มือ - เท้าบวมระหว่างการตั้งครรภ์

อาการมือเท้าบวมในการตั้งครรภ์เกิดจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน และฮอร์โมนโพรเจสเตอโรนแปรปรวน ซึ่งทำให้มีผลต่อการทำงานของหลอดเลือดและต่อมน้ำเหลือง การเพิ่มขึ้นของเลือดทั้งหมดในระบบหมุนเวียนเพราะแรงกดที่มีต่อหลอดเลือดดำเพิ่มขึ้น ร่างกายเกิดการกักของเหลวไว้มากกว่าปกติ จึงทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์บางคนมีอาการท้องอืด เท้าบวม ขาบวม หรือมือบวมได้

อาการบวมเป็นปฏิกิริยาทางธรรมชาติที่ร่างกายกักเก็บน้ำในเนื้อเยื่อ ทำให้มีปริมาณของเหลวในร่างกายเพิ่มขึ้น อีกทั้งสารเคมีในกระแสเลือดที่เปลี่ยนไป ก็ทำให้ร่างกายดูดซึมของเหลวในปริมาณที่มากขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้ขนาดของมดลูกที่ใหญ่ขึ้นก็ทำให้กระดูกเชิงกรานกดทับเส้นเลือดดำใหญ่ ซึ่งอยู่ทางด้านขวาของร่างกาย ทำให้ไม่สามารถส่งเลือดจากบริเวณหลังช่วงล่างกลับไปที่หัวใจได้สะดวก

คุณแม่ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่จะรู้สึกบวมที่บริเวณข้อเท้าและเท้า หากต้องยืนหรือนั่งนานๆ บางคนอาจจะรู้สึกว่าแหวนที่สวมตามนิ้วมือคับ หรือมีอาการหน้าบวมร่วมด้วย อาการบวมที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มักเกิดจากกิจกรรมต่างๆ ในระหว่างวันเมื่ออากาศเปลี่ยนทั้งร้อนและเย็น อาการบวมก็จะเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวยิ่งจะทำให้คุณแม่บวมได้มากขึ้น บางคนอาการอาจเริ่มจากเท้าบวมจากนั้นมือบวมและชาก็ตามมา และมีอาการหน้าบวมหลังจากตื่นนอน

คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถรับมือกับอาการบวมด้วยวิธีง่ายๆ คือ

  • หลีกเลี่ยงการยืนนานๆ และพยายามนั่งพักให้บ่อยที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยยกเท้าให้สูงกว่าระดับหัวใจ

  • หมั่นตรวจความดันโลหิตเป็นประจำ เพื่อตรวจคัดกรองสาเหตุอื่นๆ ของอาการบวม

  • การนอนตะแคง ช่วยลดน้ำหนักที่กดทับกระดูกสันหลังได้ โดยเฉพาะการนอนตะแคงซ้ายเป็นท่านอนที่เหมาะสมที่สุด

  • พยายามยกขาสูงทุกครั้งที่ทำได้ หากอยู่ที่ทำงาน คุณแม่ควรหามานั่งเตี้ยๆ หรือกล่องมาหนุนให้ขาสูงขึ้น

  • หลีกเลี่ยงการนั่งไขว่ห้างและหมั่นเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ เพื่อให้เลือดไหลเวียนดีขึ้นตลอดจนยืดขาโดยให้ส้นเท้าแตะพื้นก่อน แล้วค่อยๆ เหยียดปลายเท้าเพื่อให้กล้ามเนื้อน่องผ่อนคลาย

  • ไม่ควรใส่ถุงเท้าที่รัดแน่นเกินไป และควรเลือกรองเท้าที่สวมใส่สบายและรองรับการขยายตัวของเท้าที่ใหญ่ขึ้นของคุณแม่

  • ดื่มน้ำมากๆ โดยเฉพาะน้ำเปล่า เพราะหากคุณแม่ดื่มน้ำน้อย ร่างกายจะพยายามกักเก็บน้ำไว้ในร่างกายมากขึ้น ซึ่งจะทำให้คุณแม่ยิ่งบวมขึ้น

  • ไม่กินเค็มเค็ม เพราะเกลือหรือโซเดียมเป็นสาเหตุให้เกิดอาการบวม

  • แช่เท้าในน้ำอุ่นประมาณ 15-20 นาที จะช่วยบรรเทาอาการปวดและบวมที่เท้าได้

  • เวลานอน ใช้ผ้าหนุนให้เท้าสูงขึ้น เพื่อเวลาพลิกตัวปลายเท้าก็ยังคงอยู่สูงกว่าระดับหัวใจ

แม้ว่าอาการบวมนี้ อาจทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์รู้สึกกังวลใจ แต่โดยทั่วไปแล้วอาการบวมระหว่างตั้งครรภ์ โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนนั้น ไม่ใช่เรื่องที่น่าเป็นห่วง เพราะไม่มีอันตรายต่อคุณแม่และลูกน้อย แต่หากบวมมากเกินไป บางครั้งอาจเป็นเพราะความดันเลือดสูงขึ้น จึงควรหมั่นสังเกตอาการและไปปรึกษาคุณหมอ หากคุณรู้สึกว่าอาการบวมนั้นผิดปกติ เพราะอาจเป็นอาการแสดงของภาวะครรภ์เป็นพิษค่ะ