นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เอนฟาสนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนไปจนถึง 2 ปี หรือนานกว่าตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

ไข้ออกตุ่มในเด็ก เช็กสาเหตุ อาการ และการดูแลอย่างถูกวิธี

Enfa สรุปให้

  • ไข้ออกตุ่ม คืออาการมีไข้ร่วมกับผื่น จุดแดง ตุ่มนูน หรือตุ่มน้ำใส ซึ่งเกิดได้จากหลายโรค เช่น ส่าไข้ มือเท้าปาก อีสุกอีใส หรือโรคหัด

  • ไข้ออกตุ่มในเด็ก ส่วนใหญ่มักเกิดจากเชื้อไวรัส ควรสังเกตลักษณะผื่น ตำแหน่งที่ขึ้น การกินน้ำ และพฤติกรรมของลูก หากซึม หายใจลำบาก หรือผื่นกดไม่จาง ควรรีบพบแพทย์

  • ไข้ออกตุ่มกี่วันหาย ขึ้นอยู่กับสาเหตุ โดยส่าไข้มักดีขึ้นในไม่กี่วัน มือเท้าปากประมาณ 7–10 วัน และอีสุกอีใสอาจใช้เวลาราว 1–2 สัปดาห์

เลือกอ่านตามหัวข้อ


เมื่อลูกมีไข้ร่วมกับตุ่มหรือผื่นขึ้นตามร่างกาย คุณพ่อคุณแม่อาจกังวลว่าเป็นโรคร้ายแรงหรือไม่ ความจริงแล้วอาการดังกล่าวเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การติดเชื้อไวรัสที่หายได้เอง ไปจนถึงโรคติดต่อหรือภาวะรุนแรงที่ต้องได้รับการรักษาค่ะ ในบทความนี้ Enfa จะพาคุณแม่ไปสังเกตลักษณะตุ่ม ตำแหน่งที่ขึ้น ลำดับการเกิดไข้ออกผื่น รวมถึงอาการโดยรวมของเด็ก เพื่อช่วยในการตัดสินใจว่าควรดูแลที่บ้านหรือรีบไปพบแพทย์


ไข้ออกตุ่ม คืออะไร

ไข้ออกตุ่มเป็นคำทั่วไปที่ใช้เรียกอาการมีไข้ร่วมกับผื่น จุดแดง ตุ่มนูน หรือตุ่มน้ำใสบนผิวหนัง ไม่ใช่ชื่อโรคใดโรคหนึ่งโดยเฉพาะ แพทย์จึงต้องพิจารณาร่วมกันทั้งอายุ ประวัติการรับวัคซีน ลักษณะผื่น ตำแหน่งที่เริ่มขึ้น และอาการอื่น ๆ เพื่อหาสาเหตุ ดังนี้

  • เกิดไข้ก่อนแล้วจึงมีผื่นตามมา ลักษณะนี้พบได้ในส่าไข้ ซึ่งมักเกิดในทารกและเด็กเล็ก เด็กอาจมีไข้สูงอยู่ประมาณ 3–5 วัน เมื่อไข้ลดลงจึงเริ่มมีผื่นสีชมพูหรือแดงบริเวณลำตัว แล้วกระจายไปยังคอ แขน หรือขา
  • มีไข้พร้อมผื่นหรือตุ่มน้ำใส อาจพบในโรคมือเท้าปาก อีสุกอีใส หรือการติดเชื้อไวรัสชนิดอื่น โดยต้องดูว่าตุ่มขึ้นบริเวณใด มีแผลในปากร่วมด้วยหรือไม่ และตุ่มอยู่ในระยะเดียวกันหรือทยอยขึ้นหลายระยะ
  • มีไข้ ไอ น้ำมูก ตาแดง แล้วจึงเกิดผื่น อาจเป็นลักษณะของโรคหัด โดยผื่นมักเริ่มบริเวณหลังหู ใบหน้า หรือแนวไรผม ก่อนกระจายลงมายังลำตัวและแขนขา เด็กที่สงสัยโรคหัดควรได้รับการตรวจจากแพทย์และหลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้อื่น
  • มีผื่นโดยไม่มีไข้หรือเด็กยังร่าเริงดี อาจสัมพันธ์กับผดร้อน แมลงกัดต่อย การแพ้อาหาร ยา หรือผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสผิว ซึ่งไม่ถือเป็นภาวะไข้ออกผื่นโดยตรง แต่ยังควรติดตามว่าอาการลุกลามหรือมีอาการแพ้รุนแรงหรือไม่


ไข้ออกตุ่ม อันตรายไหม

ไข้ออกตุ่ม อันตรายไหม ส่วนใหญ่อาการไข้ออกตุ่มในเด็กเกิดจากเชื้อไวรัสและหายได้เองค่ะ แต่ความรุนแรงขึ้นอยู่กับโรค อายุ ภูมิคุ้มกัน และอาการร่วมของเด็ก จึงไม่ควรตัดสินจากลักษณะตุ่มเพียงอย่างเดียว โดยมีประเด็นสำคัญที่ควรพิจารณา ดังนี้

  • กรณีที่มักไม่รุนแรง เด็กยังรู้สึกตัวดี เล่นได้เป็นช่วง ๆ ดื่มน้ำได้ ปัสสาวะตามปกติ หายใจไม่ลำบาก และผื่นจางลงเมื่อใช้นิ้วหรือแก้วใสกด อาการลักษณะนี้มักติดตามดูแลที่บ้านได้ตามคำแนะนำของแพทย์
  • เด็กเล็กมีโอกาสขาดน้ำได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อมีแผลในปาก เจ็บคอ หรือกลืนลำบาก เด็กอาจปฏิเสธอาหารและนม ทำให้ปัสสาวะน้อย ปากแห้ง ไม่มีน้ำตาเวลาร้อง หรือซึมลงได้
  • ไข้สูงอาจทำให้เกิดอาการชักจากไข้ โดยพบได้มากในเด็กอายุประมาณ 6 เดือนถึง 5 ปี แม้ส่วนใหญ่จะหยุดได้เอง แต่หากเด็กชักครั้งแรก ชักนานเกิน 5 นาที ชักซ้ำ หรือไม่รู้สึกตัวหลังชัก ควรรีบพาไปโรงพยาบาล
  • ผื่นบางลักษณะอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อรุนแรง โดยเฉพาะผื่นจุดเลือดออกสีแดงคล้ำ ม่วง หรือน้ำตาลที่กดแล้วไม่จาง ร่วมกับเด็กซึม หายใจเร็ว คอแข็ง มือเท้าเย็น หรือมีอาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว ต้องได้รับการประเมินฉุกเฉิน


ไข้ออกตุ่ม เกิดจากอะไร

สาเหตุของอาการไข้ร่วมกับตุ่มหรือผื่นมีหลายกลุ่ม แต่ในเด็กมักเกิดจากการติดเชื้อไวรัสมากที่สุด บางโรคสามารถแยกจากกันได้จากรูปแบบการขึ้นของผื่นและอาการร่วม ดังนี้

  • ส่าไข้ เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่ม human herpesvirus มักพบในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2–3 ปี เด็กจะมีไข้สูงฉับพลันหลายวัน แต่บางรายยังดูไม่ป่วยมาก เมื่อไข้ลดจึงเกิดผื่นแดงหรือชมพูบริเวณลำตัว ซึ่งมักจางลงเองภายในไม่กี่วัน
  • โรคมือเท้าปาก เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่มเอนเทอโรไวรัส เด็กมักมีไข้ เจ็บปาก น้ำลายไหล กินอาหารได้น้อย และมีจุดแดงหรือตุ่มน้ำบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า รอบก้น หรืออวัยวะเพศ หากพบว่าลูกมีตุ่มใสขึ้นที่มือร่วมกับแผลในปาก ควรสงสัยโรคนี้และแยกเด็กออกจากผู้อื่น
  • อีสุกอีใส เกิดจากไวรัส varicella-zoster โดยผื่นมักเริ่มเป็นจุดแดง ก่อนเปลี่ยนเป็นตุ่มนูน ตุ่มน้ำใส และตกสะเก็ด ตุ่มสามารถขึ้นหลายระยะพร้อมกันและมักมีอาการคันมาก
  • โรคหัด เกิดจากไวรัสหัดซึ่งแพร่กระจายผ่านระบบทางเดินหายใจได้ง่าย เด็กมักมีไข้สูง ไอ น้ำมูก ตาแดง และอาจมีจุดขาวในกระพุ้งแก้ม ก่อนเกิดผื่นที่ใบหน้าและกระจายลงมาตามลำตัว
  • ไข้ดำแดงหรือ Scarlet fever เกิดจากเชื้อแบคทีเรียกลุ่มสเตรปโตค็อกคัส เด็กมักมีไข้ เจ็บคอ ผื่นแดงละเอียดที่สัมผัสคล้ายกระดาษทราย ลิ้นแดง และอาจมีผื่นเด่นตามซอกคอ รักแร้ หรือลำตัว โรคนี้ต้องได้รับยาปฏิชีวนะตามแพทย์สั่ง

นอกจากนี้ สาเหตุอื่น ๆ ได้แก่ การติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจบางชนิด การแพ้ยา การแพ้อาหาร หรือโรคที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบของร่างกาย ซึ่งอาจมีผื่นร่วมกับไข้ได้เช่นกัน หากผื่นเกิดหลังเริ่มยาใหม่หรือมีหน้าบวม ปากบวม และหายใจลำบาก ควรหยุดยาที่สงสัยและรีบไปโรงพยาบาล


ไข้ออกตุ่มในเด็ก

เด็กทารกและเด็กเล็กต้องได้รับการเฝ้าระวังมากกว่าเด็กโต เพราะยังไม่สามารถบอกอาการเจ็บป่วยได้ชัดเจน และมีโอกาสขาดน้ำหรือทรุดลงได้เร็ว คุณพ่อคุณแม่จึงควรประเมินภาวะไข้ออกตุ่มในเด็กหรือไข้ออกตุ่มในทารกทั้งอุณหภูมิ พฤติกรรม และการกินนม ดังนี้

  • ทารกอายุต่ำกว่า 3 เดือนที่มีไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป ควรพาไปพบแพทย์โดยเร็ว แม้เด็กยังดูปกติหรือมีตุ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย เนื่องจากทารกวัยนี้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรงมากกว่าเด็กโต
  • สังเกตพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เช่น ไม่ยอมดูดนม ปลุกยาก ร้องเสียงผิดปกติ ร้องกวนตลอดเวลา ตัวอ่อน หายใจเร็ว หรือมีช่วงหยุดหายใจ เพราะอาการเหล่านี้อาจสำคัญกว่าระดับไข้เพียงอย่างเดียว
  • ตรวจดูผื่นทั่วร่างกายในบริเวณที่มองเห็นยาก ได้แก่ หลังใบหู หนังศีรษะ ซอกคอ รักแร้ ขาหนีบ รอบก้น ฝ่ามือ และฝ่าเท้า พร้อมสังเกตว่าผื่นจางเมื่อกดหรือไม่ มีตุ่มแตกเป็นแผล หรือมีหนองเกิดขึ้นหรือเปล่า
  • ไม่ควรใช้ยาทาผื่นหรือยาปฏิชีวนะเอง เพราะตุ่มแต่ละชนิดต้องใช้การดูแลต่างกัน ยาที่มีสเตียรอยด์หรือยาฆ่าเชื้อบางชนิดอาจไม่จำเป็น และอาจบดบังลักษณะผื่นจนวินิจฉัยยากขึ้น


ลูกเป็นไข้แล้วมีตุ่มใสๆ ขึ้น

เมื่อลูกเป็นไข้แล้วมีตุ่มใสๆ ขึ้น คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตตำแหน่ง การกระจายตัว และอาการคันหรือเจ็บร่วมด้วย เพราะลักษณะดังกล่าวช่วยแยกสาเหตุเบื้องต้นได้ ดังนี้

  • ตุ่มใสที่มือ เท้า ก้น หรือรอบปาก ร่วมกับแผลในช่องปาก เจ็บปาก น้ำลายไหล และกินอาหารน้อย มักเข้ากับโรคมือเท้าปาก โดยตุ่มอาจไม่คันมาก แต่แผลในปากทำให้เด็กไม่ยอมกินและเสี่ยงขาดน้ำ
  • ตุ่มใสคันทั่วลำตัวและศีรษะ โดยมีทั้งจุดแดง ตุ่มน้ำ และสะเก็ดในเวลาเดียวกัน อาจเป็นอีสุกอีใส ควรตัดเล็บให้สั้น ไม่ให้เด็กแกะเกา และหลีกเลี่ยงการสัมผัสหญิงตั้งครรภ์ ทารกแรกเกิด หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
  • ตุ่มใสเฉพาะบริเวณที่สัมผัสสิ่งกระตุ้น อาจเกิดจากแมลงกัดต่อย การระคายเคือง หรือผิวหนังอักเสบ ซึ่งมักไม่ทำให้มีไข้สูง หากเด็กมีไข้ร่วมด้วยควรพิจารณาสาเหตุจากการติดเชื้อเพิ่มเติม
  • ตุ่มเริ่มขุ่น แดง บวม เจ็บ หรือมีหนอง อาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนจากการเกา ควรพาไปพบแพทย์ และไม่ควรบีบหรือเจาะตุ่มด้วยตนเอง เพราะเพิ่มความเสี่ยงต่อแผลติดเชื้อและเกิดรอยแผลเป็น


ไข้ออกตุ่มกี่วันหาย

คำถามว่าไข้ออกตุ่มกี่วันหายอาจตอบได้ยากค่ะ เพราะระยะเวลาขึ้นอยู่กับโรคที่เป็นสาเหตุและภาวะแทรกซ้อนของเด็ก โดยสามารถประเมินระยะเวลาโดยทั่วไปได้ ดังนี้

  • ส่าไข้ มักมีไข้ประมาณ 3–5 วัน เมื่อไข้ลดแล้วผื่นจึงขึ้น ผื่นมักจางลงภายในประมาณ 1–3 วัน โดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็น
  • โรคมือเท้าปาก เด็กส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรงและดีขึ้นภายในประมาณ 7–10 วัน แผลในปากอาจทำให้กินอาหารลำบากในช่วงแรก จึงควรเน้นให้เด็กได้รับน้ำอย่างเพียงพอ
  • อีสุกอีใส ตุ่มอาจทยอยขึ้นต่อเนื่องหลายวัน ก่อนแห้งและตกสะเก็ดภายในประมาณ 1–2 สัปดาห์ เด็กยังสามารถแพร่เชื้อได้จนกว่าตุ่มทั้งหมดจะแห้งเป็นสะเก็ด
  • โรคหัด ไข้และอาการทางเดินหายใจมักเกิดก่อนผื่นหลายวัน ส่วนผื่นจะค่อย ๆ จางลงหลังขึ้นทั่วตัว แต่เด็กอาจยังไอหรืออ่อนเพลียต่อเนื่องได้ และต้องเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบหรือหูชั้นกลางอักเสบ
  • ควรพบแพทย์หากอาการไม่เป็นไปตามระยะทั่วไป เช่น ลูกเป็นไข้หลายวันไม่หาย ไข้ลดแล้วกลับมาสูงอีก ผื่นลุกลามเร็ว หรือเด็กดูแย่ลง แม้จำนวนวันที่ป่วยยังไม่นานก็ตาม


อาการไข้ออกตุ่ม

ไข้ออกตุ่ม อาการแตกต่างกันตามสาเหตุ แต่สิ่งสำคัญคือการสังเกตลำดับว่าไข้กับผื่นเกิดขึ้นพร้อมกันหรืออย่างใดเกิดก่อน รวมถึงประเมินความรู้สึกตัวและการหายใจของเด็ก ดังนี้

  • อาการไข้ เด็กอาจมีเพียงไข้ต่ำหรือมีไข้สูงเกิน 39 องศาเซลเซียส บางช่วงที่ไข้กำลังสูงขึ้นอาจพบว่าลูกมีอาการหนาวสั่นมีไข้ มือเท้าเย็น หรือไม่สบายตัวได้ แต่หากสั่นรุนแรงต่อเนื่อง ซึม หรือหายใจผิดปกติ ควรไปพบแพทย์
  • ลักษณะผื่น อาจเป็นจุดแดงราบ ตุ่มนูน ตุ่มน้ำใส ผื่นละเอียดคล้ายกระดาษทราย หรือจุดเลือดออกใต้ผิวหนัง คุณพ่อคุณแม่ควรถ่ายภาพผื่นในแสงธรรมชาติเก็บไว้ เพราะลักษณะผื่นอาจเปลี่ยนแปลงก่อนถึงโรงพยาบาล
  • ตำแหน่งที่ผื่นเริ่มขึ้น ผื่นของส่าไข้มักเริ่มที่ลำตัว ผื่นหัดมักเริ่มบริเวณใบหน้าหรือหลังหู มือเท้าปากพบเด่นที่ปาก มือ เท้า และก้น ส่วนอีสุกอีใสมักเริ่มตามลำตัวหรือศีรษะแล้วกระจายออก
    อาการร่วม อาจมีไอ น้ำมูก ตาแดง เจ็บคอ แผลในปาก น้ำลายไหล อาเจียน ท้องเสีย ต่อมน้ำเหลืองโต หรือปวดเมื่อย ซึ่งช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้แม่นยำขึ้น
  • พฤติกรรมโดยรวม แม้ลูกตัวร้อนมาก แต่หากยังสบตา ตอบสนอง ดื่มน้ำและปัสสาวะได้ มักน่ากังวลน้อยกว่าเด็กไข้ไม่สูงแต่ซึม ปลุกยาก หายใจหอบ หรือไม่ยอมดื่มน้ำเลย


วิธีรักษาไข้ออกตุ่ม ไข้ออกตุ่มรักษายังไง

วิธีรักษาไข้ออกตุ่ม ไข้ออกตุ่มรักษายังไง เป็นอีกคำถามที่หลายคนสงสัย การรักษาต้องพิจารณาตามสาเหตุ เนื่องจากโรคไวรัสส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ ขณะที่โรคจากแบคทีเรียบางชนิดต้องใช้ยาตามแพทย์สั่ง การดูแลเบื้องต้นที่เหมาะสมมีดังนี้

  • ให้ยาลดไข้ตามน้ำหนักและคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร โดยทั่วไปใช้พาราเซตามอลเมื่อเด็กมีไข้และไม่สบายตัว ห้ามให้ยาแอสไพรินแก่เด็ก และไม่ควรสลับยาลดไข้หลายชนิดเองโดยไม่มีคำแนะนำ
  • ให้เด็กดื่มน้ำหรือนมทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง หากมีแผลในปากควรเลือกอาหารอ่อน เย็น ไม่เผ็ด ไม่เปรี้ยว และไม่เค็มจัด เช่น โจ๊ก ซุป หรือผลไม้เนื้อนิ่ม เพื่อช่วยลดความเจ็บขณะกลืน
  • หลีกเลี่ยงการแกะ เกา หรือเจาะตุ่ม ควรตัดเล็บเด็กให้สั้น รักษาความสะอาดผิวหนัง และสวมเสื้อผ้าที่โปร่งสบาย หากคันมากควรปรึกษาแพทย์เรื่องยาที่เหมาะกับอายุ
  • ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่ทราบสาเหตุ เพราะโรคที่เกิดจากไวรัสไม่ตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะ และการใช้ยาโดยไม่จำเป็นอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงหรือเชื้อดื้อยา
  • แยกเด็กออกจากผู้อื่นเมื่อสงสัยโรคติดต่อ ไม่ควรพาไปโรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก หรือพื้นที่แออัดจนกว่าไข้จะหาย อาการดีขึ้น และเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อลดการแพร่เชื้อสู่เด็กคนอื่น


เด็กเป็นไข้ออกตุ่ม คุณพ่อคุณแม่ดูแลอย่างไรดี

เด็กเป็นไข้ออกตุ่ม คุณพ่อคุณแม่ดูแลอย่างไรดี โดยปกติแล้วการดูแลเด็กที่บ้านควรเน้นความสบายตัว ป้องกันภาวะขาดน้ำ และลดการแพร่เชื้อ พร้อมติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ โดยสามารถปฏิบัติได้ ดังนี้

  • วัดไข้ด้วยเทอร์โมมิเตอร์และจดบันทึก ควรบันทึกอุณหภูมิ เวลาให้ยา ปริมาณน้ำที่ดื่ม จำนวนครั้งที่ปัสสาวะ และการเปลี่ยนแปลงของผื่น เพื่อใช้ประกอบการประเมินหากต้องไปพบแพทย์
  • ให้เด็กพักผ่อนในห้องที่อากาศถ่ายเท สวมเสื้อผ้าบางสบาย ไม่ห่มผ้าหนา และไม่เช็ดตัวด้วยน้ำเย็นจัดหรือแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้เด็กหนาวสั่นและไม่สบายตัวมากขึ้น
  • ล้างมือด้วยน้ำและสบู่เป็นประจำ โดยเฉพาะหลังเปลี่ยนผ้าอ้อม เข้าห้องน้ำ เช็ดน้ำมูก หรือสัมผัสตุ่ม รวมถึงแยกแก้วน้ำ ช้อน ผ้าเช็ดตัว และของใช้ส่วนตัวของเด็ก
  • ทำความสะอาดของเล่นและพื้นผิวที่สัมผัสบ่อย เช่น ลูกบิดประตู โต๊ะ เก้าอี้ และอุปกรณ์รับประทานอาหาร โดยเฉพาะเมื่อสงสัยโรคมือเท้าปากหรือโรคติดต่อในเด็กเล็ก


เด็กเป็นไข้ออกตุ่ม ร่วมกับอาการต่อไปนี้ ควรไปพบแพทย์

แม้โรคส่วนใหญ่จะหายได้เอง แต่ไม่ควรรอดูอาการหากเด็กมีสัญญาณที่บ่งบอกถึงการติดเชื้อรุนแรง ภาวะขาดน้ำ หรือความผิดปกติของระบบหายใจและระบบประสาท หากเด็กเป็นไข้ออกตุ่ม ร่วมกับอาการต่อไปนี้ ควรรีบไปพบแพทย์เมื่อมีอาการดังนี้

  • ทารกอายุต่ำกว่า 3 เดือนมีอุณหภูมิตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป ไม่ว่าจะมีผื่นร่วมด้วยหรือไม่
    เด็กซึมมาก ปลุกยาก ไม่สบตา สับสน ร้องเสียงแหลมผิดปกติ หรือตัวอ่อนแรง เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังมีภาวะรุนแรง
  • หายใจเร็ว หอบ หน้าอกบุ๋ม มีเสียงหายใจผิดปกติ ปากเขียว หรือหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ ควรไปห้องฉุกเฉินทันที
  • ผื่นแดงคล้ำ ม่วง หรือน้ำตาลที่กดแล้วไม่จาง โดยเฉพาะเมื่อมีไข้ ซึม มือเท้าเย็น คอแข็ง หรืออาการทรุดลงเร็ว
  • ชักครั้งแรก ชักนานเกิน 5 นาที ชักซ้ำ หรือเด็กไม่ฟื้นตัวตามปกติหลังชัก ควรจัดเด็กนอนตะแคง ไม่ใส่สิ่งของเข้าปาก และโทรขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน
  • ดื่มน้ำหรือนมไม่ได้ อาเจียนซ้ำ ปากแห้ง ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะน้อย หรือไม่ปัสสาวะนานผิดปกติ ซึ่งเป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำ
  • ไข้สูงต่อเนื่องเกิน 5 วัน ไข้ลดแล้วกลับมาสูงใหม่ หรืออาการโดยรวมแย่ลง แม้ผื่นจะเริ่มจางแล้วก็ตาม
  • มีแผลในปากมาก ตุ่มบวมแดงร้อน มีหนอง หรือผิวหนังลอกเป็นบริเวณกว้าง เพราะอาจมีการติดเชื้อแทรกซ้อนหรือปฏิกิริยารุนแรงจากยา
  • มีไข้สูงร่วมกับไอมาก น้ำมูก ตาแดง และผื่นเริ่มจากใบหน้าหรือหลังหู โดยเฉพาะเด็กที่รับวัคซีนไม่ครบหรือเพิ่งเดินทางจากพื้นที่ระบาด ควรโทรแจ้งสถานพยาบาลก่อนเดินทาง เนื่องจากอาจเป็นโรคหัดและแพร่เชื้อได้ง่าย

โดยสรุป ไข้ออกตุ่มจึงไม่ใช่โรคเดียว แต่เป็นอาการที่ต้องพิจารณาร่วมกับลักษณะผื่น ระยะเวลาของไข้ และสภาพโดยรวมของเด็ก คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลเด็กที่ยังรู้สึกตัวดีและดื่มน้ำได้ แต่หากพบสัญญาณอันตรายหรือไม่แน่ใจในลักษณะของตุ่ม ควรให้แพทย์ตรวจเพื่อระบุสาเหตุและรักษาอย่างเหมาะสมค่ะ


เลือกโภชนาการที่มี MFGM เพื่อ IQ และทักษะสมองเพื่อความสำเร็จ EF ที่เหนือกว่า

เด็กจะเติบโตมาพร้อมกับทักษะสมองที่ดีได้นั้น นอกเหนือจากการส่งเสริมและสนับสนุนการทำกิจกรรม และการเรียนรู้ที่สมวัยแล้ว การใส่ใจเลือกโภชนาการที่ดี มีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ ให้ลูกได้กินอาหารที่ประกอบไปด้วยเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ธัญพืชต่าง ๆ ก็จะช่วยให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและสมอง ช่วยส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ที่ดีขึ้นอีกด้วย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าอยากให้ลูกมีพัฒนาการสมองดี ควรเลือกนมที่มี MFGM ซึ่งเป็นสุดยอดสารอาหารในนมแม่ สารอาหารสมองชนิดเดียวที่ช่วยให้ลูกมี IQ ที่เหนือกว่าตั้งแต่ 5 ปีแรก ประกอบด้วยไขมันและโปรตีนกว่า 150 ชนิด รวมทั้งสฟิงโกไมอีลิน ฟอสโฟลิปิด แกงกลิโอไซด์ ซึ่งมีประโยชน์ต่อการทำงานของระบบประสาทและสมอง

นอกจากนี้ โภชนาการที่ดียังมีส่วนช่วยพัฒนาทักษะ EF ทั้ง 3 ด้านหลัก ดังนี้

  • สมองจำดี (Working Memory) เก็บข้อมูลที่มองเห็นและได้ยิน มาใช้ในเวลาที่ต้องการ
  • ความคิดยืดหยุ่น (Cognitive Flexibility) สามารถปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ได้
  • ยั้งคิดไตร่ตรอง (Inhibitory Control) รู้จักรอ ยับยั้งชั่งใจ ควบคุมอารมณ์ คิดก่อนลงมือทำ

การเลือกโภชนาการที่มี MFGM จึงเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้ลูกน้อยเติบโตอย่างมั่นคง มีสมองที่ปราดเปรื่อง และมีทักษะสมองเพื่อความสำเร็จ EF ที่แข็งแกร่ง พร้อมก้าวสู่ความสำเร็จที่เหนือกว่าในอนาคต


* นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก
Enfa Smart Club สนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่าง
เดียวอย่างน้อย 6 เดือนและให้นมแม่ควบคู่อาหารตามวัยอีก 2 ปี หรือนานกว่านั้น ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)
Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

คุณกำลังเข้าถึงเนื้อหาจากผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวกับการซื้อหรือ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด​

กรุณากดยืนยันเพื่อดำเนินการต่อ

Line TH
Line TH
Cart TH
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกหมายเลขโทรศัพท์ที่ถูกต้อง
วันเกิดลูกน้อย
กรุณาเลือกวันที่