นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เอนฟาสนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนไปจนถึง 2 ปี หรือนานกว่าตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

ท้องแตกลายตอนตั้งครรภ์ รับมืออย่างไรดี

Enfa สรุปให้

  • รอยแตกลายเกิดจากการที่ผิวหนังยืดขยายตัวอย่างรวดเร็ว เช่น ตอนตั้งครรภ์หรือน้ำหนักขึ้นเร็ว ร่วมกับอิทธิพลของฮอร์โมน ส่งผลให้เส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นหนังแท้ฉีกขาด

  • รอยแตกลายสีแดงเป็นระยะเริ่มต้นที่ผิวเพิ่งฉีกขาด ร่างกายจึงขยายหลอดเลือดฝอยใต้ชั้นผิวเพื่อนำเลือดมาซ่อมแซม และชั้นผิวที่บางลงทำให้มองเห็นการคั่งของเลือดเป็นเส้นสีแดงหรือม่วง

  • รอยแตกลายสีขาวเป็นระยะเรื้อรังที่แผลฉีกขาดฟื้นตัวจนกลายเป็นพังผืดแผลเป็น 

เลือกอ่านตามหัวข้อ


เมื่อท้องเริ่มโตขึ้นตามอายุครรภ์ที่เพิ่มขึ้น หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงทางผิวหนังที่คุณแม่เกือบทุกคนต้องเจอ คือรอยแตกลายบริเวณหน้าท้อง สะโพก และหน้าอก ซึ่งแม้จะไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่ก็ส่งผลต่อความมั่นใจไม่น้อย 

บทความนี้ Enfa จะพาคุณแม่ไปทำความเข้าใจตั้งแต่สาเหตุ ระยะเวลาที่มักเริ่มเกิด ความแตกต่างของรอยแตกลายสีแดงกับสีขาว ไปจนถึงวิธีป้องกันและดูแลผิวอย่างถูกวิธี เพื่อให้รับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างมั่นใจมากขึ้นกันค่ะ


ท้องแตกลาย ตั้งครรภ์

หน้าท้องแตกลาย ตั้งครรภ์ เป็นภาวะผิวหนังที่พบได้บ่อยมากในหญิงตั้งครรภ์ โดยเฉพาะช่วงที่หน้าท้องขยายขนาดอย่างรวดเร็วเพื่อรองรับการเติบโตของทารกในครรภ์ ลักษณะที่พบมีดังนี้

  • เป็นเส้นหรือริ้วยาวตามแนวการขยายตัวของผิวหนัง มักพบที่หน้าท้อง สะโพก ต้นขา และหน้าอก
  • ในระยะแรกมักมีสีแดง ชมพู หรือม่วง แล้วค่อย ๆ จางลงเป็นสีขาวเมื่อเวลาผ่านไป
  • อาจมีอาการคันหรือรู้สึกตึงผิวร่วมด้วยในบางราย โดยเฉพาะช่วงที่ท้องขยายเร็ว

ในทางการแพทย์ เรียกภาวะท้องแตกลาย ตั้งครรภ์ ว่า Striae Gravidarum ซึ่งเป็นชื่อเฉพาะของรอยแตกลายที่เกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ การเกิดหน้าท้องแตกลาย ตั้งครรภ์ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของแม่หรือทารกโดยตรง แต่เป็นเรื่องปกติที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาในช่วงตั้งครรภ์ค่ะ


ท้องแตกลายตั้งครรภ์

 

รอยแตกลาย เกิดจากอะไร

ผิวแตกลายเกิดจากอะไร เป็นคำถามที่คุณแม่หลายคนสงสัย เพราะเข้าใจว่าเป็นเพียงเรื่องของผิวหนังที่ยืดขยาย แต่ในทางการแพทย์แล้วมีปัจจัยร่วมหลายอย่างที่ทำให้เกิดรอยแตกลายเกิดจากอะไรได้ชัดเจนขึ้น ดังนี้

