อาการเจ็บท้องคลอด อันไหนเจ็บท้องจริง อันไหนเจ็บท้องหลอก

อาการเจ็บท้องคลอด อันไหนเจ็บท้องจริง อันไหนเจ็บท้องหลอก

 

Enfa สรุปให้

  • อาการเจ็บท้องของคุณแม่ในช่วงใกล้คลอด จะมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือเจ็บท้องเตือน กับ เจ็บท้องจริง

  • อาการเจ็บท้องคลอดจริง คือ อาการเจ็บท้องที่กำลังจะมีการคลอดขึ้นตามมาในไม่ช้า โดยอาการเจ็บท้องนี้เกิดจากการหดรัดตัวของมดลูก เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่กระบวนการคลอดในเร็ว ๆ นี้

  • อาการเจ็บท้องหลอก หรือเจ็บทางเตือน คือ ลักษณะที่มีอาการปวดท้องคล้ายกับว่าจะมีการคลอดเกิดขึ้น แต่จะไม่มีการคลอดเกิดขึ้นจริง ๆ สำหรับกลุ่มอาการเจ็บท้องเตือน

เลือกอ่านตามหัวข้อ

• อาการเจ็บท้องจริงคืออะไร
• อาการเจ็บท้องเตือนคืออะไร
• เจ็บท้องเตือน VS เจ็บท้องคลอดจริง ต่างกันยังไง
• เจ็บท้องคลอดแบบไหนควรไปหาหมอ
• ไขข้อข้องใจเรื่องอาการเจ็บท้องจริง VS เจ็บท้องเตือนกับ Enfa Smart Club

ก่อนที่จะมีการคลอดเกิดขึ้น คุณแม่หลาย ๆ คนมักจะมีอาการใกล้คลอดอย่างอาการเจ็บท้อง แต่...อาการเจ็บท้องใกล้คลอดนั้น ก็ยังแบ่งออกเป็นอาการเจ็บท้องจริง และ อาการเจ็บท้องหลอก แล้วแบบนี้เราจะแยกความแตกต่างได้ยังไง ว่าอาการแบบไหนคืออาการเจ็บท้องใกล้คลอดของจริง ตามไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันกับ Enfa ได้เลยค่ะ

เข้าใจอาการเจ็บท้องคลอด


อาการเจ็บท้องคลอดจริง คือ อาการเจ็บท้องที่กำลังจะมีการคลอดขึ้นตามมาในไม่ช้า โดยอาการเจ็บท้องนี้เกิดจากการหดรัดตัวของมดลูก เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่กระบวนการคลอดในเร็ว ๆ นี้

อาการเจ็บท้องคลอด เป็นอย่างไร

อาการเจ็บท้องคลอดจริง มีดังนี้

  • ปวดท้องเนื่องจากมดลูกหดตัวบ่อย มดลูกมีการหดรัดตัวอย่างสม่ำเสมอ นานขึ้น และแรงขึ้น โดยอาการปวดท้องในแต่ละครั้งนั้น จะปวดนานครั้งละราว ๆ 30-70 วินาที

  • มีมูกไหลออกจากช่องคลอด ซึ่งอาจจะเป็นแค่เพียงมูกใส ๆ หรือเป็นมูกที่มีเลือดปนออกมาด้วย

  • มีน้ำคร่ำไหลออกมา ซึ่งน้ำคร่ำจะไม่มีกลิ่น ดังนั้น หากคุณแม่พบว่าของเหลวที่ไหลออกมานั้นมีกลิ่นเปรี้ยว นั่นก็เป็นเพียงปัสสาวะไม่ใช่น้ำคร่ำจริง ๆ

สมัครเป็นสมาชิก Enfa Smart Club กับชมวันนี้ ลุ้นรับ MacBook Air

เจ็บท้องคลอด เจ็บแบบไหน

อาการปวดท้องในลักษณะที่เป็นอาการเจ็บท้องคลอดจริง คุณแม่จะมีอาการปวดท้องบ่อยขึ้น ปวดท้องนานขึ้น ปวดท้องถี่ขึ้น โดยจะมีอาการปวดท้องราว ๆ 4 ครั้ง ใน 1 ชั่วโมง และอาการปวดท้องนั้นไม่หายไปเอง แม้ว่าจะได้นั่งพัก หรือนอนพัก หรือกินยาแก้ปวดแล้วก็ตาม

