นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เอนฟาสนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนไปจนถึง 2 ปี หรือนานกว่าตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

น้ำเดิน น้ำคร่ำแตก สัญญาณก่อนคลอดที่ต้องจับตาดูให้ดี

น้ำเดิน

Enfa สรุปให้

  • น้ำเดิน เกิดจากมดลูกหดตัว เพื่อบีบให้เด็กสามารถเคลื่อนตัวสู่อุ้งเชิงกรานได้ง่ายขึ้น แรงกดดังกล่าวก็มีผลทำให้ถุงน้ำคร่ำแตกออก จนมีของเหลวไหลออกมา หรือที่เราเรียกกันว่า น้ำเดิน หรือน้ำคร่ำแตก
  • น้ำคร่ำแตก ไม่ได้แปลว่าทารกจะคลอดออกมาทันที ส่วนใหญ่แล้วจะต้องรออย่างน้อย 12-24 ชั่วโมงกว่าที่จะมีการคลอดเกิดขึ้น
  • น้ำเดินเป็นยังไง คุณแม่ที่มีอาการน้ำเดินจะพบว่ามีของเหลวไหลออกมาจนรู้สึกได้ว่าเปียกชื้น ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในช่วงอายุครรภ์ 37-40 สัปดาห์ โดยของเหลวที่ไหลออกมานั้นจะคล้ายกับปัสสาวะไหล

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

น้ำคร่ำแตก หรือน้ำเดิน เป็นหนึ่งในสัญญาณใกล้คลอดที่ค่อนข้างชัดเจนว่าเจ้าตัวเล็กพร้อมสุด ๆ แล้วที่จะโผล่ออกมาจ๊ะเอ๋คุณพ่อคุณแม่ แต่อาการน้ำเดิน เป็นแค่เพียงอาการใกล้คลอดเท่านั้นหรือ ยังมีเรื่องอะไรเกี่ยวกับน้ำเดินที่เรายังไม่รู้บ้าง Enfa จะมาเล่าให้ฟังค่ะ

 

 

น้ำคร่ำคืออะไร คุณแม่มีน้ำคร่ำมากน้อยแค่ไหนจึงจะอยู่ในเกณฑ์ปกติ

น้ำคร่ำ (Amniotic fluid) คือ ของเหลวสีใส หรือสีออกเหลืองเล็กน้อย ซึ่งรายล้อมอยู่รอบตัวทารกที่ขณะนี้อาศัยอยู่ในถุงน้ำคร่ำ

โดยปริมาณน้ำคร่ำเมื่ออายุครรภ์ราว 10 สัปดาห์ จะมีอยู่ประมาณ 30 มิลลิลิตร และจะเพิ่มปริมาณเป็น 200 มิลลิลิตรเมื่อมีอายุครรภ์ได้ 16 สัปดาห์ และน้ำคร่ำจะเพิ่มปริมาณสูงสุดประมาณ 800 มิลลิลิตร เมื่ออายุครรภ์ราว ๆ 34 สัปดาห์ หลังจากอายุครรภ์ 36 สัปดาห์เป็นต้นไป น้ำคร่ำจะค่อย ๆ ลดปริมาณลง

ซึ่งแพทย์จะมีการตรวจปริมาณน้ำคร่ำเพื่อหาความผิดปกติอยู่เสมอ โดยวิธีการตรวจนั้นจะตรวจด้วยวิธีอัลตราโซนิก (Ultrasonic) เพื่อวัดความลึกของถุงน้ำคร่ำทั้ง 4 ตำแหน่ง ซึ่งค่าปกติของความลึกของถุงน้ำคร่ำจะอยู่ระหว่าง 5-25 เซนติเมตร

ถ้าแพทย์ตรวจปริมาณน้ำคร่ำและพบว่าถุงน้ำคร่ำของคุณแม่วัดค่าได้เกิน 25 เซนติเมตร ถือว่ามีภาวะครรภ์น้ำคร่ำมาก  (Polyhydramnios)

ในทางกลับกันถ้าแพทย์ตรวจพบว่าถุงน้ำคร่ำของคุณแม่วัดค่าได้น้อยกว่า 5 เซนติเมตร ถือว่ามีภาวะน้ำคร่ำน้อย (Oligohydramnios)

 

