นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เอนฟาสนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนไปจนถึง 2 ปี หรือนานกว่าตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

มาตรฐานรอบศีรษะทารกแรกเกิด กับพัฒนาการสมองลูกน้อย

Enfa สรุปให้

  • เกณฑ์มาตรฐานเกณฑ์เส้นรอบศีรษะ กรมอนามัย หมายถึงกราฟเส้นรอบศีรษะสำหรับเด็กไทยอายุ 0–5 ปี โดยใช้เปอร์เซ็นไทล์ 3–97 เป็นช่วงปกติ หากค่ารอบศีรษะอยู่ในช่วงนี้อย่างต่อเนื่องถือว่าเติบโตตามเกณฑ์ที่เหมาะสม

  • รอบศีรษะตามอายุ คือ การติดตามการเพิ่มของเส้นรอบศีรษะตามช่วงวัย โดยเฉพาะในปีแรกที่ศีรษะโตเร็วที่สุด ช่วยประเมินการเจริญเติบโตของสมองและกะโหลกว่าคงที่หรือเบี่ยงเบนจากกราฟหรือไม่

  • มาตรฐานรอบศีรษะทารกแรกเกิด มักมีเส้นรอบศีรษะประมาณ 34–36 ซม. และการวัดครั้งแรกหลังคลอดใช้เป็นตัวตั้งต้นสำหรับติดตามต่อในช่วง 0–2 ปี เพื่อดูว่าเติบโตสอดคล้องกับเกณฑ์ปกติหรือไม่

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ การชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง และวัดรอบศีรษะลูก เป็นภาพคุ้นตาเวลาพาลูกไปฉีดวัคซีนหรือพบกุมารแพทย์ แต่หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมต้องวัดเส้นรอบศีรษะด้วย แล้วมาตรฐานรอบศีรษะทารกแรกเกิด ควรอยู่ที่เท่าไหร่ถึงจะปกติ หรือถ้ารอบศีรษะลูกเล็กหรือใหญ่กว่าคนอื่นจะอันตรายไหม

จริง ๆ แล้ว เส้นรอบศีรษะไม่ได้เป็นแค่ตัวเลข แต่เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของสมองและกะโหลกศีรษะค่ะ ซึ่งมีผลต่อทั้งสุขภาพและพัฒนาการด้านสติปัญญาในระยะยาว บทความนี้ Enfa จะพาคุณพ่อคุณแม่ทำความเข้าใจเส้นรอบศีรษะ ตั้งแต่วิธีวัด เกณฑ์มาตรฐานรอบศีรษะทารกแรกเกิด เกณฑ์มาตรฐานเกณฑ์เส้นรอบศีรษะ กรมอนามัย ไปจนถึงการติดตามรอบศีรษะตามอายุคู่กับพัฒนาการวัยทารกแรกเกิด 0–2 ปี

 

เส้นรอบศีรษะ คืออะไร

เส้นรอบศีรษะ (Head circumference) คือ ขนาดรอบศีรษะของเด็กที่วัดโดยใช้สายวัดรอบส่วนที่กว้างที่สุดของศีรษะ ได้แก่ บริเวณเหนือคิ้ว ผ่านด้านข้างศีรษะ และรอบโหนกท้ายทอยด้านหลัง จุดนี้เป็นบริเวณที่สะท้อนขนาดของกะโหลกและสมองได้ดีที่สุด

ในทางการแพทย์ เส้นรอบศีรษะถือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดการเจริญเติบโตตามวัยของเด็ก เช่นเดียวกับน้ำหนักและส่วนสูง จึงมีกราฟมาตรฐานรอบศีรษะตามอายุให้แพทย์และบุคลากรสาธารณสุขใช้เปรียบเทียบกับค่าของเด็กแต่ละคน

เมื่อพูดถึงมาตรฐานรอบศีรษะทารกแรกเกิดหรือรอบศีรษะตามอายุ จึงหมายถึงช่วงค่าที่ถือว่า “ปกติ” สำหรับเด็กในช่วงวัยนั้น ๆ ถ้าค่าอยู่ต่ำหรือสูงเกินไปอย่างมีนัยสำคัญ ก็อาจเป็นสัญญาณให้ต้องตรวจประเมินเพิ่มเติม