เข้าใจอาการเจ็บท้องเตือน


อาการเจ็บท้องหลอก หรือเจ็บทางเตือน คือ ลักษณะที่มีอาการปวดท้องคล้ายกับว่าจะมีการคลอดเกิดขึ้น แต่จะไม่มีการคลอดเกิดขึ้นจริง ๆ สำหรับกลุ่มอาการเจ็บท้องเตือน

เจ็บท้องเตือนเป็นแบบไหน

อาการปวดท้องในลักษณะที่เป็นอาการเจ็บท้องเตือน คุณแม่จะมีอาการปวดท้องถี่ แต่จะไม่ปวดติดกันถี่ขนาดเจ็บท้องจริง หรือมีอาการปวดท้องน้อยกว่า 4 ครั้งใน 1 ชั่วโมง และอาการปวดท้องนั้นสามารถหายเองได้ เพียงแค่นั่งพัก นอนพัก หรือกินยาแก้ปวด

เจ็บท้องเตือนกี่วันคลอด

จริง ๆ แล้วอาการต่าง ๆ ของเจ็บท้องเตือนนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่สอง ไปจนถึงไตรมาสที่สาม แต่อาการจะเริ่มรุนแรงและเห็นชัดขึ้นในช่วงก่อนคลอดไม่นาน จึงมักทำให้เกิดความสับสนว่านี่เป็นอาการเจ็บท้องจริงหรือเจ็บท้องหลอก

 ดังนั้น หากจะถามว่าเจ็บท้องเตือนนานกี่วันถึงจะคลอด ระยะเวลานี้ก็ค่อนข้างที่จะแตกต่างกันค่ะ บางคนอาจนานเป็นสัปดาห์ ขณะที่บางคนอาจจะมีอาการเจ็บท้องเตือนก่อนคลอดแค่ไม่กี่วัน

เจ็บท้องเตือน กินยาพาราได้ไหม

คนท้องสามารถที่จะกินยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการปวดและลดไข้ได้ แต่ต้องกินในปริมาณที่แพทย์แนะนำเท่านั้น ไม่ควรใช้มากเกินกว่าที่แพทย์แนะนำ

ดังนั้น หากมีอาการปวดท้องเนื่องจากเจ็บท้องเตือน คุณแม่จึงสามารถกินยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการปวดได้ค่ะ แต่ถ้าเป็นอาการเจ็บท้องจริง แม้จะกินยาพาราเซตามอล แต่อาการปวดท้องก็จะไม่หายไปแต่อย่างใด

เจ็บท้องเตือน VS เจ็บท้องคลอดจริง ต่างกันยังไง คุณแม่จะเช็กอาการตัวเองยังไงดี


อาการเจ็บท้องเตือน และ เจ็บท้องจริงนั้น แตกต่างกัน โดยคุณแม่สามารถสังเกตได้ ดังนี้

ระยะเวลาในการหดตัวของมดลูก

  • เจ็บท้องเตือน มีการหดตัวของมดลูกบ่อย แต่จะไม่หดตัวติด ๆ กัน หรือมีการหดตัวน้อยกว่า 4 ครั้งใน 1 ชั่วโมง

  • เจ็บท้องจริง มีการหดตัวของมดลูกบ่อย แต่มีการหดตัวติด ๆ กัน หรือมีการหดตัวมากกว่า 4 ครั้งใน 1 ชั่วโมง การหดตัวแต่ละครั้งจะทำให้รู้สึกปวดท้องนานราว ๆ 30-70 วินาที 

จุดที่มีอาการปวด

  • เจ็บท้องเตือน รู้สึกปวดที่บริเวณท้องส่วนหน้า หรือบริเวณเชิงกราน

  • เจ็บท้องจริง จะเริ่มปวดไล่มาตั้งแต่ช่วงหลังส่วนหน้า แล้วลามไปยังบริเวณท้องส่วนหน้า หรือบางทีก็เริ่มปวดมาตั้งแต่ท้องส่วนหน้า และลามไปยังบริเวณหลังส่วนล่าง

ความเปลี่ยนแปลงเมื่อเคลื่อนไหวร่างกาย

  • เจ็บท้องเตือน หากลุกขึ้นเปลี่ยนอริยาบท การลุก การนั่ง การเดิน หรือนอนพัก แค่เพียงเปลี่ยนอริยาบถอาการปวดก็สามารถทุเลาได้

