นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เอนฟาสนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนไปจนถึง 2 ปี หรือนานกว่าตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

ลูกชอบเดินเขย่งเท้า ผิดปกติไหม

Enfa สรุปให้

  • ลูกชอบเดินเขย่งเท้า พบได้ในช่วงเริ่มหัดเดินและวัยเตาะแตะ หากยังวางส้นเท้าได้และพัฒนาการด้านอื่นปกติ มักไม่อันตราย แต่ถ้าเกิน 2–3 ปียังเดินปลายเท้าเป็นหลัก ควรพบแพทย์

  • เด็กเดินเขย่งเท้า เกิดจากกล้ามเนื้อน่องยังไม่สมบูรณ์หรือกล้ามเนื้อตึง บางกรณีอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางระบบประสาท จึงต้องประเมินร่วมกับพัฒนาการโดยรวม

  • เด็กชอบเดินเขย่งเท้า หากเป็นต่อเนื่องและมีอาการร่วม เช่น พัฒนาการล่าช้า ควรตรวจเพิ่มเติม แต่ถ้าไม่มีอาการอื่น อาจเป็นภาวะที่ต้องติดตามและฝึกปรับรูปแบบการเดิน

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

การที่พ่อแม่สังเกตเห็นว่าลูกชอบเดินเขย่งเท้า โดยเฉพาะในช่วงที่ลูกหัดเดินหรืออยู่ในวัยเตาะแตะหลายครอบครัวจึงเกิดคำถามทันทีว่า เป็นเรื่องปกติของพัฒนาการ หรือเป็นสัญญาณเตือนบางอย่างเกี่ยวกับระบบประสาท กล้ามเนื้อ หรือพฤติกรรมการรับความรู้สึกกันแน่ บทความนี้ Enfa จะพาไปทำความเข้าใจพัฒนาการเด็ก เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจอย่างรอบด้าน และสามารถสังเกตลูกได้อย่างมั่นใจมากขึ้นกันค่ะ 

 

ลูกชอบเดินเขย่งเท้า ผิดปกติไหม

ในช่วงวัยที่เด็กเริ่มยืนและเริ่มเดินได้เอง การเคลื่อนไหวของข้อเท้าและกล้ามเนื้อน่องยังอยู่ระหว่างการปรับตัว เด็กจำนวนหนึ่งจึงมีพฤติกรรมเดินปลายเท้าเป็นระยะ ซึ่งอาจพบได้เป็นช่วง ๆ และค่อย ๆ หายไปเมื่อกล้ามเนื้อแข็งแรงและระบบประสานงานดีขึ้น อย่างไรก็ตาม หากพบว่าลูกชอบเดินเขย่งเท้าอย่างต่อเนื่อง หรือแทบไม่วางส้นเท้าลงพื้นเลย อาจต้องประเมินเพิ่มเติมดังนี้

 

  • ความปกติในช่วงเริ่มต้น
    เด็กที่เพิ่งเริ่มก้าวเดินมักจะลองใช้วิธีเดินเขย่งเพื่อสำรวจความสามารถของร่างกายและกล้ามเนื้อขา ซึ่งถือเป็นพัฒนาการปกติในช่วง 1-2 ปีแรก

  • ความสม่ำเสมอของพฤติกรรม
    หากลูกเดินเขย่งเป็นบางครั้ง หรือไม่เกิน 50% ของเวลาเดินทั้งหมด และสลับกับการเดินเต็มเท้าได้เอง มักเป็นการปรับตัวตามธรรมชาติ

  • ความยืดหยุ่นของข้อเท้า
    ในกรณีที่ปกติ เด็กควรจะสามารถกระดกข้อเท้าขึ้นลงได้สุดพิสัยการเคลื่อนไหว ไม่มีการติดขัดหรือเส้นเอ็นตึงรั้งจนส้นเท้าแตะพื้นไม่ได้

  • อาการร่วมที่ต้องเฝ้าระวัง
    หากเด็กเดินเขย่งตลอดเวลาแม้จะเตือนแล้ว หรือมีอาการกล้ามเนื้อแข็งเกร็ง เดินสะดุดบ่อย หรือมีพัฒนาการด้านอื่นล่าช้า จะเริ่มเข้าข่ายความผิดปกติที่ควรปรึกษาแพทย์