 

ทำไมการวัดเส้นรอบศีรษะจึงสำคัญมาก

การวัดเส้นรอบศีรษะไม่ใช่แค่ดูว่า “หัวเล็ก” หรือ “หัวโต” แต่มีความสำคัญหลายด้าน ได้แก่

  • สะท้อนการเจริญเติบโตของสมอง
    ในช่วงวัยทารกแรกเกิด 0–2 ปี สมองเติบโตเร็วมาก กะโหลกศีรษะจะค่อย ๆ ขยายตัวตามการโตของสมอง เส้นรอบศีรษะที่เพิ่มขึ้นอย่างเหมาะสมจึงเป็นตัวบอกว่า สมองมีพื้นที่เติบโตดีพอ ซึ่งเกี่ยวข้องกับพัฒนาการด้านสติปัญญาต่อเนื่องในอนาคต

  • ช่วยคัดกรองภาวะผิดปกติ
    • หากเส้นรอบศีรษะเล็กกว่ามาตรฐานมาก อาจเป็นสัญญาณของภาวะ microcephaly หรือศีรษะเล็กผิดปกติ ซึ่งบางรายมีความเสี่ยงต่อความบกพร่องทางพัฒนาการ
    • หากศีรษะใหญ่กว่าปกติ อาจสัมพันธ์กับภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง หรือภาวะทางพันธุกรรมบางชนิด

          การดูรอบศีรษะร่วมกับอาการอื่น ๆ ทำให้แพทย์ตัดสินใจได้เร็วขึ้นว่าควรตรวจเพิ่มเติมหรือไม่

  • ใช้ติดตามการเจริญเติบโตตามวัย
    เมื่อนำค่าเส้นรอบศีรษะของเด็กไปลงในกราฟรอบศีรษะตามอายุ จะเห็นแนวโน้มเป็นเส้นโค้งตามอายุ ถ้าเส้นการเติบโต “ไหลไปตามโค้ง” อยู่ในช่วงเกณฑ์มาตรฐานเกณฑ์เส้นรอบศีรษะ กรมอนามัย หรือมาตรฐานสากล ก็สบายใจได้ระดับหนึ่ง

  • เกี่ยวข้องกับพัฒนาการวัยทารกแรกเกิด 0–2 ปี
    ช่วงปีแรก ๆ ของชีวิตเป็นช่วงที่เด็กเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว ทั้งการมอง การได้ยิน การเคลื่อนไหว การสื่อสาร และการคิด การที่เส้นรอบศีรษะเติบโตเหมาะสมจึงเกี่ยวข้องกับโอกาสที่ระบบประสาทและสมองจะพัฒนาได้เต็มศักยภาพ

 

วิธีการวัดรอบศีรษะทารกแรกเกิด

คุณพ่อคุณแม่อาจเคยเห็นพยาบาลวัดรอบศีรษะลูกโดยใช้สายวัด ซึ่งวิธีการที่ถูกต้องทำได้ ดังนี้

  • เตรียมอุปกรณ์ ใช้สายวัดชนิดอ่อนหรือสายวัดผ้า มีหน่วยเป็นเซนติเมตร ไม่ควรใช้ไม้บรรทัดแข็ง เพราะไม่โค้งไปตามรูปศีรษะ
  • จัดท่าทารกให้สบาย ทารกแรกเกิดควรอยู่ในท่านอนหงาย หรืออุ้มพาดบ่าอย่างที่ทารกนิ่งพอประมาณ เพื่อให้วัดได้แม่นยำ
  • กำหนดตำแหน่งวัด วางสายวัดรอบศีรษะบริเวณกว้างที่สุด
    • ด้านหน้า: เหนือคิ้วเล็กน้อย
    • ด้านข้าง: ผ่านกึ่งกลางด้านข้างศีรษะ
    • ด้านหลัง: ผ่านโหนกท้ายทอยด้านหลัง
  • ดึงสายวัดให้แนบศีรษะ สายวัดควรแนบพอดี ไม่รัดแน่นจนกดหนังศีรษะบุ๋ม และไม่หลวมจนเลื่อนง่าย
  • อ่านและบันทึกค่า ดูค่าที่ตำแหน่งบรรจบของสายวัด แล้วบันทึกเป็นเซนติเมตร พร้อมวันที่วัด เพื่อเปรียบเทียบครั้งถัดไป