  • เจ็บท้องจริง อาการปวดจะไม่หายไป ไม่ว่าจะลองเปลี่ยนอริยาบทกี่ท่าทางก็ตาม

อาการปวด

  • เจ็บท้องเตือน อาการปวดจะค่อย ๆ ดีขึ้น หรือปวดหนักมากในตอนแรก แต่จะค่อย ๆ ทุเลาลงทีละน้อย

  • เจ็บท้องจริง อาการปวดจะไม่ลดลง หรือหายไป จะมีอาการปวดอย่างต่อเนื่อง และปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ

มูก มูกเลือด น้ำคร่ำ

  • เจ็บท้องเตือน อาการเจ็บท้องเตือนจะไม่มีมูกใส ๆ หรือมูกปนเลือดไหลออกมาทางช่องคลอด รวมถึงไม่มีอาการน้ำเดินด้วย

  • เจ็บท้องจริง คุณแม่จะมีมูกใส ๆ หรือมูกปนเลือดไหลออกมาทางช่องคลอด และมีอาการน้ำเดินด้วย

ปากมดลูกเปิด

  • เจ็บท้องเตือน นอกจากจะไม่มีมูกหรือของเหลวใด ๆ ออกมาจากช่องคลอดแล้ว อาการเจ็บท้องเตือน ก็ไม่พบว่าปากมดลูกมีการขยายตัวหรือเปิดออกกว้างขึ้น

  • เจ็บท้องจริง อาการเจ็บท้องจริง แพทย์จะตรวจพบว่าปากมดลูกเปิดกว้างขึ้น พร้อมสำหรับให้ทารกคลอดออกมาได้

เจ็บท้องคลอดแบบไหนควรไปหาหมอ


ไม่ว่าจะเป็นอาการเจ็บท้องเตือน หรือเจ็บท้องจริง คุณแม่ก็สามารถไปพบคุณหมอได้ เพราะเมื่อมีอาการปวดขึ้น คุณแม่อาจรู้สึกไม่สบายตัว หรือรู้สึกทรมาน ดังนั้น จึงควรไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยอาการที่เกิดขึ้น เพราะบางครั้งคุณแม่อาจเข้าใจว่าเป็นอาการเจ็บท้องเตือน แต่จริงๆ แล้วเป็นอาการเจ็บท้องคลอดลูกจริง ๆ ก็มี หรือคิดว่าเป็นอาการเจ็บท้องจริง แต่เป็นอาการเจ็บท้องเตือน ก็เกิดขึ้นได้เช่นกัน

และถ้าเป็นอาการเจ็บท้องจริง ยิ่งต้องรีบไปพบแพทย์ เพราะเมื่อน้ำคร่ำแตก และปากมดลูกเริ่มเปิด ก็แปลว่าทารกกำลังจะโผล่ออกมาดูโลกในอีกไม่ช้าแล้ว

ดังนั้น ถ้าหากมีอาการดังต่อไปนี้ร่วมด้วย ก็แปลว่าคุณแม่กำลังใกล้จะคลอดแล้ว ควรรีบไปพบแพทย์

  • มีเลือดออกทางช่องคลอด

  • น้ำเดิน หรือน้ำคร่ำแตก

  • ใน 1 ชั่วโมง จะมีอาการปวดท้องทุก ๆ 5 นาที

  • ปวดท้องมากจนไม่สามารถลุกขึ้นนั่ง ยืน หรือเดินได้

อาการเจ็บท้องเป็นเรื่องธรรมชาติ หากคุณแม่รู้สึกกังวล ลองทำตามวิธีนี้ดูนะคะ

หากมีอาการเจ็บท้องเกิดขึ้น ไม่ว่าะเป็นอาการเจ็บท้องเตือน หรือเจ็บท้องจริง สามารถรับมือได้ ดังนี้

  • นั่งพัก หรือนอนพัก เพื่อสังเกตอาการ หากอาการดีขึ้น ก็แปลว่าเป็นอาการเจ็บท้องเตือน สามารถไปหาหมอภายหลังได้ แต่ถ้านอนพักและนั่งพักแล้วอาการไม่ดีขึ้นเลย มีแต่จะอาการหนักขึ้น อาจเป็นอาการเจ็บท้องจริง ก็ให้รีบไปพบแพทย์ทันทีเช่นกัน

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพราะถ้าร่างกายยิ่งขาดน้ำอาจทำให้อาการปวดแย่ลง