ทั้งนี้ อาการลูกชอบเดินเขย่งเท้าส่วนใหญ่มักจะหายได้เองเมื่อกล้ามเนื้อและระบบประสาทสั่งการทำงานได้ประสานกันดีขึ้น แต่หากพฤติกรรมนี้ลากยาวไปจนเกินอายุ 2 ปี หรือมีลักษณะทางกายภาพที่เปลี่ยนไป เช่น น่องโตผิดปกติ หรือเท้าผิดรูป นั่นคือสัญญาณว่าควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอย่างละเอียดต่อไปค่ะ

 

เด็กเดินเขย่งเท้า เกิดจากอะไร

เด็กเดินเขย่งเท้า เกิดจากอะไร อาจต้องพิจารณาจากหลายปัจจัยประกอบกันค่ะ ตั้งแต่เรื่องของนิสัยไปจนถึงปัญหาทางสรีรวิทยาที่ซับซ้อน โดยทั่วไปต้องพิจารณาทั้งโครงสร้างกล้ามเนื้อ ระบบประสาท และพฤติกรรมการรับความรู้สึก ดังนี้

  • การพัฒนากล้ามเนื้อข้อเท้ายังไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะในช่วงลูกหัดเดิน
  • กล้ามเนื้อน่องตึง ทำให้วางส้นเท้าไม่เต็มที่
  • ภาวะ idiopathic toe walking ซึ่งไม่พบโรคทางระบบประสาทชัดเจน
  • ภาวะสมองพิการบางชนิดที่มีความตึงของกล้ามเนื้อ
  • ความผิดปกติทางระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อ
  • ความไวต่อการรับความรู้สึกบริเวณฝ่าเท้า
  • พฤติกรรมเลียนแบบ หรือความเคยชิน

ความเข้าใจเรื่องสาเหตุจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ไม่ตำหนิลูกเมื่อเห็นเขาเดินเขย่ง เพราะในบางกรณีลูกไม่ได้ตั้งใจทำ แต่เป็นผลมาจากโครงสร้างร่างกายที่เขาควบคุมไม่ได้ การสังเกตและจดบันทึกว่าลูกเดินเขย่งในสถานการณ์ไหน หรือมีปัจจัยกระตุ้นอะไรบ้าง จะช่วยให้การวินิจฉัยของแพทย์แม่นยำยิ่งขึ้นด้วยค่ะ

 

เด็กชอบเดินเขย่งเท้า แก้ยังไง

เมื่อคุณพ่อคุณแม่พบว่าเด็กชอบเดินเขย่งเท้า การแก้ไขเบื้องต้นสามารถทำได้เองที่บ้านผ่านกิจกรรมที่เน้นการยืดเหยียดและเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เป้าหมายคือการทำให้ลูกรู้สึกคุ้นชินกับการลงน้ำหนักที่ส้นเท้าและการเคลื่อนไหวข้อเท้าที่ยืดหยุ่นมากขึ้น โดยต้องเน้นความสนุกสนานเพื่อให้เด็กให้ความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ดังนี้ 

  • การยืดเอ็นร้อยหวาย โดยให้เด็กนอนหงาย แล้วคุณพ่อคุณแม่ค่อย ๆ ดันปลายเท้าของลูกเข้าหาตัวเบา ๆ ค้างไว้ 15-30 วินาที เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้กล้ามเนื้อน่อง
  • ทำกิจกรรมเลียนแบบสัตว์ โดยชวนลูกเล่นเดินเหมือนเพนกวินคือเดินด้วยส้นเท้า หรือเดินเหมือนหมีคือเดินสี่เท้าแบบก้มตัว เป็นต้น เพื่อฝึกการทรงตัวในท่าทางที่หลากหลาย
  • การใส่รองเท้าที่เหมาะสม โดยเลือกรองเท้าหุ้มข้อที่มีส้นแข็งแรงและรองรับแรงกระแทกได้ดี ซึ่งจะช่วยบังคับให้ส้นเท้าสัมผัสพื้นได้ง่ายขึ้นและลดพฤติกรรมการเขย่ง
  • การนวดสัมผัส โดยหากเกิดจากปัญหาการรับความรู้สึก การนวดเท้าแรง ๆ หรือให้เดินบนพื้นผิวที่หลากหลายจะช่วยลดความไวต่อสัมผัสลงได้
  • การปรึกษานักกายภาพบำบัด ในกรณีที่เอ็นตึงมาก ผู้เชี่ยวชาญอาจใช้เทคนิคการดัดดึง การใส่เฝือกอ่อนหรืออุปกรณ์เสริม เพื่อช่วยจัดระเบียบเท้า