  • การขยายตัวของผิวหนังอย่างรวดเร็วในชั้นหนังแท้ ทำให้เส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินฉีกขาด
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนขณะตั้งครรภ์ โดยเฉพาะเอสโตรเจน โปรเจสเตอโรน และรีแล็กซิน ที่ส่งผลต่อความยืดหยุ่นของผิว
  • ปัจจัยทางพันธุกรรมและประวัติครอบครัวที่เคยมีรอยแตกลายมาก่อน
  • น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วระหว่างตั้งครรภ์ และอายุที่น้อยกว่าค่าเฉลี่ยของหญิงตั้งครรภ์

ดังนั้น หากถามว่ารอยแตกลาย เกิดจากอะไร จึงตอบได้ว่าไม่ได้เกิดจากการยืดของผิวหนังเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลรวมระหว่างแรงดึงทางกลของผิว การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน และความไวต่อการฉีกขาดของโครงสร้างผิวที่แตกต่างกันในแต่ละคนค่ะ


ท้องแตกลายตอนกี่เดือน

ท้องเริ่มแตกลายตอนกี่เดือน เป็นอีกคำถามที่พบบ่อย เพราะคุณแม่แต่ละคนมีจังหวะการขยายตัวของหน้าท้องไม่เท่ากัน โดยทั่วไปมีแนวโน้มดังนี้

  • ส่วนใหญ่มักเริ่มสังเกตเห็นรอยแตกลายในช่วงไตรมาสที่สามของการตั้งครรภ์ หรือประมาณเดือนที่ 6-7 เป็นต้นไป
  • บางรายอาจเริ่มเห็นรอยแตกลายเร็วกว่านั้น ตั้งแต่ช่วงกลางไตรมาสที่สอง หากน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเร็ว
  • ตำแหน่งที่มักเกิดก่อนคือหน้าท้องส่วนล่างและด้านข้าง ตามด้วยหน้าอกและสะโพกในระยะถัดมา

ช่วงเวลาที่ท้องแตกลายตอนกี่เดือนจึงไม่ตายตัวและขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งอัตราการเพิ่มน้ำหนัก ขนาดของทารกในครรภ์ และความยืดหยุ่นของผิวแต่ละคน คุณแม่บางคนอาจไม่มีรอยแตกลายเลยตลอดการตั้งครรภ์ ในขณะที่บางคนอาจเริ่มเห็นตั้งแต่เดือนที่ 4-5 ดังนั้นการสังเกตอาการคันหรือความตึงของผิวหน้าท้องตั้งแต่ช่วงต้นจึงเป็นสัญญาณที่ควรเริ่มดูแลผิวอย่างจริงจังได้แล้วค่ะ


ท้องแตกลายจะหายไหม

หลายคนกังวลว่าท้องแตกลายจะหายไหม รอยแตกลายที่เกิดขึ้นแล้วจะหายสนิทหรือไม่ ในความเป็นจริงแล้วรอยแตกลายเป็นรอยแผลเป็นชนิดหนึ่งในชั้นหนังแท้ จึงไม่สามารถหายไปจนไม่เหลือร่องรอยได้อย่างสมบูรณ์ โดยเมื่อเวลาผ่านไป รอยแตกลายจะค่อย ๆ จางลงจากสีแดงหรือม่วงเป็นสีขาวหรือสีผิวใกล้เคียงมากขึ้น ซึ่งการดูแลผิวอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรกช่วยให้รอยแตกลายจางเร็วขึ้นและดูเรียบเนียนขึ้นได้ค่ะ

โดยสรุปแล้วท้องแตกลายจะไม่หายไปแบบ 100% แต่จะเปลี่ยนลักษณะไปตามระยะเวลา จากรอยที่มองเห็นชัดเจนในช่วงตั้งครรภ์ กลายเป็นเส้นบางจางที่สังเกตเห็นได้น้อยลงเมื่อผ่านไปหลายเดือนถึงหลายปีหลังคลอดค่ะ


รอยแตกลายสีแดง เกิดจากอะไร

รอยแตกลายสีแดงเกิดจากอะไร เป็นคำถามที่มักตามมาหลังจากเริ่มสังเกตเห็นรอยแตกลายในระยะแรก สาเหตุหลักมีดังนี้

  • เกิดจากการฉีกขาดของเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นหนังแท้แบบเฉียบพลัน ทำให้เห็นเส้นเลือดฝอยใต้ผิวชัดขึ้น
  • เป็นระยะแรกของรอยแตกลาย ซึ่งยังมีการอักเสบและการไหลเวียนเลือดในบริเวณนั้นค่อนข้างมาก
  • มักพบในช่วงที่หน้าท้องขยายตัวเร็วที่สุด คือช่วงไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์