น้ำเดิน คืออะไร เข้าใจปัจจัยที่ทำให้น้ำคร่ำแตก

ขณะตั้งครรภ์ ทารกจะอาศัยอยู่ในถุงน้ำคร่ำ ซึ่งภายในถุงน้ำคร่ำก็จะมีของเหลวอยู่ภายในที่เรียกว่าน้ำคร่ำ จนเมื่อการตั้งครรภ์เริ่มเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของไตรมาสที่สาม ทารกก็จะเริ่มเคลื่อนตัวลงสู่อุ้งเชิงกราน จากนั้นมดลูกก็จะเริ่มมีการหดตัว เพื่อบีบให้เด็กสามารถเคลื่อนตัวสู่อุ้งเชิงกรานได้ง่ายขึ้น และแรงกดดังกล่าวก็มีผลทำให้ถุงน้ำคร่ำแตกออก จนมีของเหลวไหลออกมา หรือที่เราเรียกกันว่า น้ำเดิน หรือน้ำคร่ำแตก

อาการน้ำเดิน มักจะพบได้ตั้งแต่ช่วงอายุครรภ์ 37 สัปดาห์ ไปจนถึงอายุครรภ์ 40 สัปดาห์ คุณแม่อาจมีอาการน้ำเดินขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ในช่วงเวลานี้ค่ะ เพราะทารกสามารถที่จะคลอดได้ทุกเมื่อ โดยไม่ต้องรอจนครบกำหนดอายุครรภ์ 40 สัปดาห์เสมอไป

 

 

น้ำเดินเป็นยังไง

อาการน้ำเดิน หรือน้ำคร่ำแตก คือ อาการที่มีของเหลวไหลออกมาจนรู้สึกได้ว่าเปียกชื้น ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในช่วงอายุครรภ์ 37-40 สัปดาห์ โดยของเหลวที่ไหลออกมานั้นจะคล้ายกับปัสสาวะไหล และเพราะว่าน้ำคร่ำแตกนั้นคล้ายกับปัสสาวะ จึงค่อนข้างที่จะแยกออกได้ยากว่าเป็นปัสสาวะ หรือเป็นน้ำคร่ำกันแน่

ดังนั้น หากมีอาการที่คลับคล้ายคลับคลาว่าน่าจะเป็นน้ำคร่ำแตก และปากมดลูกเริ่มขยาย ไม่ว่าจะแน่ใจหรือไม่แน่ใจก็ตาม ให้รีบติดต่อแพทย์ทันทีนะคะ เพราะถ้าหากเป็นอาการน้ำคร่ำเดินจริง ๆ ก็มีโอกาสที่เด็กจะคลอดออกมาในเร็ว ๆ นี้ค่ะ

 

ตกขาว ปัสสาวะเล็ด กับอาการน้ำเดินต่างกันยังไง

ตกขาว กับปัสสาวะเล็ดนั้น จะไม่ไหลพรวดพราดออกมาทีเดียวเหมือนกับน้ำเดิน แต่ลักษณะตกขาวของคนท้องจะมีลักษณะเป็นของเหลวสีใส หรือสีออกเหลือง ไหลออกมาเพียงกะปริดกะปรอย และไม่ถึงกับเปียกชื้นจนรู้สึกได้

แต่น้ำเดินนั้น น้ำคร่ำสีใส ๆ จะไหลออกมาคล้ายกับปัสสาวะ ในปริมาณที่มากจนรู้สึกได้ว่ากางเกงในเปียกชื้น

บางครั้งน้ำคร่ำก็อาจมีสีเขียว หรือเหลืองปนเขียว ซึ่งเกิดจากขี้เทา หรืออุจจาระครั้งแรกสุดของทารก หากน้ำคร่ำมีสีดังกล่าว ควรแจ้งให้แพทย์ทราบด้วย เพื่อให้แพทย์สามารถวินิจฉัยขั้นตอนในการคลอดลูกได้อย่างปลอดภัย

 

น้ำคร่ำแตกกี่ชั่วโมงถึงคลอด

ส่วนใหญ่แล้ว หลังจากที่น้ำคร่ำแตก ทารกมักจะคลอดออกมาภายใน 12-24 ชั่วโมง หรืออย่างช้าสุดก็คือ 48 ชั่วโมง

แต่ก็มีบ้างบางครั้งที่ทารกใช้เวลากว่านั้นก่อนที่จะคลอดออกมา ซึ่งยิ่งรอนานมากเท่าไหร่ ก็หมายถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นสูงมากตามไปด้วย

 

น้ำเดิน แต่ไม่ปวดท้อง แบบนี้ต้องไปโรงพยาบาลหรือยัง

มีคุณแม่หลายคนที่มีอาการน้ำเดิน แต่ไม่มีอาการปวดท้องร่วมด้วย ลักษณะเช่นนี้ ก็มีคำอธิบายที่ต่างกันออกไปนะคะ

ลักษณะเช่นนี้อาจเป็นภาวะน้ำคร่ำเดินก่อนกำหนด (Premature rupture of membranes หรือ PROM)  ทำให้ไม่มีอาการเจ็บท้องคลอดร่วมด้วย

อย่างไรก็ตาม ภาวะน้ำคร่ำเดินก่อนกำหนดนี้ถือว่าค่อนข้างอันตรายนะคะ เพราะเป็นไปได้ว่าคุณแม่อาจจะมีการติดเชื้อเกิดขึ้นในโพรงมดลูก และทารกในครรภ์ก็เสี่ยงที่จะมีการติดเชื้อรุนแรงตามไปด้วย ซึ่งหากมีอาการน้ำคร่ำแตกก่อนอายุครรภ์ 37 สัปดาห์ ควรไปพบแพทย์ค่ะ เพื่อที่แพทย์จะได้ทำการตรวจอย่างละเอียด และดูว่ามีแนวโน้มที่จะมีการคลอดก่อนกำหนดเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้หรือไม่

หรือ...ถ้าหากมีอาการน้ำคร่ำแตกในช่วงท้อง 37 สัปดาห์ มีอาการใกล้คลอด 40 สัปดาห์ตามปกติ แต่ไม่มีอาการปวดท้อง นั่นเป็นเพราะว่า

  • หลังจากน้ำคร่ำแตกแล้ว ไม่ได้หมายความว่าทารกจะคลอดออกมาทันทีเหมือนในละครเสมอไปนะคะ ส่วนใหญ่แล้วจะต้องรออย่างน้อย 12-24 ชั่วโมงกว่าที่จะมีการคลอดเกิดขึ้น ซึ่งถ้าเป็นกรณีเช่นนี้ก็อาจจะทำให้มีอาการปวดท้องตามมาทีหลังได้ค่ะ
  • การหดตัวของมดลูกนั้นเบาจนกระทั่งคุณแม่ไม่รู้สึกว่ามันจะเจ็บหรือปวดสักเท่าไหร่ แต่เมื่อทารกใกล้จะคลอดการหดตัวของมดลูกก็จะเริ่มแรงขึ้น คุณแม่บางคนจึงอาจใช้ระยะเวลานานหน่อยกว่าที่จะรู้สึกปวดท้องหลังจากน้ำคร่ำแตกค่ะ

 

เจ็บท้องแข็งถี่ ไม่มีมูก ไม่มีน้ำเดิน แบบนี้ใกล้คลอดหรือยังนะ

หากคุณแม่รู้สึกว่ามีอาการท้องแข็งเกิดขึ้นแบบถี่ ๆ แต่ไม่มีมูก หรือมูกเลือดก่อนคลอด หรือไม่มีอาการใดที่ใกล้เคียงกับคำว่าน้ำเดิน หรือน้ำคร่ำแตก และปากมดลูกไม่ขยาย แบบนี้ยังไม่ใช่อาการใกล้คลอดค่ะ เป็นเพียงอาการเจ็บท้องเตือน หรือเจ็บท้องหลอกเท่านั้น

ส่วนอาการใกล้คลอดของจริง หรืออาการเจ็บท้องจริงนั้น นอกจากจะมีอาการปวดท้อง มีอาการท้องแข็งถี่ ๆ แล้ว ก็อาจมีอาการน้ำเดิน และมีมูก หรือมูกเลือดก่อนคลอดออกมา และปากมดลูกขยายด้วย

 

อาการน้ำคร่ำแตกไม่รู้ตัว เป็นอย่างไร เกิดขึ้นได้จริงหรือ

ปกติเราไม่สามารถจะคำนวณช่วงเวลาที่น้ำคร่ำจะแตกได้แบบเป๊ะ ๆ อยู่แล้วค่ะ และน้ำคร่ำอาจจะแตกขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้ระหว่างช่วงอายุครรภ์ 37-40 สัปดาห์ ดังนั้น จึงไม่แปลกที่จะมีอาการน้ำคร่ำแตกโดยไม่รู้ตัว

มากไปกว่านั้น น้ำคร่ำแตกกับปัสสาวะ ก็แยกออกค่อนข้างยาก อาจทำให้คุณแม่สับสน หรือแยกไม่ออกจริง ๆ ว่าเป็นน้ำคร่ำหรือปัสสาวะ

แต่ถ้าหลังจากนั้นมีอาการปวดท้องตามมาภายใน 12-24 ชั่วโมง ก็น่าจะชัดเจนว่า ของเหลวที่ไหลออกมาก่อนหน้านั้น น่าจะเป็นน้ำคร่ำแตกไม่ผิดแน่

 

PROM คืออะไร เข้าใจภาวะน้ำเดินก่อนกำหนด หนึ่งในความเสี่ยงของคุณแม่ใกล้คลอด

ปกติแล้วอาการน้ำเดินจะเกิดในช่วงอายุครรภ์ 37-40 สัปดาห์ แต่ถ้าอาการน้ำเดินเกิดขึ้นก่อนอายุครรภ์ 37 สัปดาห์ ถือว่าเป็นภาวะน้ำคร่ำเดินก่อนกำหนด (Premature rupture of membranes หรือ PROM)

ซึ่งภาวะน้ำเดินก่อนกำหนดนี้ ถือว่าเป็นสัญญาณอันตรายค่ะ เพราะเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อขึ้นที่โพรงมดลูก และเสี่ยงที่จะทำให้ทารกในครรภ์มีการติดเชื้อที่รุนแรงตามไปด้วย หรืออาจก่อให้เกิดภาวะทุพพลภาพในทารก หรือทารกเสี่ยงที่จะมีปัญหาต่อพัฒนาการด้านต่าง ๆ ในระยะยาว เช่น ปอดไม่สมบูรณ์ หัวใจทำงานผิดปกติ เป็นต้น

 

หากคุณแม่มีอาการลักษณะนี้ ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที

โดยทั่วไปแล้ว ถ้ามีอาการน้ำเดินเมื่อไหร่ ก็ควรจะต้องมีการติดต่อแพทย์ และรีบไปโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด เพราะทารกกำลังจะคลอดออกมาในไม่ช้าแล้ว

อย่างไรก็ตาม หากคุณแม่มีอาการน้ำเดิน และมีอาการดังต่อไปนี้ ก็ควรรีบพาไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

  • มีไข้สูง
  • หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
  • เหงื่อออกมาก
  • มดลูกบาง
  • มีอาการปวดท้องอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ใช่ปวดคลอดลูก
  • ของเหลวที่ไหลออกมามีกลิ่นเหม็น

ซึ่งสัญญาณต่าง ๆ ที่กล่าวไปข้างต้นนี้ อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อได้ค่ะ

 

ลูกสมองดี สร้างได้ตั้งแต่ในครรภ์ ด้วยโภชนาการผ่านคุณแม่

สุขภาพและพัฒนาการทารกในครรภ์เริ่มต้นด้วยโภชนาการจากคุณแม่ การใส่ใจโภชนาการจึงเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่ดีที่สุดของลูก เพราะสมองของลูกเริ่มพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อยู่ในครรภ์ จนถึงช่วงให้นมบุตรตลอด 2 ปีแรกของลูก คุณแม่สามารถเลือกโภชนาการที่มี MFGM ช่วยเสริมสร้างสมองลูกใน 1,000 วันแรกของชีวิต และเสริมอาหารสมองที่สำคัญอย่าง ดีเอชเอ, สฟิงโกไมอิลีน,แอลฟา-แลคตาบูมิน, ฟอสโฟลิปิด,แกงกลิโอไซด์ เพื่อให้สมองลูกพัฒนาได้เต็มศักยภาพ

สร้างสมองลูกดีที่สุด เริ่มได้ตั้งแต่ในครรภ์

  • MFGM มีสารอาหารกว่า 150 ชนิดที่มีประโยชน์ต่อสมอง มีบทบาทสำคัญในการสร้างสมองลูกที่เหนือกว่า มีงานวิจัยรองรับ
  • DHA & Choline เสริมสร้างการเจริญเติบโตของเซลล์ประสาทและบำรุงสมอง 

สร้างพัฒนาการลูกดีที่สุด

  • โฟเลตสูง ช่วยการเจริญเติบโตและพัฒนาการของทารกในครรภ์
  • แคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง เสริมความแข็งแรงของกระดูกและฟัน

เสริมโภชนาการแม่ดีที่สุด

  • ดัชนีน้ำตาลต่ำ
  • วิตามิน แร่ธาตุกว่า 25 ชนิด
  • มีใยอาหารอินูลิน ช่วยการขับถ่าย
  • ไขมันต่ำ

 

บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

* นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก
Enfa Smart Club สนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่าง
เดียวอย่างน้อย 6 เดือนและให้นมแม่ควบคู่อาหารตามวัยอีก 2 ปี หรือนานกว่านั้น ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)
Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

คุณกำลังเข้าถึงเนื้อหาจากผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวกับการซื้อหรือ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด​

กรุณากดยืนยันเพื่อดำเนินการต่อ

Line TH
Line TH
Cart TH
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกหมายเลขโทรศัพท์ที่ถูกต้อง
วันเกิดลูกน้อย
กรุณาเลือกวันที่