ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
อาหารแก้แพ้ท้อง เลือกแบบไหนให้คลื่นไส้ อาเจียนลดลง
อาหารแก้แพ้ท้อง เลือกแบบไหนให้คลื่นไส้ อาเจียนลดลง

Enfa สรุปให้

  • อาการแพ้ท้อง เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย ส่งผลให้คุณแม่ไวต่อกลิ่นและรสชาติ ทั้งยังก่อให้เกิดอาการคลื่นไส้และอาเจียนบ่อย ๆ อีกด้วย
  • ในช่วงไตรมาสแรกที่มีอาการแพ้ท้องรุนแรง คุณแม่อาจจะกินอาหารได้น้อย แต่ยังจำเป็นจะต้องกินอาหารให้เหมาะสม โดยเน้นอาหารกลุ่มโปรตีนที่จะช่วยให้พลังงานและทำให้อิ่มท้องนานขึ้น
  • กรณีที่แพ้ท้องรุนแรง ควรไปพบแพทย์ เพราะถ้าหากอาการแพ้ท้องรบกวนการนอนหลับและการกินอาหารจนส่งผลให้น้ำหนักลดลง อาจส่งผลเสียต่อการตั้งครรภ์ได้

เลือกอ่านตามหัวข้อ

     • ทำไมคุณแม่ตั้งครรภ์ถึงมีอาการแพ้ท้อง
     • อาหารแก้แพ้ท้อง มีอะไรได้บ้าง
     • ลูกอมแก้แพ้ท้องได้จริงหรือ
     • แนะนำเมนูอาหารแพ้คลื่นไส้สำหรับคุณแม่แพ้ท้อง
     • คุณแม่ท้องควรเลือกซื้ออาหารอย่างไร
     • ไขข้อข้องใจเรื่องอาหารแก้แพ้ท้องกับ Enfa Smart Club

อาหารแพ้ท้อง เป็นอาการโดยทั่วไปของคนท้อง แม่ท้องหลายคนมีอาการแพ้ท้องรุนแรง และบางคนก็แพ้ท้องยาวตลอดการตั้งครรภ์เลยก็มี เมื่อเป็นแบบนี้คุณแม่ควรจะเลือกกินอาหารแบบไหนถึงจะแพ้ท้องน้อยลง

อาหารแก้แพ้ท้องแบบไหนที่กินแล้วอาการแพ้ท้องดีขึ้นบ้างนะ ถ้าอยากรู้ ก็ตามไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันกับ Enfa เลยค่ะ

อาการแพ้ท้อง ทำไมคุณแม่ท้องต้องมีอาการเหล่านี้


อาการแพ้ท้อง เป็นอาการปกติของท้องค่ะ แต่ความรุนแรงจะแตกต่างกันไป บางคนแพ้ท้องรุนแรง บางคนแพ้ท้องนิดเดียว ซึ่งอาการแพ้ท้องนั้นมีสาเหตุสำคัญมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย ส่งผลให้เกิดความไวต่อกลิ่นและรสชาติต่าง ๆ จากลิ่นที่ชอบตอนนี้อาจจะไม่ชอบ อาหารที่ชอบตอนนี้อาจจะไม่ชอบ

มากไปกว่านั้น ความผกผันของฮอร์โมนในระยะแรกของการตั้งครรภ์นี้ยังส่งผลให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียนได้บ่อย ๆ อีกด้วย ซึ่งอาการแพ้ท้องนี้ จะมีรุนแรงมากหรือน้อยแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล

หากพยายามบรรเทาอาการแพ้ท้องแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น หรือแพ้ท้องหนักมากจนนอนไม่หลับ กินอาหารได้น้อยลง และน้ำหนักตัวเริ่มลดลง ให้รีบไปพบแพทย์ค่ะ เพราอาจจะส่งผลเสียที่อันตรายต่อสุขภาพของคุณแม่ได้