โดยทั่วไป การวัดเส้นรอบศีรษะควรให้บุคลากรทางการแพทย์เป็นผู้ประเมินในช่วงนัดตรวจสุขภาพและรับวัคซีน แต่คุณพ่อคุณแม่สามารถวัดเองที่บ้านเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบและถามแพทย์ในครั้งต่อไปได้ค่ะ

 

รอบศีรษะตามอายุ เริ่มวัดเมื่อไหร่ จนถึงอายุเท่าไหร่

การติดตามเส้นรอบศีรษะตามอายุมีความสำคัญตั้งแต่ช่วงแรกเกิดจนถึงวัยเด็กเล็ก โดยปกติแล้วการติดตามรอบศีรษะตามอายุ เริ่มวัดเมื่อไหร่ จนถึงอายุเท่าไหร่นั้น มีแนวทางทั่วไปดังนี้

  • เริ่มตั้งแต่ทารกแรกเกิด ทันทีที่ลูกคลอดออกมา แพทย์หรือพยาบาลมักจะวัดเส้นรอบศีรษะ น้ำหนัก และความยาวตัว เพื่อเป็นค่าเริ่มต้น (baseline)

  • ช่วงอายุ 0–2 ปี เป็นช่วงที่สมองเติบโตเร็วที่สุด เส้นรอบศีรษะจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีแรก และยังโตต่อเนื่องแต่ช้าลงในปีที่สอง ช่วงนี้จึงควรวัดเป็นระยะสม่ำเสมอ เวลาไปตรวจสุขภาพหรือฉีดวัคซีน

  • ช่วงอายุ 2–5 ปี เส้นรอบศีรษะยังโตอยู่ แต่เพิ่มช้าลงมาก จึงอาจวัดปีละครั้ง หรือวัดเมื่อมีข้อสงสัย เพื่อดูว่าการเติบโตยังเป็นไปตามแนวโค้งกราฟหรือไม่

โดยสรุป เด็กส่วนใหญ่จะมีการวัดรอบศีรษะตามอายุอย่างสม่ำเสมอในช่วงทารกแรกเกิด 0–2 ปี และยังสามารถติดตามต่อถึง 5 ปี ร่วมกับการดูพัฒนาการวัยทารกแรกเกิด 0–2 ปี และวัยก่อนเข้าเรียน เพื่อให้เห็นภาพรวมของการเจริญเติบโตทั้งทางร่างกายและสมอง

 

มาตรฐานรอบศีรษะทารกในครรภ์

ก่อนลูกคลอด แพทย์จะใช้การตรวจอัลตราซาวนด์เพื่อประเมินการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ หนึ่งในค่าที่ใช้คือขนาดศีรษะหรือเส้นรอบศีรษะทารกในครรภ์ ซึ่งช่วยประเมินว่า ทารกเจริญเติบโตได้ดีตามอายุครรภ์หรือไม่

มีตารางมาตรฐานจากการศึกษาระดับนานาชาติที่ใช้ค่าอายุครรภ์เป็นสัปดาห์ เทียบกับค่าเส้นรอบศีรษะเฉลี่ยและช่วงปกติ เช่น ในช่วงอายุครรภ์ใกล้ครบกำหนด เส้นรอบศีรษะของทารกจะอยู่ในช่วงประมาณสามสิบกว่าซม. ตามเพศและอายุครรภ์ที่แท้จริง

สำหรับคุณแม่ จุดสำคัญคือ การฝากครรภ์สม่ำเสมอ ให้แพทย์ประเมินขนาดตัวและศีรษะของทารกในครรภ์เทียบกับมาตรฐานรอบศีรษะทารกในครรภ์ และเมื่อคลอดแล้วก็จะต่อเนื่องมาสู่การติดตามมาตรฐานรอบศีรษะทารกแรกเกิด และรอบศีรษะตามอายุในช่วงหลังคลอด

 