ทั้งนี้ การแก้ไขควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ควรดุด่าหรือบังคับจนลูกเกิดความเครียด เพราะความเครียดอาจทำให้กล้ามเนื้อยิ่งตึงและมีพฤติกรรมต่อต้าน การทำให้การฝึกเดินกลายเป็นเกมที่ได้รับคำชมจะช่วยให้พัฒนาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในระยะยาวค่ะ

 

ลูกเดินเขย่งเท้ากับภาวะออทิสติก

ความเชื่อมโยงของการที่ลูกเดินเขย่งเท้ากับภาวะออทิสติกเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลใจอย่างมาก แม้การเดินเขย่งเท้าจะเป็นพฤติกรรมที่พบได้บ่อยในเด็กออทิสติก แต่ไม่ได้หมายความว่าเด็กทุกคนที่เดินเขย่งจะเป็นออทิสติกเสมอไปค่ะ โดยปกติแล้วพฤติกรรมนี้ในกลุ่มเด็ก ASD มักเกี่ยวข้องกับการประมวลผลทางประสาทสัมผัสที่แตกต่างจากเด็กทั่วไป คือ

 

  • พฤติกรรมกระตุ้นตัวเอง
    การเดินเขย่งอาจเป็นรูปแบบหนึ่งของการหาความสมดุลหรือความรู้สึกทางกายภาพที่ช่วยให้พวกเขารู้สึกมั่นคงทางอารมณ์

  • การรับรู้ตำแหน่งข้อต่อ 
    เด็กออทิสติกบางคนอาจมีความต้องการแรงกดที่ข้อเท้ามากกว่าปกติ การเขย่งเท้าทำให้เกิดแรงบีบที่ข้อต่อซึ่งช่วยให้เขารับรู้ตำแหน่งร่างกายได้ดีขึ้น

  • พฤติกรรมซ้ำซ้อน
    การเดินเขย่งอาจทำร่วมกับการสะบัดมือ หรือการหมุนตัว ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของการสื่อสารผ่านทางร่างกายในกลุ่มออทิสติก

  • การแยกแยะอาการ
    แพทย์จะมองหาอาการอื่นร่วมด้วย เช่น การไม่สบตา การพูดช้า หรือความสนใจที่จำกัด เพื่อแยกแยะว่าการเขย่งนั้นเป็นเพียงนิสัยหรือเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอาการ ASD

สิ่งสำคัญคือคุณพ่อคุณแม่ต้องไม่ด่วนสรุป แต่ควรใช้การสังเกตพัฒนาการโดยรวม หากลูกเดินเขย่งพร้อมกับมีปัญหาด้านการสื่อสารและสังคม ควรปรึกษากุมารแพทย์พัฒนาการและพฤติกรรมเพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้องค่ะ

 

ลูกเดินเขย่งเท้า 1 ขวบ

การที่ลูก 1 ขวบ เดินเขย่งเท้าเป็นเพราะเริ่มเข้าสู่ช่วงลูกหัดเดินซึ่งเป็นระยะเริ่มต้นของการสำรวจโลก โดยลูกเดินเขย่งเท้า 1 ขวบมักจะเกี่ยวข้องกับการทดสอบระบบประสาทสัมผัสและการปรับตัวกับแรงโน้มถ่วงของโลก ในวัยนี้เด็กกำลังเรียนรู้ว่าน้ำหนักของตัวเองตกลงที่จุดไหนของเท้า และการเขย่งมักจะเป็นเพียงวิธีการเพิ่มความสูงเพื่อมองเห็นสิ่งที่อยู่เหนือระดับสายตานั่นเอง นอกจากนี้อาจมีสาเหตุมาจาก

  • การเรียนรู้ความสูง
    เด็กวัยนี้ชอบเขย่งเพื่อคว้าของบนโต๊ะหรือมองข้ามสิ่งกีดขวาง ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่สมเหตุสมผลตามพัฒนาการ

  • ผลกระทบจากอุปกรณ์
    โดยเฉพาะการใช้รถหัดเดินนานเกินไปอาจมีส่วนทำให้เด็กชินกับการใช้ปลายเท้าจิกพื้นเพื่อเคลื่อนที่ไปข้างหน้าแทนการก้าวเดินที่ถูกต้อง