การที่มองเห็นเป็นสีแดงหรือม่วงชัดเจนสะท้อนถึงการที่หลอดเลือดใต้ผิวยังขยายตัวและมีเลือดมาเลี้ยงบริเวณนั้นมากกว่าปกติ ซึ่งถือเป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายในการซ่อมแซมผิวที่ถูกดึงยืด และเป็นช่วงที่การดูแลผิวอย่างเหมาะสมจะได้ผลดีที่สุด เพราะยังมีการสร้างเนื้อเยื่อใหม่อยู่นั่นเองค่ะ


รอยแตกสีแดงจะหายไหม

รอยแตกสีแดงจะหายไหม คุณแม่มือใหม่หลายคนกังวลเรื่องนี้ สำหรับรอยแตกลายระยะแรกที่ยังเป็นสีแดงหรือสีชมพูอยู่นั้น มีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงดังนี้ค่ะ

  • รอยสีแดงมักจางลงได้เองตามธรรมชาติภายในเวลาหลายเดือนถึงประมาณ 1 ปีหลังคลอด
  • ความเข้มของสีจะค่อย ๆ ลดลงเมื่อการอักเสบและการไหลเวียนเลือดในบริเวณนั้นเข้าสู่ภาวะปกติ
  • หากดูแลผิวตั้งแต่ระยะนี้ด้วยการบำรุงและรักษาที่เหมาะสม จะช่วยให้รอยจางเร็วและเรียบเนียนกว่าการปล่อยทิ้งไว้

สรุปคือ รอยแตกลายสีแดงมีโอกาสจางลงได้ดีกว่ารอยสีขาวที่เป็นแผลเป็นถาวรแล้ว เพราะยังอยู่ในช่วงที่เนื้อเยื่อมีการปรับตัวและซ่อมแซมตัวเองอยู่ นี่จึงเป็นเหตุผลที่แพทย์ผิวหนังมักแนะนำให้เริ่มดูแลรอยแตกลายตั้งแต่ยังเป็นสีแดง เพราะการตอบสนองต่อการรักษาจะดีกว่าการปล่อยให้กลายเป็นรอยสีขาวที่รักษาได้ยากกว่าค่ะ


รอยแตกลายสีแดงรักษายังไง

การดูแลรอยแตกลายในระยะสีแดงสามารถทำได้หลายวิธีค่ะ โดยมีแนวทางหลักดังนี้

  • ทาครีมหรือมอยส์เจอไรเซอร์ที่มีส่วนผสมช่วยเสริมความยืดหยุ่นผิว เช่น ไฮยาลูโรนิกแอซิด หรือสารสกัดจากบัวบก
  • นวดเบา ๆ บริเวณผิวที่มีรอยแตกลายเป็นประจำ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและความยืดหยุ่นของผิว
  • ปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อพิจารณาการรักษาด้วยเลเซอร์ชนิดที่เหมาะกับรอยแตกลายระยะแรก ซึ่งมีข้อมูลสนับสนุนว่าช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้นได้ดี
  • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดวิตามินเอ เช่น เทรติโนอิน ในระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยที่ชัดเจนเพียงพอ ควรใช้เฉพาะในช่วงหลังคลอดและอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เท่านั้น

การรักษารอยแตกลายสีแดงจึงเน้นการดูแลผิวให้ชุ่มชื้นและยืดหยุ่นควบคู่ไปกับการรอให้กระบวนการซ่อมแซมตามธรรมชาติของร่างกายทำงาน สำหรับคุณแม่ที่ยังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรอยู่ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์แรง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อทารก


รอยแตกลายสีขาว เกิดจากอะไร

รอยแตกลายสีขาวเกิดจากอะไร เป็นคำถามที่ต่อเนื่องจากระยะสีแดง เพราะเมื่อเวลาผ่านไปรอยแตกลายจะเปลี่ยนลักษณะ โดยมีสาเหตุดังนี้

