
Enfa สรุปให้
ลูกชอบเดินเขย่งเท้า พบได้ในช่วงเริ่มหัดเดินและวัยเตาะแตะ หากยังวางส้นเท้าได้และพัฒนาการด้านอื่นปกติ มักไม่อันตราย แต่ถ้าเกิน 2–3 ปียังเดินปลายเท้าเป็นหลัก ควรพบแพทย์
เด็กเดินเขย่งเท้า เกิดจากกล้ามเนื้อน่องยังไม่สมบูรณ์หรือกล้ามเนื้อตึง บางกรณีอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางระบบประสาท จึงต้องประเมินร่วมกับพัฒนาการโดยรวม
เด็กชอบเดินเขย่งเท้า หากเป็นต่อเนื่องและมีอาการร่วม เช่น พัฒนาการล่าช้า ควรตรวจเพิ่มเติม แต่ถ้าไม่มีอาการอื่น อาจเป็นภาวะที่ต้องติดตามและฝึกปรับรูปแบบการเดิน

เลือกอ่านตามหัวข้อ
การที่พ่อแม่สังเกตเห็นว่าลูกชอบเดินเขย่งเท้า โดยเฉพาะในช่วงที่ลูกหัดเดินหรืออยู่ในวัยเตาะแตะหลายครอบครัวจึงเกิดคำถามทันทีว่า เป็นเรื่องปกติของพัฒนาการ หรือเป็นสัญญาณเตือนบางอย่างเกี่ยวกับระบบประสาท กล้ามเนื้อ หรือพฤติกรรมการรับความรู้สึกกันแน่ บทความนี้ Enfa จะพาไปทำความเข้าใจพัฒนาการเด็ก เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจอย่างรอบด้าน และสามารถสังเกตลูกได้อย่างมั่นใจมากขึ้นกันค่ะ
ในช่วงวัยที่เด็กเริ่มยืนและเริ่มเดินได้เอง การเคลื่อนไหวของข้อเท้าและกล้ามเนื้อน่องยังอยู่ระหว่างการปรับตัว เด็กจำนวนหนึ่งจึงมีพฤติกรรมเดินปลายเท้าเป็นระยะ ซึ่งอาจพบได้เป็นช่วง ๆ และค่อย ๆ หายไปเมื่อกล้ามเนื้อแข็งแรงและระบบประสานงานดีขึ้น อย่างไรก็ตาม หากพบว่าลูกชอบเดินเขย่งเท้าอย่างต่อเนื่อง หรือแทบไม่วางส้นเท้าลงพื้นเลย อาจต้องประเมินเพิ่มเติมดังนี้
ทั้งนี้ อาการลูกชอบเดินเขย่งเท้าส่วนใหญ่มักจะหายได้เองเมื่อกล้ามเนื้อและระบบประสาทสั่งการทำงานได้ประสานกันดีขึ้น แต่หากพฤติกรรมนี้ลากยาวไปจนเกินอายุ 2 ปี หรือมีลักษณะทางกายภาพที่เปลี่ยนไป เช่น น่องโตผิดปกติ หรือเท้าผิดรูป นั่นคือสัญญาณว่าควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอย่างละเอียดต่อไปค่ะ
เด็กเดินเขย่งเท้า เกิดจากอะไร อาจต้องพิจารณาจากหลายปัจจัยประกอบกันค่ะ ตั้งแต่เรื่องของนิสัยไปจนถึงปัญหาทางสรีรวิทยาที่ซับซ้อน โดยทั่วไปต้องพิจารณาทั้งโครงสร้างกล้ามเนื้อ ระบบประสาท และพฤติกรรมการรับความรู้สึก ดังนี้
ความเข้าใจเรื่องสาเหตุจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ไม่ตำหนิลูกเมื่อเห็นเขาเดินเขย่ง เพราะในบางกรณีลูกไม่ได้ตั้งใจทำ แต่เป็นผลมาจากโครงสร้างร่างกายที่เขาควบคุมไม่ได้ การสังเกตและจดบันทึกว่าลูกเดินเขย่งในสถานการณ์ไหน หรือมีปัจจัยกระตุ้นอะไรบ้าง จะช่วยให้การวินิจฉัยของแพทย์แม่นยำยิ่งขึ้นด้วยค่ะ