อาหารแก้แพ้ท้อง มีอาหารชนิดไหนบ้างที่ช่วยแก้แพ้ท้องได้


คุณแม่หลายคนที่มีอาการแพ้ท้อง อาจใช้วิธีเลือกกินเพื่อช่วยให้อาการแพ้ท้องดีขึ้น ซึ่งอาหารที่เหมาะสำหรับอาการแพ้ท้องนั้นมีขอบเขตที่ค่อนข้างกว้างและแตกต่างไปตามความชอบของแต่ละคนด้วย อาหารที่ได้ผลกับบางคน อาจไม่ได้ผลกับบางคน

อย่างไรก็ตาม อาหารที่คุณแม่เลือกกินเพื่อบรรเทาอาการแพ้ท้อง ยังจำเป็นจะต้องกินอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อให้ร่างกายยังได้รับสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ในขณะที่อาการแพ้ท้องก็ดีขึ้นด้วย

10 อาหารแก้แพ้ท้อง ที่ดีและมีประโยชน์

มะนาว

1. มะนาว

นอกจากจะมีรสชาติเปรี้ยวที่ช่วงล้างความขมปากในช่วงแพ้ท้องรุนแรงแล้ว กลิ่นของมะนาวยังจัดว่าเป็นสุคนธบำบัด หรืออโรมาเธอราพีที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและสดชื่นขึ้น มีส่วนช่วยลดอาการคลื่นไส้ลงได้ การกินมะนาว หรือดื่มน้ำมะนาว จึงอาจช่วยให้คุณแม่รู้สึกดีขึ้นเมื่อมีอาการแพ้ท้องกำเริบ

ขิง

2. ขิง

ขิงมีสรรพคุณช่วยในการระบายและขับลม ทั้งยังมีส่วนช่วยป้องกันอาการคลื่นไส้ในขณะตั้งครรภ์ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยคุณแม่สามารถเลือกดื่มเป็นน้ำขิง ชาขิง ลูกอมรสขิง ก็ล้วนแล้วแต่ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเมื่อมีอาการคลื่นไส้อาเจียน

ไข่

3. ไข่

มีผลการวิจัยกล่าวว่า การขาดโปรตีนอาจทำให้คุณแม่มีอาการคลื่นไส้ อาเจียนมากขึ้น ดังนั้น การกินเนื้อสัตว์ต่าง ๆ จะช่วยให้คุณแม่ได้รับโปรตีนที่เพียงพอ และยังช่วยให้อาการคลื่นไส้ลดลงด้วย

ซีเรียล

4. ซีเรียล

แม้ว่าซีเรียลจะไม่ได้ช่วยทำให้อาการแพ้ท้องหายไป แต่คุณแม่ที่แพ้ท้องบ่อย ๆ อาจจะกินอะไรไม่ค่อยลง การกินซีเรียลอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะไม่มีกลิ่นรบกวนที่ส่งผลให้เกิดอาการคลื่นไส้ ทั้งยังมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย

แตงโม

5. แตงโม

นอกจากจะช่วยให้รู้สึกสดชื่น และมีรสชาติอร่อยถูกปากแล้ว แตงโมยังเป็นผลไม้ที่ให้น้ำสูง คุณแม่ที่แพ้ท้องจนดื่มน้ำได้น้อย อาจเสี่ยงต่ออาการขาดน้ำได้ ดังนั้น นอกจากจะต้องพยายามดื่มน้ำแล้ว การกินผลไม้ที่มีน้ำมากอย่างแตงโม ก็ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในร่างกายได้ดีทีเดียว

กล้วย

6. กล้วย

กล้วยอุดมไปด้วยวิตามินบี 6 ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่มีส่วนช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องได้ ทั้งยังมีโพแทสเซียมสูง จึงช่วยเพิ่มพลังงานแก่ร่างกายได้เป็นอย่างดี ช่วยให้คุณแม่ได้รับพลังงานที่เหมาะสมในระหว่างวันที่มีอาการแพ้ท้อง

แครกเกอร์

7. แครกเกอร์

แครกเกอร์ทำมาจากแป้ง ซึ่งจะช่วยในการดูดซับกรดในกระเพาะอาหารและหลอดอาหารบางส่วนที่ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ได้

