นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เอนฟาสนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนไปจนถึง 2 ปี หรือนานกว่าตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

ปานแดงทารก เกิดจากอะไร อันตรายไหม

Enfa สรุปให้

  • ปานแดงทารก ส่วนใหญ่เป็นความผิดปกติของหลอดเลือดฝอยใต้ผิวหนังที่พบได้บ่อยในเด็กแรกเกิด มักไม่อันตราย และหลายชนิดจางลงเองเมื่อเด็กโตขึ้น

  • ปานแดง มีความเชื่อว่าปานแดงเกี่ยวข้องกับโชคชะตา กรรมเก่า หรือความปรารถนาของแม่ขณะตั้งครรภ์ ควรเชื่ออย่างมีวิจารณญาณ โดยการมีความเข้าใจที่ถูกต้องช่วยลดความกังวลและป้องกันการดูแลที่ไม่เหมาะสม

  • ปานแดงเกิดจากความผิดปกติของการพัฒนาหลอดเลือดในช่วงทารกในครรภ์ เช่น การขยายตัวหรือการรวมตัวของเส้นเลือดฝอยมากกว่าปกติ ไม่ได้เกิดจากอาหาร การกระทบกระแทก หรือพฤติกรรมของแม่ระหว่างตั้งครรภ์

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

การลืมตาดูโลกของเจ้าตัวน้อยคือช่วงเวลาที่มหัศจรรย์ที่สุดสำหรับคุณพ่อคุณแม่ แต่ในขณะเดียวกันหากพบว่าลูกมีร่องรอยตำหนิหรือสีผิวที่ผิดปกติบนร่างกาย โดยเฉพาะ "ปานแดง" ที่อาจปรากฏขึ้นตามส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นใบหน้า ลำตัว หรือท้ายทอย ก็สร้างความกังวลใจให้ได้ไม่น้อย ซึ่งรอยเหล่านี้มักทำให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ตั้งคำถามมากมาย ทั้งในแง่ของสุขภาพและความสวยงามในอนาคต 

บทความนี้ Enfa จะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับปานแดงทารก ปานแดงกับความเชื่อ และแนวทางการดูแลรักษากันค่ะ

 

ปานแดงเกิดจากอะไร

ปานแดงทารกไม่ได้เกิดจากการที่แม่รับประทานอาหารสีเข้มหรือความผิดพลาดระหว่างตั้งครรภ์อย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่ในทางการแพทย์นั้น ปานแดงมีที่มาที่ชัดเจนซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบหลอดเลือดโดยตรง ดังนี้ 

  • ความผิดปกติของหลอดเลือดใต้ผิวหนัง
    ปานแดงส่วนใหญ่เกิดจากการที่หลอดเลือดฝอยบริเวณนั้นมีการขยายตัวมากกว่าปกติ หรือมีการรวมกลุ่มกันของหลอดเลือดที่หนาแน่นเกินไป ทำให้มองเห็นเป็นสีแดงหรือสีชมพูผ่านผิวหนังบาง ๆ ของทารก

  • การเพิ่มจำนวนของเซลล์ผนังหลอดเลือด
    ในกรณีของปานแดงชนิดนูนเกิดจากการที่เซลล์บุผนังหลอดเลือดมีการแบ่งตัวที่ผิดปกติในช่วงที่ทารกอยู่ในครรภ์หรือช่วงหลังคลอดใหม่ ๆ ทำให้เกิดเป็นก้อนนูนสีแดงสด

  • พันธุกรรมและปัจจัยระหว่างตั้งครรภ์
    แม้ส่วนใหญ่จะไม่ได้ส่งต่อทางพันธุกรรมโดยตรง แต่การศึกษาพบว่าทารกเพศหญิง ทารกที่คลอดก่อนกำหนด หรือทารกที่มีน้ำหนักตัวน้อย มีโอกาสพบปานแดงได้สูงกว่าเด็กทั่วไป

  • ความบกพร่องของเส้นประสาทที่ควบคุมหลอดเลือด
    ในปานแดงบางชนิด เช่น ปานไวน์แดง เกิดจากเส้นประสาทที่ควบคุมการหดและขยายตัวของหลอดเลือดทำงานผิดปกติ ส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัวค้างไว้ตลอดเวลา

ปานแดงในเด็กเกิดจากความผิดปกติของการก่อตัวของหลอดเลือดในช่วงที่ทารกกำลังพัฒนาอวัยวะ ซึ่งอาจเป็นเพียงการขยายตัวชั่วคราวหรือเป็นการสะสมของหลอดเลือดที่ถาวร การเข้าใจว่าปานแดงเกิดจากอะไร จะช่วยให้คุณแม่ลดความรู้สึกผิดที่คิดว่าตนเองทำอะไรผิดพลาดระหว่างตั้งครรภ์ เพราะสิ่งนี้คือกระบวนการทางชีวภาพที่เกิดขึ้นได้กับเด็กทุกคนนั่นเองค่ะ

 

ปานแดงทารก ปกติไหม

ในชั่วโมงแรกๆ หลังคลอด เรามักเห็นทารกตัวแดงเป็นปกติเนื่องจากระบบไหลเวียนเลือดกำลังปรับตัว แต่หากรอยแดงนั้นคงอยู่เฉพาะจุดไม่จางไปพร้อมกับสีผิวส่วนอื่น นั่นอาจเป็นสัญญาณของปานแดงที่ต้องสังเกตต่อ ดังนี้

  • ปานแดงชนิดราบ (Salmon Patch)
    พบได้บ่อยที่สุด มักอยู่บริเวณหัวตา หน้าผาก หรือท้ายทอย รอยนี้จะจางลงเมื่อลูกโตขึ้น และมักจะเข้มขึ้นเวลาลูกร้องไห้ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา

  • ปานแดงชนิดนูน (Strawberry Hemangioma)
    มักเริ่มเห็นหลังจากคลอดได้ไม่กี่สัปดาห์ รอยจะค่อย ๆ โตขึ้นในช่วงขวบปีแรก และมักจะฝ่อตัวหายไปเองเมื่อเด็กอายุประมาณ 5-10 ปี

  • ข้อควรระวังเรื่องตำแหน่ง
    หากปานแดงอยู่ใกล้ดวงตา อาจส่งผลต่อการมองเห็น หรือหากอยู่บริเวณทางเดินหายใจ อาจทำให้หายใจติดขัด ซึ่งกรณีนี้จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด

  • การแยกแยะจากผื่นชนิดอื่น
    พ่อแม่ต้องแยกให้ออกระหว่างปานกับอาการทางผิวหนังอื่น ๆ เช่น ผื่นขึ้นหน้าทารกจากการแพ้ หรือสิวทารกที่เกิดจากฮอร์โมนแม่ ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายไปเร็วกว่าปานมาก

โดยรวมแล้วปานแดงทารกส่วนใหญ่ไม่ส่งผลเสียต่อพัฒนาการหรือสุขภาพโดยรวมของเด็ก แต่คุณแม่ควรสังเกตว่าปานมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีเลือดออก หรือมีแผลพุพองร่วมด้วยหรือไม่ หากมีอาการดังกล่าวควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อประเมินซ้ำ

 

ปานแดงรักษาหายไหม

คำถามยอดฮิตของคุณแม่คือปานเหล่านี้จะอยู่ติดตัวลูกไปตลอดชีวิตหรือไม่ ซึ่งในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า ปานแดงเกือบทุกชนิดสามารถจัดการหรือทำให้จางลงได้จนเกือบจะไม่มีรอยด้วยวิธีการดังนี้

  • หายเองตามธรรมชาติ ปานแดงส่วนใหญ่ โดยเฉพาะชนิด Salmon Patch และ Hemangioma มักจะจางลงหรือหายไปเองได้เมื่อเด็กโตขึ้น โดยไม่ต้องรับการรักษาใด ๆ
  • รักษาด้วยเลเซอร์ สำหรับปานแดงที่คงทน เช่น ปานไวน์แดง การใช้เลเซอร์ตั้งแต่อายุยังน้อยจะให้ผลลัพธ์ที่ดีมาก เพราะผิวเด็กยังบางและตอบสนองต่อการรักษาได้ดี
  • ใช้ยาทาหรือยารับประทาน ในกรณีปานแดงชนิดนูนที่มีขนาดใหญ่หรืออยู่ในตำแหน่งที่เสี่ยง แพทย์อาจจ่ายยาในกลุ่มปิดกั้นเบต้าเพื่อช่วยให้ปานยุบตัวเร็วขึ้น 
  • ผ่าตัด มักเป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับปานที่มีลักษณะเป็นก้อนเนื้อหนาและส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะข้างเคียง หรือเพื่อศัลยกรรมความงามในภายหลัง

การพิจารณาว่าปานแดงรักษาหายไหมต้องขึ้นอยู่กับชนิดและตำแหน่งของปาน พ่อแม่ไม่ควรซื้อยามาทาเองเพราะอาจทำให้ผิวเด็กระคายเคืองจนกลายเป็นแผลเป็น โดยการปรึกษาแพทย์เฉพาะทางโรคผิวหนังเด็กจะช่วยให้วางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยที่สุดค่ะ

 

ลูกมีปานแดงที่ท้ายทอย

ปานแดงบริเวณท้ายทอยเป็นลักษณะที่พบได้บ่อยมาก จนมีชื่อเรียกที่น่ารักว่า "รอยจุมพิตนกกระสา" ตามความเชื่อตะวันตกที่ว่านกกระสาคาบทารกมาส่งแล้วทิ้งรอยไว้นั่นเอง โดยมักมีลักษณะดังนี้

  • มักเป็นรอยสีชมพูหรือแดงจาง ๆ ขอบเขตไม่ชัดเจน อยู่บริเวณรอยต่อระหว่างศีรษะกับลำคอ
    ปานชนิดนี้มีโอกาสหายช้ากว่าที่หน้าผาก บางคนอาจมีรอยนี้ติดตัวไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ แต่เนื่องจากมีผมปกคลุมจึงมักไม่เป็นปัญหาด้านบุคลิกภาพ
  • สีของปานจะชัดเจนขึ้น เมื่อเด็กแรกเกิดร้องไห้หนัก ๆ หรือเมื่ออุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น เนื่องจากเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงผิวหนังมากขึ้น
  • ไม่จำเป็นต้องรักษาทางการแพทย์ เพราะไม่ก่อมะเร็งและไม่ลุกลาม เพียงแค่รักษาความสะอาดตามปกติก็เพียงพอ

การที่ลูกมีปานแดงที่ท้ายทอยไม่ใช่สัญญาณของโรคร้ายแรงนะคะ คุณแม่สามารถเบาใจได้เลย สิ่งสำคัญคือการแยกให้ออกระหว่างปานแดงกับอาการระคายเคืองผิวจากการเสียดสีของเสื้อผ้า หรือผื่นคันอื่น ๆ หากรอยนั้นไม่มีอาการคันหรือเป็นแผลพุพอง ก็ถือเป็นเอกลักษณ์ติดตัวของเจ้าตัวน้อยเท่านั้นค่ะ 

 

ปานแดงที่หัวทารก

การที่ลูกมีปานแดงที่หัวนอกจากสร้างความกังวลใจให้คุณพ่อคุณแม่เรื่องรอยตำหนิแล้ว ยังมีเรื่องการงอกของเส้นผมและการดูแลทำความสะอาดอีกด้วย ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรทำความเข้าใจเรื่องปานแดงที่หัวทารก ดังนี้

  • ปานแดงชนิดราบมักไม่มีผลต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม แต่หากเป็นปานนูนขนาดใหญ่ อาจทำให้ผมบริเวณนั้นขึ้นช้าหรือบางกว่าปกติในช่วงแรก
  • ควรระมัดระวังในการสระผม ไม่ควรขยี้แรง ๆ บริเวณที่มีปาน เพราะผิวหนังส่วนนั้นอาจบอบบางกว่าปกติ
  • บางครั้งคุณแม่อาจสับสนระหว่างปานแดงกับไขบนหัวทารกหรือรอยแดงจากการแกะเกาหนังศีรษะ ควรสังเกตว่ารอยนั้นมีความคงที่หรือไม่
  • ปานแดงที่เป็นก้อนนูนบนศีรษะอาจเสี่ยงต่อการเลือดออกหากลูกเริ่มคว่ำหรือคลานแล้วหัวไปกระแทกพื้น จึงควรหาเครื่องป้องกันหากจำเป็น

ทั้งนี้ ปานแดงที่หัวทารกมักจะค่อย ๆ จางลงเมื่อกะโหลกศีรษะขยายตัวและผิวหนังหนาขึ้น หากรอยแดงนั้นราบเรียบไปกับผิว คุณแม่สามารถใช้แชมพูเด็กสูตรอ่อนโยนสระผมให้ลูกได้ตามปกติ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะไปกระตุ้นให้ปานขยายขนาดค่ะ

 

ปานแดงกับความเชื่อ

เรื่องปานแดงมีความเชื่อในสังคมไทยมีมาอย่างยาวนานและยังคงส่งผลต่อความรู้สึกของครอบครัวเมื่อเด็กเกิดมาพร้อมกับรอยตำหนิ บางครั้งความเชื่อเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อจิตใจลูกได้มากพอสมควร ดังนั้นคุณแม่ไม่ควรให้ความสำคัญกับความเชื่อมากนัก หรือควรเลือกเชื่อเฉพาะในทางความหมายที่ดี ดังนี้

  • สัญลักษณ์ของการกลับมาเกิด ความเชื่อโบราณมักบอกว่าปานคือตำหนิที่ญาติมิตรทำไว้ในชาติก่อน เพื่อให้จำได้เมื่อกลับมาเกิดใหม่ในชาตินี้
  • การทำนายวาสนา สีแดงมักถูกเชื่อมโยงกับความโชคดี พลังอำนาจ และความสำเร็จ บางตำราบอกว่าเด็กที่มีปานแดงจะเป็นคนมีบุญวาสนา
  • การแก้เคล็ด ในอดีตหากลูกมีปานในตำแหน่งที่ไม่เป็นมงคล อาจมีการทำพิธีรับขวัญหรือตั้งชื่อแก้เคล็ดเพื่อให้เด็กเติบโตมาอย่างราบรื่น
  • การระลึกชาติ ปานแดงถูกนำไปเชื่อมโยงกับเรื่องราวลี้ลับและการระลึกชาติ ซึ่งในแง่จิตวิทยา สิ่งนี้ช่วยปลอบประโลมใจให้พ่อแม่ยอมรับลักษณะภายนอกของลูกได้ง่ายขึ้น

แม้ว่าปานแดงกับความเชื่อจะมีทั้งในความหมายที่ดี การแก้เคล็ด แต่ในยุคปัจจุบันคุณพ่อคุณแม่ควรรับฟังอย่างมีวิจารณญาณ โดยให้ความสำคัญกับสุขภาพกายและสุขภาพจิตของลูกเป็นหลัก ไม่ควรปล่อยให้ความเชื่อสร้างความกังวลจนลืมสังเกตความผิดปกติทางร่างกายที่อาจเกิดขึ้นค่ะ

 

ความหมายของปานแดง

นอกเหนือจากความหมายทางใจแล้ว ปานแดงในแต่ละตำแหน่งยังถูกนำมาตีความในศาสตร์การทำนายลักษณะ ซึ่งสะท้อนถึงบุคลิกภาพและอนาคตของเด็กตามความเชื่อส่วนบุคคลอีกด้วย เช่น

  • เด็กที่มีปานสีแดงนี้มักถูกทายว่าเป็นคนมีความกระตือรือร้นและเฉลียวฉลาด
  • ปานแดงบนใบหน้าสื่อถึงเสน่ห์และการได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ มีคนรักใคร่เอ็นดู
  • หากอยู่บริเวณหน้าอก เชื่อว่าเป็นคนมีจิตใจดี แต่หากอยู่บริเวณหลัง เชื่อว่าเป็นคนมีความรับผิดชอบสูง

ความหมายของปานแดง จึงเป็นเหมือนคำอวยพรจากบรรพบุรุษที่ช่วยสร้างพลังบวกให้กับครอบครัว มากกว่าที่จะเป็นเรื่องงมงายหากเรามองในมุมของการสร้างขวัญและกำลังใจ โดยส่วนใหญ่คนมักให้ความสำคัญกับความหมายของปานแดงที่หัวและปานแดงที่หน้าผาก ดังนี้

 

ปานแดงที่หัว หมายถึง

ตามตำราพรหมชาติและการดูลักษณะ ปานที่อยู่ส่วนบนสุดของร่างกายมักมีความหมายที่โดดเด่นเป็นพิเศษ โดยปานแดงที่หัวหมายถึงการเป็นผู้มีบุญที่สะสมมาตั้งแต่อดีตชาติ และเป็นนิมิตหมายอันดีว่าลูกน้อยจะเติบโตมาเป็นบุคคลที่มีความสามารถและเป็นที่พึ่งพาของครอบครัวได้ ดังนี้

  • เชื่อว่าเด็กจะมีไหวพริบดี เรียนรู้อะไรได้รวดเร็ว และเป็นที่ปรึกษาให้ผู้อื่นได้
  • การมีปานบนจุดสูงสุดสื่อถึงการอยู่เหนือผู้อื่น มีบารมี และมักจะได้เป็นหัวหน้าคน
  • หากปานแดงอยู่บริเวณกระหม่อมพอดี เชื่อว่าจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองให้แคล้วคลาดจากอันตราย
  • ทายว่าเมื่อโตขึ้นจะได้ทำงานที่มีเกียรติและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

 

ปานแดงที่หน้าผาก ความเชื่อ

ใบหน้าคือส่วนที่มองเห็นได้ชัดเจนที่สุด ปานแดงบริเวณหน้าผากจึงมักถูกตั้งข้อสังเกตและตีความในแง่ของโชคลาภอย่างมาก ซึ่งความเชื่อเหล่านี้อาจเป็นกุศโลบายอย่างหนึ่งที่ช่วยลดความวิตกกังวลเรื่องความสวยงาม เพราะถูกมองว่าเป็นเครื่องหมายของความเป็นมงคล ดังนี้

  • หน้าผากเปรียบเสมือนลานรับทรัพย์ การมีปานแดงจุดนี้เชื่อว่าจะทำมาค้าขึ้นหรือมีโชคลาภเข้ามาเสมอ
  • เชื่อว่าเด็กคนนี้จะรักและดูแลพ่อแม่เป็นอย่างดี เป็นเด็กว่านอนสอนง่าย
  • ทายว่าจะประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย มีความมุ่งมั่นตั้งใจจริงในสิ่งที่ทำ
  • มักเป็นคนที่มีจิตใจโอบอ้อมอารี และมักจะได้รับความช่วยเหลือจากคนรอบข้างอย่างสม่ำเสมอ

อย่างไรก็ตาม แม้ทารกแรกเกิดจะมีปานแดงเป็นที่สังเกตได้ชัด แต่โดยมากเมื่อลูกเข้าสู่ช่วงทารก 1 เดือน ผิวหนังจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง รอยอาจจงลงหรือมีลักษณะอื่นร่วมด้วย คุณแม่ควรสังเกตว่ารอยแดงนั้นมีลักษณะเป็นกลากน้ำนมหรือผิวลอกธรรมดาหรือไม่ เพื่อการดูแลที่ถูกวิธีด้วยค่ะ

 

เลือกโภชนาการที่มี MFGM เพื่อ IQ และทักษะสมองเพื่อความสำเร็จ EF ที่เหนือกว่า

เด็กจะเติบโตมาพร้อมกับทักษะสมองที่ดีได้นั้น นอกเหนือจากการส่งเสริมและสนับสนุนการทำกิจกรรม และการเรียนรู้ที่สมวัยแล้ว การใส่ใจเลือกโภชนาการที่ดี มีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ ให้ลูกได้กินอาหารที่ประกอบไปด้วยเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ธัญพืชต่าง ๆ ก็จะช่วยให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและสมอง ช่วยส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ที่ดีขึ้นอีกด้วย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าอยากให้ลูกมีพัฒนาการสมองดี ควรเลือกนมที่มี MFGM ซึ่งเป็นสุดยอดสารอาหารในนมแม่ สารอาหารสมองชนิดเดียวที่ช่วยให้ลูกมี IQ ที่เหนือกว่าตั้งแต่ 5 ปีแรก ประกอบด้วยไขมันและโปรตีนกว่า 150 ชนิด รวมทั้งสฟิงโกไมอีลิน ฟอสโฟลิปิด แกงกลิโอไซด์ ซึ่งมีประโยชน์ต่อการทำงานของระบบประสาทและสมอง

นอกจากนี้ โภชนาการที่ดียังมีส่วนช่วยพัฒนาทักษะ EF ทั้ง 3 ด้านหลัก ดังนี้

  • สมองจำดี (Working Memory) เก็บข้อมูลที่มองเห็นและได้ยิน มาใช้ในเวลาที่ต้องการ
  • ความคิดยืดหยุ่น (Cognitive Flexibility) สามารถปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ได้
  • ยั้งคิดไตร่ตรอง (Inhibitory Control) รู้จักรอ ยับยั้งชั่งใจ ควบคุมอารมณ์ คิดก่อนลงมือทำ

การเลือกโภชนาการที่มี MFGM จึงเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้ลูกน้อยเติบโตอย่างมั่นคง มีสมองที่ปราดเปรื่อง และมีทักษะสมองเพื่อความสำเร็จ EF ที่แข็งแกร่ง พร้อมก้าวสู่ความสำเร็จที่เหนือกว่าในอนาคต

* นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก
Enfa Smart Club สนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่าง
เดียวอย่างน้อย 6 เดือนและให้นมแม่ควบคู่อาหารตามวัยอีก 2 ปี หรือนานกว่านั้น ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)
Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

คุณกำลังเข้าถึงเนื้อหาจากผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวกับการซื้อหรือ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด​

กรุณากดยืนยันเพื่อดำเนินการต่อ

Line TH
Line TH
Cart TH
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกหมายเลขโทรศัพท์ที่ถูกต้อง
วันเกิดลูกน้อย
กรุณาเลือกวันที่