คุณแม่ทราบมั้ยว่าลูกน้อยวัย 1 ขวบขึ้นไป สามารถดื่มนมกล่องอย่างนม UHT ได้แล้ว ซึ่งจะทำให้คุณแม่สะดวกในการจัดเตรียม และลูกน้อยเองก็จะได้รับสารอาหารอย่างต่อเนื่อง แต่คุณแม่อาจสงสัยว่า นม UHT คืออะไร? และไม่แน่ใจว่านม UHT เหมาะกับลูกวัย 1 ขวบหรือไม่? เรามีรายละเอียดของเรื่องนี้มาบอกกล่าวกันค่ะ

Apply to be the Enfa family and watch today.  Win a free, premium car seat.

นม UHT คือนมประเภทไหน เหมาะกับลูกวัยไหน

นม UHT  คือนมที่ผ่านการฆ่าเชื้อที่อุณหภูมิสูง (Ultra High Temperature) นม UHT ในรูปแบบกล่องบางชนิดทำจากนมโคสด บางชนิดก็ทำมาจากนมผง ซึ่งนม UHT เป็นนมกล่องสำหรับเด็ก 1 ขวบขึ้นไป เด็กเล็กก่อน 1 ขวบ จึงไม่ควรจะดื่มนม UHT ไม่ว่าจะผลิตจากนมโคสดหรือนมผง เพราะระบบย่อยยังไม่สมบูรณ์ ยังไม่สามารถย่อยสารอาหารโมเลกุลขนาดใหญ่ได้ จะต้องเป็นเด็กอายุ 1 ขวบขึ้นไปจึงจะสามารถดื่มนม UHT ที่ทำมาจากนมผงได้

สำหรับนม UHT ที่ระบุว่าเป็นนมกล่องสำหรับเด็ก 1 ขวบขึ้นไปนั้น ไม่ได้มีความแตกต่างจากนมผงสูตรสำหรับเด็ก 1 ขวบขึ้นไปแต่อย่างใด เพราะนม UHT นี้ ก็คือการนำนมผงมาดัดแปลงสูตรให้เหมาะสำหรับการเป็นนมเด็ก 1 ขวบ ที่ปรับเสริมสารอาหารประเภทต่างๆ จนครบถ้วนมาบรรจุกล่องผ่านกระบวนการ UHT ออกมาเป็นนมน้ำ

กระบวนการผลิตนม UHT นั้น จะผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อโรคที่อุณหภูมิ 135-150 องศาเซลเซียส ในระยะเวลา 2-4 วินาที ซึ่งสภาวะดังกล่าวจะสามารถทำลายจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคและจุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารเสื่อมเสีย ทำให้สามารถเก็บรักษาได้นานถึง 6-8 เดือนที่อุณหภูมิห้องโดยไม่ต้องแช่เย็น และไม่ทำให้คุณค่าของสารอาหารและรสชาติเปลี่ยนไปค่ะ

 
การเลือกนม UHT ให้ลูก
 

เลือกนม UHT ให้ลูกอย่างไรดี

เพื่อให้ลูกได้พัฒนาสมองและร่างกายอย่างต่อเนื่อง คุณแม่ควรเลือกนม UHT ที่มีสารอาหารพัฒนาสมองและภูมิคุ้มกัน อย่าง MFGM ซึ่งคือเยื่อหุ้มอนุภาคไขมันในนมแม่, ดีเอชเอ กรดไขมันไม่อิ่มตัวชนิดสายโซ่ยาว ที่พบมากในเยื่อหุ้มสมองและจอประสาทตา

มีงานวิจัยทางคลินิกพบว่า MFGM เป็นสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางสมองและภูมิคุ้มกัน และพัฒนาการด้านต่างๆ ของเด็กได้หลากหลายด้าน ดังนี้

