
Enfa สรุปให้

เลือกอ่านตามหัวข้อ
เรื่องการขับถ่ายของทารก ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่ให้ความสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อแม่มือใหม่ที่อาจจะสงสัยกันว่า ปกติแล้วลูกน้อยควรจะถ่ายวันละกี่ครั้ง ลูกถ่ายวันละ 3-4 ครั้ง ปกติไหม
ทารกถ่ายบ่อยเป็นสัญญาณอันตรายหรือเปล่า บทความนี้จาก Enfa จะพาคุณพ่อคุณแม่มาไขความลับจักรวาลการขับถ่ายของลูกน้อยกันค่ะ
ความถี่บ่อยในการขับถ่ายของทารกนั้นมีความแตกต่างกันไปค่ะ ถึงแม้ว่าจะอยู่ในช่วงวัยเดียวกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทารกทุกคนจะถ่ายจำนวนครั้งเท่ากันเสมอไปค่ะ
ขึ้นอยู่กับว่าลูกน้อยอายุเท่าไหร่ หากยังเป็นเด็กทารกและขับถ่าย 3-4 ครั้งต่อวัน หรือถ้าลูกอายุ 1 แล้ว แต่อึ 3-4 ครั้งต่อวัน ก็ไม่ผิดปกติค่ะ เพราะเด็กเล็ก ๆ ลำไส้ยังสั้น จึงทำให้เกิดการขับถ่ายหลายครั้งต่อวันเป็นเรื่องปกติค่ะ
ส่วนกรณีที่น่าเป็นกังวลคือ สีอุจจาระของลูกไม่ใช่สีเหลือง อุจจาระของลูกมีเลือดปน อุจจาระเป็นน้ำ กรณีแบบนี้ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์ค่ะ เพราะเด็กอาจจะท้องเสีย หรือเกิดปัญหาขึ้นที่ลำไส้ค่ะ
เด็ก 1 ขวบ แต่ยังถ่ายวันละ 3-4 ครั้ง ก็ยังถือว่าปกติค่ะ คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเป็นกังวลแต่อย่างใด เว้นเสียแต่ว่าคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นความผิดปกติอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ลูกถ่ายออกมาเป็นน้ำ ลูกเริ่มมีอาการอ่อนเพลียหลังขับถ่าย อุจจาระของลูกมีมูกเลือดปน แบบนี้ถือว่าผิดปกติค่ะ ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์
แต่ถ้าอุจจาระของลูกมีสีเหลืองนวล มีลักษณะนิ่ม ไม่มีมูกเลือดปน ไม่ได้ถ่ายเหลว กรณีเช่นนี้ ต่อให้ถ่ายหลายครั้งก็ไม่มีอะไรต้องเป็นกังวลค่ะ
ทารก 1 เดือนถ่ายวันละกี่ครั้งทารกแรกเกิดจะขับถ่ายมากหน่อย อาจจะขับถ่ายสูงถึง 10 ครั้งต่อวัน แต่เมื่ออายุตั้งแต่ 3 เดือน ก็จะเริ่มขับถ่ายลดลง เหลือ 2-4 ต่อวัน และเหลือ 1-2 ต่อวันเมื่ออายุ 4 เดือนขึ้นไป
อย่างไรก็ตาม จำนวนครั้งไม่ใช่ตัววัดความผิดปกติของทารกเสมอไปค่ะ บางครั้งทารกอาจจะไม่ขับถ่ายเป็นเวลาหลายวัน ก็ยังไม่ถือว่าผิดปกติ
แต่ความผิดปกติจะเริ่มขึ้นเมื่อลูกเริ่มขับถ่ายเป็นน้ำ อุจจาระของลูกมีเลือดปน สีอุจจาระเปลี่ยนไป ไม่ใช่สีเหลืองนวล แต่เป็นสีเขียว สีเหลืองซีด สีน้ำตาล หรือสีดำ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากทารกกินนมแม่แต่อุจจาระไม่เป็นสีเหลือง กรณีเช่นนี้ให้รีบพาลูกไปพบแพทย์ เพราะอาจเกิดความผิดปกติขึ้นที่ลำไส้ของทารกค่ะ
ปริมาณความถี่บ่อยของการขับถ่ายในทารก ไม่สามารถวัดความผิดปกติได้ทั้งหมดค่ะ การขับถ่ายที่ผิดปกติของทารก จะต้องมีปัจจัยดังต่อไปนี้ร่วมด้วย
กรณีเช่นนี้ ถือว่าผิดปกติ ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการวินิจฉัยและรับการรักษาต่อไป
หากลูกมีอาการไม่ปกติ เช่น การที่ลูกร้องตอนกลางคืน ไม่มีสาเหตุ แหวนะนม อาจเกิดจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาการตามวัย อารมณ์ ความกลัว ฝันร้าย หรือปัญหาทางกายภาพ เช่น แพ้อาหารหรือไม่ถูกกับนม การเข้าใจพฤติกรรมของลูกแต่ละช่วงวัยคือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลลูกได้อย่างเหมาะสมและมั่นใจยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ในช่วงวัยแรกเกิด ระบบย่อยอาหารของลูกน้อยยังทำงานได้ไม่เต็มที่ เด็กมากกว่า 70% จึงมีโอกาสเกิดอาการไม่สบายท้อง เช่น ท้องผูก ท้องอืด แหวะนม และร้องกวน การเลือกโภชนาการที่ย่อยง่ายจึงเป็นกุญแจสำคัญ เพื่อช่วยให้ลูกสบายท้อง ถ่ายคล่อง และเรียนรู้ได้เต็มศักยภาพ
โดยเฉพาะโภชนาการที่ผสมโปรตีนที่ผ่านการย่อยบางส่วน (PHP) ซึ่งมีขนาดโมเลกุลเล็ก ย่อยง่าย ดูดซึมไว ลดการเกิดแก๊สและปัญหาขับถ่าย พร้อมทั้งเสริมด้วยเส้นใยสุขภาพอย่าง PDX และ GOS ที่ช่วยปรับสมดุลลำไส้ และสารอาหารบำรุงสมอง เช่น MFGM และ DHA เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทั้ง IQ และ EQ ของลูกน้อยอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น หากไม่สามารถให้นมแม่ได้ โภชนาการที่ย่อยง่าย ผสมโปรตีนย่อยบางส่วน และเสริมสารอาหารสำคัญ คือทางเลือกที่ช่วยให้ลูกเติบโตแข็งแรง สมองดี พร้อมเรียนรู้อย่างไม่สะดุด
บทความแนะนำเกี่ยวกับอาการไม่สบายท้องของลูก
Enfa สรุปให้ หากลูกมีอาการท้องผูก อึแข็ง อึไม่ออก ถ่ายยาก ควรใช้วิธีการปรับโภชนาการและพฤติกรรมกา...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ ลูกอึแข็ง อึเป็นเม็ดแข็ง หรือเป็นก้อนแข็ง เป็นสัญญาณของอาการท้องผูกในเด็ก ทำให้ลูก...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ อุจจาระทารก 1 เดือน จะมีลักษณะนิ่ม ๆ คล้ายกับวิปครีม หรือเนื้อโจ๊ก มีสีออกเหลืองนวล...
อ่านต่อ