  • พื้นฐานพัฒนาการ
    โดยเรามักจะสงสัยว่าเด็กเดินได้กี่เดือน คำตอบคือช่วง 10-15 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่กล้ามเนื้อขายังไม่แข็งแรงเต็มที่ การเขย่งจึงอาจเป็นการช่วยพยุงตัวซึ่งเป็นพัฒนาการอย่างหนึ่ง

หากพบว่าเด็ก 1 ขวบเดินเขย่งเท้า คุณพ่อคุณแม่อาจสังเกตเบื้องต้นโดยตรวจดูว่าขณะยืนนิ่ง ๆ ลูกสามารถวางเท้าแบนราบได้หรือไม่ หากวางได้ปกติก็ยังไม่ต้องกังวลจนเกินไปค่ะ นอกจากนี้ควรส่งเสริมให้ลูกเดินเท้าเปล่าบนพื้นผิวที่ปลอดภัยจะช่วยให้กล้ามเนื้อเท้าเล็ก ๆ ทำงานได้อย่างเต็มที่ และช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสใต้ฝ่าเท้าให้ทำงานได้อย่างสมดุล ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญก่อนที่จะขยับไปสู่ก้าวที่มั่นคงมากขึ้นค่ะ

 

ลูกเดินเขย่งเท้า 2 ขวบ

ลูกเดินเขย่งเท้า 2 ขวบหรือในวัยเตาะแตะนี้อาจเริ่มมีความสำคัญมากขึ้นในเชิงการประเมิน เพราะโดยปกติเด็กวัยนี้ควรจะสามารถควบคุมการเดินได้ค่อนข้างมั่นคงและก้าวเดินแบบส้นเท้าลงพื้นได้แล้ว หากพฤติกรรมการเขย่งยังคงมีอยู่เป็นส่วนใหญ่ หรือเขย่งตลอดเวลา มักจะเป็นจุดที่แพทย์จะเริ่มให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะอาจเกิดผลกระทบดังนี้ 

  • รูปแบบการเดินที่เปลี่ยนไป โดยวัยนี้ควรมีการแกว่งแขนและจังหวะการเดินที่สม่ำเสมอ หากเดินเขย่งจะทำให้ท่าทางการเดินดูเกร็งและสูญเสียสมดุลได้ง่าย
  • ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อน่อง โดยการเดินเขย่งนาน ๆ ในวัยนี้อาจส่งผลให้กล้ามเนื้อน่องโตและแข็ง แต่มีผลเสียคือทำให้เอ็นร้อยหวายเริ่มสั้นลงถาวร
  • ผลต่อข้อต่อส่วนอื่น เพราะท่าเดินที่ผิดปกติอาจส่งผลสะท้อนไปถึงอาการปวดเข่า ปวดสะโพก หรือหลังคดได้หากไม่ได้รับการแก้ไข
  • พฤติกรรมเลียนแบบ โดยบางครั้งเด็ก 2 ขวบอาจเขย่งตามการ์ตูนหรือเพื่อน ซึ่งถ้าเป็นสาเหตุนี้เด็กจะหยุดทำได้ทันทีเมื่อบอก

หากการเขย่งเท้ายังเป็นพฤติกรรมหลักหรือมากกว่า 75% ของการเดิน แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจดูความยืดหยุ่นของข้อเท้า เพราะหากเป็นปัญหาจากเอ็นร้อยหวายตึง การทำกายภาพบำบัดในช่วงนี้จะได้ผลดีมากก่อนที่จะเข้าสู่วัยเรียนค่ะ

 

คำแนะนำสำหรับคุณพ่อคุณแม่เมื่อลูกน้อยชอบเดินเขย่งเท้า

คำแนะนำสำหรับคุณพ่อคุณแม่เมื่อลูกน้อยชอบเดินเขย่งเท้า สิ่งสำคัญสุดคือบทบาทของคุณพ่อคุณแม่ในการช่วยให้ลูกข้ามผ่านช่วงเวลาของการเดินเขย่งเท้าไปได้ โดยเฉพาะการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเดินที่ถูกต้องและการสังเกตอย่างใกล้ชิดและไม่กดดัน จะช่วยให้พัฒนาการของลูกดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ซึ่งสามารถทำได้ดังนี้