เมื่อคุณพ่อคุณแม่พบว่าเด็กชอบเดินเขย่งเท้า การแก้ไขเบื้องต้นสามารถทำได้เองที่บ้านผ่านกิจกรรมที่เน้นการยืดเหยียดและเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เป้าหมายคือการทำให้ลูกรู้สึกคุ้นชินกับการลงน้ำหนักที่ส้นเท้าและการเคลื่อนไหวข้อเท้าที่ยืดหยุ่นมากขึ้น โดยต้องเน้นความสนุกสนานเพื่อให้เด็กให้ความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ดังนี้
ทั้งนี้ การแก้ไขควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ควรดุด่าหรือบังคับจนลูกเกิดความเครียด เพราะความเครียดอาจทำให้กล้ามเนื้อยิ่งตึงและมีพฤติกรรมต่อต้าน การทำให้การฝึกเดินกลายเป็นเกมที่ได้รับคำชมจะช่วยให้พัฒนาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในระยะยาวค่ะ
ความเชื่อมโยงของการที่ลูกเดินเขย่งเท้ากับภาวะออทิสติกเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลใจอย่างมาก แม้การเดินเขย่งเท้าจะเป็นพฤติกรรมที่พบได้บ่อยในเด็กออทิสติก แต่ไม่ได้หมายความว่าเด็กทุกคนที่เดินเขย่งจะเป็นออทิสติกเสมอไปค่ะ โดยปกติแล้วพฤติกรรมนี้ในกลุ่มเด็ก ASD มักเกี่ยวข้องกับการประมวลผลทางประสาทสัมผัสที่แตกต่างจากเด็กทั่วไป คือ
สิ่งสำคัญคือคุณพ่อคุณแม่ต้องไม่ด่วนสรุป แต่ควรใช้การสังเกตพัฒนาการโดยรวม หากลูกเดินเขย่งพร้อมกับมีปัญหาด้านการสื่อสารและสังคม ควรปรึกษากุมารแพทย์พัฒนาการและพฤติกรรมเพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้องค่ะ
การที่ลูก 1 ขวบ เดินเขย่งเท้าเป็นเพราะเริ่มเข้าสู่ช่วงลูกหัดเดินซึ่งเป็นระยะเริ่มต้นของการสำรวจโลก โดยลูกเดินเขย่งเท้า 1 ขวบมักจะเกี่ยวข้องกับการทดสอบระบบประสาทสัมผัสและการปรับตัวกับแรงโน้มถ่วงของโลก ในวัยนี้เด็กกำลังเรียนรู้ว่าน้ำหนักของตัวเองตกลงที่จุดไหนของเท้า และการเขย่งมักจะเป็นเพียงวิธีการเพิ่มความสูงเพื่อมองเห็นสิ่งที่อยู่เหนือระดับสายตานั่นเอง นอกจากนี้อาจมีสาเหตุมาจาก
หากพบว่าเด็ก 1 ขวบเดินเขย่งเท้า คุณพ่อคุณแม่อาจสังเกตเบื้องต้นโดยตรวจดูว่าขณะยืนนิ่ง ๆ ลูกสามารถวางเท้าแบนราบได้หรือไม่ หากวางได้ปกติก็ยังไม่ต้องกังวลจนเกินไปค่ะ นอกจากนี้ควรส่งเสริมให้ลูกเดินเท้าเปล่าบนพื้นผิวที่ปลอดภัยจะช่วยให้กล้ามเนื้อเท้าเล็ก ๆ ทำงานได้อย่างเต็มที่ และช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสใต้ฝ่าเท้าให้ทำงานได้อย่างสมดุล ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญก่อนที่จะขยับไปสู่ก้าวที่มั่นคงมากขึ้นค่ะ
ลูกเดินเขย่งเท้า 2 ขวบหรือในวัยเตาะแตะนี้อาจเริ่มมีความสำคัญมากขึ้นในเชิงการประเมิน เพราะโดยปกติเด็กวัยนี้ควรจะสามารถควบคุมการเดินได้ค่อนข้างมั่นคงและก้าวเดินแบบส้นเท้าลงพื้นได้แล้ว หากพฤติกรรมการเขย่งยังคงมีอยู่เป็นส่วนใหญ่ หรือเขย่งตลอดเวลา มักจะเป็นจุดที่แพทย์จะเริ่มให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะอาจเกิดผลกระทบดังนี้
หากการเขย่งเท้ายังเป็นพฤติกรรมหลักหรือมากกว่า 75% ของการเดิน แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจดูความยืดหยุ่นของข้อเท้า เพราะหากเป็นปัญหาจากเอ็นร้อยหวายตึง การทำกายภาพบำบัดในช่วงนี้จะได้ผลดีมากก่อนที่จะเข้าสู่วัยเรียนค่ะ
คำแนะนำสำหรับคุณพ่อคุณแม่เมื่อลูกน้อยชอบเดินเขย่งเท้า สิ่งสำคัญสุดคือบทบาทของคุณพ่อคุณแม่ในการช่วยให้ลูกข้ามผ่านช่วงเวลาของการเดินเขย่งเท้าไปได้ โดยเฉพาะการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเดินที่ถูกต้องและการสังเกตอย่างใกล้ชิดและไม่กดดัน จะช่วยให้พัฒนาการของลูกดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ซึ่งสามารถทำได้ดังนี้
ทั้งนี้ การมีทัศนคติที่เป็นบวกและความอดทนคือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะเด็กบางคนอาจใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนในการปรับท่าเดิน แต่บางคนอาจใช้เวลาเป็นปี ดังนั้น ความรักและความเข้าใจจึงเป็นแรงผลักดันที่ดีที่สุดให้ลูกเติบโตอย่างมั่นคงในทุกก้าวเดินค่ะ
เด็กจะเติบโตมาพร้อมกับทักษะสมองที่ดีได้นั้น นอกเหนือจากการส่งเสริมและสนับสนุนการทำกิจกรรม และการเรียนรู้ที่สมวัยแล้ว การใส่ใจเลือกโภชนาการที่ดี มีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ ให้ลูกได้กินอาหารที่ประกอบไปด้วยเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ธัญพืชต่าง ๆ ก็จะช่วยให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและสมอง ช่วยส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ที่ดีขึ้นอีกด้วย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าอยากให้ลูกมีพัฒนาการสมองดี ควรเลือกนมที่มี MFGM ซึ่งเป็นสุดยอดสารอาหารในนมแม่ สารอาหารสมองชนิดเดียวที่ช่วยให้ลูกมี IQ ที่เหนือกว่าตั้งแต่ 5 ปีแรก ประกอบด้วยไขมันและโปรตีนกว่า 150 ชนิด รวมทั้งสฟิงโกไมอีลิน ฟอสโฟลิปิด แกงกลิโอไซด์ ซึ่งมีประโยชน์ต่อการทำงานของระบบประสาทและสมอง
นอกจากนี้ โภชนาการที่ดียังมีส่วนช่วยพัฒนาทักษะ EF ทั้ง 3 ด้านหลัก ดังนี้
การเลือกโภชนาการที่มี MFGM จึงเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้ลูกน้อยเติบโตอย่างมั่นคง มีสมองที่ปราดเปรื่อง และมีทักษะสมองเพื่อความสำเร็จ EF ที่แข็งแกร่ง พร้อมก้าวสู่ความสำเร็จที่เหนือกว่าในอนาคต
Enfa สรุปให้ ลูกชอบเดินเขย่งเท้า พบได้ในช่วงเริ่มหัดเดินและวัยเตาะแตะ หากยังวางส้นเท้าได้และพัฒ...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ ช่วงวัย 5 ปี 11 เดือนเป็นระยะสุดท้ายก่อนเด็กก้าวเข้าสู่วัยเรียนอย่างเป็นทางการ เด็...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ 5 ปี 10 เดือน เป็นช่วงปลายวัยก่อนเข้าเรียน เด็กมีความพร้อมมากขึ้นทั้งด้านร่างกาย ค...
อ่านต่อ