  • เกิดจากการที่หลอดเลือดใต้ผิวหนังบริเวณรอยแตกลายหดตัวลง ทำให้เลือดมาเลี้ยงน้อยลงกว่าเดิม
  • ผิวหนังในบริเวณนั้นกลายเป็นเนื้อเยื่อแผลเป็นถาวรที่ขาดเม็ดสีและเส้นเลือดฝอย จึงเห็นเป็นสีขาวหรือสีเงิน
  • มักเกิดขึ้นหลังจากรอยแตกลายสีแดงผ่านไปแล้วประมาณ 1 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะในช่วงหลังคลอด


รอยแตกลายสีขาวรักษายังไง

รอยแตกลายสีขาวไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยครีมทาผิวเพียงอย่างเดียว เนื่องจากเป็นแผลเป็นถาวรในชั้นหนังแท้ การรักษาที่ได้ผลชัดเจนกว่าจึงมักเป็นหัตถการทางการแพทย์ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในผิวหนัง ซึ่งควรทำภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละคน ดังนี้

  • การเลเซอร์ชนิดกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เช่น เลเซอร์แบบแฟรกชันแนล ที่มีข้อมูลสนับสนุนว่าช่วยให้ผิวเรียบเนียนและรอยดูจางลงได้ในระดับหนึ่ง
  • การใช้กรดผลไม้ความเข้มข้นเหมาะสมภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนัง เพื่อกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวและสร้างคอลลาเจนใหม่
  • การทำหัตถการอื่น ๆ เช่น การกรอผิว หรือการฉีดสารกระตุ้นผิว ซึ่งควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล
  • การบำรุงผิวด้วยครีมที่มีส่วนผสมบำรุงต่อเนื่อง แม้จะไม่ได้ทำให้รอยหายสนิท แต่ช่วยให้ผิวโดยรวมดูสุขภาพดีขึ้น


ผิวแตกลายแก้ยังไง

สำหรับคำถามว่าผิวแตกลายแก้ยังไง รอยแตกลายแก้ยังไง ในภาพรวมสามารถสรุปแนวทางที่ใช้ได้จริงในทุกระยะ ดังนี้

  • ดูแลผิวให้ชุ่มชื้นสม่ำเสมอด้วยครีมหรือโลชั่นบำรุงผิวที่มีส่วนผสมช่วยเสริมความยืดหยุ่น
  • ควบคุมน้ำหนักตัวให้เพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามเกณฑ์ที่แพทย์แนะนำในแต่ละไตรมาส
  • นวดผิวเบา ๆ เป็นประจำเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อ
  • ปรึกษาแพทย์ผิวหนังเมื่อรอยแตกลายเริ่มรุนแรงหรือส่งผลต่อความมั่นใจ เพื่อพิจารณาทางเลือกการรักษาที่เหมาะสมกับระยะของรอยแตกลาย

ทั้งนี้ การแก้ปัญหาผิวแตกลายจึงไม่มีสูตรสำเร็จเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน แต่เป็นการผสมผสานระหว่างการดูแลผิวพื้นฐานอย่างสม่ำเสมอ การจัดการน้ำหนักตัวอย่างเหมาะสม และการรักษาทางการแพทย์เมื่อจำเป็น ยิ่งเริ่มดูแลตั้งแต่ระยะแรกที่ยังเป็นรอยสีแดง ยิ่งมีโอกาสเห็นผลลัพธ์ที่ดีกว่าการรอจนรอยกลายเป็นสีขาวแล้วค่อยเริ่มดูแลค่ะ


ท้องแตกลายตอนท้อง ป้องกันอย่างไร

ท้องแตกลายตอนท้อง ป้องกันอย่างไร ตอบได้ว่าไม่สามารถป้องกันรอยแตกลายได้ 100% ค่ะ แต่การป้องกันท้องแตกลายตั้งครรภ์ สามารถช่วยลดความรุนแรงและจำนวนรอยแตกลายที่จะเกิดขึ้นได้ ด้วยแนวทางดังนี้