นอกจากนี้คุณแม่ควรจะมีแครกเกอร์ติดไว้ที่หัวเตียง และกินทันทีก่อนจะลุกจากที่นอนในตอนเช้า เพื่อไม่ให้ท้องว่างจนเกินไป ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้และอาเจียนได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเช้าที่มักจะมีอาการแพ้ท้องมากเป็นพิเศษ

มันฝรั่งทอด

8. มันฝรั่งทอด

ของว่างอย่างมันฝรั่งทอดที่ไม่มีรสชาติ หรือมีรสเค็มนิด ๆ แต่ไม่มีกลิ่นที่ทำให้รู้สึกอยากคลื่นไส้ ทั้งยังสามารถช่วยให้คุณแม่สบายท้องและเป็นการรองท้องในระหว่างมื้ออาหารได้ดี

ชาเปปเปอร์มินต์

9. ชาเปปเปอร์มินต์

เป็นอีกหนึ่งชาที่เหมาะสำหรับคุณแม่ที่มีอาการแพ้ท้อง คลื่นไส้ อาเจียน เพราะมีสรรพคุณช่วยให้ผ่อนคลายและสดชื่น กลิ่นก็จัดเป็นสุคนธบำบัดที่ช่วยให้ผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี

หากไม่สามารถพกชงเปปเปอร์มินต์ติดตัวไว้ได้ อาจจะพกลูกอมรสเปปเปอร์มินต์ก็อาจะช่วยให้อาการคลื่นไส้ดีขึ้นได้ค่ะ

โยเกิร์ต

10. โยเกิร์ต

โดยเฉพาะกรีกโยเกิร์ต ที่อุดมไปด้วยโพรไบโอติกซึ่งทำหน้าที่สำคัญช่วยในย่อยอาหาร ช่วยปรับสมดุลในลำไส้ และบรรเทาอาการคลื่นไส้ได้ด้วย สำหรับคุณแม่ที่แพ้ท้องจนกินอะไรไม่ค่อยลง หรือกินอาหารได้น้อย ในระหว่างวันสามารถกินโยเกิร์ตเป็นของว่างแทนได้ค่ะ

จริงหรือ? ที่ลูกอมแก้แพ้ท้องได้


หมากฝรั่ง ลูกอม ถือว่าดีต่อคุณแม่ที่มีอาการแพ้ท้องเหมือนกันค่ะ แม้ว่าจะไม่ได้ทำให้อาการแพ้ท้องหายไป แต่บางครั้งคุณแม่อาจจะอาเจียนบ่อย ๆ จนเริ่มมีรสขมในปาก การพกลูกอมหรือหมากฝรั่งติดตัวไว้ ก็จะช่วยปรับรสชาติขมในปากให้ลดลงได้ค่ะ

แนะนำเมนูอาหารแก้คลื่นไส้ สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์


เมนูแก้แพ้ท้อง จริง ๆ แล้วไม่ใช่อาหารที่จะช่วยให้อาการแพ้ท้องหายไปค่ะ แต่เป็นเมนูอาหารที่เหมาะสำหรับคุณแม่ที่มีอาการแพ้ท้อง ในระยะนี้คุณแม่อาจจะแพ้ท้องบ่อยจนกินอะไรไม่ค่อยลง จึงเหมาะกับเมนูที่ไม่หนักจนเกินไป ไม่มีกลิ่นแรงจนกินไม่ลง แต่ยังจำเป็นที่จะต้องได้รับโปรตีนและสารอาหารที่จำเป็นอยู่ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง

โดยเมนูดังต่อไปนี้ จะมีทั้งเมนูอาหารคาว ของหวาน และเครื่องดื่ม ที่ช่วยให้คุณแม่สดชื่น และคุณแม่ยังคงได้รับสารอาหารที่จำพวกโปรตีนและเกลือแร่ต่าง ๆ อย่างเหมาะสม

Enfa Kitchen สบายท้อง สมองดี

1. น้ำขิง

น้ำขิง

ส่วนผสม:

          • ขิง เลือกขิงที่แก่จัด เพราะจะมีรสชาติอ่อน ไม่ขมเกินไป
          • น้ำสะอาด
          • น้ำตาลทรายแดง หรือน้ำตาลกรวด

วิธีทำ: ล้างทำความสะอาดขิงแล้วหั่นขิงเป็นแว่น ๆ ทุบเบา ๆ อย่าให้แหลก นำไปต้มในน้ำเดือดประมาณ 10-15 นาที จากนั้นต้มด้วยไฟอ่อนอีก 20-30 นาที แล้วปิดเตาพักไว้ 10-15 นาที กรองเอาเนื้อขิงออก เติมน้ำตาลให้มีรสหวานพอประมาณ

2. น้ำมะนาว

น้ำมะนาว

ส่วนผสม:

          • มะนาว
          • น้ำเชื่อม
          • เกลือ
          • น้ำแข็ง
          • น้ำสะอาด

วิธีทำ: ล้างมะนาวให้สะอาด ผ่าซีกเอาเม็ดออก บีบน้ำมะนาวลงในชามผสม เติมเกลือ น้ำเชื่อม น้ำสะอาดลงไป คนให้เข้ากัน เทใส่แก้ว เติมน้ำแข็ง พร้อมเสิร์ฟ

3. สมูทตี้สตรอว์เบอร์รี

สมูทตี้สตรอว์เบอร์รี

ส่วนผสม:

          • สตรอว์เบอร์รี
          • น้ำเชื่อม
          • นมสด
          • โยเกิร์ต
          • น้ำแข็ง

วิธีทำ: นำส่วนผสมทุกอย่างใส่ลงในเครื่องปั่น แล้วปั่นให้เข้ากันจนละเอียด ปรุงรสให้หวานตามใจชอบ เสร็จแล้วตักใส่แก้ว พร้อมเสิร์ฟ

4. ซุปผักโขม

ซุปผักโขม

ส่วนผสม:

          • ผักโขม
          • หอมใหญ่หั่นเต๋า
          • แป้งสาลี
          • นมสด
          • วิปครีม
          • น้ำสะอาด
          • เกลือ

วิธีทำ: ใส่เกลือลงในน้ำ ต้มจนเดือดแล้วจึงใส่ผักโขมลงไปลวก เสร็จแล้วตักขึ้นมาพักไว้ ใส่หอมใหญ่ลงไปลวก จากนั้นนำขึ้นมาพักไว้ เอาผักโขม หอมใหญ่ นมสด และน้ำสะอาด ใส่ลงในเครื่องปั่น ปั่นให้เข้ากัน ก่อนจะนำลงไปต้มในหม้อ ใส่วิปครีม เกลือนิดหน่อย เคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนเดือด ตักลงเสิร์ฟได้เลย

5. ยำผลไม้รวม

ยำผลไม้รวม

ส่วนผสม:

          • ผลไม้สดตามใจชอบ เช่น แอปเปิ้ล องุ่น สับปะรด กีวี สตรอว์เบอร์รี
          • พริก
          • กระเทียม
          • น้ำมะนาว
          • น้ำปลา
          • น้ำตาลทราย
          • เม็ดมะม่วงหิมพานต์
          • ปลากรอบ

วิธีทำ: ตำพริก ตำกระเทียมแล้วผสมกับน้ำปลา น้ำตาลทราย น้ำมะนาว คนให้เข้ากัน ส่วนผลไม้ให้หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ จากนั้นคลุกเคล้าให้เข้ากันกับน้ำยำที่เตรียมไว้ โรยด้วยปลากรอบและเม็ดมะม่วงหิมพานต์ พร้อมเสิร์ฟ

6. บรอกโคลีผัดกุ้ง

บรอกโคลีผัดกุ้ง

ส่วนผสม:

          • บรอกโคลี
          • แคร์รอต
          • เห็ด
          • กุ้ง
          • น้ำมันหอย
          • ซีอิ๊วขาว
          • น้ำปลา
          • น้ำตาล
          • น้ำมัน
          • กระเทียม