 

  • งดใช้อุปกรณ์ที่ส่งเสริมการเขย่ง
    หลีกเลี่ยงการใช้รถหัดเดินที่เด็กต้องเขย่งเท้าเพื่อไถไปข้างหน้า และหันมาใช้รถผลักเดินที่ช่วยให้เด็กต้องวางเท้าเต็มในการก้าวแทน

  • เน้นกิจกรรมที่ใช้น้ำหนักตัว
    กิจกรรมอย่างการกระโดดแทรมโพลีนแบบมีราวจับปลอดภัย หรือการยืนบนขาข้างเดียวจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของข้อเท้าได้ดี

  • สร้างความเข้าใจในครอบครัว
    ไม่ควรดุหรือทำให้ลูกรู้สึกอายเมื่อเดินเขย่ง แต่ให้ใช้คำเตือนสั้น ๆ และเป็นบวก 

  • ติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
    จดบันทึกพัฒนาการการเดินของลูกเป็นประจำ หากมีข้อสงสัยควรปรึกษากุมารแพทย์ในทุกครั้งที่ไปรับวัคซีน

ทั้งนี้ การมีทัศนคติที่เป็นบวกและความอดทนคือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะเด็กบางคนอาจใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนในการปรับท่าเดิน แต่บางคนอาจใช้เวลาเป็นปี ดังนั้น ความรักและความเข้าใจจึงเป็นแรงผลักดันที่ดีที่สุดให้ลูกเติบโตอย่างมั่นคงในทุกก้าวเดินค่ะ

 

เลือกโภชนาการที่มี MFGM เพื่อ IQ และทักษะสมองเพื่อความสำเร็จ EF ที่เหนือกว่า

เด็กจะเติบโตมาพร้อมกับทักษะสมองที่ดีได้นั้น นอกเหนือจากการส่งเสริมและสนับสนุนการทำกิจกรรม และการเรียนรู้ที่สมวัยแล้ว การใส่ใจเลือกโภชนาการที่ดี มีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ ให้ลูกได้กินอาหารที่ประกอบไปด้วยเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ธัญพืชต่าง ๆ ก็จะช่วยให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและสมอง ช่วยส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ที่ดีขึ้นอีกด้วย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าอยากให้ลูกมีพัฒนาการสมองดี ควรเลือกนมที่มี MFGM ซึ่งเป็นสุดยอดสารอาหารในนมแม่ สารอาหารสมองชนิดเดียวที่ช่วยให้ลูกมี IQ ที่เหนือกว่าตั้งแต่ 5 ปีแรก ประกอบด้วยไขมันและโปรตีนกว่า 150 ชนิด รวมทั้งสฟิงโกไมอีลิน ฟอสโฟลิปิด แกงกลิโอไซด์ ซึ่งมีประโยชน์ต่อการทำงานของระบบประสาทและสมอง

นอกจากนี้ โภชนาการที่ดียังมีส่วนช่วยพัฒนาทักษะ EF ทั้ง 3 ด้านหลัก ดังนี้

  • สมองจำดี (Working Memory) เก็บข้อมูลที่มองเห็นและได้ยิน มาใช้ในเวลาที่ต้องการ
  • ความคิดยืดหยุ่น (Cognitive Flexibility) สามารถปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ได้
  • ยั้งคิดไตร่ตรอง (Inhibitory Control) รู้จักรอ ยับยั้งชั่งใจ ควบคุมอารมณ์ คิดก่อนลงมือทำ

การเลือกโภชนาการที่มี MFGM จึงเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้ลูกน้อยเติบโตอย่างมั่นคง มีสมองที่ปราดเปรื่อง และมีทักษะสมองเพื่อความสำเร็จ EF ที่แข็งแกร่ง พร้อมก้าวสู่ความสำเร็จที่เหนือกว่าในอนาคต

 

* นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก
Enfa Smart Club สนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่าง
เดียวอย่างน้อย 6 เดือนและให้นมแม่ควบคู่อาหารตามวัยอีก 2 ปี หรือนานกว่านั้น ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)
Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

คุณกำลังเข้าถึงเนื้อหาจากผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวกับการซื้อหรือ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด​

กรุณากดยืนยันเพื่อดำเนินการต่อ

Line TH
Cart TH Join Enfamama