  • ลองเปลี่ยนอริยาบท เช่น ยืน นั่ง หรือนอน อาการปวดอาจดีขึ้นได้เมื่อลองเปลี่ยนอริยาบถบ้าง

หากคุณแม่มีอาการลักษณะนี้ ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที

นอกจากคุณแม่ควรจะต้องรีบไปพบแพทย์เมื่อมีอาการเจ็บท้องจริงแล้ว หากคุณแม่มีอาการดังต่อไปนี้ ก็ควรต้องไปพบแพทย์เช่นกันค่ะ เพราะอาจเป็นสัญญาณความผิดปกติได้

  • มีอาการเจ็บท้องจริงก่อนอายุครรภ์ 37 สัปดาห์ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะมีการคลอดก่อนกำหนดสูงมาก

  • สัมผัสได้ว่าทารกในครรภ์ไม่ดิ้น

  • มีเลือดออกทางช่องคลอด

  • ปวดศีรษะ

  • สายตาพร่ามัว

  • หายใจลำบาก หรือหายใจไม่ออก

ไขข้อข้องใจเรื่องอาการเจ็บท้องจริง VS เจ็บท้องเตือนกับ Enfa Smart Club


 เจ็บท้องคลอดลูกดิ้นไหม?

ในช่วงไตรมาสสุดท้าย ลูกยังคงดิ้นอยู่ แม้จะดิ้นได้น้อยลงเนื่องจากมีพื้นที่ในการขยับตัวน้อย แต่ช่วงที่เจ็บท้อง คุณแม่ยังสามารถที่จะสัมผัสการเคลื่อนไหวของทารกในครรภ์ได้

 เจ็บท้องคลอด เจ็บมากไหม?

คำว่ามากของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน บางคนปวดนิดเดียว แต่ก็รู้สึกว่าปวดมากเสียเหลือเกิน บางคนปวดมาก แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นอาการปวดที่รุนแรง

แต่สำหรับอาการเจ็บคลอดจริงนั้น อาการปวดจะอยู่คงทน คือปวดแล้วไม่สามารถหายเองได้ ต่างจากอาการเจ็บท้องเตือนที่เพียงลุกขึ้นยืน หรือเดิน หรือกินยาแก้ปวด อาการก็สามารถดีขึ้นได้

 อาการเจ็บท้องคลอดจริง จะเจ็บนานแค่ไหน?

ระยะเวลาของอาการเจ็บท้องจริงนั้นจะแตกต่างกันไปค่ะ ถ้าหากเป็นครรภ์แรก อาจจะมีอาการเจ็บครรภ์นาน 12-24 ชั่วโมง ถึงจะมีการคลอดเกิดขึ้น

แต่ถ้าเป็นครรภ์สอง หรือครรภ์สามแล้ว คุณแม่อาจมีอาการเจ็บท้องจริงประมาณ 6-7 ชั่วโมง แล้วจึงมีการคลอด

อย่างไรก็ตาม หากมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับทารก เช่น ทารกไม่อยู่ในท่าที่พร้อมคลอด หรือเอาอวัยวะส่วนอื่นลงแทนที่จะเป็นศีรษะ ลักษณะเช่นนี้ก็อาจจะทำให้มีอาการเจ็บท้องนานกว่าปกติได้ค่ะ

 อาการเจ็บท้องคลอดหลอกจะเริ่มเมื่อไหร่?

อาการเจ็บท้องเตือนหรือเจ็บท้องหลอกนั้นเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงอายุครรภ์ 20 หรือ 28 สัปดาห์เป็นต้นไปค่ะ แต่อาการจะรุนแรงและรู้สึกได้มากขึ้นเมื่ออายุครรภ์ได้ 32 สัปดาห์

 เจ็บท้องคลอดกี่สัปดาห์?

โดยทั่วไปแล้วเมื่อมีอาการเจ็บท้องคลอดจริงเกิดขึ้น คุณแม่ก็จะมีการคลอดเกิดขึ้นในอีก 12-24 ชั่วโมง หรืออย่างช้าสุดก็คือ 48 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่คุณแม่ทุกคนที่จะเข้าเกณฑ์นี้ค่ะ เพราะคุณแม่บางคนก็เจ็บท้องคลอดนานเป็นสัปดาห์เหมือนกันกว่าที่จะมีการคลอดจริง ๆ เกิดขึ้น


      บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

      EFB Form

      EFB Form