วิธีทำ: ล้างส่วนผสมทุกอย่างให้สะอาด หั่นพอดีคำ จากนั้นเจียวกระเทียมในกระทะให้หอม แล้วใส่กุ้งลงไปผัด เมื่อกุ้งเริ่มสุกใส่ผักลงไป ปรุงรสให้เข้ากัน ผัดจนทุกอย่างสุกกำลังดี ตักขึ้นเสิร์ฟ

7. โจ๊กข้าวกล้อง

โจ๊กข้าวกล้อง

ส่วนผสม:

          • ข้าวกล้อง
          • น้ำสะอาด
          • หมูบด
          • ซุปหมูก้อน
          • ต้นหอมซอย
          • ขิงซอย
          • ซอสปรุงรส
          • พริกไทยป่น

วิธีทำ: ซาวข้าวกล้องให้สะอาด แล้วนำไปต้มจนเม็ดข้าวกล้องแตกตัวกำลังดี คอยเติมน้ำเรื่อย ๆ อย่าให้แห้ง เมื่อข้าวสุกได้ที่ให้ยกลงพักไว้ให้เย็นแล้วนำไปปั่นหยาบ ๆ จากนั้นนำไปตั้งไฟอีกรอบ ใส่ซุปหมูก้อน หมูบดลงไป คนบ่อย ๆ อย่าให้ไหม้ รอจนหมูสุกยกลง โรยด้วยต้นหอมซอย ขิงซอย ปรุงรสด้วยพริกไทยและซอสตามใจชอบ

8. สลัดกุ้งทอด

สลัดกุ้งทอด

ส่วนผสม:

          • ผักสลัด เลือกได้ตามใจชอบ
          • กุ้ง
          • เกลือ
          • พริกไทย
          • แป้งสำหรับชุบทอด
          • น้ำมันพืช
          • น้ำสลัด

วิธีทำ: ล้างกุ้งให้สะอาด ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย คลุกเคล้ากับแป้ง แล้วนำลงไปทอดจนสุก ตักขึ้นมาพักไว้ในจาน เติมผักสลัดที่ชอบลงไป ราดด้วยน้ำสลัด โดยอาจจะทำน้ำสลัดตามสูตรที่ชอบ หรือจะใช้น้ำสลัดยี่ห้อที่ถูกใจก็ได้เหมือนกันค่ะ คลุกเคล้าให้เข้ากัน พร้อมเสิร์ฟ

9. ถั่วลันเตาผัดกุ้ง

ถั่วลันเตาผัดกุ้ง

ส่วนผสม:

          • กุ้ง
          • ถั่วลันเตา
          • แคร์รอตหั่นเต๋า
          • ซอสหอยนางรม
          • ซีอิ๊วขาว
          • น้ำตาลทราย
          • น้ำสะอาด
          • กระเทียม

วิธีทำ: ล้างกุ้งและผักให้สะอาด เจียวกระเทียมพอหอม ใส่กุ้งลงไปผัดให้พอสุก จากนั้นใส่ผักทั้งหมดลงไป ปรุงรสตามใจชอบ ผัดให้เข้ากันจนผักสุกได้ที่ ตักขึ้นเสิร์ฟ

10. ต้มจืดเต้าหู้หมูสับ

ต้มจืดเต้าหู้หมูสับ

ส่วนผสม:

          • หมูสับ
          • เต้าหู้ไก่
          • ซุปหมูก้อน
          • กระเทียม
          • แคร์รอต
          • ผักกาดขาว
          • ขึ้นฉ่าย
          • พริกไทยขาว
          • ซีอิ๊วขาว
          • น้ำปลา

วิธีทำ: หมักหมูสับด้วยซีอิ๊วขาว น้ำปลา พริกไทยให้เข้ากัน จากนั้นใส่กระเทียม ซุปก้อนลงไปต้มในน้ำจนเดือด แล้วปั้นหมูสับเป็นก้อน ๆ ลงไปในน้ำซุป ต้มพอสุก ทยอยช้อนฟองออกเรื่อย ๆ ปรุงรสตามใจชอบ แล้วใส่ผักทั้งหมดลงไป รอต้มจนทุกอย่างสุก ตักใส่ชามพร้อมเสิร์ฟ