  • จากงานวิจัยทางคลินิก พบว่า เด็กที่ได้รับ MFGM ร่วมกับ DHA มีระดับคะแนนพัฒนาการทางสติปัญญาสูงกว่าเด็ก ที่ได้รับ DHA เพียงอย่างเดียว นอกจากนั้นจากการทดลองในห้องปฏิบัติการเพื่อศึกษาการทำงานของ MFGM พบว่า เมื่อใช้สารอาหารใน MFGM ทำงานร่วมกับ DHA ที่เวลา 21 วัน จะช่วยเพิ่มโอกาสการเชื่อมต่อเซลล์สมองมากกว่าการใช้ DHA เพียงอย่างเดียว*

  • โปรตีนบางชนิดใน MFGM มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างระบบการป้องกันการติดเชื้อจากไวรัสและแบคทีเรีย ช่วยให้ร่างกายเด็กแข็งแรงสามารถต่อสู้กับการติดเชื้อได้ เช่น พบว่า MFGM ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะหูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลัน เป็นต้น

  • มีงานวิจัยพบว่า MFGM จะช่วยให้เด็กสามารถควบคุมพฤติกรรม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการทางอารมณ์ของเขาได้**

  • มีงานวิจัยพบว่า เด็กกลุ่มที่ได้รับนมเสริม MFGM มีพัฒนาการร่างกาย โดยเฉพาะทักษะการใช้กล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหวที่ดีกว่ากลุ่มเด็กที่ไม่ได้เสริม

  • มีงานวิจัยในเด็กพบว่า เด็กกลุ่มที่ได้รับนมเสริม MFGM มีพัฒนาการด้านภาษาที่ดีและทักษะการสื่อสารที่ซับซ้อนกว่ากลุ่มเด็กที่ไม่ได้เสริม

  • งานวิจัยในเด็กพบว่า เด็กกลุ่มที่ได้รับนมเสริม MFGM มีสมาธิจดจ่อกับกิจกรรมที่ทำนานกว่ากลุ่มเด็กที่ไม่ได้เสริม นอกจากนี้ คุณแม่ควรเลือกนม UHT ที่ :

    • กล่องมีสภาพสมบูรณ์ ไม่บวม ไม่มีรอยหัก พับ ยุบ โดยเฉพาะบริเวณมุมกล่อง

    • บริเวณจุดที่ใช้หลอดเจาะต้องไม่มีรูรั่วหรือรอยฉีกขาดใดๆ

    • ซื้อนมจำนวนพอดื่มในระยะสั้นๆ ไม่ซื้อตุนไว้มาก และควรดูวันหมดอายุบนแพคด้วย

ในช่วง 3 ปีแรก สมองเด็กพัฒนาถึง 85% การได้รับโภชนาการที่เหมาะสมและสมดุลเป็นสิ่งสำคัญมากในช่วงนี้ นอกจากเด็ก ๆ ต้องได้สารอาหารจากอาหารหลัก 5 หมู่แล้ว DHA ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเยื่อหุ้มสมองและจอประสาทตา ถือว่าเป็นสารอาหารสำคัญต่อพัฒนาการของสมอง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าเด็กๆ ควรได้รับ DHA วันละ 100 มก. ส่วน MFGM ซึ่งเป็นสารอาหารที่พบในน้ำนมแม่ก็เป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับเด็กวัยกำลังเจริญเติบโต เพราะช่วยพัฒนาสมอง และมีงานวิจัยที่สามารถพิสูจน์ว่าเด็กที่กินนมสูตรเสริม MFGM มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงขึ้น อาการเจ็บป่วยลดลง การทำงานร่วมกันของ DHA และ MFGM จะส่งผลต่อร่างกายที่แข็งแรงและสมองที่ดี ดังนั้นจึงควรเลือกนม UHT ที่เสริม DHA และ MFGM และสารอาหารอื่นๆ เพื่อประโยชน์ที่เด็กจะได้รับ

MFGM

นม UHT เพื่อลูกรับสารอาหารอย่างต่อเนื่อง

นม UHT นอกจากจะมีกระบวนการผลิต การผ่านความร้อนที่ทำให้เก็บรักษาได้นานแล้ว ยังมีการเสริมสารอาหารที่จำเป็นต่อพัฒนาการของเด็ก เช่น สารอาหารที่สำคัญต่อพัฒนาการสมองและภูมิคุ้มกันอย่าง MFGM, ดีเอชเอ, วิตามินบี 12 ฯลฯ ทำให้แต่ละกล่องเต็มเปี่ยมไปด้วยโภชนาการสูงสุดต่อลูกน้อย