มาตรฐานรอบศีรษะทารกแรกเกิด

โดยภาพรวม ทารกที่คลอดครบกำหนดมักมีเส้นรอบศีรษะทารกแรกเกิดอยู่ในช่วงประมาณ 34–36 เซนติเมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเพศ น้ำหนักแรกเกิด และเกณฑ์มาตรฐานที่ใช้ เช่น มาตรฐานสากล หรือเกณฑ์อ้างอิงสำหรับเด็กไทย

สิ่งที่สำคัญคือ ไม่ใช่ตัวเลขครั้งเดียว แต่เป็น “แนวโน้มการเติบโต” เมื่อเปรียบเทียบกับกราฟมาตรฐานรอบศีรษะทารกแรกเกิดและเด็กเล็ก หากรอบศีรษะอยู่ในช่วงเปอร์เซ็นไทล์ที่ยอมรับได้ และเส้นโค้งเติบโตต่อเนื่อง ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ทั่วไปที่ไม่ต้องกังวลมากนัก

ในแนวทางการดูแลเด็กไทย กราฟเติบโตสำหรับเด็กแรกเกิด–5 ปีจะระบุเส้นรอบศีรษะตามอายุในรูปเปอร์เซ็นไทล์ เช่น เส้นที่แสดงค่าเฉลี่ย ประมาณเปอร์เซ็นไทล์ที่ 50 และช่วงค่าปกติ เช่น เปอร์เซ็นไทล์ที่ 3–97 เพื่อใช้ดูว่าลูกอยู่ตรงไหนของเกณฑ์มาตรฐานเกณฑ์เส้นรอบศีรษะ กรมอนามัย และอยู่ในขอบเขตปกติหรือไม่

 

เกณฑ์มาตรฐานเกณฑ์เส้นรอบศีรษะ กรมอนามัย

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้พัฒนากราฟมาตรฐานการเจริญเติบโตของเด็กไทยร่วมกับมาตรฐานสากล เพื่อให้เหมาะสมกับบริบทเด็กไทย โดยมีทั้งกราฟน้ำหนักตามอายุ ส่วนสูงตามอายุ และเส้นรอบศีรษะตามอายุสำหรับเด็ก 0–5 ปี

หลักการสำคัญของเกณฑ์มาตรฐานเกณฑ์เส้นรอบศีรษะ กรมอนามัย คือ

  • ใช้กราฟรอบศีรษะแยกตามเพศและอายุ
  • ถ้าเส้นรอบศีรษะของเด็กอยู่ระหว่างช่วงค่าที่กำหนด (เช่น ระหว่างเปอร์เซ็นไทล์ที่ 3–97) และเส้นโค้งเติบโตไม่ตกลงหรือพุ่งขึ้นผิดปกติ โดยทั่วไปถือว่าอยู่ในกลุ่มปกติ
  • หากค่ารอบศีรษะต่ำกว่าช่วงล่างมาก หรือสูงเกินช่วงบนมาก รวมถึงมีการเปลี่ยนแปลงแนวโค้งฮวบลงหรือชันขึ้น ควรให้แพทย์ตรวจเพิ่มเติม

เมื่อไปตรวจสุขภาพ เด็กมักจะได้รับการวัดรอบศีรษะ และเจ้าหน้าที่จะนำค่าที่วัดได้ลงในกราฟ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เห็นภาพง่ายขึ้นว่าลูกอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานหรือไม่

 

ปัจจัยที่มีผลต่อเส้นรอบศีรษะ

แม้ว่าจะมีมาตรฐานรอบศีรษะทารกแรกเกิดและเกณฑ์รอบศีรษะตามอายุอยู่แล้ว แต่ต้องเข้าใจด้วยว่ามีหลายปัจจัยที่ทำให้ค่าที่วัดได้แตกต่างกันไปในเด็กแต่ละคนค่ะ เช่น

  • อายุครรภ์ตอนคลอด
    เด็กที่คลอดก่อนกำหนดมักจะมีน้ำหนักและเส้นรอบศีรษะเล็กกว่าเด็กครบกำหนด เมื่อเทียบตามอายุหลังคลอด จึงต้องใช้เกณฑ์ที่เหมาะกับทารกคลอดก่อนกำหนด หรือเทียบตามอายุครรภ์ที่ปรับแล้ว

  • เพศของเด็ก
    โดยทั่วไปเด็กผู้ชายมักมีเส้นรอบศีรษะเฉลี่ยใหญ่กว่าเด็กผู้หญิงเล็กน้อยในบางช่วงอายุ

  • พันธุกรรมครอบครัว
    หากพ่อแม่มีรูปร่างค่อนข้างเล็กหรือศีรษะเล็ก ลูกก็อาจมีศีรษะเล็กตามกรรมพันธุ์ แต่ยังอยู่ในกราฟปกติของเขาเองได้

  • โภชนาการและสุขภาพโดยรวม
    การได้รับสารอาหารครบถ้วน การเจ็บป่วยเรื้อรังบางอย่าง หรือภาวะทุพโภชนาการ อาจมีผลต่อการเจริญเติบโตของสมองและกะโหลก

  • ภาวะทางการแพทย์เฉพาะ
    เช่น ภาวะ microcephaly ภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง หรือโรคทางพันธุกรรมบางชนิด

การพิจารณาเส้นรอบศีรษะจึงต้องดูร่วมกับปัจจัยเหล่านี้ และประเมินโดยแพทย์หรือบุคลากรสาธารณสุข ไม่ควรตีความจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว

 

เส้นรอบศีรษะลูกใหญ่หรือเล็กกว่าปกติ ควรทำยังไงดี

เมื่อค่าวัดรอบศีรษะลูกไม่อยู่ในช่วงที่คุ้นเคย คุณพ่อคุณแม่ย่อมกังวลได้ง่าย ต่อไปนี้คือแนวทางเบื้องต้น

กรณีรอบศีรษะเล็กกว่ามาตรฐาน

  • ขอให้แพทย์ช่วยลงกราฟรอบศีรษะตามอายุ เพื่อดูว่าอยู่ต่ำกว่าช่วงล่างของเกณฑ์มากน้อยแค่ไหน
  • ถ้าค่าเส้นรอบศีรษะต่ำมาก ร่วมกับกราฟเติบโตที่ไม่เพิ่มขึ้นตามวัย หรือมีสัญญาณพัฒนาการช้า อาจต้องสงสัยภาวะ microcephaly หรือปัญหาการเจริญเติบโตของสมอง
  • แพทย์อาจพิจารณาส่งต่อเพื่อตรวจเพิ่มเติม เช่น ตรวจสมอง ตรวจพันธุกรรม หรือประเมินพัฒนาการละเอียด
  • คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยดูแลโดยเน้นโภชนาการที่เหมาะสม การเล่นกระตุ้นพัฒนาการ และพาลูกไปติดตามพัฒนาการวัยทารกแรกเกิด 0-2 ปี อย่างสม่ำเสมอ

 

กรณีรอบศีรษะใหญ่กว่ามาตรฐาน

  • หากตัวเลขสูงกว่าช่วงบนของเกณฑ์ชัดเจน แพทย์จะสอบถามอาการร่วม เช่น อาเจียนบ่อย ซึมลง ตาเหลือก หรือศีรษะนูนตึงผิดปกติ
  • บางกรณีศีรษะใหญ่เกิดจากกรรมพันธุ์ ถ้าพ่อแม่หรือคนในครอบครัวมีศีรษะใหญ่ และเด็กมีพัฒนาการสมวัย ก็อาจไม่ใช่ความผิดปกติ
  • แต่หากสงสัยภาวะน้ำคั่งในโพรงสมองหรือภาวะอื่น แพทย์อาจส่งตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจภาพสมองและประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญาอย่างละเอียด

 

ไม่ว่าเส้นรอบศีรษะลูกใหญ่หรือเล็กกว่าปกติ 

สิ่งที่ควรทำเหมือนกันคือ

  • บันทึกค่ารอบศีรษะอย่างต่อเนื่อง ไม่ดูแต่ตัวเลขครั้งเดียว
  • เทียบกับกราฟรอบศีรษะตามอายุในแต่ละครั้ง เพื่อดูแนวโน้ม
  • สังเกตพฤติกรรมและพัฒนาการของลูก เช่น การมองตามเสียง การยิ้มตอบ การคว่ำ นั่ง คลาน ยืน เดิน และการเริ่มเปล่งเสียง
  • ปรึกษากุมารแพทย์ทุกครั้งที่มีข้อสงสัย ไม่ต้องรอให้มีอาการรุนแรง