คุณแม่ตั้งครรภ์ควรเลือกซื้ออาหารและวัตถุดิบอย่างไร


แม่ท้องต้องใส่ใจอาหารการกิน ซึ่งคำว่าใส่ใจนี้ ไม่ได้จำกัดเพียงการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์เท่านั้น แต่จะต้องใส่ใจตั้งแต่การเลือกซื้อวัตถุดิบที่จะนำมาใช้ในการปรุงอาหารเลยค่ะ โดยควรเลือกซื้อวัตถุดิบให้เหมาะสม ดังนี้

          • เลือกวัตถุดิบที่สะอาด ไม่มีเชื้อรา ไม่เน่าเสีย และควรเลือกซื้อวัตถุดิบที่มาจากแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้ ไม่มีการปนเปื้อนของสารเคมีหรือยาฆ่าแมลง

          • ไม่ควรซื้อวัตถุดิบที่ใกล้จะหมดอายุเพียงเพราะว่ามีราคาถูก เนื่องจากคุณแม่อาจจะเผลอเรอและลืมวันเดือนปีที่กำลังจะหมดอายุ อาจจะเผลอนำวัตถุดิบที่หมดอายุแล้วมาปรุงอาหาร อาจทำให้คุณแม่ท้องเสียรุนแรงได้ค่ะ

          • สำหรับวัตถุดิบที่เป็นเครื่องปรุงต่าง ๆ ควรเลือกที่มีฉลากอย.กำกับ เพื่อเป็นการรับรองความปลอดภัยและมาตรฐานที่เหมาะสำหรับการบริโภค

          • ของสดควรเลือกที่สดจริง ๆ ไม่เหี่ยว ไม่เน่า ไม่มีเชื้อรา เพื่อให้อาหารเหล่านั้นยังคงมีคุณค่าทางสารอาหารที่ครบถ้วน

          • เนื้อวัว ควรเลือกที่สีแดงสด มันสีเหลืองอ่อน และมีความยืดหยุ่นกำลังดี

          • เนื้อหมู ควรเลือกเนื้อที่มีสีชมพูอ่อน เนื้อไม่แน่นจนเกินไป และมีความยืนหยุ่นกำลังดี

          • ปลา ควรเลือกที่ตาใส เหงือกแดง เกล็ดไม่หลุดรุ่ย เนื้อแน่น กดลงไปแล้วไม่ยุบ

          • ผลไม้ ควรเลือกซื้อผลไม้ตามฤดูกาล เลือกที่สด ผิวไม่ช้ำจนเกินไป

          • ผักใบเขียว ควรเลือกผักที่สด ใบไม่ช้ำ ไม่เหี่ยวจนเกินไป

สำหรับคุณแม่ที่ต้องการจะเสริมสุขภาพด้วยการดื่มนม ควรเลือกนมที่เหมาะสมสำหรับการตั้งครรภ์ ดังนี้

          • เลือกนมที่มีฉลากความปลอดภัยอย. อย่างชัดเจน

          • เลือกนมที่ไม่ใกล้หมดอายุ เพราะถ้าหากดื่มไม่ทัน จะเสียของเปล่า ๆ ค่ะ

          • เลือกนมที่มีฉลากรายละเอียดของสารอาหารในน้ำนมอย่างชัดเจนว่ามีปริมาณเท่าไหร่ มีอะไรบ้าง

          • เลือกนมสำหรับคนท้องที่อุดมไปด้วยกรดโฟลิก โคลีน ดีเอชเอ แคลเซียม ธาตุเหล็ก

Enfamama TAP No. 1

ไขข้อข้องใจเรื่องอาหารแก้แพ้ท้องกับ Enfa Smart Club


แนะนำเครื่องดื่มแก้แพ้ท้อง?