นอกจากนี้ ข้อดีของนม UHT ที่เห็นได้ชัด คือ การเป็นนมกล่องสำหรับเด็ก 1 ขวบที่พกพาได้ง่าย เวลาเดินทางไปไหน คุณแม่ก็ไม่ต้องเตรียมขวดนมและน้ำสำหรับชงนม เพิ่มความสะดวกให้คุณพ่อคุณแม่ได้อย่างดี และลูกน้อยก็จะสามารถดื่มนมได้ทุกที่ ได้รับสารอาหารเพื่อสมองและร่างกายอย่างต่อเนื่องค่ะ

 
นม UHT เพื่อลูกรับสารอาหารอย่างต่อเนื่อง
 

การดูแล & เก็บรักษานม UHT

  • ควรเก็บนมไว้ในที่ที่อุณหภูมิค่อนข้างเย็น ไม่จำเป็นต้องแช่ตู้เย็น แต่ไม่ให้ถูกแสงแดดและไม่อยู่ในที่ที่มีอุณหภูมิสูงหรือบริเวณที่มีความชื้นสูง

  • หากซื้อนมมาหลายกล่อง ไม่ควรวางนมซ้อนกันหลายๆ ชั้น ซึ่งจะทำให้กล่องหัก หรือยุบได้

  • พลาสติกที่หุ้มแพคนมไว้ จะช่วยป้องกันมด แมลง และช่วยให้กล่องนมอยู่ในสภาพที่ดี ไม่ยุบ หรือหักงอได้ง่าย จึงไม่จำเป็นต้องแกะออก ถ้ายังไม่ได้ดื่มขณะนั้น

  • ไม่ใช้ของมีคมกรีดกล่องหรือพลาสติกที่หุ้มแพคนม เพราะของมีคมอาจกรีดลึกไปโดนกล่องนมได้แม้จะไม่ทะลุและน้ำนมไม่ได้รั่วออกมา ก็มีผลให้อากาศและจุลินทรีย์รั่วเข้าไปในกล่อง เป็นผลให้นมบูดเสียได้

  • ควรดูวันหมดอายุที่ด้านบนกล่องทุกครั้งก่อนดื่ม น้ำนมที่เก็บไว้นาน มีอายุมากขึ้นมักจะมีสีเข้มขึ้น และอาจมีการตกตะกอนของสารอาหารด้วย

  • ควรเขย่ากล่องก่อนดื่ม เพราะการตั้งนมทิ้งไว้นานๆ ไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกตู้เย็น สารอาหารในนมอาจนอนก้นจึงต้องเขย่าก่อน

  • ควรดื่มให้หมดทันทีที่เปิดกล่อง หากดื่มไม่หมดต้องเก็บแช่เย็นทันที กรณีที่ใช้หลอดเจาะแล้วดูด ควรดื่มให้หมดภายใน 4-6 ชั่วโมง

มาถึงตอนนี้คุณแม่คงได้คำตอบแล้วว่านม UHT คือนมประเภทไหน เหมาะสำหรับการพัฒนาสมองลูกวัย 1 ขวบขึ้นไปอย่างไร และควรเลือกซื้อและเก็บรักษานม UHT อย่างไร อย่าลืมเสริมพัฒนาการลูกด้วยนม UHT กันนะคะ

 

Reference:
* NeuroProof report for Mead Johnson Nutrition
** Veereman-Wauters G, Staelens S, Rombaut R, et al. Milk fat globule membrane (INPULSE) enriched formula milk decreases febrile episodes and may improve behavioral regulation in young children. Nutrition. 2012;28:749-752.

 

ไขรหัสลับ MFGM สารอาหารสำคัญที่พบในนมแม่ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางสมอง และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้เขาแข็งแรง