 

วัดรอบศีรษะมาตรฐาน ควบคู่กับการติดตามพัฒนาการสมองของลูกน้อย

ตัวเลขเส้นรอบศีรษะเป็นเพียง “จุดเริ่มต้น” ของการประเมินพัฒนาการสมองของลูก ที่สำคัญไม่แพ้กันคือการดูพัฒนาการในชีวิตจริง

  • ในช่วงวัยทารกแรกเกิด 0–2 ปี เด็กจะค่อย ๆ แสดงพัฒนาการวัยทารกแรกเกิด 0–2 ปี เช่น มองตามหน้าแม่ ยิ้มตอบ เริ่มกลิ้งตัว นั่งได้ คลาน ยืน เดิน และเริ่มเปล่งเสียง เลียนแบบคำง่าย ๆ
  • พัฒนาการด้านสติปัญญา จะค่อย ๆ ปรากฏผ่านการสำรวจสิ่งรอบตัว การหยิบจับ การจดจำคนคุ้นหน้า และการลองผิดลองถูก การที่สมองและกะโหลกเติบโตดี ช่วยให้พื้นฐานเหล่านี้พัฒนาได้เต็มที่
  • การให้ลูกได้รับการนอนหลับเพียงพอ โภชนาการเหมาะสม การเล่นอย่างมีปฏิสัมพันธ์กับพ่อแม่ การพูดคุยสัมผัสบ่อย ๆ ล้วนเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการสมองควบคู่กับการเติบโตด้านโครงสร้าง

ดังนั้น แม้เราจะมีเกณฑ์มาตรฐานรอบศีรษะทารกแรกเกิดและรอบศีรษะตามอายุที่คอยเป็นตัวเลขอ้างอิง แต่อย่าลืมมองภาพรวมพัฒนาการของลูกในทุกด้านไปพร้อมกันด้วย

 

เลือกโภชนาการที่มี MFGM เพื่อ IQ และทักษะสมองเพื่อความสำเร็จ EF ที่เหนือกว่า

นอกจากการดูแลสุขอนามัย สุขภาพโดยรวม และเฝ้าสังเกตพัฒนาการของของลูกน้อยว่าเหมาะสมตามวัยแล้วหรือไม่แล้ว การดูแลด้านโภชนาการตั้งแต่ลูกยังเล็ก โดยเฉพาะในช่วง 5 ปีแรกของชีวิตนั้น ถือว่าเป็นการปูพื้นฐานที่สำคัญให้กับชีวิตของลูก จะช่วยให้ลูกพร้อมเติบโตมาเป็นเด็กที่ทั้งฉลาดทางความคิดและฉลาดทางอารมณ์ และทักษะ EF 

โดยโภชนาการที่สำคัญที่ลูกน้อยควรได้รับก็คือนมแม่ เพราะในนมแม่ที่มี MFGM สุดยอดสารอาหารในนมแม่ ประกอบด้วยไขมันและโปรตีนกว่า 150 ชนิด รวมทั้งสฟิงโกไมอีลิน ฟอสโฟลิปิค แกงกลิโอไซด์ มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างพัฒนาการสมองของลูกน้อย และยัง เป็นสารอาหารชนิดเดียวที่ช่วยให้ลูกมี 10 ที่เหนือกว่าตั้งแต่ 5 ปีแรก ให้ลูกพร้อมกว่าเมื่อถึงวัยเข้าเรียน

โดย MFGM ในนมแม่ เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างเส้นใยประสาท (Myelin Sheath) และเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งสัญญาณประสาทเชื่อมต่อระหว่างเซลล์สมอง ทำให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเรียนรู้และจดจำได้ดียิ่งขึ้น

 

* นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก
Enfa Smart Club สนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่าง
เดียวอย่างน้อย 6 เดือนและให้นมแม่ควบคู่อาหารตามวัยอีก 2 ปี หรือนานกว่านั้น ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)
Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

คุณกำลังเข้าถึงเนื้อหาจากผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวกับการซื้อหรือ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด​

กรุณากดยืนยันเพื่อดำเนินการต่อ

Line TH
Cart TH Join Enfamama