คุณแม่ที่มีอาการแพ้ท้อง อาจสามารถเลือกเครื่องดื่มที่ช่วยให้รู้สึกสดชื่น และกระปรี้กระเปร่า หรือเครื่องดื่มที่ช่วยขับลม ช่วยในการระบาย เช่น

          • น้ำผลไม้ต่าง ๆ เช่น น้ำส้ม น้ำมะนาว น้ำสตรอว์เบอร์รี น้ำมะพร้าว
          • น้ำขิง

สมุนไพรแก้แพ้ท้อง คนท้องกินได้หรือไม่?

สมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรต่าง ๆ นั้น โดยมากมักไม่ค่อยปลอดภัยต่อหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ควรเลือกกินเฉพาะสมุนไพรที่เป็นผัก หรือมีความปลอดภัยสูง เช่น น้ำขิง ชาต่าง ๆ เป็นต้น หรือควรปรึกษากับแพทย์ดูก่อนว่าสมุนไพรชนิดใดที่ปลอดภัยต่อคนท้องบ้าง

ผลไม้อะไรที่กินแล้วหายแพ้ท้อง?

จริง ๆ แล้วคนท้องกินผลไม้ได้ทุกชนิดค่ะ ตราบเท่าที่ไม่ได้มีอาการแพ้ และผลไม้หลายชนิดยังช่วยให้รู้สึกสดชื่นแล้ว ทำให้อาการแพ้ท้อง วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผลไม้ที่มีน้ำสูง จะช่วยให้ร่างกายมีน้ำที่เพียงพอ เพราะคนที่แพ้ท้องมาก ๆ อาจจะดื่มน้ำได้น้อยลง โดยผลไม้ที่เหมาะสำหรับคนแพ้ท้อง เช่น

          • แอปริคอต
          • แตงโม
          • ส้ม
          • แคนตาลูป
          • แอปเปิ้ล
          • พีช
          • เบอร์รีต่าง ๆ
          • มะม่วง
          • สับปะรด
          • ฝรั่ง
          • องุ่น
          • กล้วย
          • อะโวคาโด
          • ลูกแพร์

ยาแก้แพ้ท้องมีอะไรบ้างและเมื่อไหร่ควรรับประทาน?

การใช้ยาแก้แพ้ท้องของคุณแม่ตั้งครรภ์ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำและการดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรซื้อยาแก้แพ้ท้องรับประทานเอง เนื่องจากอาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพครรภ์ได้

หากคุณแม่ตั้งครรภ์มีอาการคลื่นไส้และอาเจียนมากกว่า 2 - 3 ครั้ง/วัน รวมทั้งมีอาการอาเจียนที่รุนแรง คุณแม่อาจจะมีภาวะ Hyperemesis Gravidarum หรืออาการแพ้ท้องอย่างรุนแรง

ในกรณีนี้ คุณแม่ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาโดยเร็ว เนื่องจากภาวะ Hyperemesis Gravidarum สามารถส่งผลกระทบกับร่างกายของคุณแม่และทารกในครรภ์ได้ 

วิธีแก้แพ้ท้องโบราณ ใช้ได้ผลหรือไม่?

หนึ่งในวิธีบรรเทาอาการแพ้ท้องแบบโบราณที่นิยมกันก็คือการกินของเปรี้ยว ๆ จะช่วยให้รู้สึกสดชื่น และทให้อาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ทุเลาลง แต่ก็ไม่ได้ผลเสมอไป คุณแม่บางคนก็อาจจะยังมีอาการแพ้ท้องอยู่เช่นเดิม



บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

บทความที่แนะนำ

แคลเซียมคนท้อง จำเป็นแค่ไหน เสริมแคลเซียมยังไงให้พอดี
ตารางอาหารคนท้องในแต่ละวันเป็นยังไง แม่ท้องควรกินอะไรดี
อาหารเสริมคนท้อง จำเป็นไหม แม่ท้องควรกินวิตามินอะไรบ้าง
EFB banner
Mobile efb banner
EFB banner

Leaving page banner

 

Leaving page banner