอาหารเสริมได้แล้ว คุณแม่ควร...

  • ให้ลูกกินผักผลไม้ที่มีกากใยเพิ่มขึ้น

  • ดื่มน้ำมากขึ้น เพื่อช่วยให้ขับถ่ายคล่องขึ้น

  • เปลี่ยนมากินนมที่ผสมใยอาหารที่ช่วยในการขับถ่าย หากลูกกินนมผง ลูกอาจท้องผูกจากนมที่กินอยู่ คุณแม่สามารถเปลี่ยนนมมาเป็นนมสูตรที่มีใยอาหารสุขภาพที่ช่วยในการขับถ่ายอย่างเช่น พีดีเอ็กซ์ (PDX) และ กอส (GOS) ซึ่งเป็นเส้นใยอาหารสุขภาพ และมีคุณสมบัติเป็นพรีไบโอติก ซึ่งเป็นอาหารของจุลินทรีย์สุขภาพที่มีอยู่ในลำไส้ใหญ่ ด้วยโครงสร้างของพีดีเอ็กซ์ที่ซับซ้อนกว่าไฟเบอร์ชนิดอื่น จึงทำให้กระบวนการย่อยเป็นไปอย่างช้าๆ ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นการเจริญเติบโตและการทำงานของจุลินทรีย์สุขภาพ ที่อาศัยอยู่ในลำไส้ใหญ่ได้อย่างทั่วถึง เป็นการรักษาสมดุลในลำไส้ ขณะที่กอส ก็จะช่วยกระตุ้นและเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร ช่วยให้เด็กระบบขับถ่ายที่ดี

เมื่อลูกได้รับนมที่มีส่วนผสมของเส้นใยอาหารสุขภาพทั้งพีดีเอ็กซ์ และ กอส ซึ่งจะทำงานควบคู่กันภายในลำไส้ใหญ่ เพื่อเสริมสร้างการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์สุขภาพ สนับสนุนการทำงานของระบบทางเดินอาหาร ลดอาการท้องผูก ทำให้อุจจาระอ่อนนุ่มขึ้น ดีต่อสุขภาพและการขับถ่ายของลูก

 

ลูกไม่ถ่าย ลูกถ่ายไม่ออกสวนทวารช่วยได้หรือไม่

คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปพบแพทย์ เมื่อทารกไม่ถ่ายติดต่อกัน 3-4 วันขึ้นไป ไม่ควรซื้อยาสวนหรือยาระบายเอง การสวนทวารบ่อยๆ จะทำให้เกิดการระคายเคืองเยื่อบุลำไส้ และกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักอาจมีแผลเกิดความเจ็บปวด ซึ่งจะส่งผลให้กล้ามเนื้อหูรูดรอบทวารหนักยิ่งหดเกร็งมากขึ้น ยิ่งทำให้ท้องผูก ลูกไม่ถ่ายหรือถ่ายไม่ออกมากขึ้น และมีผลให้ลูกเบ่งอุจจาระไม่เป็นในที่สุด

 

สาเหตุและการแก้ไขอาการไม่ถ่ายหลายๆ วันในเด็กเล็ก, การสวนทวารนั้นไม่ควรทำในเด็กเล็กที่มีอายุน้อย

หากลูกไม่ถ่ายมากกว่า 5 วัน แพทย์อาจแนะนำให้ใช้การสวนก้น ให้ลูกนอนนอนหงายหรือนอนตะแคง สวนก้นโดยใช้แท่งกลีเซอรีน (Glycerin) เล็กๆ สำหรับเหน็บก้นเด็ก จับด้านหนึ่งด้วยกระดาษเพื่อกันลื่น และสอดด้านปลายแหลมเข้าไปบริเวณรูก้นจนสุด ใช้นิ้วมืออุดรูทวารหรือบีบแก้มก้นของลูกไว้ประมาณ 10 นาที เพื่อให้ตัวยาละลายให้หมด เมื่อยาออกฤทธิ์ลูกจะเบ่งอุจจาระออกมา จากนั้นให้คุณแม่ช่วยนวดท้องให้ถ่ายจนหมด ถ้าถ่ายออกมาเละๆ คล้ายยาสีฟัน แสดงว่าปกติ คุณแม่คลายกังวลได้ ไม่ควรทำบ่อยๆ เพราะอาจจะสร้างปัญหาตามที่ว่าไว้ข้างต้นได้

เมื่อคุณแม่ได้ทราบถึงสาเหตุที่ลูกถ่ายไม่ออก ลูกถ่ายยาก และแนวทางแก้ไขแล้ว สิ่งสำคัญคือการทำให้การขับถ่ายของลูกกลับมาเป็นปกติ เพราะเมื่อลูกขับถ่ายได้ดี จะส่งผลดีต่อพัฒนาการด้านต่างๆ ของเขา รวมทั้งตัวคุณแม่เองก็จะคลายกังวลด้วยค่ะ ขอให้เอาชนะปัญหาลูกไม่ถ่าย ลูกถ่ายยาก และลูกท้องผูกให้ได้นะคะ

 

ตรวจสอบข้อมูลโดย : ผศ.พญ.ดิษจี ลุมพิกานนท์
กุมารแพทย์ สาขาทารกแรกเกิดและปริกำเนิด
ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล