นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เอนฟาสนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนไปจนถึง 2 ปี หรือนานกว่าตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

มดลูกหย่อน อันตรายไหม รักษาให้หายขาดได้หรือเปล่า

Enfa สรุปให้

  • มดลูกหย่อน หรือมดลูกต่ำ คือภาวะที่มดลูกมีการเคลื่อนต่ำลงมาจนถึงช่องคลอด ในบางกรณีที่รุนแรงจะทำให้อวัยวะอื่น ๆ อย่างเช่น กระเพาะปัสสาวะ หรือลำไส้ หย่อนตามมาลงมาที่ช่องคลอดด้วย
  • รูปภาพมดลูกหย่อน จะแบ่งความรุนแรงออกเป็นหลายระดับแตกต่างกันไป ตั้งแต่ระดับที่ 1-4 ซึ่งจะไต่ระดับความรุนแรงขึ้นไปเรื่อย ๆ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
  • อาการมดลูกหย่อน พบได้บ่อยในผู้หญิงหลังคลอดบุตร ผู้หญิงที่มีน้ำหนักตัวมาก ผู้หญิงวัยทอง ผู้หญิงที่มีอายุมาก หรือผู้หญิงที่ผ่านการผ่าตัดบริเวณอุ้งเชิงกรานมาก่อน

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

คุณแม่หลายคนอาจพบว่า หลังจากที่คลอดลูกไปแล้ว มีอาการคล้ายกับว่ามดลูกหย่อน ซึ่งอาการมดลูกหย่อนนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาสุขภาพที่มีระดับความรุนแรงจากน้อยไปมาก

รวมทั้งอาจจะส่งผลเสียต่อปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมาภายหลังได้ บทความนี้จาก Enfa จะพาคุณแม่มารู้จักกับอาการมดลูกหย่อนให้มากขึ้นกันค่ะ

 

มดลูกหย่อน คืออะไร เกิดจากเหตุอะไร

มดลูกหย่อน (Prolapsed Uterus) คือ ภาวะที่มดลูกมีการเคลื่อนต่ำลงมาจนถึงช่องคลอด และในระยะยาวอาจจะทำให้อวัยวะอื่น ๆ อย่างเช่น กระเพาะปัสสาวะ หรือลำไส้ หย่อนตามมาลงมาได้อีกด้วย โดยอาการมดลูกต่ำเกิดจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น

  • อายุที่มากขึ้น ทำให้อวัยวะที่อยู่บริเวณอุ้งเชิงกรานมีการเสื่อมสภาพหรือหย่อนหยาน
  • การคลอดบุตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากคุณแม่คลอดทารกที่มีขนาดตัวใหญ่ หรือคลอดทารกหลายคนในครั้งเดียวกัน มีแนวโน้มสูงที่จะเกิดอาการมดลูกหย่อน
  • วัยทอง ซึ่งเป็นช่วงวัยที่จะหยุดการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน เมื่อไม่มีฮอร์โมนชนิดนี้ ก็จะทำให้อวัยวะที่อุ้งเชิงกรานไม่ค่อยแข็งแรง เกิดการหย่อนยานได้ง่าย
  • น้ำหนักตัวมากหรือโรคอ้วน การมีน้ำหนักตัวมากจะทำให้อุ้งเชิงกรานต้องแบกรับน้ำหนักและทำให้เพิ่มแรงกดลงมาที่อุ้งเชิงกราน ทำให้อุ้งเชิงกรานเสื่อมสภาพเร็ว
  • ผ่านการผ่าตัดที่อุ้งเชิงกรานมาก่อน จึงมีแนวโน้มที่จะเกิดการหย่อนยานของอวัยวะอุ้งเชิงกรานสูงกว่าปกติ
  • การยกของหนักเป็นประจำ การออกแรงเพื่อยกหรือเคลื่อนย้ายของที่มีน้ำหนักมากบ่อย ๆ เสี่ยงที่จะทำให้อวัยวะบริเวณอุ้งเชิงกรานเสื่อมได้

 

อาการมดลูกหย่อน เป็นแบบไหน

อาการโดยทั่วไปของมดลูกหย่อน มีดังนี้

  • รู้สึกมีอาการหน่วง ๆ ที่บริเวณอุ้งเชิงกราน
  • รู้สึกปวดที่อุ้งเชิงกรานลามไปจนถึงบริเวณหลังส่วนล่าง
  • รู้สึกว่ามีบางอย่างหลุดออกมาทางช่องคลอด และต้องคอยดันกลับเข้าไปบ่อย ๆ
  • รู้สึกเจ็บเวลาที่มีเพศสัมพันธ์
  • มองเห็นเนื้อเยื่อโผล่ออกมาทางช่องคลอด
  • มีอาการท้องผูกบ่อย ๆ
  • ปัสสาวะบ่อย หรือมีอาการปัสสาวะเล็ด กลั้นปัสสาวะไม่ค่อยได้
  • มีอาการประเพาะปัสสาวะอักเสบบ่อย ๆ

 

มดลูกหย่อนมีลักษณะแบบไหน มาดูตัวอย่างรูปภาพมดลูกหย่อนกัน

 

ภาพ: Pelvic Guru

 

มดลูกต่ำอาการจะแตกต่างกันไปตามระดับความรุนแรงค่ะ โดยความรุนแรงของมดลูกหย่อนนั้นสามารถแบ่งได้ ดังนี้

  • ระดับที่ 0: มดลูกอยู่ในสภาวะปกติ ไม่มีการหย่อนยาน
  • ระดับที่ 1: มดลูกหย่อนลงมาถึงบริเวณช่องคลอด
  • ระดับที่ 2: มดลูกหย่อนลงมาใกล้ปากช่องคลอด
  • ระดับที่ 3: มดลูกบางส่วนหย่อนออกมานอกช่องคลอด
  • ระดับที่ 4: มดลูกทั้งหมดหย่อนออกมานอกช่องคลอด 

ในกรณีที่รุนแรงถึงระดับที่ 4 ถือได้ว่ากล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานทั้งหมดเกิดการเสื่อมสภาพจนไม่สามารถยึดเหนี่ยวอวัยวะที่บริเวณอุ้งเชิงกรานเอาไว้ได้อีกต่อไป

 

มดลูกหย่อนอันตรายหรือไม่ รักษาอาการมดลูกหย่อนอย่างไร

ความอันตรายจากมดลูกหย่อนนั้น จะไม่ใช่อันตรายในระดับที่รุนแรงจนถึงแก่ชีวิต แต่...จะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันไปเรื่อย ๆ โดยจะก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดที่อุ้งเชิงกราน ปวดที่หลัง หรือรู้สึกเจ็บปวดเวลาที่มีเพศสัมพันธ์

ซึ่งกระบวนการรักษานั้น จะต้องมีการวินิจฉัยก่อนว่า มดลูกหย่อนนั้นอยู่ในระดับใด และทำการรักษาตามระดับความรุนแรงนั้น 

  • สำหรับผู้ที่อาการยังไม่จัดว่าอยู่ในระดับรุนแรง 

แพทย์จะแนะนำให้ทำการบริหารอุ้งเชิงกรานโดยการเกร็งกล้ามเนื้อที่อุ้งเชิงกรานคล้ายกับเวลาที่กลั้นปัสสาวะ หรือขมิบช่องคลอดบ่อย ๆ โดยเกร็งค้างไว้ 10 วินาที แล้วคลายออกช้า ๆ ทำเซตละ 10 ครั้ง

โดยทุก ๆ วันควรจะต้องทำให้ได้ 3-4 เซตต่อวัน และทำอย่างน้อย 4 วันต่อสัปดาห์ หรือถ้าหากมีน้ำหนักตัวมาก แพทย์ก็จะแนะนำให้ทำการควบคุมน้ำหนักให้อยู่ตามเกณฑ์ปกติ

 

  • สำหรับผู้ที่มีอาการรุนแรงขึ้นมาหน่อย 

แพทย์จะให้ใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงช่องคลอด ซึ่งจะมีลักษณะเป็นยางนิ่ม ๆ คล้ายกับโดนัท โดยจะยัดใส่เข้าไปในช่องคลอด เพื่อช่วยดันให้มดลูกและกระเพาะปัสสาวะกลับไปอยู่ในที่เดิม

วิธีนี้จะต้องถอดอุปกรณ์ออกมาทำความสะอาดบ่อย ๆ และถ้าหากจะมีเพศสัมพันธ์ ก็จะต้องถอดอุปกรณ์นี้ก่อนทุกครั้ง

 

  • สำหรับผู้ที่มีอาการในระดับรุนแรง 

แพทย์จะวินิจฉัยให้ทำการผ่าตัดผนังมดลูกหรือช่องคลอด เพื่อทำการยึดมดลูกไว้กับกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ส่วนในรายที่ไม่ต้องการมีบุตรแล้ว แพทย์ก็จะตัดมดลูกทิ้งไป หรืออาจจะต้องมีการผ่าตัดทำรีแพร์ หรือผ่าตัดเพื่อป้องกันอาการปัสสาวะเล็ดร่วมด้วย 

 

วิธีป้องกันและวิธีแก้มดลูกหย่อน

การป้องกันมดลูกหย่อน สามารถทำได้ ดังนี้ 

  • คอยควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ระวังอย่าให้มีน้ำหนักมากกว่าเกณฑ์ เพื่อไม่เป็นการเพิ่มแรงกดลงไปที่อุ้งเชิงกรานมากจนเกินไป
  • ฝึกบริหารอุ้งเชิงกราน ขมิบช่องคลอดเป็นประจำ จะช่วยให้กล้ามเนื้อเชิงกรานกระชับ
  • หลีกเลี่ยงการออกแรงยกของหนัก หาคนช่วย หรือใช้เครื่องทุนแรงจะดีกว่า
  • ไม่สูบบุหรี่ เพราะเสี่ยงจะทำให้มีอาหารไอเรื้อรัง และส่งผลให้กล้ามเนื้อที่อุ้งเชิงกรานอ่อนแอลง
  • คอยดูแลอย่าให้ท้องผูกบ่อย เพราะการที่ต้องออกแรงเบ่งอุจจาระ จะทำให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานหดเกร็ง
  • หากเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ควรไปพบแพทย์เผื่อว่าจะต้องมีการใช้ฮอร์โมนทดแทน ซึ่งการใช้ฮอร์โมนทดแทนก็อาจจะมีความเสี่ยงที่จะต้องนำมาประกอบการตัดสินใจอีกที 

 

บทความแนะนำสำหรับคุณแม่หลังคลอด

* นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก
Enfa Smart Club สนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่าง
เดียวอย่างน้อย 6 เดือนและให้นมแม่ควบคู่อาหารตามวัยอีก 2 ปี หรือนานกว่านั้น ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)
Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

คุณกำลังเข้าถึงเนื้อหาจากผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวกับการซื้อหรือ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด​

กรุณากดยืนยันเพื่อดำเนินการต่อ

Line TH
Line TH
Cart TH
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกหมายเลขโทรศัพท์ที่ถูกต้อง
วันเกิดลูกน้อย
กรุณาเลือกวันที่