  • ควบคุมน้ำหนักตัวให้เพิ่มขึ้นอยู่ในเกณฑ์ที่แพทย์กำหนดตามอายุครรภ์แต่ละไตรมาส ไม่เพิ่มเร็วเกินไป
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของผิวจากภายใน
  • บำรุงผิวหน้าท้อง สะโพก และหน้าอกด้วยครีมหรือน้ำมันบำรุงผิวตั้งแต่ช่วงต้นของการตั้งครรภ์ ไม่ต้องรอให้เห็นรอยแตกลายก่อน
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิวหนัง เช่น อาหารที่มีวิตามินซีและโปรตีนที่ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน

การป้องกันหน้าท้องแตกลายจึงควรเริ่มตั้งแต่ช่วงต้นของการตั้งครรภ์ ไม่ใช่รอให้เริ่มเห็นรอยก่อนแล้วค่อยดูแล เพราะเมื่อผิวหนังเริ่มฉีกขาดแล้วการป้องกันจะทำได้ยากกว่าการดูแลผิวให้แข็งแรงและยืดหยุ่นตั้งแต่แรก อย่างไรก็ตาม ควรเข้าใจว่าปัจจัยทางพันธุกรรมมีผลค่อนข้างมาก ดังนั้นแม้จะดูแลผิวอย่างดีแล้ว บางคนก็ยังอาจมีรอยแตกลายเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติของร่างกายค่ะ


ท้องแตกลาย ใช้อะไรดี

เมื่อพูดถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้ดูแลผิวแตกลายในช่วงตั้งครรภ์ มีตัวเลือกที่พบว่าช่วยเสริมความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้นของผิวได้ดี ดังนี้

  • ผลิตภัณฑ์ที่มีไฮยาลูโรนิกแอซิด ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นในชั้นผิวหนัง
  • ผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากบัวบก ซึ่งมีข้อมูลว่าอาจช่วยเสริมความยืดหยุ่นของผิวเมื่อใช้ร่วมกับส่วนผสมอื่น
  • น้ำมันบำรุงผิวธรรมชาติ เช่น น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันอัลมอนด์ ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแม้จะไม่มีข้อมูลยืนยันชัดเจนว่าป้องกันรอยแตกลายได้โดยตรง
  • ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัยสำหรับหญิงตั้งครรภ์โดยเฉพาะ


ครีมลดรอยแตกลายคนท้อง เลือกอย่างไร

ครีมลดรอยแตกลายคนท้อง เลือกอย่างไร หลายคนสงสัยเรื่องนี้ โดยปกติการเลือกครีมทาท้องแตกลาย คนท้อง ควรพิจารณาปัจจัยหลายด้าน เพื่อความปลอดภัยทั้งต่อแม่และทารกในครรภ์ ดังนี้

  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุชัดเจนว่าปลอดภัยสำหรับหญิงตั้งครรภ์ และผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • หลีกเลี่ยงส่วนผสมที่มีความเสี่ยง เช่น กรดวิตามินเอบางชนิดที่ไม่แนะนำให้ใช้ในระหว่างตั้งครรภ์
  • เลือกเนื้อสัมผัสที่ซึมซาบง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ เพื่อให้ทาได้บ่อยตามที่ต้องการโดยไม่รู้สึกอึดอัด
  • ทดสอบผลิตภัณฑ์บริเวณผิวเล็ก ๆ ก่อนใช้ทั่วหน้าท้อง เพื่อดูว่าเกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองหรือไม่

การเลือกครีมลดรอยแตกลายสำหรับคนท้องจึงไม่ใช่แค่การดูโฆษณาว่าลดรอยแตกลายได้มากน้อยเพียงใด แต่ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของส่วนผสมเป็นอันดับแรก หากไม่แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ใดปลอดภัยหรือไม่ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับทารกในครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจค่ะ


วิธีแก้ท้องลายแบบธรรมชาติ

วิธีแก้ท้องลายแบบธรรมชาติ นอกจากผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์แล้ว ยังมีวิธีดูแลผิวแบบธรรมชาติที่คุณแม่สามารถทำเองได้ที่บ้าน ดังนี้

  • นวดผิวหน้าท้องด้วยน้ำมันธรรมชาติ เช่น น้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันอัลมอนด์ เป็นประจำทุกวันหลังอาบน้ำ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอและรับประทานผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เพื่อเสริมสร้างคอลลาเจนจากภายใน
    ออกกำลังกายเบา ๆ ตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อช่วยกระชับผิวและควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
  • พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการนอนหลับที่ดีมีส่วนช่วยในกระบวนการซ่อมแซมผิวหนังของร่างกาย


รอยแตกลาย หลังคลอดจะหายไหม

หลังคลอดบุตร รอยแตกลายหลังคลอดจะค่อย ๆ จางลงตามเวลา แต่ความเร็วในการฟื้นตัวของแต่ละคนแตกต่างกันไปตามพันธุกรรม อายุ และการดูแลผิวที่ทำอย่างต่อเนื่อง คุณแม่ไม่จำเป็นต้องกังวลมากเกินไปหากรอยแตกลายยังไม่จางลงในทันที โดยร่างกายของคุณแม่จะเข้าสู่กระบวนการฟื้นตัวดังนี้

  • ท้องแตกลายหลังคลอดมักจางลงตามธรรมชาติในช่วง 6 เดือนถึง 1 ปีแรกหลังคลอด แต่มักไม่หายไปจนหมดร่องรอย
  • ในบางรายอาจสังเกตเห็นว่าหลังคลอด ท้องไม่ยุบทันที ซึ่งเป็นเรื่องปกติเพราะผิวหนังและกล้ามเนื้อหน้าท้องต้องใช้เวลาปรับตัวกลับสู่สภาพเดิม และอาจส่งผลให้รอยแตกลายยังดูชัดเจนอยู่ในช่วงแรก
  • การให้นมบุตรและพักผ่อนให้เพียงพอมีส่วนช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวและผิวหนังกลับมายืดหยุ่นได้ดีขึ้นตามลำดับ


อนาคตที่ดีที่สุดของลูก เริ่มต้นด้วยโภชนาการผ่านคุณแม่

สุขภาพและพัฒนาการทารกในครรภ์เริ่มต้นด้วยโภชนาการจากคุณแม่ การใส่ใจโภชนาการจึงเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่ดีที่สุดของลูก เพราะสมองของลูกเริ่มพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อยู่ในครรภ์ จนถึงช่วงให้นมบุตรตลอด 2 ปีแรกของลูก คุณแม่สามารถเลือกนมบำรุงครรภ์หรือโภชนาการที่มี MFGM ช่วยเสริมสร้างสมองลูกใน 1,000 วันแรกของชีวิต และเสริมอาหารสมองที่สำคัญอย่าง ดีเอชเอ, สฟิงโกไมอิลีน,แอลฟา-แลคตาบูมิน, ฟอสโฟลิปิด,แกงกลิโอไซด์ เพื่อให้สมองลูกพัฒนาได้เต็มศักยภาพ

สร้างสมองลูกดีที่สุด เริ่มได้ตั้งแต่ในครรภ์

  • MFGM มีสารอาหารกว่า 150 ชนิดที่มีประโยชน์ต่อสมอง มีบทบาทสำคัญในการสร้างสมองลูกที่เหนือกว่า มีงานวิจัยรองรับ
  • DHA คนท้อง & Choline เสริมสร้างการเจริญเติบโตของเซลล์ประสาทและบำรุงสมอง 

สร้างพัฒนาการลูกดีที่สุด

  • โฟเลตสูง ช่วยการเจริญเติบโตและพัฒนาการของทารกในครรภ์
  • แคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง เสริมความแข็งแรงของกระดูกและฟัน

เสริมโภชนาการแม่ดีที่สุด

  • ดัชนีน้ำตาลต่ำ
  • วิตามิน แร่ธาตุกว่า 25 ชนิด
  • มีใยอาหารอินูลิน ช่วยการขับถ่าย
  • ไขมันต่ำ


* นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก
Enfa Smart Club สนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่าง
เดียวอย่างน้อย 6 เดือนและให้นมแม่ควบคู่อาหารตามวัยอีก 2 ปี หรือนานกว่านั้น ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)
Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

คุณกำลังเข้าถึงเนื้อหาจากผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวกับการซื้อหรือ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด​

กรุณากดยืนยันเพื่อดำเนินการต่อ

Line TH
Line TH
Cart TH
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกหมายเลขโทรศัพท์ที่ถูกต้อง
วันเกิดลูกน้อย
กรุณาเลือกวันที่